Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2025-12-31 09:22:17

หอตำราของเค่อหลี่ มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเข้าไปได้ เขาเองกว่าจะขอร้องท่านอาจารย์เว่ยให้ช่วยเสนอกับอาจารย์อาวุโสทั้งสอง กระทั่งสามารถเข้ามาอ่านตำราได้ทุกวันนับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

ทุกขั้นตอนกว่าจะเข้าไปด้านในได้ หลันเฟิ่งจึงอดทนอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งในยามที่เขาต้องยืนรอหลิวเย่ากวง จนอีกฝ่ายออกมารับที่กำแพงเรือนด้านหลัง

“เจ้าถอนหายใจสามครั้งแล้ว” หลิวเย่ากวงเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ขอรับศิษย์พี่”

“อย่าใส่ใจเสียงซุบซิบเลย พวกเขาเพ่งเล็งเจ้าก็เพราะข่าวลือเรื่องโจรราคะที่กำลังมายังเมืองอี๋หยาง”

“ข้าเองก็เดาไว้เช่นนั้น”

“น้องสาวของเจ้านับเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของอี๋หยาง แน่นอนทุกคนย่อมต้องคิดว่านางต้องตกเป็นเป้าหมาย”

“ขอรับ” หลันเฟิ่งพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจนใจ

“จากที่ข้าได้ลองสนทนากับท่านเจ้าเมือง โจรราคะผู้นี้น่าจะเป็นชาวยุทธ์ที่เข้ามาก่อความวุ่นวาย ดูท่าแล้วฝีมือของเขาคงไม่เลว หาไม่จะสามารถหลบหนีการจับกุมของทางการไปได้อย่างไร”

“ฝีมือไม่เลวหรือ” หลิวเย่ากวงเสียงสูงเล็กน้อย “ข้าว่าเขาน่าจะเป็นยอดฝีมือเลยกระมัง เจ้าหน้าที่ทางการจากเมืองผิงหยางยังไม่อาจจับกุมเขาได้ เช่นนี้แล้วยังจะหมายความเป็นอื่นได้อีกหรือ”

ได้ยินดังนั้นหลันเฟิ่งก็ได้แต่เอนกายพิงพนักเก้าอี้ “ข้าควรปรึกษากับท่านพ่อเรื่องหาคนคุ้มกัน หรือไม่อาจต้องหาที่ซ่อนให้เซียงเอ๋อร์”

“นั่นสินะ” หลิวเย่ากวงพยักหน้าเห็นด้วย แต่กลับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ เหตุใดไม่ลองปรึกษาท่านอาจารย์ทั้งสองเล่า”

“ศิษย์พี่ ยากนักที่อาจารย์จะให้เข้าพบ ข้าได้เข้ามาในหอตำรานี้ก็เพราะท่านอาจารย์เว่ยสนับสนุน หาไม่ท่านคิดว่าข้าจะมีโอกาสดีๆ เช่นนี้หรือ”

“นั่นสินะ เช่นนั้นข้าจะลองขอคำปรึกษาดู อาจารย์รองเป็นคนหลักแหลม คิดว่าเขาน่าจะให้คำปรึกษาได้”

“เช่นนั้นขอบคุณท่านล่วงหน้า”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้คนทั้งสองชะงัก ผู้มาใหม่เป็นบุรุษอายุไม่เกินยี่สิบ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมสันหล่อเหลา สวมชุดสีขาวทั้งตัว แต่หาใช่ชุดของศิษย์เค่อหลี่ไม่

หลิวเย่ากวงรีบก้าวออกมายังประตูหอตำรา กระทั่งค้อมกายลงรับตำราในมือที่บุรุษผู้มาใหม่ยื่นให้ หลันเฟิ่งขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจ

“จอมยุทธ์เซวี่ยต้องการตำราเล่มใดเพิ่มหรือไม่”

“เช่นนั้นรบกวนด้วย ข้ามองหาบทกวีของปันกู้”

“บทกวีของปันกู้หรือ” หลิวเย่ากวงมีท่าทีครุ่นคิด “ท่านรอตรงนี้สักครู่” เอ่ยจบก็หมุนกายเดินเข้าไปในหอตำรา

หลิวเย่ากวงพยักหน้าทักทายบุรุษที่ยืนอยู่หน้าประตูยิ้มๆ ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายเองก็ทำเช่นเดียวกันกับเขา ไม่นานหลิวเย่ากวงก็วิ่งกลับมาพร้อมกับบทกวีของปันกู้ในมือ “นี่ขอรับ”

“ขอบใจ” เอ่ยจบก็รับตำราไปแล้วหมุนตัวเดินจากไป

“ใครหรือขอรับ”

“สหายของศิษย์พี่รอง”

“ศิษย์พี่รอง ท่านหมายถึงศิษย์พี่ฉางเหยียน เขาอยู่ที่นี่ ที่เค่อหลี่หรอกหรือ”

หลันเฟิ่งมีท่าทีตื่นเต้น เพราะตัวเขาตั้งแต่มาเรียนที่เค่อหลี่ แม้จะได้ยินชื่อเสียงของศิษย์พี่ทั้งสามที่เป็นตำนานของเค่อหลี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาไม่เคยมีโอกาสได้พบตัวจริงของทั้งสามเลยสักครั้ง

คนแรกเฮยหลิง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เป็นเพียงสามัญชนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป

คนที่สองจอมยุทธ์ฉางเหยียน บุรุษผู้ซึ่งไร้กฎเกณฑ์โดยสิ้นเชิง

คนที่สามเชื้อพระวงศ์แคว้นหาน องค์ชายหานหย่งหมิง

“ศิษย์พี่รองหาได้รั้งอยู่นาน เขาพาสหายมาเป็นแขกของอาจารย์ จากนั้นก็ออกเดินทางไปแล้ว”

“น่าเสียดาย” หลันเฟิ่งกล่าว

“ใช่ ข้าเองยังไม่ทันได้สนทนากับเขาเลย เห็นแวบๆ มารู้อีกทีเขาก็จากไปแล้ว แต่ก็…สหายของเขาคนนี้คงเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง ได้ยินอาจารย์เรียกเขาว่าเซวี่ยอวี้ เห็นว่าเป็นชาวยุทธ์ในยุทธภพที่ฝักใฝ่ในเรื่องการฝึกยุทธ์เท่านั้น”

“เซวี่ยอวี้…ฟังดูเหมือนเป็นฉายามากกว่าชื่อ”

“นั่นสิ” หลิวเย่ากวงเห็นด้วย เรื่องของเซวี่ยอวี้ผู้นี้ที่เขารู้มาก็คือศิษย์พี่รองฉางเหยียนติดค้างน้ำใจของอีกฝ่าย จากนั้นจึงตอบแทนด้วยการขอร้องอาจารย์ เพื่อให้เซวี่ยอวี้ได้เข้ามาอ่านตำรามากมายในเค่อหลี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมีกำหนดเวลาให้ก็คือหนึ่งเดือนเท่านั้น

เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะในยามปกติหอตำราแห่งเค่อหลี่ มีไว้สำหรับศิษย์เค่อหลี่เท่านั้น ศิษย์ของเค่อหลี่เองก็หาได้ยากที่จะมีโอกาสได้เข้าไปโดยง่าย เช่นนี้แล้วคนนอกไหนเลยจะมีโอกาสได้ย่างกรายเข้าไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 12

    ก่อนเกิดเรื่องคุณชายตระกูลฟู่ส่งแม่สื่อเข้าไปเจรจาสู่ขอหลันเยี่ยเซียง ทั้งยังพลั้งปากพูดเรื่องโจรราคะออกมา หมายให้ตระกูลหลันยกหญิงสาวให้แต่งออกไปเพื่อแก้ปัญหา กระทั่งทำให้หลันเฟิ่งโกรธจัดจนไล่แม่สื่อทั้งสองออกมาอย่างไม่ไว้หน้าเซวี่ยอวี้ได้ยินหลิวเย่ากวงเอ่ยถึง ในยามที่อีกฝ่ายพาหลันเฟิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าทั้งหมดนี้กลับเป็นแผนการของคุณชายตระกูลฟู่ผู้นี้ทั้งสิ้น“น่าสนุกยิ่ง”มองดูหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ เซวี่ยอวี้พลันแย้มยิ้ม “มาดูกันว่าเขายังมีแผนการใดอีก เจ้าก็เป็นเด็กดีนอนหลับให้สบายรอข้าจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อย”ภายในห้องที่มีแสงเพียงริบหรี่ หลันเยี่ยเซียงค่อยๆ ขยับตัว นางลืมตาขึ้นพร้อมกับกะพริบตามองเพดานห้องซึ่งที่ไม่คุ้นตา ร่างเล็กลุกพรวดขึ้นเมื่อเห็นแผ่นหลังของบุรุษซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลความทรงจำสุดท้ายที่นางนึกออกก็คือถูกคนชุดดำลักพาตัวมา และสถานที่แห่งนี้นางก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ใดมองออกไปด้านนอกเป็นเวลาค่ำมืด บ่งบอกว่าเวลาได้ล่วงเลยมานานหลายชั่วยาม ป่านนี้พี่ชายและคนในตระกูลหลันคงล่วงรู้แล้วว่านางถูกลักพาตัวมา ไม่รู้พวกเขาจะร้อนใจเพียงใดมองดูป

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 11

    กว่าชั่วยามที่ไล่ตามมาในที่สุดบุรุษในชุดสีดำก็หยุดลงที่ชายป่านอกเมือง กระท่อมหยาบๆ หลังหนึ่งปรากฏให้เห็น นี่ออกจะดูไม่เหมือนข่าวลือที่ว่าโจรราคะก่อเหตุเพียงลำพังเลยแม้แต่น้อยเซวี่ยอวี้มองเห็นคนเหล่านั้นช่วยกันอุ้มถุงกระสอบใบใหญ่วางลง กระทั่งเร่งแกะปากถุงออกด้วยมือไม้สั่นเทา เขาก้าวเข้าไปช้าๆ อย่างไร้สุ้มเสียง และทันได้มองเห็นใบหน้างดงามที่หมดสติโผล่ออกมา“เป็นนางแน่นอน”“ใช่ๆ ข้าเคยเห็นนาง นี่คือคุณหนูหลันเยี่ยเซียงไม่ผิดตัวแน่”“เช่นนั้นรอช้าอยู่ทำไม ยังไม่รีบแจ้งข่าวให้คุณชายฟู่อีก งานนี้พวกเรารวยแน่ ค่าจ้างงามถึงเพียงนี้ไม่มีอีกแล้ว”ทั้งสี่คนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน กระทั่งหนึ่งในนั้นเดินออกมาก่อนกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไป โดยไม่สังเกตเห็นเซวี่ยอวี่ที่หลบอยู่ด้านนอกเลยแม้แต่น้อย“เสียดายยิ่งนัก มิสู้พวกเราเชยชมนางสักครา ก่อนส่งต่อให้คุณชายฟู่เล่า จะอย่างไรก็จะโยนความผิดให้โจรราคะอยู่แล้ว”คนที่ยืนอยู่ใกล้โฉมสะคราญเอ่ยขึ้นอย่างแสนเสียดาย ทั้งที่ดวงตาไม่ละไปจากใบหน้างดงามของหญิงสาวซึ่งยังคงหมดสติ“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ ของมีตำหนิจะมีราคาได้อย่างไร หากคุณชายฟู่รู้เรื่องเข้า ค่าจ้างงดง

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 10

    ทันทีที่หลันเฟิ่งก้าวออกไปจากห้อง หลันเยี่ยเซียงที่ดูเหมือนกำลังพูดคุยกับหลิวเย่ากวงอย่างออกรส บัดนี้กลับหันไปมองยังประตูทางเข้าเช่นกันกับหลิวเย่ากวงที่สังเกตเห็นในทันที“รู้กระมังว่าเขาจงใจ”หลันเยี่ยเซียงหันมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนยิ้มออกมาอย่างจนใจ “พี่ใหญ่หวังดีต่อข้ารู้ดี แต่อย่างไรข้าก็ต้องขออภัยท่านด้วยที่ทำให้ท่านเดือดร้อน”“เดือดร้อนหรือ” หลิวเย่ากวงหัวเราะออกมา “ความจริงเมื่อวานตอนที่เขาบอกว่าจะพาเจ้ามา ข้าก็เดาได้หลายส่วนแล้ว เขาสนิทสนมกับข้ามานาน การได้เห็นเขาไว้วางใจข้าถึงเพียงนี้ ไม่นับว่าเป็นเรื่องเสียหาย ตรงกันข้ามข้ากลับเห็นใจในสิ่งที่เจ้าและตระกูลหลันกำลังเผชิญ”หลันเยี่ยเซียงนิ่งฟังอีกฝ่ายพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ นางรู้ว่าในสายตาของหลิวเย่ากวงนั้น เขาหาได้มองนางเช่นบุรุษหลายคนมอง แม้จะมีท่าทีชื่นชมในตัวนาง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับแตกต่างไปจากผู้อื่น นางมองออกว่าชายหนุ่มมีเพียงความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเท่านั้น“ขอบคุณท่านยิ่งนัก”“ในสายตาข้าความงดงามภายนอกของเจ้า ยังไม่น่าชื่นชมเท่ากับความเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ เจ้าไม่เพียงไม่โทษว่าพี่ชายจงใจมัดมือชก แต่กลับยอมมาที่นี่โด

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 9

    “ได้สิ ศิษย์พี่กวงเองก็เคยอนุญาตแล้ว”หลายวันก่อนหลิวเย่ากวงเคยพูดทีเล่นทีจริงว่าเขาอาจอยากพาน้องสาวไปเค่อหลี่ เพียงแต่เขาต้องนั่งอ่านตำราต่างๆ ในห้องรับรองด้านนอก แทนการเข้าไปในหอตำราเช่นทุกครั้งมองดูใบหน้าตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในเค่อหลี่ของหลันเยี่ยเซียง หลันเฟิ่งพลันยิ้มออกมาบางๆ เขาไม่เสียใจสักนิดที่ระบายโทสะวันนี้ น้องสาวของเขาคนนี้หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย นางไม่เพียงแต่มีใบหน้างดงามผุดผาด แต่จิตใจของนางเองก็สะอาดบริสุทธิ์ด้วยเขาและบิดาปกป้องนางมาโดยตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งให้นางพบกับความสุขสบายไร้กังวล เขาไหนเลยจะคาดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้หลันเซียวมองรถม้าที่วิ่งออกไปช้าๆ ใบหน้าของเขาผ่อนคลายลงไปมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อาจหักใจเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ สุ่ยเซียนเดินเข้ามายืนเคียงข้างผู้เป็นสามี“ท่านพี่ ท่านว่าเรื่องนี้จะได้ผลหรือ เซียงเอ๋อร์ต้องรู้แน่นอนว่าพวกท่านคิดจะทำอะไร”“ลองดูก็ไม่เสียหาย คุณชายหลิวเป็นคนดี ลูกเฟิ่งเองก็เห็นว่าเป็นเขาย่อมดีกว่าคุณชายตระกูลมั่งคั่งในเมืองอี๋หยางที่ดีแต่เสเพลไปวันๆ”หลันเซียวถอนหายใจออกมา เขาเคยพบหลิวเย่ากวงผู้นี้มาก่อน ในใจชื่นชมช

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 8

    “หากข้าโดนโจรราคะผู้นั้นพาตัวไป ตระกูลหลันต้องเสื่อมเสีย ไม่เพียงแต่จะเป็นปัญหาต่อพี่ใหญ่ในภายภาคหน้า แต่กับชุนเอ๋อร์เองหลังปักปิ่นนางอาจจะไม่ได้คู่หมายที่ดี”หลันเยี่ยเซียงก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย นางมองตรงไปยังภูเขาสูงที่ล้อมรอบอารามสงบใจ หญิงสาวพลันรู้สึกเศร้าใจ“ทั้งหมดที่ข้ามี ใบหน้านี้ ผิวกายอันหอมกรุ่นนี้ ล้วนเป็นคำสาปทั้งสิ้น หาไม่เหตุใดข้าจึงเป็นต้นเหตุแห่งความกังวลให้ผู้อื่นถึงเพียงนี้”หญิงสาวหลับตาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แม้ท้องฟ้าจะสดใสไร้ซึ่งเมฆหมอก หากแต่ชีวิตของนางในยามนี้เหตุใดจึงมืดมนยิ่งนัก“เซียงเอ๋อร์” สุ่ยเซียนเดินมาจากเบื้องหลัง ทำให้ทั้งสาวใช้และผู้เป็นนายรีบปรับอารมณ์ ทั้งสองหันกลับไปก่อนส่งยิ้มพร้อมส่งเสียงสดใส“แม่รอง เราจะกลับกันแล้วหรือเจ้าคะ”“คุณชายใหญ่มิใช่รับปากจะพาเจ้าสองพี่น้องไปเที่ยวหรอกหรือ มาเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ” หลันเยี่ยเซียงยิ้มกว้างก่อนเดินตามสุ่ยเซียนออกไปความเงียบเข้าครอบคลุมทันทีที่กลุ่มคนจากตระกูลหลันจากไป ร่างสูงของเซวี่ยอวี้กระโดดลงมาจากต้นอู่ถง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยในยามที่มองตามขบวนรถม้า ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวลงเขาไปเมื่อครู่เขานอนอยู

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 7

    รุ่งเช้าวันถัดมาหลันเยี่ยเซียงและหลันอิ๋งชุนก็ให้รู้สึกประหลาดใจยิ่ง หลันเฟิ่งไม่เพียงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามสบาย แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเดินทางไปยังเค่อหลี่เช่นทุกครั้งเช่นกันกับหลันเซียวและสุ่ยเซียนที่เดินออกมายังห้องโถงของคฤหาสน์“พี่ใหญ่วันนี้ท่านไปไปเค่อหลี่หรือเจ้าคะ”หลันอิ๋งชุนวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นพี่ชายอย่างออดอ้อน ซึ่งเขาเองก็ยกมือขึ้นลูบซาลาเปาสองก้อนเหนือศีรษะของเด็กสาว“วันนี้พี่ใหญ่ปรึกษากันกับท่านพ่อและแม่รอง พี่ใหญ่จะพาทุกคนไปไหว้พระที่อารามสงบใจนอกเมือง จะได้พาเจ้ากับพี่รองออกไปเที่ยวด้วยดีหรือไม่”“จริงหรือเจ้าคะ!”หลันเยี่ยเซียงสบตากับบิดาและพี่ชาย ดวงตาของนางทอประกายระยิบระยับ นานมากแล้วที่นางไม่ได้ออกไปเที่ยวนอกเมืองเช่นนี้ ดังนั้นแน่นอนนางจึงตื่นเต้นไม่แพ้หลันอิ๋งชุนที่วิ่งไปรอบๆ ด้วยความยินดีสุ่ยเซียนเองก็มองออก ดังนั้นจึงเดินข้ามาจับมือของหญิงสาวจากนั้นก็ยิ้มปลอบประโลม “หลังมื้อเช้าพวกเจ้าสองคนก็รีบไปเตรียมตัวเถิด แม่รองจะให้คนรีบไปเตรียมรถม้า”“เจ้าค่ะ”การเดินทางไปยังอารามบนเขานอกเมืองอี๋หยางเต็มไปด้วยความครึกครื้น เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของบุตรสาวทั้งสองคน ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status