Share

บทที่ 8

Author: เหรินเจียน
ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่หน้าหอคอย แหวนหน้าขึ้นมองหอคอยสูงเก้าชั้น มองดูเครื่องทรมานอันน่าพรั่นพรึงราง ๆ หลังช่องซี่หน้าต่างของทุกชั้น

นางพลันหัวเราะออกมา

หัวเราะจนน้ำตาไหล หัวเราะจนตัวงอ หัวเราะจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

จากนั้น นางก็ผลักประตูบานนั้นเปิดออก

ภายในหอคอยมืดสลัว มีเพียงตะเกียงน้ำมันบนกำแพงที่ส่องแสงสีส้มสลัว นางก้าวเข้าไปช้า ๆ

ชั้นแรก คือการเฆี่ยนด้วยแส้ แส้หนังวัวหยาบแช่น้ำเกลือ เฆี่ยนตีลงบนแผ่นหลังครั้งแล้วครั้งเล่าจนเนื้อแตกหนังฉีก นางไม่ร้องสักแอะ ได้แต่กัดฟันแน่น กัดริมฝีปากจนเลือดออก

ชั้นที่สอง คือการหนีบนิ้ว ไม้ไผ่หนีบนิ้วมือทั้งสิบ ชายฉกรรจ์สองคนออกแรงดึงอย่างหนัก เสียงกระดูกแตกดังชัดเจน นางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เลือดซึมออกมาจากซอกเล็บ แต่นางก็ไม่ร้องขอความเมตตา

ชั้นที่สาม คือการใช้เหล็กร้อน ใช้ก้อนเหล็กเผาจนแดงทาบลงบนผิวหนัง พอเสียงฟู่ดังขึ้น ควันขาวลอยพุ่งขึ้นมา กลิ่นเนื้อคนไหม้โชยทั่วอากาศ ยามนางได้กลิ่นเนื้อตัวเองสุกไหม้ ในที่สุดน้ำตาก็ร่วงลงมา

แต่นางก็ยังไม่เอ่ยปากขอชีวิต

นางตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปชั้นแล้วชั้นเล่า

ทุก ๆ ชั้นล้วนเป็นการลงทัณฑ์ที่ทารุณ ทุกชั้นทำให้นางขยับเข้าใกล้ความตายมากขึ้นอีกก้าว

แต่นางไม่กลัวความตายหรอก

นางกลัวแค่ว่า หากตายไปแล้วยังต้องตกค้างอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ ยังต้องอยู่ในนาม 'แม่นางฉินภรรยาตระกูลฮั่ว' แล้วเน่าเปื่อยอยู่ในสุสานบรรพบุรุษตระกูลฮั่ว

ชั้นที่สี่ ชั้นที่ห้า ชั้นที่หก...

ยามที่การลงทัณฑ์ด่านสุดท้ายสิ้นสุด นางก็ลุกขึ้นยืนไม่ไหวอีกต่อไป นอนราบอยู่บนพื้น ทั้งตัวโชกไปด้วยเลือดราวกับเพิ่งงมขึ้นมาจากแอ่งเลือด

ประตูหอคอยเปิดออก แสงแดดส่องสว่างเข้ามา แยงตาจนนางลืมตาไม่ขึ้น

บ่าวชราประคองนางเดินออกมา น้ำตาคนชราไหลพราก "ฮูหยินน้อย ท่าน...ท่านออกมาได้แล้ว..."

ฉินจิ่นเซ่อพิงอยู่กับกรอบประตู มองดูท้องฟ้าภายนอก เป็นสีฟ้าสดใสอย่างเหลือเชื่อ

"รบกวนท่าน..." นางเอ่ยปาก เสียงแผ่วเบาราวกับขนนก "ช่วยนำสิ่งนี้ ไปส่งที่จวนแม่ทัพทีเจ้าค่ะ"

นางล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ นั่นคือหนังสือหย่าที่นางฝ่าด่านหอคอยแลกมา เมื่อมีสิ่งนี้แล้ว นับตั้งแต่นี้ไป นางและฮั่วสิงเช่อก็ต่างคนต่างไป ไม่เกี่ยวข้องกันอีก

บ่าวชรารับจดหมายไปด้วยมือสั่นสะท้าน

ฉินจิ่นเซ่อค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น ก้าวเดินลงบันไดทีละก้าว โดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีกเลย

นางใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อรถม้าเก่า ๆ คันหนึ่ง ตาเฒ่าขับรถม้าเอ่ยถามนางว่าจะไปที่ใด

นางนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า "กูซู"

ได้ยินมาว่าฤดูใบไม้ผลิของกูซูงดงามยิ่งนัก มีดอกท้อบานสะพรั่งทั่วเมือง มีเมืองริมน้ำอันงามละมุน

นางอยากจะเดินทางไปชมดูสักครั้ง

รถม้าโคลงเคลงเคลื่อนตัวออกจากเมือง ประตูเมืองค่อย ๆ ปิดลงทางด้านหลัง

ฉินจิ่นเซ่อเอนกายพิงผนังรถม้า ฟังเสียงล้อรถบดขยี้ผ่านพื้นดิน แล้วหลับตาลงช้า ๆ

แสงแดดลอดผ่านรอยแยกของม่านเข้ามา ทำให้รู้สึกอุ่นสบาย

นางพลันนึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ยามนางยังเป็นเด็กสาวที่ไม่รู้จักความกลัดกลุ้ม นั่งปักผ้าอยู่ริม

หน้าต่าง สาวใช้พุ่งตัวเข้ามาตะโกน "คุณหนู ๆ ท่านแม่ทัพใหญ่ชนะศึกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ! หญิงสาวทั้งเมืองไปเฝ้าดูกันเต็มเลย!"

นางวางสะดึงปักผ้าลง เท้าแขนกับขอบหน้าต่างมองออกไปข้างนอก

ตรงจุดที่ไกลออกไป ขุนศึกหนุ่มผู้หนึ่งควบอาชาตัวใหญ่ สวมเกราะเงินถือหอกยาว ดูองอาจสง่างาม

แสงแดดส่องกระทบลงบนร่างเขา งดงามจนเกินบรรยาย

ในตอนนั้นนางคิดว่า หากสามารถแต่งงานกับคนเช่นนี้ได้ ก็คงจะดีไม่น้อย

ต่อมา นางก็ได้แต่งงานกับเขาจริง ๆ

แล้วหลังจากนั้น

ฉินจิ่นเซ่อลืมตาขึ้น ผ่านรอยแยกของม่าน นางเห็นภูเขาที่อยู่ไกลออกไป เห็นต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไป เห็นท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไป

"แม่นาง" ตาเฒ่าขับรถม้าหันมาเอ่ยถาม "เหตุใดเจ้าถึงเดินทางไกลตัวคนเดียวเล่า แล้วคนในครอบครัวไปไหน"

ฉินจิ่นเซ่อนิ่งเงียบไปนานแสนนาน

"ไม่มีคนในครอบครัวแล้วเจ้าค่ะ" นางเอ่ย

รถม้ายังคงเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ค่อย ๆ เลือนหายไปตรงปลายทางถนนสายใหญ่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 18

    ฮั่วสิงเช่อยืนอยู่หน้าประตู ฟังเสียงนางร้องไห้อยู่ข้างใน นางกดเสียงไว้ต่ำเบามาก ราวกับไม่อยากให้เขาได้ยินเขาทอดกายพิงประตู ทั้งตัวมีแต่เลือด ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล ย้อมเสื้อผ้าจนชุ่มโชกไปหมด แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยนึกถึงคำพูดของเสิ่นเจา "พอคนจากไปแล้ว นึกเสียใจภายหลังก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี"ยามนั้นเขาไม่เชื่อ มาบัดนี้เขาเชื่อแล้ว แต่มันก็ไม่ทัน ทุกอย่างไม่ทันการณ์อีกต่อไปแล้วเขานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดทั้งคืนยามฟ้าสาง ประตูก็เปิดออกฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงประตู ในมือถือห่อผ้าไว้ห่อหนึ่ง"ข้าจะไปแล้ว" นางเอ่ย น้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งนัก ดวงตาบวมเป่ง แต่นางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว"จะไปที่ใด" ฮั่วสิงเช่อลุกพรวดขึ้นทันที ขาชาจนโซเซอยู่ครู่หนึ่ง บาดแผลตรงไหล่และหน้าอกฉีกขาดพร้อมกัน เลือดทะลักออกมาอีกครั้ง แต่เขากลับไม่สนใจ"ไม่รู้" นางสั่นศีรษะ "ไปในที่ที่ท่านจะตามหาไม่เจอ""เจ้า...""ฮั่วสิงเช่อ" นางพูดตัดบท จ้องเข้าไปในตาของเขา พร้อมเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เรื่องที่ข้าเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการได้แต่งงานกับท่าน สิ่งที่ท่านมอบให้ข้า มีเพี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 17

    ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา นางนิ่งเงียบไปนานมาก"ท่านกลับไปเถิด" นางปิดประตู "ข้าไม่มีวันให้อภัยท่านหรอก"ฮั่วสิงเช่อยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งวันเต็ม ๆวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้าเขามายืนอยู่หน้าประตูทุกวัน แต่ไม่พูดไม่จา ไม่เคาะประตู ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นยามนางออกไปซื้อกับข้าว เขาก็เดินตามหลังไป เว้นระยะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล คอยช่วยบังผู้คนบนท้องถนนให้พ้นจากตัวนางพอนางหันกลับไปมอง เขาก็หยุดก้าวเท้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดวันที่หก ในที่สุดฉินจิ่นเซ่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่" นางยืนอยู่ตรงประตู ขอบตาแดงก่ำ "ท่านทำเช่นนี้มีความหมายหรือ""ไม่มีความหมายหรอก" ฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง เอ่ยเสียงแหบพร่า "แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากเจ้าไม่ให้อภัยข้า ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมายเช่นกัน"นิ้วมือของฉินจิ่นเซ่อพลันกำแน่น"ท่านเอาชีวิตมาข่มขู่ข้าอีกแล้วหรือ" นางเสียงสั่น"ไม่ได้ขู่" ฮั่วสิงเช่อเดินเข้าหานางทีละก้าว สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ "มันคือความจริง ทั้งชีวิตข้า เรื่องที่ผิดพลาดที่สุด ก็คือการผลักไสเจ้าออกไป ข้านึกเสียใจแล้ว ข้าเสียใจแทบตาย แต่เสี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 16

    ประตูเปิดออก ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงธรณีประตู สวมชุดผ้าป่านที่สีซีดจางจนเกือบขาว เกล้าผมปักปิ่นไม้ เรียบง่ายจนบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวชั่วพริบตาที่เห็นเขา สีหน้าของนางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยไม่ใช่ความตกใจ ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบเฉยเมยราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง"ท่านมาทำอะไร" นางถามเสียงเรียบฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง ในคอราวกับมีก้อนสำลีจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออก"ข้า..." เขาเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เหมือนเดิม "ข้ามารับเจ้ากลับไป"ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา จู่ ๆ ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนจางเบาบางราวกับสายลม เพียงถูกลมพัดก็ปลิวหายไป "กลับไป?"นางทวนคำอีกครั้ง "กลับไปที่ใด""กลับจวนแม่ทัพ กลับบ้าน" ฮั่วสิงเช่อก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน "ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ข้า...""ข้ารู้ว่าไม่ใช่ท่าน" ฉินจิ่นเซ่อพูดตัดบท "เป็นฝีมือของมู่หลานซี ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว""เจ้า...เจ้ารู้แล้วหรือ" ฮั่วสิงเช่ออึ้งไป"มีคนมาบอกข้าแล้ว" นางพิงวงกบประตู น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ "บอกว่ามู่หลานซีถูกจับ

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 15

    ฮั่วสิงเช่อตัวสั่นไปทั้งร่าง ราวกับถูกใครบางคนเอามีดแทงเข้าที่หน้าอกเขานึกถึงคืนนั้น วันที่นางคุกเข่าลงกับพื้น คว้าขากางเกงของเขาไว้แล้ววิงวอน "ได้โปรดเถิด อย่าทำกับข้าเช่นนี้เลย""เจ้าเป็นสตรีของข้า พวกมันไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก" เขาตอบ เขาแกะนิ้วมือของนางออกแล้วเขาก็เดินจากไปเขาทิ้งสตรีอ่อนแอคนหนึ่งไว้ท่ามกลางฝูงขอทาน เขาเป็นคนผลักนางลงสู่นรกด้วยมือของเขาเองฮั่วสิงเช่อหันขวับ ชกหมัดเข้าใส่กำแพงจนอิฐแตก ข้อนิ้วแตกจนเลือดเนื้อปนกันเหวอะหวะ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย"ใครก็ได้!" เขาร้องตะโกนจนเสียงแหบ "จับตัวมู่หลานซีไปขังไว้ในคุกใต้ดิน! ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ขอทานทั่วทั้งเมืองหลวง มีเท่าไรก็จับมาให้หมด! ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการถูกย่ำยีดูบ้าง! ให้นางรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น!"องครักษ์พุ่งเข้ามาจับตัวมู่หลานซีลากออกไปนางถูกลากไปพลางหัวเราะไปพลาง หัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ฮั่วสิงเช่อ ท่านไม่มีวันหานางเจอหรอก นางไม่ต้องการท่านแล้ว แม้ต้องตายนางก็ไม่ยอมพบท่านอีก นึกเสียใจไปเถอะ! จงเสียใจไปตลอดชีวิตเลย!"เสียงหัวเราะค่อย ๆ ไกลออกไป เสียงเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในความม

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 14

    คนขับรถม้าชราตกใจจนตัวสั่น "ท่าน...ท่านแม่ทัพ สตรีคนใดหรือขอรับ""คนที่ออกจากประตูเมืองทิศใต้ คนที่มีบาดแผลเต็มตัวคนนั้น"ตาเฒ่าขับรถม้าตาเป็นประกาย "อ้อ ท่านหมายถึงฮูหยินท่านนั้นสินะ ข้าพานางไปส่งที่ท่าเรือ นางนั่งเรือออกไปแล้ว""นั่งเรือ? เรือไปที่ใด""มุ่งหน้าไปทางใต้ขอรับ ส่วนจะไปที่ใดนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฮูหยินท่านนั้นบอกว่าเรือลำไหนก็ได้ ขอแค่ล่องไปทางใต้ก็พอ"ฮั่วสิงเช่อปล่อยมือจากตาเฒ่าขับรถม้า กระโดดพลิกตัวขึ้นควบม้า วิ่งทะยานไปยังทิศทางของท่าเรือทันทีเขาเร่งควบม้าเต็มกำลัง วิ่งไปสองชั่วยามกว่าจะถึงท่าเรือ ผู้คนบนท่าเรือเดินขวักไขว่ เรือจอดเรียงราย เขาไล่ถามทีละลำ ถามไปสิบกว่าลำ ในที่สุดก็มีคนจำนางได้"เจ้าหมายถึงแม่นางที่มีแผลเต็มตัวคนนั้นน่ะหรือ หน้าตางดงามทีเดียว แต่ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัว" คนขับเรืออัดกล้องยาสูบ "นางนั่งอยู่บนเรือสองวัน ไปลงเรือที่ชิงเจียงผู่ ถามว่าจะไปที่ใดนางก็ไม่ตอบ ถามว่ามีครอบครัวหรือไม่นางก็บอกว่าไม่มี น่าสงสารจริง ๆ"ฮั่วสิงเช่อรีบเดินทางไปยังชิงเจียงผู่ต่อพอไปถึงชิงเจียงผู่ ก็มีคนบอกอีกว่านางเปลี่ยนไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางลงใต้ไปแล้

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 13

    เสิ่นเจามองเขา แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกที่อยู่ให้รู้ฮั่วสิงเช่อหันตัวเดินออกไปทันที ฝีเท้าทั้งร้อนรนทั้งเร่งรีบ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคุ้มคลั่งที่วัดร้างทางทิศตะวันออกของเมือง ขอทานสามสี่คนกำลังล้อมวงดื่มสุราอยู่รอบกองไฟยามเห็นฮั่วสิงเช่อบุกเข้ามา พวกเขายังไม่ทันตั้งตัว ประกายคมดาบก็ตวัดผ่านไปเสียแล้วยามที่คนแรกล้มล้มลง คนอื่น ๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องวิ่งหนีตายฮั่วสิงเช่อลงดาบทีละคน ทุกแผลลึกถึงกระดูก เลือดกระเด็นสาดเต็มใบหน้าเขา"ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!" เขากระชากผมของขอทานคนสุดท้าย แล้วกดร่างลงกับพื้น "ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!"ขอทานตกใจจนปัสสาวะราดใส่กางเกง ร้องไห้สะอื้นวิงวอนขอชีวิต "ท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วยขอรับ! มีคนให้เงินเรามา สั่งให้พวกเราย่ำยีนาง! ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากทำเอง! มีคนบงการขอรับ!""ใคร?!""ไม่...ไม่ทราบขอรับ...เป็นสตรีผู้หนึ่ง ปิดบังใบหน้า มอบเงินห้าร้อยตำลึง บอก...บอกว่าท่านแม่ทัพไม่ต้องการสตรีผู้นั้นแล้ว จะให้พวกพี่น้องเล่นสนุกอย่างไรก็ได้...ท่านแม่ทัพ พวกข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ..."คมดาบตวัดผ่านลำคอ เสียงพลันเงียบลงฮั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status