Share

บทที่ 7

Author: เหรินเจียน
"ท่านแม่ทัพ! อย่า!"

ฉินจิ่นเซ่อกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่องครักษ์ร่างกำยำสองนายพุ่งมาข้างหน้าทันที แล้วดึงกระชากชุดกระโปรงบนร่างของนางออกอย่างไร้ความเมตตา

เพียงชั่วพริบตาเดียว นางก็ถูกถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียงเสื้อตัวในตัวบาง เผยร่างกายท่ามกลางลมหนาวยามค่ำคืนกับสายตาตะกละตะกลามนับไม่ถ้วน

"อย่า! ปล่อยข้านะ!" นางร้องไห้พลางตะโกน พยายามจะปกป้องตัวเอง แต่กลับถูกองครักษ์โยนลงไปในแหล่งรวมตัวของขอทานกลิ่นเหม็นริมแม่น้ำราวกับโยนขยะ

มือหยาบกร้านสกปรกคู่แล้วคู่เล่าโถมเข้ามาจับคลึงราวกับคลื่นซัด ลูบไล้และบีบเค้นไปตามร่างกายของนางอย่างมั่วซั่วไปหมด

"อย่ามาแตะต้องข้า! อย่ามาแตะต้องข้า!" ฉินจิ่นเซ่อร้องไห้สะอื้นอย่างสิ้นหวัง แต่สิ่งที่ตอบรับนางกลับมา คือการย่ำยีเหยียดหยามที่อุกอาจยิ่งขึ้น

พอเห็นฮั่วสิงเช่อคอยปกป้องมู่หลานซีที่สวมเสื้อคลุมหนาเตอะเผยให้เห็นเพียงดวงตาน้ำตาคลอเบ้าคู่นั้นกำลังจะเดินจากไป ฉินจิ่นเซ่อก็ไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหน พลันพุ่งตัวเข้าไปอย่าง แล้วยึดขากางเกงของฮั่วสิงเช่อไว้แน่น

"ฮั่วสิงเช่อ! ได้โปรดเถอะ! อย่าทำกับข้าเช่นนี้เลย!" นางร้องไห้ใจอย่างสลาย น้ำตาเปรอะเต็มใบหน้า

"ข้าไม่ได้ทำร้ายมู่หลานซีจริง ๆ! ท่านทิ้งข้าไว้ที่นี่ ขอทานพวกนี้จะไม่ปล่อยข้าไปแน่..."

ฮั่วสิงเช่อชะงักฝีเท้า ก้มลงมองนางด้วยสายตาเย็นชาราวกำลังมองมดปลวกไร้ค่าตัวหนึ่ง

"เจ้าเป็นผู้หญิงของข้า พวกมันไม่กล้าแตะต้องเจ้าหรอก" เขาง้างนิ้วมือของนางออก น้ำเสียงไร้ความหวั่นไหว "แต่ข้าต้องการสั่งสอนบทเรียนให้เจ้าจำไว้ ต่อไปจะได้ไม่กล้าแตะต้องหลานซีอีก"

พูดจบ เขาเสือกส่งนางออกไปอย่างเลือดเย็น แล้วคุ้มครองมู่หลานซีเดินจากไป

"อย่า! ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!"

ฉินจิ่นเซ่อร้องไห้ตะโกน ทว่าสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงการโถมตัวเข้าใส่ที่บ้าคลั่งยิ่งขึ้นของกลุ่มขอทาน

มีคนทับอยู่บนตัวนาง หายใจกระหืดกระหอบ สอดมือเข้าไปในสาบเสื้อของนาง พูดกับสหายพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย "นังร่านนี่ พวกเราเอามันเลยดีไหม"

มีคนข้าง ๆ เอ่ยเสริม "ใช่! ได้ยินว่าภาพวาดที่ขายตามแผงช่วงนี้ก็คือนางทั้งนั้น ยั่วราคะนัก! ท่านแม่ทัพไม่เอานางแล้ว พวกเราจัดการก็ไม่เป็นไรหรอก!"

"งั้นจะรออะไรอยู่อีกเล่า พี่น้อง ลุยเลย!"

มือนับไม่ถ้วนกดร่างนางลงกับพื้น เสียงเนื้อผ้าฉีกขาด เสียงหัวเราะอันโสโครก ลมหายใจเหม็นเน่า ผสมปนเปกัน โถมเข้าใส่จนนางจมลงในนั้น

ฉินจิ่นเซ่อนอนขดตัวอยู่บนพื้น ร้องไห้สะอื้นจนเสียงเปลี่ยน

"อย่ามาแตะต้องข้า...ได้โปรด... อย่าแตะต้องข้าเลย..."

ทว่าสิ่งที่ตอบรับนาง มีเพียงสายรัดเอวที่ถูกปลดออก และกลุ่มขอทานที่รุมล้อมเข้ามา

ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับไร้จุดสิ้นสุด

รอบแล้วรอบเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า

จนกระทั่งขอบฟ้าเริ่มสว่างขาวเหมือนพุงปลา กลุ่มขอทานพวกนั้นถึงอิ่มเอม บางคนผูกสายรัดเอว บางคนเช็ดปาก เดินแยกย้ายกันไปอย่างสมใจอยาก

ฉินจิ่นเซ่อนอนราบบนพื้น ร่างกายฟกช้ำดำเขียวไปทั่ว เต็มไปด้วยรอยบีบเค้นและรอยฟัน เบื้องล่างมีคราบเลือดแห้งกรังผสมกับของเหลวไม่ทราบชนิด

ไม่รู้ว่าผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด นางถึงค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ยามนี้เสื้อผ้าถูกฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ เหลือเพียงเศษผ้าไม่กี่ชิ้นที่พอถูไถช่วยปกปิดร่างกายไว้

บนท้องถนนเริ่มมีคนมาตั้งแผงค้าขาย พ่อค้าขายอาหารเช้า พ่อค้าขายผัก พ่อค้าขายของโชห่วย ยามได้เห็นสภาพเช่นนี้ของนาง ทุกคนล้วนส่งสายตาแปลก ๆ มา

มีคนจำนางได้ กระซิบกระซาบกับคนข้างๆ "นั่นใช่ฮูหยินท่านแม่ทัพหรือไม่ เหตุใดถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้"

"เจ้ายังไม่รู้หรือ เมื่อคืนท่านแม่ทัพโกรธหนักมาก โยนนางเข้าไปในกองขอทาน พวกขอทานพวกนั้น ก็เลยจับนาง..."

"จริงหรือ นั่นฮูหยินท่านแม่ทัพเชียวนะ..."

"ฮูหยินท่านแม่ทัพแล้วอย่างไร ท่านแม่ทัพไม่ได้พิศวาสเสียหน่อย เจ้าไม่เคยดูภาพวาดพวกนั้นหรือ ท่านแม่ทัพเห็นนางเป็นเพียง..."

เสียงกระซิบกระซาบราวกับแมลงวันบินหึ่ง ๆ อยู่รอบหูของนาง

ฉินจิ่นเซ่อไม่หยุดก้าวเดิน และไม่ได้หันหลังกลับไปมองเช่นกัน

นางเพียงเดินไปราวกับหุ่นยนต์ เท้าเปล่าย่ำผ่านเศษกรวด ย่ำผ่านใบผักเน่า ย่ำผ่านแอ่งน้ำคร่ำที่ไม่ทราบว่าใครสาดไว้ ก้าวไปทีละก้าว มุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียว

เดินไปเดินมา นางก็พลันหยุดเดิน

พอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นหอคอยสูงใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้า

หอคอยเก้าชั้น

ที่แท้วันนี้ ก็ถึงวันที่สิบห้าแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 18

    ฮั่วสิงเช่อยืนอยู่หน้าประตู ฟังเสียงนางร้องไห้อยู่ข้างใน นางกดเสียงไว้ต่ำเบามาก ราวกับไม่อยากให้เขาได้ยินเขาทอดกายพิงประตู ทั้งตัวมีแต่เลือด ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล ย้อมเสื้อผ้าจนชุ่มโชกไปหมด แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยนึกถึงคำพูดของเสิ่นเจา "พอคนจากไปแล้ว นึกเสียใจภายหลังก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี"ยามนั้นเขาไม่เชื่อ มาบัดนี้เขาเชื่อแล้ว แต่มันก็ไม่ทัน ทุกอย่างไม่ทันการณ์อีกต่อไปแล้วเขานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดทั้งคืนยามฟ้าสาง ประตูก็เปิดออกฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงประตู ในมือถือห่อผ้าไว้ห่อหนึ่ง"ข้าจะไปแล้ว" นางเอ่ย น้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งนัก ดวงตาบวมเป่ง แต่นางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว"จะไปที่ใด" ฮั่วสิงเช่อลุกพรวดขึ้นทันที ขาชาจนโซเซอยู่ครู่หนึ่ง บาดแผลตรงไหล่และหน้าอกฉีกขาดพร้อมกัน เลือดทะลักออกมาอีกครั้ง แต่เขากลับไม่สนใจ"ไม่รู้" นางสั่นศีรษะ "ไปในที่ที่ท่านจะตามหาไม่เจอ""เจ้า...""ฮั่วสิงเช่อ" นางพูดตัดบท จ้องเข้าไปในตาของเขา พร้อมเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เรื่องที่ข้าเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการได้แต่งงานกับท่าน สิ่งที่ท่านมอบให้ข้า มีเพี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 17

    ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา นางนิ่งเงียบไปนานมาก"ท่านกลับไปเถิด" นางปิดประตู "ข้าไม่มีวันให้อภัยท่านหรอก"ฮั่วสิงเช่อยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งวันเต็ม ๆวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้าเขามายืนอยู่หน้าประตูทุกวัน แต่ไม่พูดไม่จา ไม่เคาะประตู ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นยามนางออกไปซื้อกับข้าว เขาก็เดินตามหลังไป เว้นระยะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล คอยช่วยบังผู้คนบนท้องถนนให้พ้นจากตัวนางพอนางหันกลับไปมอง เขาก็หยุดก้าวเท้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดวันที่หก ในที่สุดฉินจิ่นเซ่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่" นางยืนอยู่ตรงประตู ขอบตาแดงก่ำ "ท่านทำเช่นนี้มีความหมายหรือ""ไม่มีความหมายหรอก" ฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง เอ่ยเสียงแหบพร่า "แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากเจ้าไม่ให้อภัยข้า ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมายเช่นกัน"นิ้วมือของฉินจิ่นเซ่อพลันกำแน่น"ท่านเอาชีวิตมาข่มขู่ข้าอีกแล้วหรือ" นางเสียงสั่น"ไม่ได้ขู่" ฮั่วสิงเช่อเดินเข้าหานางทีละก้าว สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ "มันคือความจริง ทั้งชีวิตข้า เรื่องที่ผิดพลาดที่สุด ก็คือการผลักไสเจ้าออกไป ข้านึกเสียใจแล้ว ข้าเสียใจแทบตาย แต่เสี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 16

    ประตูเปิดออก ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงธรณีประตู สวมชุดผ้าป่านที่สีซีดจางจนเกือบขาว เกล้าผมปักปิ่นไม้ เรียบง่ายจนบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวชั่วพริบตาที่เห็นเขา สีหน้าของนางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยไม่ใช่ความตกใจ ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบเฉยเมยราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง"ท่านมาทำอะไร" นางถามเสียงเรียบฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง ในคอราวกับมีก้อนสำลีจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออก"ข้า..." เขาเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เหมือนเดิม "ข้ามารับเจ้ากลับไป"ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา จู่ ๆ ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนจางเบาบางราวกับสายลม เพียงถูกลมพัดก็ปลิวหายไป "กลับไป?"นางทวนคำอีกครั้ง "กลับไปที่ใด""กลับจวนแม่ทัพ กลับบ้าน" ฮั่วสิงเช่อก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน "ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ข้า...""ข้ารู้ว่าไม่ใช่ท่าน" ฉินจิ่นเซ่อพูดตัดบท "เป็นฝีมือของมู่หลานซี ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว""เจ้า...เจ้ารู้แล้วหรือ" ฮั่วสิงเช่ออึ้งไป"มีคนมาบอกข้าแล้ว" นางพิงวงกบประตู น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ "บอกว่ามู่หลานซีถูกจับ

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 15

    ฮั่วสิงเช่อตัวสั่นไปทั้งร่าง ราวกับถูกใครบางคนเอามีดแทงเข้าที่หน้าอกเขานึกถึงคืนนั้น วันที่นางคุกเข่าลงกับพื้น คว้าขากางเกงของเขาไว้แล้ววิงวอน "ได้โปรดเถิด อย่าทำกับข้าเช่นนี้เลย""เจ้าเป็นสตรีของข้า พวกมันไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก" เขาตอบ เขาแกะนิ้วมือของนางออกแล้วเขาก็เดินจากไปเขาทิ้งสตรีอ่อนแอคนหนึ่งไว้ท่ามกลางฝูงขอทาน เขาเป็นคนผลักนางลงสู่นรกด้วยมือของเขาเองฮั่วสิงเช่อหันขวับ ชกหมัดเข้าใส่กำแพงจนอิฐแตก ข้อนิ้วแตกจนเลือดเนื้อปนกันเหวอะหวะ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย"ใครก็ได้!" เขาร้องตะโกนจนเสียงแหบ "จับตัวมู่หลานซีไปขังไว้ในคุกใต้ดิน! ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ขอทานทั่วทั้งเมืองหลวง มีเท่าไรก็จับมาให้หมด! ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการถูกย่ำยีดูบ้าง! ให้นางรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น!"องครักษ์พุ่งเข้ามาจับตัวมู่หลานซีลากออกไปนางถูกลากไปพลางหัวเราะไปพลาง หัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ฮั่วสิงเช่อ ท่านไม่มีวันหานางเจอหรอก นางไม่ต้องการท่านแล้ว แม้ต้องตายนางก็ไม่ยอมพบท่านอีก นึกเสียใจไปเถอะ! จงเสียใจไปตลอดชีวิตเลย!"เสียงหัวเราะค่อย ๆ ไกลออกไป เสียงเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในความม

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 14

    คนขับรถม้าชราตกใจจนตัวสั่น "ท่าน...ท่านแม่ทัพ สตรีคนใดหรือขอรับ""คนที่ออกจากประตูเมืองทิศใต้ คนที่มีบาดแผลเต็มตัวคนนั้น"ตาเฒ่าขับรถม้าตาเป็นประกาย "อ้อ ท่านหมายถึงฮูหยินท่านนั้นสินะ ข้าพานางไปส่งที่ท่าเรือ นางนั่งเรือออกไปแล้ว""นั่งเรือ? เรือไปที่ใด""มุ่งหน้าไปทางใต้ขอรับ ส่วนจะไปที่ใดนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฮูหยินท่านนั้นบอกว่าเรือลำไหนก็ได้ ขอแค่ล่องไปทางใต้ก็พอ"ฮั่วสิงเช่อปล่อยมือจากตาเฒ่าขับรถม้า กระโดดพลิกตัวขึ้นควบม้า วิ่งทะยานไปยังทิศทางของท่าเรือทันทีเขาเร่งควบม้าเต็มกำลัง วิ่งไปสองชั่วยามกว่าจะถึงท่าเรือ ผู้คนบนท่าเรือเดินขวักไขว่ เรือจอดเรียงราย เขาไล่ถามทีละลำ ถามไปสิบกว่าลำ ในที่สุดก็มีคนจำนางได้"เจ้าหมายถึงแม่นางที่มีแผลเต็มตัวคนนั้นน่ะหรือ หน้าตางดงามทีเดียว แต่ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัว" คนขับเรืออัดกล้องยาสูบ "นางนั่งอยู่บนเรือสองวัน ไปลงเรือที่ชิงเจียงผู่ ถามว่าจะไปที่ใดนางก็ไม่ตอบ ถามว่ามีครอบครัวหรือไม่นางก็บอกว่าไม่มี น่าสงสารจริง ๆ"ฮั่วสิงเช่อรีบเดินทางไปยังชิงเจียงผู่ต่อพอไปถึงชิงเจียงผู่ ก็มีคนบอกอีกว่านางเปลี่ยนไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางลงใต้ไปแล้

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 13

    เสิ่นเจามองเขา แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกที่อยู่ให้รู้ฮั่วสิงเช่อหันตัวเดินออกไปทันที ฝีเท้าทั้งร้อนรนทั้งเร่งรีบ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคุ้มคลั่งที่วัดร้างทางทิศตะวันออกของเมือง ขอทานสามสี่คนกำลังล้อมวงดื่มสุราอยู่รอบกองไฟยามเห็นฮั่วสิงเช่อบุกเข้ามา พวกเขายังไม่ทันตั้งตัว ประกายคมดาบก็ตวัดผ่านไปเสียแล้วยามที่คนแรกล้มล้มลง คนอื่น ๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องวิ่งหนีตายฮั่วสิงเช่อลงดาบทีละคน ทุกแผลลึกถึงกระดูก เลือดกระเด็นสาดเต็มใบหน้าเขา"ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!" เขากระชากผมของขอทานคนสุดท้าย แล้วกดร่างลงกับพื้น "ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!"ขอทานตกใจจนปัสสาวะราดใส่กางเกง ร้องไห้สะอื้นวิงวอนขอชีวิต "ท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วยขอรับ! มีคนให้เงินเรามา สั่งให้พวกเราย่ำยีนาง! ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากทำเอง! มีคนบงการขอรับ!""ใคร?!""ไม่...ไม่ทราบขอรับ...เป็นสตรีผู้หนึ่ง ปิดบังใบหน้า มอบเงินห้าร้อยตำลึง บอก...บอกว่าท่านแม่ทัพไม่ต้องการสตรีผู้นั้นแล้ว จะให้พวกพี่น้องเล่นสนุกอย่างไรก็ได้...ท่านแม่ทัพ พวกข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ..."คมดาบตวัดผ่านลำคอ เสียงพลันเงียบลงฮั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status