LOGIN“หน้าตาอิ่มเอิบนะมึง หลับมาเต็มอิ่มเลยดิ”
เสียงทักทายจาก พีค เพื่อนในวงการนายแบบและเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนที่สนิทกันมานานเอ่ยทัก ทันทีที่คเชนทร์เดินเข้ามาจนถึงสถานที่สำหรับถ่ายแบบกันวันนี้ คเชนทร์เพียงหันไปยิ้มมุมปากก่อนตอบกลับด้วยคำพูดกำกวมอย่างอารมณ์ดี
“ไม่ได้หลับ แต่อิ่มมาก”
“มึงหมายความเหมือนกูมั้ยวะ ฟังดูแปลกๆ”
“มึงหมายความว่าไงล่ะ ก็ตามนั้น”
คเชนทร์ยักคิ้วให้เพื่อนก่อนจะวางกระเป๋าลงใกล้ๆกันแล้วนั่งลง สายตามองไปยังบรรดาทีมงานที่ยังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมฉากและทุกอย่างให้พร้อมในการถ่ายแบบที่จะเริ่มอีกไม่นานนี้ ก่อนจะมองหาผู้จัดการที่ยังไม่โผล่มาให้เห็นสักทีอย่างแปลกใจ
“ไม่น่าใช่เรื่องดีแล้วกูว่า เปลี่ยนเรื่องๆมึงรู้ยังว่าวันนี้มึงถ่ายคู่ใคร”
พีคเปลี่ยนเรื่องถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนชักจะกวนไม่จบสิ้น แถมเรื่องที่จะถามก็ยังทำเอาตื่นเต้นจนอดลุ้นท่าทางของเพื่อนไม่ได้เลย
“ก็พี่เหมี่ยวไง พี่เอ้บอกกูมาเป็นอาทิตย์แล้ว”
“ก็เหี้ยละ คนที่มาถ่ายกับมึงอ่ะน้องเฟยครับเพื่อน”
พีคเฉลยพลางสังเกตท่าทางเพื่อนที่เหมือนจะยังไม่รับรู้อะไรสักนิดด้วยความแปลกใจ
“บอกกูทีว่าคนละเฟยกับที่กูคิด”
คเชนทร์ที่ได้ยินพลันแข็งค้าง ก่อนจะถามออกมาอีกครั้งทั้งที่ใจหล่นไปถึงตาตุ่มตั้งแต่ได้ยินแล้ว
“เกรงว่าจะเฟยเดียวกัน ลองชุดอยู่นู่นไงถ้ามึงจะเห็นสักนิด”
พีคยืนยันพร้อมชี้นิ้วไปอีกฝั่งของห้องที่มีร่างระหงของนางแบบคนนึงกำลังตรวจชุดอยู่กับทีมงาน แค่ข้างหลังก็ชัดเจนจนคเชนทร์ถึงกับนิ่งค้างและหาคำพูดไม่เจอ บางคนเจอกันทุกวันจนคุ้นเคยยังจำแทบไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไม กับบางคนที่ไม่เคยเจอกันมาหลายปีเห็นแค่ข้างหลังก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร น่าตลก ที่เวลาอยากลืมอะไร เรากลับจำมันจนฝังใจซะอย่างงั้น
“เชน…มึงโอเครึเปล่าวะ”
ท่าทางที่เปลี่ยนไปราวคนละคนกับตอนเข้ามาทำเอาพีคนึกเป็นห่วงเพื่อน แต่ไหนแต่ไรคเชนทร์ก็เป็นคนที่เดาความรู้สึกยากอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงตอนที่อยากจะปิดบังอะไรเลย ถ้าเจ้าตัวไม่พูดก็อย่าหวังว่าจะเข้าใจมัน
“กูไปข้างนอกแป้บนะบอกพี่เอ้ด้วย”
“แต่มันจะได้เวลาแล้วนะมึง มึงยกเลิกไม่ได้นะเชนรู้ใช่มั้ย”
พีคเตือนเพื่อนที่กำลังลุกขึ้นอย่างกังวล ในวงการแบบนี้งานก็คืองาน ต่อให้คเชนทร์จะเป็นลูกเจ้าของค่ายใหญ่แบบนี้ก็ใช่จะทำตามใจได้ รับงานแล้วก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็ต้องรับผลที่ตามมาซึ่งหมายถึงการขาดทุนและอีกหลายๆอย่าง
“อือ กูรู้”
คเชนทร์ตอบรับด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนจากเดิม ก่อนจะเดินออกมาทันทีไม่พูดอะไรอีก พีคได้แต่มองตามด้วยความกังวลและเป็นห่วง เพราะสนิทกันมานานเลยรับรู้ทุกเรื่องของเพื่อนมาตลอด ได้แต่หวังว่าตอนนี้คเชนทร์จะโตมากพอและไม่กลับไปเป็นคเชนทร์ในตอนนั้นอีกแล้ว
—-----------------------------
ควันสีหม่นลอยขึ้นเป็นกลุ่มก้อน ก่อนจะกระจายตัวและจางหายไปในอากาศเหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นจางๆที่บางคนอาจไม่ชอบใจนัก นอกจากคนที่สูบมันเองเท่านั้นถึงจะกล้าสูดมันเข้าปอดอย่างไม่กลัวอันตราย
ลมหายใจหนักๆถูกพ่นทิ้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ได้นับ รู้แต่ว่ายิ่งทำก็ยิ่งหนักอึ้งในใจไม่ได้เบาสบายลงสักนิดเลย มุมปากหยักกระตุกยิ้มเมื่อเรื่องราวที่ฝังกลบมาเนิ่นนานเริ่มออกมาหมุนวนในหัวอีกครั้งให้ขุ่นมัวในใจ
ความทรงจำทุกเศษเสี้ยวที่ตั้งใจจะให้มันจางไปตามกาลเวลา พอถึงตอนนี้คเชนทร์ถึงเข้าใจว่าต่อให้เวลาผ่านไปอีกกี่สิบปี หากใจมันไม่เคยลืมสั่งสมองให้ตายยังไงมันก็จะยังจำอยู่แบบนั้น และทุกความรู้สึกที่เคยพ้นผ่าน เคยเข้าใจว่ามันจะหายไปไม่รู้สึกอะไรเท่าเดิมอีกแล้ว ถึงตอนนี้ ก็เข้าใจสักที ว่ามันยังคงชัดเจนทุกอย่างราวกับเพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อวานเพียงแค่นึกถึงมันอีกครั้ง
จะเป็นความสุขแสนหวาน ความตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่แปลกใหม่ ความขมปร่าในบางคราวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือจะเป็นความสบายใจราวกับได้เป็นเจ้าของโลกเล็กๆที่มีเพียงแค่เรา มันชัดเจน แจ่มชัดขึ้นมาเท่าที่จะนึกออกไม่ว่าเรื่องไหน
ต่อให้เป็นความเจ็บปวดที่สุดที่เคยได้รู้จักและรับมือครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดมาในชีวิตของคเชนทร์ ที่ตอนนั้นทรมานทุรนทุรายราวกับจะผ่านมันไปไม่ได้อีกแล้ว ก็ยังคงชัดเจน ยังคงจำได้ดีว่าเคยเจ็บมากแค่ไหน เพียงแค่ตอนนี้มันไม่ได้รู้สึกว่าโลกจะสลายเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว ที่ผ่านมาที่คิดว่าลืม มันก็แค่ไม่ได้นึกถึงก็แค่นั้น เพราะถ้านึกมันก็ยังชัดเจนอยู่แบบนี้ คนเราล้างความจำในสมองตัวเองได้ที่ไหนกัน
ลมหายใจถูกพ่นออกมายาวๆอีกครั้ง ก่อนที่จะดับบุหรี่ในมือทิ้งลงบนที่เขี่ยเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเริ่มถ่ายงานแล้ว ต่อให้ใจไม่พร้อมไม่อยากเผชิญหน้าแค่ไหน แต่เพราะโตแล้ว ความรับผิดชอบจึงต้องมาก่อนความรู้สึกเสมอ โตมากพอ ที่จะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นอีกแล้ว
“พี่เชน”
ลืมบอกไปอีกอย่าง ว่าคเชนทร์เกลียดช่วงเวลาแบบนี้เหลือเกิน เวลาที่คิดทำใจเอาไว้ว่าต้องรับมือกับอะไร แล้วบังเอิญมันเข้ามาถึงก่อนเวลาจนตั้งตัวไม่ทันแบบนี้ ช่วงเวลา ที่เรามักทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่ทันคิดเอาไว้ก่อนว่าจะต้องรับมือกับมัน
“เฟย….”
ไม่เคยเกลียดเสียงของตัวเองเท่าตอนนี้มาก่อนเลย เสียงที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ แผ่วเบาและสั่นไหว นอกจากชื่อที่เรียกออกมาแล้ว ในหัวก็ว่างเปล่าราวกับคิดอะไรไม่ออกอีกเลย หรือบางที คเชนทร์คนนี้จะยังโตไม่มากพอ หรือบางที คเชนทร์อาจไม่เคยเข้มแข็งอย่างที่ตัวเองคิดตลอดมา
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”
“ไปเจอเพื่อนเก่าแล้วทำไมเมาจนเดินไม่ไหวแบบนี้ครับ หืม”คเชนทร์บ่นเมื่อมารับคนน้องแล้วเจอกับสภาพเมามายเดินเซจนแทบพูดไม่รู้เรื่อง “ไม่เอา ห้ามดุ แด๊ดต้องใจดีรู้มั้ยคะ”คนเมาเถียงก่อนจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้าคนพี่อย่างข่มขู่จนคนมองถอนหายใจใส่ ถ้ารู้ว่าจะเมาขนาดนี้คงไม่ปล่อยมาง่ายๆ หรือไม่ก็คงรีบเคลียร์งานแล้วตามมาเฝ้าเองจะสบายใจกว่า เตยหอมเหมือนจะเชื่อฟังแต่บางครั้งก็ดื้ออย่างคาดเดาไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ว่าไม่เจอกับเพื่อนมานานคงไม่อนุญาตแน่ๆ“ถ้าไม่ใจดีหนูจะได้ออกมาเหรอครับ แด๊ดบอกว่าดื่มได้แต่อย่าเกินลิมิตตัวเองมันอันตรายทำไมไม่ฟังกันบ้างครับ”“อือ ก็แด๊ดมารับงาย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”ร่างบางที่โอนเอนอยู่ในอ้อมกอดคนพี่เถียงออกมาด้วยเสียงยืดยานและท่าทางดื้อรั้นไม่ต่างจากเดิมจนคเชนทร์อ่อนใจ เมาขนาดนี้บ่นไปเจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี พอเข้ามาในรถได้ก็อธิบายอีกครั้งแต่ไม่คิดว่าจะสร้างปัญหาให้ตัวเองเพิ่มซะงั้น“รู้ครับ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหนูก่อนแด๊ดจะทำยังไงครับ ฟังกันหน่อยได้มั้ย”“ฮึก ห้ามดุ แด๊ดใจร้าย”อยู่ๆคนเมาก็ร้องไห้ออกมาจนคเชนทร์ตกใจรีบปลอบแทบไม่ทัน ส่ายหัวไปมาอย่างอ่อนใจที่คงทำอะไรไม่ได้นอกจ
“แด๊ดคะ วันนี้กลับเร็วหน่อยได้มั้ย”เตยหอมถามทันทีที่คนพี่รับสาย เพราะวันนี้เป็นวันที่พิเศษมากๆวันเกิดของคนพี่ที่เจ้าตัวมักจะลืมอยู่เสมอ และเตยหอมเองที่เป็นคนจำและเตรียมอะไรเล็กๆน้อยๆให้ในทุกๆปี“ได้ครับ หนูมีอะไรรึเปล่าให้แด๊ดกลับตอนนี้เลยมั้ย”คเชนทร์ถามด้วยความร้อนใจเพราะคิดว่าเตยหอมอาจมีธุระหรือเรื่องที่ต้องการให้กลับไปหา ตั้งแต่ที่กลับมาเข้าใจกันคเชนทร์ก็ใส่ใจและแคร์กันมากขึ้นกว่าเดิมจนบางทีเตยหอมก็ต้องคอยห้ามในความชอบคิดมากของคนพี่แบบนี้“ไม่เป็นไรค่ะ เสร็จงานแล้วค่อยกลับหนูรอได้ค่ะ”“โอเคค่ะ”—------------------------------คเชนทร์ที่กลับมาหาคนรักทันทีที่งานเสร็จ เดินเข้าห้องด้วยความแปลกใจกับความเงียบและมืดทั้งที่น่าจะเป็นเวลาที่เตยหอมนั่งดูทีวีรอกันเหมือนเคยแท้ๆ แต่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็ช่วยบ่งบอกว่าคนที่หาน่าจะอยู่ในห้องไหนสักที่“หนูครับ เตย หายไปไหนทำไมมืดแบบนี้ครับ”ร่างสูงวางของลงบนโต๊ะหน้าทีวีก่อนจะสาวเท้าไปเปิดไฟเพื่อตามหาคนรัก ยังไม่ทันที่มือจะได้สัมผัสก็ต้องชะงักกับเสียงหวานที่ดังขึ้นด้านหลัง คเชนทร์ยิ้มก่อนจะหันกับมาหาถึงได้เห็นว่าเตยหอมนั้นเดินมาพร้อมเค้กก้อน
“รอนานมั้ยคะ”เตยหอมขึ้นมาบนรถที่คเชนทร์จอดรอไว้ด้วยข้าวของพะรุงพะรังแม้จะแบ่งบางส่วนให้ครอบครัวเอากลับไปบ้างแล้วก็ตาม แต่ระหว่างทางที่เดินมาก็ยังคงมีรุ่นน้อง เพื่อน และรุ่นพี่ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักตามมาให้ของขวัญวันเรียนจบตลอดทางจนเต็มมืออีกรอบแบบนี้ “ไม่นานครับ แล้วพ่อแม่กับพี่ชายหนูล่ะ”คเชนทร์ตอบก่อนจะถามหาครอบครัวของเตยหอมที่กลับมารวมตัวกันในวันสำคัญของเจ้าตัววันนี้ “กลับบ้านไปแล้วค่ะ ฝากชวนพี่ไปกินข้าวที่บ้านพรุ่งนี้ด้วยค่ะ”“โอเคครับ ว่าแต่เรียนจบแล้วยังไม่คิดจะเปิดตัวพี่สักทีเหรอครับ”คเชนทร์แกล้งถามไม่จริงจังนัก เพราะจนป่านนี้เตยหอมก็ยังไม่ยอมเปิดเผยสักทีจนคเชนทร์เลิกเซ้าซี้มานานแล้ว วันนี้ก็เลยเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ไปร่วมถ่ายรูปกับน้องด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะน้อยใจเพราะเรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่เก็บมาใส่ใจกันอีกแล้ว ระหว่างเราแค่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ได้มีความสุขที่มีกันอยู่นั่นก็เพียงพอแล้วจริงๆ“งอนอะไรคะ ตอนนี้พี่ดังกว่าปีก่อนอีกเตยไม่อยากวุ่นวายค่ะ”เตยหอมขยับมาบีบแก้มคนพี่ด้วยความเอ็นดู รู้ว่าคเชนทร์ไม่ได้จริงจังอะไรนอกจากล้อกันเล่นเท่านั้น คเชนทร์ยิ้มให้คนรักก่อ
“พี่เชนอยู่ไหนคะ”เตยหอมถลาเข้ามาหาพีคที่ยืนกระวนกระวายอยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ ดีที่ลุงคนขับรถของเธอตื่นแล้วเตยหอมเลยไม่ต้องโบกแท็กซี่มาเองตอนนี้ ตลอดทางนอกจากภาวนาให้คนพี่ปลอดภัยแล้วเตยหอมก็ได้แต่ร้องไห้อย่างทำอะไรไม่ถูกอีกเลย“ยังอยู่ข้างในครับ หมดกำลังช่วยมันอยู่”“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้คะ แล้วพี่เชนจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย เค้าไม่ได้เป็นอะไรมากใช่มั้ยคะ ฮึก”เตยหอมถามทั้งน้ำตา มองไปทางประตูห้องฉุกเฉินอย่างร้อนรนจนพีคต้องรีบเข้ามาจับไหล่บางให้นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เห็นเตยหอมร้องไห้หนักขนาดนี้ก็รู้สึกสงสารแม้ตัวเองจะกังวลและเป็นห่วงเพื่อนไม่แพ้กันก็ตาม คเชนทร์มีแค่พ่อและเป็นลูกคนเดียว ตอนนี้ที่พ่อของอีกคนอยู่ต่างประเทศถึงได้ฝากฝังให้พีคคอยดูแลให้ก่อนระหว่างที่ตัวเองก็กำลังรีบกลับมา “ใจเย็นๆนะครับ มันต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน เรานั่งรอตรงนี้ดีกว่านะเดี๋ยวหมอก็คงออกมาแหละ”“พี่เชนห้ามเป็นอะไรนะคะ ฮึก”เตยหอมทั้งพูดทั้งสะอื้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ความเป็นห่วงและกังวลตีรวนอยู่ในอกจนห้ามน้ำตาไม่ได้สักนิด กลัวไปหมด กลัวแบบที่ไม่เคยกลัวอะไรมาก่อนในชีวิต ให้แลกกับอะไรตอนนี้เ
“ช่วงนี้มึงยิ้มบ่อยนะ น้องกลับมาแล้วเหรอวะ”พีคนั่งลงใกล้ๆเพื่อนก่อนจะเอ่ยแซวเมื่อเห็นรอยยิ้มประดับอยู่บนหน้าหล่อ ผ่านมาเป็นเดือนหลังที่เจ้าตัวแถลงข่าวไปวันนั้นสิ่งที่เปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัดเวลาเจอกันคือคเชนทร์ยิ้มมากขึ้น สายตาไม่ได้เจือแววเศร้าหมองเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว“เปล่า แค่เค้าคุยกับกูเหมือนเดิมก็ดีใจจะแย่แล้ว”“หึ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างมึงจะคลั่งรักได้ขนาดนี้ ว่าแต่น้องเฟยกลับไปปารีสแล้วจริงๆเหรอวะ”พีคขำเบาๆกับคำตอบก่อนจะถามหาคนเก่าที่เป็นต้นเหตุของปัญหาความรักครั้งนี้ของเพื่อน คเชนทร์ละสายตาจากหน้าแชทที่คุยอยู่กับเตยหอมก่อนจะตอบคำถามเพื่อนด้วยความสบายใจเมื่อนึกถึงการบอกลากันครั้งสุดท้ายที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันและไม่มีอะไรติดค้างต่อกันอีก “อือ วันที่กูแถลงข่าวเค้ามาขอโทษแล้วก็บอกว่าจะกลับไปอยู่ที่นั่นเหมือนเดิม กูเองก็ขอโทษเค้าไปแล้วเหมือนกัน โคตรสบายใจเลยมึง”“เสียดาย ได้ร่วมงานกันแค่นิดเดียวเอง”“นิดเดียวของมึงทำเอาชีวิตกูบรรลัยมากเลยนะไอ้ห่า”คเชนทร์ยกเท้ายันขาเพื่อนด้วยความโมโหทันทีที่เห็นท่าทางอาลัยอาวรณ์ไม่ถูกที่ถูกเวลานั่น พีคยันกลับคืนอย่างไม่ยอมก่อนจะด่ากลับด้วยความหมั
“เตยครับ หนูหายไปไหน เมื่อคืนเราเข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ”คเชนทร์รีบพูดออกไปทันทีที่อีกคนรับสาย เพราะเมื่อคืนที่ตักตวงความสุขจากกันทั้งคืน คเชนทร์ก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ความที่ไม่ได้พักผ่อนเต็มที่มาหลายวันเลยทำให้หลับสนิทจนตื่นมาอีกทีก็ตอนบ่ายแล้ว ความสบายใจที่มีหายวับไปทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่ควรนอนอยู่ข้างๆนั้นหายไป แถมยังหายไปจากห้องด้วยอีกต่างหาก ‘เตยเมาค่ะ ไหนจะข่าวที่เตยเห็นเมื่อวานอีกล่ะคะ”“แต่พี่อธิบายทุกอย่างกับหนูไปหมดแล้วนะครับเมื่อคืนนี้”คเชนทร์แย้งแม้พอจะรู้ว่าเตยหอมน่าจะจำไม่ได้ แต่นาทีนี้อะไรที่เอามาช่วยให้ตัวเองไม่ให้ถูกโกรธได้ก็ขนเอามาจนหมดนั่นแหละ‘เตยเมาขนาดนั้น พี่คิดว่าเตยจะรู้เรื่องเหรอคะ’“ไม่เป็นไรครับ งั้นเย็นนี้หนูรอดูพี่แถลงข่าวทีเดียวก็ได้แล้วหลังจากนั้นเราต้องคุยกันอีกครั้งนะครับ”คเชนทร์ถอนหายใจเมื่อคำตอบเป็นแบบที่คิด ก่อนจะบอกความตั้งใจที่คิดจะทำวันนี้ออกมา หลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรหากทำให้เตยหอมเข้าใจมากขึ้นและยอมกลับมาอยู่ด้วยกันได้ก็จะทำ“ค่ะ”—--------------------------------------และสิ่งที่คเชนทร์ให้รอดูก็ทำเอาเตยหอมใจเต้นรัวด้วยความลุ







