Masukในเวลาต่อมา…
เสียงรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่แล่นผ่านประตูรั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามของบ้านหลังใหญ่เข้ามา ทำให้ลุงแก้วรีบชักสายตาออกมาจากภาพที่กำลังแอบดูอย่างแสนเสียดาย
รีบเดินดุ่มๆ อ้อมกลับมาที่หน้าบ้าน ก่อนที่ใครจะมาเห็นว่ากำลังแอบดูคุณนายช่วยตัวเอง
“ไอ้โมกข์… ทำไมกลับมาเร็วจัง”
ลุงแก้วพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ ทั้งที่ลำเอ็นยังแข็งไม่คลาย ตุงโด่ขึ้นมาเป็นลำจนต้องเอามือกุมเป้าตัวเองซ่อนพิรุธ
“ก็ป้านวลซื้อของเสร็จแล้วนี่นา… ”
ลุงโมกข์ตะโกนตอบ…
ป้านวลคือแม่บ้านที่ทำงานรับใช้อยู่ในบ้านเรือนไทยหลังนี้มานาน หล่อนกำลังหิ้วตะกร้าใส่ข้าวของที่เพิ่งซื้อมาจากตลาด
เป็นที่รู้กันว่าป้านวลจะต้องไปซื้อของที่ตลาดสัปดาห์ละสองครั้งเพื่อมาทำอาหารให้คุณนายและคนงานในบ้านที่ตอนนี้เหลือกันอยู่ห้าชีวิตคือตัวของคุณนาย ป้านวล ลุงแก้วเป็นคนสวน ลุงโมกข์เป็นคนขับรถ และลุงไกรซึ่งเป็นยามเฝ้าทางเข้าออกหน้าประตูเรือนไทยหลังใหญ่
“แล้วนั่นเป็นอะไรล่ะ… ยืนเอามือกุมเป้าอยู่นั่นละ”
ลุงโมกข์แซวลุงแก้ว หลังจากช่วยป้านวลหิ้วของที่ซื้อมา เอาไปไว้ในครัว …
“เอ่อ… ”
ลุงแก้วอึกอักจนมีพิรุธ…
“ท่าทางแบบนี้คิดดีไม่ได้เลย… อย่าบอกนะว่าได้เห็นของดีเข้าแล้ว… ”
ลุงโมกข์เดินเข้ามากระซิบใกล้หูลุงแก้ว เพราะว่าลุงโมกข์ก็เคยแอบดูคุณนายเช่นกัน
“ไอ้ห่า… มึง… เอ่อ… มึงก็เคยเห็นเหมือนกันหรือวะ”
ลุงแก้วตกใจ…
ถ้าลุงโมกข์พูดแบบนี้ก็คงไม่มีอะไรต้องปิดบังกันแล้ว เหมือนผีเห็นผี มองตาก็เห็นสันดาน
“ใช่… ตอนแรกกูได้ยินเสียงร้องไห้ก็เลยอ้อมไปดูทางด้านหลัง… ”
ลุงโมกข์เผยความลับออกมา
“คุณนายแม่งโคตรขาว… โคตรใหญ่… น่าเอามาก”
ลุงโมกข์เผลอหลุดออกมา…
“ไอ้ห่า… กูเพิ่งรู้ว่ามึงคิดแบบนี้กับคุณนาย”
ลุงแก้วว่า…
“หรือว่ามึงไม่คิด…โถ… เนื้อนมไข่ขนาดนั้นใครเห็นแล้วไม่แข็งก็ไม่ใช่ผู้ชาย… ”
ลุงโมกข์กล่าวอย่างไม่เกรงใจใคร วันนี้สิ่งที่เคยเก็บอยู่ในใจได้ระบายออกมาจนสิ้น ใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า ‘กู’ เพราะว่าแกอายุ 49 ปีเท่ากับลุงแก้ว
“กูแค่สงสารคุณนายที่ต้องเป็นหม้าย… ”
ลุงแก้วพยายามข่มความต้องการด้านมืดให้สงบลง ด้วยการพยายามนึกถึงสิ่งดีๆ ที่คุณนายกับสามีชราผู้ล่วงลับของหล่อนมีให้กับคนงานทุกคน
“ใช่… กูก็สงสารเหมือนกันตอนเห็นคุณนายร้องไห้… และยิ่งเวทนาเมื่อได้ยินเสียงครางทรมาน… ”
ลุงโมกข์วกกลับมาที่เรื่องเดิมซึ่งยังค้างคาอยู่ในอารมณ์ คือเรื่องที่เคยเห็นคุณนายแอบเข้ามาช่วยตัวเองในห้องเก็บกระดูกของสามี
“ไอ้บ้า… มึงอย่าพูดเรื่องนี้ให้ใครได้ยินนะ”
ลุงแก้วกำชับเสียงเข้ม…
“ก็เราคุยกันอยู่แค่สองคนใครที่ไหนจะมาได้ยินล่ะ”
ลุงโมกข์ตอบแล้วกล่าวต่อ…
“หรือว่าเราสองคนควรจะช่วยเหลือคุณนายให้คลายเหงา… ”
พูดพลางตวัดลิ้นเลียแผงหนวดเหนือริมฝีปากของตัวเอง ใจคิดไปถึงเนินอกขาวๆ ของคุณนายคนงาม
“เฮ้ย… เกินไปแล้วไอ้โมกข์”
ลุงแก้วถลึงตาใส่ลุงโมกข์…
รีบดึงสติให้กลับมา ยังไงคุณนายก็เป็นภรรยาของคุณท่านเดโชที่มีพระคุณกับทุกคน
“ทำไมล่ะ… มึงลืมวันนั้นแล้วหรือไง วันที่พวกเรามาสมัครงาน… ”
ลุงโมกข์ย้อนระลึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
“ไม่ลืม… ”
ลุงแก้วตอบ…
เคยนึกสงสัยเรื่องนี้เช่นกัน
“สงสัยอะไร… ”
หัวคิ้วของลุงโมกข์ชิดเข้าหากัน รอฟังคำตอบว่ากำลังสงสัยในเรื่องเดียวกันหรือเปล่า
“ก็เรื่องที่คุณท่านเดโชเลือกคนงานที่เอ็นใหญ่อย่างพวกเราเข้ามาทำงานในบ้านหลังนี้น่ะสิ… หรือคุณท่านอาจจะมีแผนการลับบางอย่าง คงอยากให้พวกเราเข้ามาทำหน้าที่ให้ความสุขคุณนายตอนท่านไม่อยู่”
ลุงแก้วกล่าวในสิ่งที่สงสัยมานาน
“นั่นไง… คิดเหมือนกันเลย”
ลุงโมกข์สงสัยมานานแล้ว…
เพราะว่าเคยเห็นคุณท่านเดโชแอบเปิดหนังโป๊ดู เป็นหนังแนวที่สามีให้คนอื่นมารุมเอาเมียตัวเอง
“อาจจะเป็นได้… เพราะบางทีท่าทางและแววตาของคุณท่านก็ดูลุ่มลึกเหมือนคนโรคจิต สุดจะคาดเดาความคิดในหัว”
ลุงแก้วสรุป…
“หรือคุณท่านเดโชรู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ก็อยากให้คุณนายที่ยังสาวได้มีความสุขกับคนงานที่ตัวเองแอบคัดเลือกเอาไว้ให้มาทำหน้าที่แทนตัวเอง… นี่มันเหมือนในหนังโป๊เลยนะ”
ลุงโมกข์กล่าวอย่างตรงไปตรงมาเพราะสงสัยมานาน
“แหม… มึงก็สรุปเข้าข้างตัวเองเกินไปคงอยากเอาคุณนายมากสินะ”
ลุงแก้วว่า…
จากนั้นทั้งสองก็คุยกันถึงเรื่องราวแปลกๆ เมื่อครั้งในอดีตที่ผ่านมา วันนั้นคุณท่านประกาศรับสมัครคนงาน มีทั้งตำแหน่งคนสวน ยาม และคนขับรถ
หลังจากเรียกคนที่สมัครเข้ามาสัมภาษณ์ในห้องส่วนตัวทีละคน สิ่งแรกที่คุณท่านให้ความสนใจหลังจากซักประวัติก็คือรูปร่าง
ทำให้คนที่เข้ามาในห้องสัมภาษณ์ต้องถอดเสื้อผ้าให้คุณท่านเห็นสัดส่วนทุกอย่าง
นอกจากบุคลิกที่ดูแข็งแรงและกำยำล่ำสัน สิ่งที่คุณท่านเน้นเป็นพิเศษก็คือจะต้องมีอวัยวะเพศ ‘ยาว’ และ ‘ใหญ่’
และผู้ชายสามคนผู้โชคดีได้มาทำงานในบ้านหลังนี้ก็คือ ลุงแก้ว ลุงโมกข์ และลุงไกร ซึ่งมีอาวุธประจำกายไซซ์มหึมาขนาดใกล้เคียงกัน
ลุงแก้วย้อนระลึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันนั้น
“พวกมึงถอดเสื้อผ้าออก… ”
น้ำเสียงแหบพร่า เป็นคำสั่งของคุณท่านเดโชที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ข้างๆ มีถ้วยน้ำชาลายครามตั้งอยู่บนโต๊ะไม้สักแกะสลักเป็นลายฉลุงดงาม
“เอ่อ… ต้องถอดเสื้อผ้าด้วยหรือครับ… ”
ลุงแก้วตกใจ…
วาบหนึ่งในความคิด…
แต่ฉันก็ไม่เปลี่ยนชุด…ขี่จักรยานคันเล็กลัดเลาะมาทางหลังบ้าน ค่อยๆ ขี่ไปตามถนนดิน โอบขนานไปด้วยป่าต้นอ้อชูดอกสีขาวพลิ้วไสวทอดยาวมาถึงจุดหมายที่ลุงจอห์นบอกว่าอยู่ในเส้นทางนี้แล้วก็มาถึงในที่สุด…ฉันจอดรถจักรยานทิ้งเอาไว้ข้างรั้วซึ่งมั่นใจว่าคงมาไม่ผิดแน่ ยืนยันด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของคอกม้าและกลิ่นไม้เก่าผสมกลิ่นหญ้ากลิ่นฟางโชยมาแตะจมูก“ว้าว… ม้า… ตัวใหญ่มาก… ”ฉันจ้องมองไปยังคอกม้า…รู้สึกตื่นเต้นกับความใหญ่โตของม้าตัวนี้ สมชื่อม้าไชร์ (Shire Horse) ที่เสี่ยช้างสามีของฉันเคยบอกว่ามันเป็นสายพันธุ์ม้าที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลกฉันเดินเข้ามาใกล้คอกม้า…ใกล้มากจนได้ยินเสียงของลมหายใจฟืดฟาดคลอไปกับเสียงเคี้ยวหญ้าแห้งอย่างเพลิดเพลิน“สวยจัง… ตัวใหญ่มาก”ฉันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเบื้องหน้าเอาไว้ สะดุดตากับภาพของม้าสองตัวยืนสงบนิ่งอยู่ในคอกไม้ใกล้ๆ กันนี่คือครั้งแรกในชีวิต ที่ฉันมีโอกาสได้มายืนใกล้ชิดสัตว์ใหญ่อย่างม้า“เฮ้… สวัสดีจ้ะเพื่อน”ฉันส่งเสียงทักทายผูกมิตร…เจ้ามาได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองฉัน มันคงแปลกกลิ่น“เฮ้… นายคงไม่กัดฉันนะ… ”ฉันรู้สึกถูกชะตากับม้า…เราสบตากัน
“ลุงจอห์นเคยเป็นครูสอนขี่ม้ามาก่อน” เสี่ยช้างรู้ว่าฉันอยากขี่ม้า… จึงหาเรื่องที่อยู่ในความสนใจของฉันมาล่อ “ว้าว… หนูอยากลองขี่ม้าค่ะ… ยากไหมคะ ว่าแต่จะโดนม้าดีดไหมคะ… ” ประโยคนี้ที่ฉันเอ่ยออกมาทำให้มีเสียงหัวเราะตามมา “ไม่หรอกครับ ฝึกได้ไม่ยากครับ… แต่จะต้องสร้างความคุ้นเคยกับม้าก่อน” ลุงจอห์นว่า… “งั้นฝากลุงจอห์นช่วยสอนคุณนายขี่ม้าด้วยนะ… ” เสี่ยช้างสั่งไว้เพราะรู้ว่าฉันอยากลองขี่ม้าจริงๆ… “ได้เลยครับนาย… ”ลุงจอห์นรับปาก “แต่ระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ… ” ไม่วายที่สามีจะเป็นห่วงฉัน “ไม่ต้องห่วงครับนาย ผมรับรองว่าจะดูแลคุณนายอย่างดี… ” ลุงจอห์นรีบรับปาก… ฉันกวาดสายตาจากแผงอกกว้างลงมาที่ช่วงล่างของเขา สะดุดตากับเป้ากางเกงและสะโพกแน่นรับกับต้นขา ก้นตึงเต็มอยู่ในกางเกงยีนส์สีซีดขาดรุ่ยตรงเข่า ดูเข้ากันกับผ้าขาวม้าผูกคาดเอวไว้อย่างหลวมๆ..... “เบียร์สักกระป๋องไหมที่รัก… ” เสี่ยช้างชวนฉันดื่มพลางเหลือบมองไปยังลังน้ำแข็งแช่เบียร์ที่เตรียมม
“ก็เสี่ยช้างบอกป้า… เมื่อเดือนก่อนเสี่ยช้างถามป้าไม่คิดจะมีผัวใหม่บ้างหรือ ถ้าสนใจเขาจะแนะนำลุงจอห์นให้ แกเป็นม่ายมาหลายปีแล้ว เสี่ยว่าถ้าป้าสนใจก็จะให้ย้ายมาเป็นแม่บ้านดูแลคนงานในไร่วังน้ำเขียวกับลุงจอห์น… ” “แล้วป้าตอบว่ายังไง… ” “ไม่เอา… ก็ตอนนั้นป้ายังไม่เคยเห็นลุงจอห์นนี่นา” ป้าแจ่มตอบเขินๆ… “ป้าพลาดของดีไปแล้ว… ” ฉันแซว… “เสียดายเนาะ… ” “งั้นป้าก็จีบต่อสิ… ไหนๆ ก็มาเจอกันแล้วนี่นา” “อุ๊ย… อาจจะเป็นแค่ความคิดของเสี่ยช้างที่อยากให้ป้ามีผัวใหม่ แต่ลุงจอห์นอาจจะไม่รู้อะไรด้วย… ลุงจอห์นอาจจะไม่ชอบป้า… ” “งั้นการมาครั้งนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ป้าจะได้ทำความรู้จักกับลุงจอห์น… ” “ไม่ดีกว่า… ป้าแก่แล้วจ้ะ อยู่คนเดียวก็สบายดี” ป้าแจ่มตอบ… จากนั้นเสี่ยช้างกับลุงจอห์นก็พากันเดินมาตรงที่เรากำลังนั่งเม้าท์กันไปตามประสาผู้หญิง “ลุงจอห์น… นี่คุณพลอยเมียฉัน” ลุงแผนแนะนำฉัน…โดยหารู้ไม่ว่าฉันแอบตะลึงในความหล่อล่ำสะดุดตาของลุงจอห์น “สวัสดีครับคุณนาย… ”
“ชอบค่ะ… ”ฉันหันกลับมาแนบแก้มคลอเคลียกับจมูกของเขา“ได้เปลี่ยนที่เปลี่ยนบรรยากาศแล้วรู้สึกมีอารมณ์”เสี่ยช้างกล่าวทำเอาฉันเขิน ป้าแจ่มก็ยังอยู่ข้างหลัง“อุ๊ย… พูดอะไรไม่อายป้าแจ่ม”ฉันตีแขนเสี่ยช้างเสียงดังเพียะ“ไม่ต้องเขินหรอกค่ะคุณนาย… อิอิ… ”ป้าแจ่มรีบหันไปชมนกชมไม้…ก่อนจะเดินไปที่รถ เมื่อเหลือบไปเห็นคนงานชายสองคนเข้ามาช่วยขนสัมภาระที่ท้ายรถกระบะคันใหญ่จอดไว้หน้าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินหญ้าโอบล้อมไว้ด้วยไร่ข้าวโพดทอดยาวไปถึงชายเขาด้านหลังในเวลาต่อมา…“สวัสดีครับนาย… ” ฉันได้ยินเสียงคนงานกล่าวทักทายเสี่ยช้าง กำลังนั่งพุงพลุ้ยจิบเบียร์เย็นฉ่ำอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี “เป็นไงบ้างลุงจอห์น… ” ได้ยินเสียงเสี่ยช้างและชื่อของชายที่ถูกเรียกขาน ทำให้ฉันต้องเดินออกมามอง เพราะเคยได้ยินชื่อนี้มานานแต่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้ง จึงอยากรู้ว่าชายคนนี้หน้าตาเป็นยังไง “ครับ… งานที่นายสั่งไว้เรียบร้อยดีครับ” ลุงจอห์นเดินมาใกล้เสี่ยช้าง… “นั่งก่อน… ” เสี่ยช้างผายมือเชื้อเชิญหัวหน้าคนงาน “ขอบคุณครั
เมื่อนึกถึงไร่ข้าวโพดที่ไหนก็คงหนีไม่พ้นบรรยากาศของแสงแดดและความร้อนอบอ้าวที่ฉันจินตนาการเอาไว้ล่วงหน้าอีกครู่ใหญ่ๆ ต่อมา…“โน่นไง… ถึงแล้ว… ”เสี่ยช้างกล่าว…ทันทีที่รถจอดสนิท ฉันเปิดประตูออก กระแสลมเย็นพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้าวูบหนึ่ง พากลิ่นไอดินและกลิ่นหญ้าเขียวขจีเข้ามาทักทาย“ว้าว… บรรยากาศดีจริงๆ ด้วยค่ะ… ”ฉันก้าวลงจากรถ แล้วภาพที่ปรากฏสู่สายตาก็ทำให้ต้องชะงักอยู่กับที่“อู้ว… ทุ่งหญ้าสวยมากค่ะ”ฉันทอดสายตามองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก…ตรงหน้าของฉันไม่ใช่ความแห้งแล้งอย่างที่คิดเอาไว้ หากแต่เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดตา“ว้าว… สวยจริงๆ ด้วยค่ะคุณนาย”ป้าแจ่มก้าวลงจากรถแล้วเดินตามหลังมา ยืดอกสูดโอโซนที่ไม่ได้เจอมานาน อันที่จริงบ้านที่สุพรรณบุรีก็อากาศดี แต่ไม่เท่าวังน้ำเขียวแห่งนี้“สวยเหมือนสวิตเซอร์แลนด์เลยค่ะ… ”ฉันทอดสายตามองไปยังไร่ข้าวโพดสุดกว้างขวาง ต้นเรียงแถวตรงเป็นระเบียบ บ้างก็สลับสล้างลงไปตามแนวลอนของเนินเขาต่ำบ้างสูงบ้าง“ทางนี้ข้าวโพดยังอ่อน แต่ด้านโน้นใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ในอีกสองสามวัน”เสี่ยช้างเดินตามมา…ชี้ชวนให้ดูผลผล
เขาบรรยายภาพของไร่ข้าวโพดที่ซื้อเอาไว้ ฉันฟังแล้วรู้สึกสนใจกับคำว่าขี่ม้าและน้ำตกขึ้นมาทันที“อุ๊ย… มีน้ำตกด้วย และมีม้าให้ขี่ด้วยหรือคะ… ”ฉันรีบถาม…“ใช่… ที่ฉันซื้อไว้คือม้าไชร์ (Shire Horse) เป็นสายพันธุ์ม้าที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลก”เสี่ยช้างพยายามหาอะไรมา“อู้ว… น่าสนใจ แล้วตัวใหญ่มากไหมคะ”ที่ผ่านมาฉันเคยได้ยินเขาพูดเรื่องม้า แต่ก็ไม่ได้สนใจ“ตัวใหญ่มากและแข็งแรงมาก ไม่รู้ว่าเธอเคยเห็นม้าไชร์หรือเปล่า… ”“ไม่เคยค่ะ… ”ฉันส่ายหน้า…“เป็นม้าที่สวยงามและทรงพลังมาก มีจุดเด่นคือขนยาวปกคลุมบริเวณข้อเท้าและมีนิสัยอ่อนโยน… ”“อยากเห็นค่ะ… ”“เธอจะได้เห็น… ”“หนูอยากลองขี่ม้า… ”“เธอจะได้ขี่… ”“จริงนะคะ… ”“จริงสิ… จะโกหกทำไม งั้นตกลงว่าเธอจะไปไร่ข้าวโพดที่วังน้ำเขียวกับฉันแล้วใช่ไหม… ”“ค่ะ… ” อีกสามวันต่อมา…เมื่อถึงวันเดินทาง ครั้งนี้เสี่ยช้างทำหน้าที่เป็นโชว์เฟอร์ขับรถมาเองเพราะเพิ่งถอยรถฟอร์ดป้ายแดงมาหมาดๆจึงอยากทดสอบสมรรถนะของรถและสุขภาพร่างกายของตัวเองไปพร้อมกับการเดินทางไกลในครั้งนี้ ซึ่งปกติจะมีลุงพวนเป็นคนขับรถตู้พามาไร่แห่งนี้“ใกล้จะถึงแล้ว… ”หลังจากรถยนต์เคลื่อน
ลุงไกรกล่าวออกมาอย่างแสนเสียดาย…แกผ่านโลกมาอย่างโชกโชนและรู้ทุกความเคลื่อนไหวในบ้านหลังนี้รู้กระทั่งว่าคุณนายมยุรีกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์เปล่าเปลี่ยวและเหว่ว้าอย่างที่สุดก็เพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีพัสดุมาส่ง ด้วยความสงสัยลุงไกรจึงแอบเปิดดูอย่างเสียมารยาท ทำให้ได้รู้ว่าคุณนายแอบสั่งดิลโด้ดุ้นเขื
คุณนายกล่าวเสียงกระเส่า…หล่อนเหลียวหลังกลับมาแนบใบหน้าคลอเคลียกับปลายจมูกโด่งเป็นสันของลุงแก้วจูบกันอ้อยอิ่งราวกับไม่อยากจะแยกจาก แต่เสียงรถกระบะที่ลุงไกรเป็นคนขับแล่นกลับเข้ามาถึงบ้านก็ทำให้ทั้งสองต้องผละออกจากกันอย่างแสนเสียดาย ลุงแก้วรีบขยับเอวถอนลำเอ็นออกจากรูสวาทของคุณนายที่โดนทะลวงจนกลวงโบ
ลุงแก้วกลั้นใจซอยยิกไม่ยั้ง…“อูยย… เสียวเหลือเกินลุงแก้วจ๋า”ยิ่งคุณนายร้องครางลุงแก้วยิ่งมันส์ เร่งขยับสะโพกโยกเอว ดันลำเนื้อแทงเข้าใส่คุณนายอย่างหน่วงหนัก ไม่นานก็มีน้ำกามสีขาวข้นราวกะทิแตกทะลักออกมาจากหัวเอ็นสีม่วงถอกบาน“อ๊ะ… อ๊ายยยยยย… ”คุณนายกรีดร้องเสียงดังลั่น คลอไปกับเสียงครางของลุงแก้ว
ลุงแก้วเสียวจัด…เอามือฟาดก้นหนั่นแน่นของคุณนายจนเป็นรอยแดง โก่งเอวแทงลำเนื้อเข้าใส่ราวกับมิรู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เหมือนจะใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่า ในวันที่ได้มอบความเป็นผัวให้กับคุณนายที่ตัวเองแอบหมายปองอยู่เงียบๆ มานาน“อ๊า… อ๊า… ลุงแก้วจ๋าเอาแรงจัง… ”เสียงของคุณนายกระเส่า…เมื่อร่างกายที่เหว





![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

