Masukทำให้อดคิดไม่ได้ว่าคุณท่านเป็นประเภทมีรสนิยมชื่นชอบไม้ป่าเดียวกันหรืออย่างไร จึงสั่งให้ตนถอดเสื้อผ้าออกให้หมดเหมือนอยากเห็นอาวุธประจำกายของผู้ชายด้วยกัน
“ใช่… เอ็งถอดเสื้อผ้าออกให้หมดไม่ต้องเหลือสักชิ้น”
คำพูดของคุณท่านที่ได้ยินและดวงตาที่หรี่มองอย่างครุ่นคิดนั้นดูคล้ายกับคนโรคจิต ทำให้ลุงแก้วรู้สึกอับอายจนอยากจะเดินกลับออกไปจากบ้านหลังนี้ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอยากได้งานทำใจจะขาด…
หลังจากพูดคุยกันในเบื้องต้นเมื่อครู่ก่อนหน้า ทำให้รู้ว่าคุณท่านเดโชยินดีที่จะจ่ายเงินเดือนให้เยอะ
ขอเพียงแค่คุณสมบัติของใครผ่านเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งลุงแก้วก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องถอดเสื้อผ้าเปลือยกายต่อหน้า
อึดใจต่อมา…
หลังจากปราการด่านสุดท้ายซึ่งก็คือกางเกงในโดนถอดออกจากกึ่งกลางกายของลุงแก้ว
“โอ๊ว… ”
คุณท่านถึงกับร้องอุทานออกมากับอาวุธประจำกายของลุงแก้วที่ได้เห็น เมื่อไม่มีกางเกงในโอบอุ้มเครื่องเพศเอาไว้แรงดึงดูดของโลกทำให้มันห้อยลงมาแก่งเหมือนกล้วยหอมดุ้นใหญ่
แม้ยังไม่แข็งตัวแต่ก็อวดความมหึมาจนคุณท่านถึงกับต้องคว้าไม้เท้า พาร่างผอมบางลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้ามาดูใกล้ๆ
ก่อนจะคว้ารีโมทมากดเปิดทีวีจอแบนติดตั้งไว้ข้างฝาผนังของห้อง พลันนั้นเองภาพของหนังโป๊ที่มีหญิงชายคู่หนึ่งกำลังเอากันก็ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ
“โอ๊ว… ”
ลุงแก้วอุทานด้วยความตกใจ…
เมื่อถูกกระตุ้นอารมณ์ด้วยเสียงและภาพเคลื่อนไหวในจอขนาดใหญ่ ตามความตั้งใจของคุณท่านที่อยากเห็นอาวุธประจำกายขณะที่ตื่นตัวเต็มที่
เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ ภาพเคลื่อนไหวในจอสุดเร่าร้อนก็ปลุกอารมณ์ของลุงแก้วได้อย่างง่ายดาย
ยืนยันด้วยอาวุธประจำกายที่แข็งตัวชูชัน ผงาดขึ้นมาขนานกับท้องแน่นไปด้วยลอนกล้าม ทั้งลำโอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดลายเอ็นปูดโปนเหมือนรากไม้เป็นสายกระจายโอบรอบลำสีน้ำตาลเข้ม
“ว้าว… ใหญ่ยังกับท่อนแขนเด็ก… ”
คุณท่านเดโชร้องอุทานกับสิ่งที่ตัวเองกำลังค้นหาจากผู้ชายหลายคนที่เข้ามาสมัครงาน
“อู้ว… นี่แหละคือสิ่งที่สวรรค์สรรค์สร้างให้มาต่างกัน แม้แต่เศรษฐีมีเงินอย่างกูก็ไม่อาจซื้อความยาวใหญ่แบบนี้ได้… ”
คุณท่านเดโชร้องอุทานกับความมหึมาตรงหน้าอย่างนึกอิจฉา
สรุปว่าลุงแก้วได้งานอย่างไม่ต้องสงสัย จากนั้นลุงโมกข์และลุงไกร ก็ได้งานตามมาอีกสองคนเช่นกัน
ด้วยวิธีการทดสอบเดียวกันกับลุงแก้วที่ได้งานไปก่อนหน้า นี่คือที่มาของ ‘คนงานทั้งสาม’ ที่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในเรือนไทยหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความลับแห่งนี้
อีกสัปดาห์ต่อมา…
“ขับรถดีๆ นะจ๊ะลุงโมกข์… ”
คุณนายมยุรีที่อยู่ในชุดไว้ทุกข์สีดำเรียบหรู ร้องสั่งลุงโมกข์ที่กำลังจะขับรถตู้แล่นออกไปจากประตูรั้วอัลลอยด์ของบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์
วันนี้ลุงโมกข์จะต้องไปส่งป้านวลเดินทางไปทำธุระที่ฟาร์ม ตั้งอยู่ในอำเภอวังน้ำเขียว
เป็นฟาร์มที่เถ้าแก่เดโชตัดสินใจซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิมซึ่งเป็นเพื่อนเก่า ทว่าเอามาบริหารดูแลได้ไม่นานนัก คุณท่านเดโชก็มีอันต้องหัวใจวายจากโลกนี้ไปเสียก่อน นี่แหละที่เขาว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
“ครับคุณนาย… ”
ลุงโมกข์ชะโงกใบหน้าออกมาขานรับเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางประกายแสงแดดสาดมากระทบหลังมือที่เต็มไปด้วยเส้นขนและเส้นเลือดกระจายไปทั่วแขนกำยำ วางอยู่บนพวงมาลัยในตำแหน่งคนขับ เตรียมพร้อมจะนำรถขับเคลื่อนออกไปจากบ้านหลังใหญ่
“อีกสามวันเจอกันนะคะคุณนาย… ”
ป้านวลชะโงกใบหน้าออกมาจากรถ…
หล่อนเป็นตัวแทนของคุณนายมยุรี ต้องไปจัดการธุระในฟาร์มแทนคุณนายที่วันๆ เอาแต่เก็บตัว
“คุณนายน่าจะไปด้วยกันนะคะ… ”
ป้านวลชวน…
อันที่จริงเรื่องนี้ป้านวลได้ลองพยายามแล้ว อยากให้คุณนายเดินทางไปด้วยกัน ได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง จะได้ลืมความเศร้าโศกเสียใจในอดีตจากการสูญเสียสามี
เพราะว่าหลังจากเถ้าแก่เดโชอำลาจากโลกนี้ไปแล้ว คุณนายก็เอาแต่เศร้าโศกเสียใจอาลัยอาวรณ์ โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ที่ทำให้คุณท่านต้องหัวใจวาย
ซึ่งประเด็นนี้…
ก็ยังเป็นที่สงสัยว่าเพราะอะไรเถ้าแก่เดโชจึงหัวใจวาย และเรื่องนี้ก็มีแต่คุณนายมยุรีคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร
พลันสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของลุงจอห์นเป็นเขาจริงๆ ด้วย…“สวัสดีครับคุณนาย… ”ลุงจอห์นเอ่ยทัก…ฉันจ้องมองเขาอย่างตะลึง บรรยากาศภายในโรงเลี้ยงม้าอบอ้าวไปด้วยกลิ่นหญ้ากลิ่นฟางแสงแดดยามเข้าสาดเข้ามากระทบร่างบึกบึนกำยำ ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางละอองฝุ่นฟางลอยคลุ้งอยู่ในลำแสงแดด สาดเข้ามากระทบร่างกายของลุงจอห์นพอดี“สวัสดีค่ะ… ”ฉันทักทายกลับ…ยังสะดุดตากับรูปร่างกำยำของลุงจอห์น เขาใส่เพียงเสื้อกล้ามตัวบางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เห็นแผงอกเต็มไปด้วยเส้นขนสีดำและมัดกล้ามเนื้ออย่างคนที่ผ่านการออกกำลังกายหรือทำงานมาอย่างหนัก“คุณนายมาแต่เช้าเลยนะครับ… ”เขากล่าวพร้อมกับยิ้ม…ใบหน้าคมเข้มมีร่องรอยประสบการณ์ตามวัย หนวดเคราบนใบหน้าเพิ่มความดุดันและกร้าวแกร่งเรามองสบตากัน…ดวงตาคมปลาบภายใต้คิ้วหนาฉายพลังความเร่าร้อนออกมาแวบหนึ่งให้ฉันสุงเกตได้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนนุ่มนวลเมื่อริมฝีปากขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม“ค่ะ… พอดีตื่นเช้า เอ่อ… ก็เลยนึกถึงคอกม้าที่ลุงจอห์นบอกเอาไว้ว่าอยู่ทางนี้… ”ไม่รู้ว่าทำไมจึงรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเจอหน้าเขา…จ้องมองลุงจอห์นเอื้อมมือหยาบใหญ่ไปลูบแผงคอม้า แสงแดดยาดมากระทบ
แต่ฉันก็ไม่เปลี่ยนชุด…ขี่จักรยานคันเล็กลัดเลาะมาทางหลังบ้าน ค่อยๆ ขี่ไปตามถนนดิน โอบขนานไปด้วยป่าต้นอ้อชูดอกสีขาวพลิ้วไสวทอดยาวมาถึงจุดหมายที่ลุงจอห์นบอกว่าอยู่ในเส้นทางนี้แล้วก็มาถึงในที่สุด…ฉันจอดรถจักรยานทิ้งเอาไว้ข้างรั้วซึ่งมั่นใจว่าคงมาไม่ผิดแน่ ยืนยันด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของคอกม้าและกลิ่นไม้เก่าผสมกลิ่นหญ้ากลิ่นฟางโชยมาแตะจมูก“ว้าว… ม้า… ตัวใหญ่มาก… ”ฉันจ้องมองไปยังคอกม้า…รู้สึกตื่นเต้นกับความใหญ่โตของม้าตัวนี้ สมชื่อม้าไชร์ (Shire Horse) ที่เสี่ยช้างสามีของฉันเคยบอกว่ามันเป็นสายพันธุ์ม้าที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลกฉันเดินเข้ามาใกล้คอกม้า…ใกล้มากจนได้ยินเสียงของลมหายใจฟืดฟาดคลอไปกับเสียงเคี้ยวหญ้าแห้งอย่างเพลิดเพลิน“สวยจัง… ตัวใหญ่มาก”ฉันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเบื้องหน้าเอาไว้ สะดุดตากับภาพของม้าสองตัวยืนสงบนิ่งอยู่ในคอกไม้ใกล้ๆ กันนี่คือครั้งแรกในชีวิต ที่ฉันมีโอกาสได้มายืนใกล้ชิดสัตว์ใหญ่อย่างม้า“เฮ้… สวัสดีจ้ะเพื่อน”ฉันส่งเสียงทักทายผูกมิตร…เจ้ามาได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองฉัน มันคงแปลกกลิ่น“เฮ้… นายคงไม่กัดฉันนะ… ”ฉันรู้สึกถูกชะตากับม้า…เราสบตากัน
“ลุงจอห์นเคยเป็นครูสอนขี่ม้ามาก่อน” เสี่ยช้างรู้ว่าฉันอยากขี่ม้า… จึงหาเรื่องที่อยู่ในความสนใจของฉันมาล่อ “ว้าว… หนูอยากลองขี่ม้าค่ะ… ยากไหมคะ ว่าแต่จะโดนม้าดีดไหมคะ… ” ประโยคนี้ที่ฉันเอ่ยออกมาทำให้มีเสียงหัวเราะตามมา “ไม่หรอกครับ ฝึกได้ไม่ยากครับ… แต่จะต้องสร้างความคุ้นเคยกับม้าก่อน” ลุงจอห์นว่า… “งั้นฝากลุงจอห์นช่วยสอนคุณนายขี่ม้าด้วยนะ… ” เสี่ยช้างสั่งไว้เพราะรู้ว่าฉันอยากลองขี่ม้าจริงๆ… “ได้เลยครับนาย… ”ลุงจอห์นรับปาก “แต่ระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ… ” ไม่วายที่สามีจะเป็นห่วงฉัน “ไม่ต้องห่วงครับนาย ผมรับรองว่าจะดูแลคุณนายอย่างดี… ” ลุงจอห์นรีบรับปาก… ฉันกวาดสายตาจากแผงอกกว้างลงมาที่ช่วงล่างของเขา สะดุดตากับเป้ากางเกงและสะโพกแน่นรับกับต้นขา ก้นตึงเต็มอยู่ในกางเกงยีนส์สีซีดขาดรุ่ยตรงเข่า ดูเข้ากันกับผ้าขาวม้าผูกคาดเอวไว้อย่างหลวมๆ..... “เบียร์สักกระป๋องไหมที่รัก… ” เสี่ยช้างชวนฉันดื่มพลางเหลือบมองไปยังลังน้ำแข็งแช่เบียร์ที่เตรียมม
“ก็เสี่ยช้างบอกป้า… เมื่อเดือนก่อนเสี่ยช้างถามป้าไม่คิดจะมีผัวใหม่บ้างหรือ ถ้าสนใจเขาจะแนะนำลุงจอห์นให้ แกเป็นม่ายมาหลายปีแล้ว เสี่ยว่าถ้าป้าสนใจก็จะให้ย้ายมาเป็นแม่บ้านดูแลคนงานในไร่วังน้ำเขียวกับลุงจอห์น… ” “แล้วป้าตอบว่ายังไง… ” “ไม่เอา… ก็ตอนนั้นป้ายังไม่เคยเห็นลุงจอห์นนี่นา” ป้าแจ่มตอบเขินๆ… “ป้าพลาดของดีไปแล้ว… ” ฉันแซว… “เสียดายเนาะ… ” “งั้นป้าก็จีบต่อสิ… ไหนๆ ก็มาเจอกันแล้วนี่นา” “อุ๊ย… อาจจะเป็นแค่ความคิดของเสี่ยช้างที่อยากให้ป้ามีผัวใหม่ แต่ลุงจอห์นอาจจะไม่รู้อะไรด้วย… ลุงจอห์นอาจจะไม่ชอบป้า… ” “งั้นการมาครั้งนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ป้าจะได้ทำความรู้จักกับลุงจอห์น… ” “ไม่ดีกว่า… ป้าแก่แล้วจ้ะ อยู่คนเดียวก็สบายดี” ป้าแจ่มตอบ… จากนั้นเสี่ยช้างกับลุงจอห์นก็พากันเดินมาตรงที่เรากำลังนั่งเม้าท์กันไปตามประสาผู้หญิง “ลุงจอห์น… นี่คุณพลอยเมียฉัน” ลุงแผนแนะนำฉัน…โดยหารู้ไม่ว่าฉันแอบตะลึงในความหล่อล่ำสะดุดตาของลุงจอห์น “สวัสดีครับคุณนาย… ”
“ชอบค่ะ… ”ฉันหันกลับมาแนบแก้มคลอเคลียกับจมูกของเขา“ได้เปลี่ยนที่เปลี่ยนบรรยากาศแล้วรู้สึกมีอารมณ์”เสี่ยช้างกล่าวทำเอาฉันเขิน ป้าแจ่มก็ยังอยู่ข้างหลัง“อุ๊ย… พูดอะไรไม่อายป้าแจ่ม”ฉันตีแขนเสี่ยช้างเสียงดังเพียะ“ไม่ต้องเขินหรอกค่ะคุณนาย… อิอิ… ”ป้าแจ่มรีบหันไปชมนกชมไม้…ก่อนจะเดินไปที่รถ เมื่อเหลือบไปเห็นคนงานชายสองคนเข้ามาช่วยขนสัมภาระที่ท้ายรถกระบะคันใหญ่จอดไว้หน้าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินหญ้าโอบล้อมไว้ด้วยไร่ข้าวโพดทอดยาวไปถึงชายเขาด้านหลังในเวลาต่อมา…“สวัสดีครับนาย… ” ฉันได้ยินเสียงคนงานกล่าวทักทายเสี่ยช้าง กำลังนั่งพุงพลุ้ยจิบเบียร์เย็นฉ่ำอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี “เป็นไงบ้างลุงจอห์น… ” ได้ยินเสียงเสี่ยช้างและชื่อของชายที่ถูกเรียกขาน ทำให้ฉันต้องเดินออกมามอง เพราะเคยได้ยินชื่อนี้มานานแต่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้ง จึงอยากรู้ว่าชายคนนี้หน้าตาเป็นยังไง “ครับ… งานที่นายสั่งไว้เรียบร้อยดีครับ” ลุงจอห์นเดินมาใกล้เสี่ยช้าง… “นั่งก่อน… ” เสี่ยช้างผายมือเชื้อเชิญหัวหน้าคนงาน “ขอบคุณครั
เมื่อนึกถึงไร่ข้าวโพดที่ไหนก็คงหนีไม่พ้นบรรยากาศของแสงแดดและความร้อนอบอ้าวที่ฉันจินตนาการเอาไว้ล่วงหน้าอีกครู่ใหญ่ๆ ต่อมา…“โน่นไง… ถึงแล้ว… ”เสี่ยช้างกล่าว…ทันทีที่รถจอดสนิท ฉันเปิดประตูออก กระแสลมเย็นพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้าวูบหนึ่ง พากลิ่นไอดินและกลิ่นหญ้าเขียวขจีเข้ามาทักทาย“ว้าว… บรรยากาศดีจริงๆ ด้วยค่ะ… ”ฉันก้าวลงจากรถ แล้วภาพที่ปรากฏสู่สายตาก็ทำให้ต้องชะงักอยู่กับที่“อู้ว… ทุ่งหญ้าสวยมากค่ะ”ฉันทอดสายตามองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก…ตรงหน้าของฉันไม่ใช่ความแห้งแล้งอย่างที่คิดเอาไว้ หากแต่เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดตา“ว้าว… สวยจริงๆ ด้วยค่ะคุณนาย”ป้าแจ่มก้าวลงจากรถแล้วเดินตามหลังมา ยืดอกสูดโอโซนที่ไม่ได้เจอมานาน อันที่จริงบ้านที่สุพรรณบุรีก็อากาศดี แต่ไม่เท่าวังน้ำเขียวแห่งนี้“สวยเหมือนสวิตเซอร์แลนด์เลยค่ะ… ”ฉันทอดสายตามองไปยังไร่ข้าวโพดสุดกว้างขวาง ต้นเรียงแถวตรงเป็นระเบียบ บ้างก็สลับสล้างลงไปตามแนวลอนของเนินเขาต่ำบ้างสูงบ้าง“ทางนี้ข้าวโพดยังอ่อน แต่ด้านโน้นใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ในอีกสองสามวัน”เสี่ยช้างเดินตามมา…ชี้ชวนให้ดูผลผล
ดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาวิบวับหลับพริ้ม ใบหน้างามเชิดแหงน เม้มริมฝีปากแน่นรับความรู้สึกหนึบชารุมล้อมเข้ามารอบๆ ปากรูที่ห่างหายไปจากการโดนสอดใส่มานาน“ฮึ่บ… ”ลุงแก้วสอดแขนข้างหนึ่งช้อนแผ่นหลังคุณนายขึ้นมาโอบ มือที่เหลืออีกข้างบีบขยำเต้านมพร้อมกับโก่งเอวอัดแท่งเอ็นจมมิดสุดตอโคนอวบ เสียงดังซ่วบตามม
ในเวลาต่อมาตอนใกล้ค่ำ ลุงแก้วออกมารดน้ำต้นไม้อยู่ที่สวนหลังบ้าน ใกล้ๆ กับห้องเล็กๆ ที่คุณนายมยุรีมักจะเข้ามาเก็บตัวอยู่ในนั้นคุณนายมยุรีบอกกับทุกคนว่าสาเหตุที่หล่อนต้องเข้ามาอยู่ในที่เงียบๆ เพราะต้องการนั่งสมาธิอยากสงบจิตใจอยู่ภายในห้องที่มีรูปและโกศกระดูกของสามีอยู่ใกล้ๆ ราวกับว่าเขายังไม่จากไป
ลุงแก้วกลั้นใจซอยยิกไม่ยั้ง…“อูยย… เสียวเหลือเกินลุงแก้วจ๋า”ยิ่งคุณนายร้องครางลุงแก้วยิ่งมันส์ เร่งขยับสะโพกโยกเอว ดันลำเนื้อแทงเข้าใส่คุณนายอย่างหน่วงหนัก ไม่นานก็มีน้ำกามสีขาวข้นราวกะทิแตกทะลักออกมาจากหัวเอ็นสีม่วงถอกบาน“อ๊ะ… อ๊ายยยยยย… ”คุณนายกรีดร้องเสียงดังลั่น คลอไปกับเสียงครางของลุงแก้ว
ลุงแก้วเสียวจัด…เอามือฟาดก้นหนั่นแน่นของคุณนายจนเป็นรอยแดง โก่งเอวแทงลำเนื้อเข้าใส่ราวกับมิรู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เหมือนจะใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่า ในวันที่ได้มอบความเป็นผัวให้กับคุณนายที่ตัวเองแอบหมายปองอยู่เงียบๆ มานาน“อ๊า… อ๊า… ลุงแก้วจ๋าเอาแรงจัง… ”เสียงของคุณนายกระเส่า…เมื่อร่างกายที่เหว







