Inicio / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 1 สังวาสรัญจวน

Compartir

เรือนหลังฉ่ำราคะ
เรือนหลังฉ่ำราคะ
Autor: ท่านจอมยุทธ์1991

ตอนที่ 1 สังวาสรัญจวน

last update Fecha de publicación: 2026-08-28 18:44:20

จ้าวหานเฟิง บุรุษผู้ถูกขนานนามว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งแผ่นดิน เขาคือชายหนุ่มผู้กอปรด้วยรูปโฉมที่หล่อเหลาเหนือสามัญ สง่างามเสียจนบุรุษด้วยกันยังต้องยอมสยบ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเฉกเช่นพยัคฆ์หนุ่มทำให้เขากลายเป็นจุดรวมสายตาในทุกคราที่ปรากฏตัว

แม้จะถือกำเนิดในตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์ แต่จ้าวหานเฟิงกลับโดดเด่นด้วยสติปัญญาที่เฉียบคมและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล กลศึกที่เขาหยิบยกมาใช้นั้นล้ำลึกดั่งการร่ายรำหมากรุกบนกระดานสงคราม แม้แต่แม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับร้อยยังต้องค้อมคารวะ ทุกผู้คนต่างเฝ้ารอวันที่จะได้เห็นเขาจารึกเกียรติยศลงในพงศาวดาร ขณะที่สตรีทั่วทั้งแคว้นต่างถวิลหา หวังเพียงจะได้ครองคู่กับบุรุษผู้สมบูรณ์แบบที่ยังคงครองตนอย่างสงบนิ่งและถ่อมตนผู้นี้

ทว่า ข่าวใหญ่ที่สะเทือนไปทั่วทั้งแคว้นคือการตัดสินใจครองคู่ของเขา และสตรีที่ได้รับเลือกก็คือ ไป๋เหม่ยหลาน หญิงสาวผู้เป็นดั่งไข่มุกล้ำค่า ผิวพรรณของนางผุดผ่องดุจหิมะบริสุทธิ์ ดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงดาวบนสรวงสวรรค์ เมื่อทั้งสองยืนเคียงข้างกันในพิธีวิวาห์ ผู้คนต่างแซ่ซ้องว่านี่คือโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตมาอย่างแท้จริง

ในคืนที่หมู่ดาวพรายแสง ลมอ่อนพัดผ่านผ้าม่านบางเบาในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมและไออุ่นแห่งแรงปรารถนา จ้าวหานเฟิง ยืนทอดถอนใจอยู่ริมหน้าต่าง สายตาของเขาจับจ้องไปยังฮูหยินรักที่นั่งอยู่กลางห้อง แสงไฟจากตะเกียงขับเน้นให้เรือนร่างของ ไป๋เหม่ยหลาน ดูงดงามราวกับเทพธิดา

นางอยู่ในชุดนอนผ้าไหมบางเบาที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวน ผิวพรรณนวลละเอียดสะท้อนแสงไฟเป็นเงามันวาว เส้นผมดำขลับทิ้งตัวสลวยบนไหล่เนียนเปลือยเปล่า จ้าวหานเฟิงก้าวเข้าไปหานางอย่างแผ่วเบา หัวใจของบุรุษผู้แข็งแกร่งกลับสั่นรัวไม่ต่างจากเด็กหนุ่มผู้ริรัก

"เจ้า... งดงามเหลือเกิน" เสียงทุ้มต่ำพร่าเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่เปี่ยมล้น

เขาโน้มตัวลงประคองใบหน้าหมดจดของนาง นิ้วมืออุ่นสัมผัสปรางนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไป รสสัมผัสเริ่มต้นด้วยความอ่อนหวานเยือกเย็น ทว่าเพียงครู่เดียวกลับทวีความร้อนแรงดั่งไฟลามทุ่ง ลิ้นที่ช่ำชองสอดประสานรุกเร้า จนไป๋เหม่ยหลานต้องหยัดกายรับพลางโอบกอดลำคอของเขาไว้แน่น

ความปรารถนาที่สะสมมาเนิ่นนานปะทุขึ้น จ้าวหานเฟิงมิอาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป มือหนาเลื่อนลงมานวดคลึงทรวงอกอวบหยัดที่ชูชันท้าทายสัมผัส เสียงครางกระเส่าของนางยิ่งกระพือไฟในกายเขาให้โหมกระหน่ำ

"อื้อ... หานเฟิง ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว"

เสียงหวานละเมอเรียกชื่อเขาอย่างขาดห้วง เมื่อเขาเริ่มพรมจูบไปตามนวลเนื้อขาวผ่อง ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความรัญจวนที่ไม่เคยพบพาน น้ำหวานแห่งความต้องการเริ่มรินไหล จ้าวหานเฟิงจ้องมองภาพความงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชน เขาแยกเรียวขาขาวนวลของนางออกกว้าง เผยให้เห็นความลับสวรรค์ ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางป่าไหมสีดำอันอ่อนนุ่ม

ชายหนุ่มไม่รอช้า ก้มลงลิ้มรสความหวานล้ำอย่างหื่นกระหาย ลิ้นร้อนที่พลิ้วไหวสร้างความสยิวซ่านจนไป๋เหม่ยหลานเบิกตากว้าง กายบางสั่นกระตุกด้วยแรงอารมณ์ นางเผลอกดศีรษะของเขาให้จมลึกเข้าหาความงดงามของตนเอง ราวกับต้องการซึมซับความร้อนแรงที่เขามอบให้จนถึงที่สุด

"อื้อ... จ้าวหานเฟิง ข้ารักเจ้า... กายของข้าเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว"

เสียงร้องที่แผ่วพร่าและดวงตาที่เลื่อนลอยด้วยความสุขสม บ่งบอกว่าในค่ำคืนนี้ เพชรเม็ดงามและไข่มุกล้ำค่าได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ท่ามกลางแสงดาวที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

บรรยากาศภายในห้องหอยามนี้อบอวลไปด้วยม่านหมอกแห่งความปรารถนาอันรุนแรง ความรักของ จ้าวหานเฟิง และ   ไป๋เหม่ยหลาน ยังคงสดใหม่ดั่งหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า ทุกสัมผัสที่ส่งถึงกันเต็มไปด้วยความลุ่มหลงราวกับจะแผดเผาจิตวิญญาณของกันและกันให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง

ท่ามกลางความเงียบสงัดของจวนนายกอง เสียงลมหายใจกระเส่าดังประสานกับจังหวะการเคลื่อนไหวที่ดุดัน เรือนร่างงามล้ำของไป๋เหม่ยหลานบิดเร้ากระสับกระส่ายอยู่ใต้ร่างแกร่ง ขณะที่จ้าวหานเฟิงโหมแรงกายเข้าหาด้วยความเสน่หาที่ท่วมท้น หวังจะมอบความสุขสมให้นางอย่างที่สุด

"อ๊า... อื้อ..." เสียงครางแผ่วพร่าของหญิงคนรักเปรียบเสมือนสุราเลิศรสที่มอมเมาสติสัมปชัญญะของเขา ทรวงอกอวบหยัดสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ ยอดปทุมถันสีหวานชูชันระริกหยอกล้อกับสายตา แก่นกายแกร่งกร้าวรุกรานเข้าสู่ความคับแน่นอย่างไร้ปรานี มอบความเสียวซ่านรุนแรงจนนางรู้สึกราวกับวิญญาณจะหลุดลอย

"ฉวบ... ฉวบ..." ยิ่งเขาเพิ่มความดิบเถื่อนรุกเร้าเพียงใด หยาดน้ำหวานแห่งความกำหนัดก็ยิ่งรินไหลออกมาอาบชโลมอาวุธร้ายของเขาจนเปียกชุ่ม

"หานเฟิง... ข้าเสียวซ่านเหลือเกิน... ข้ามิอาจทนทานได้อีกแล้ว" นางครวญครางออกมาอย่างหมดท่า สตรีผู้สูงศักดิ์บัดนี้ยอมทิ้งสิ้นซึ่งความเอียงอาย ปล่อยกายปล่อยใจให้ยอดขุนพลสวรรค์เชยชมตามแต่ใจปรารถนา

จ้าวหานเฟิงโน้มลงบดขยี้ริมฝีปากนุ่มอย่างเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนชิมความหวานทั่วโพรงปาก ซึ่งนางก็ตอบสนองด้วยความเต็มใจยิ่ง "เจ้าร้อนแรงถึงเพียงนี้ จะไม่ให้ข้าลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นได้อย่างไร" เขาถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ พลางกระซิบคำหวานที่ทำให้ใจนางละลาย

"ยอดขุนพลของข้า... เพียงเท่านี้ข้าก็แทบจะคลุ้มคลั่งตายอยู่แล้ว ได้โปรด... เมตตาข้าบ้าง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ใบหน้าแดงซ่านด้วยพิษรัก ผิวพรรณขาวละเอียดลุกชันด้วยความเสียวสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย

"ฮูหยินรักของข้า เจ้าปรารถนาให้ข้าปรนเปรอสิ่งใด จงบอกมาเถิด" จ้าวหานเฟิงไม่รอช้า เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นเข้าสู่ร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำอย่างบ้าคลั่ง ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความกระหายรักที่กักเก็บมานาน

"อิ๊... อ๊า... ได้โปรด... มอบความเร่าร้อนของท่านให้ข้า... เติมเต็มข้าที!" นางเรียกร้องหาหยาดธารแห่งความปรารถนาเพื่อดับไฟรักที่สุมทรวง จ้าวหานเฟิงตอบสนองด้วยการบดเบียดแก่นกายอัดแน่นเข้าสู่จุดลึกสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดความอดทนของทั้งคู่ก็มาถึงขีดสุด

ชายหนุ่มบีบเค้นทรวงอกนวลอย่างแรงพลางโหมจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง เขาเพลิดเพลินกับทุกสัดส่วนของนางราวกับจะจดจำทุกสัมผัสไว้ในลมหายใจ "ไป๋เหม่ยหลาน... ข้ารักเจ้า!"

"ท่านพี่... ปล่อยมันเข้ามา... ให้ข้าได้รับรู้ถึงตัวตนของท่าน!"

พรวด...! เสียงหยาดธารอุ่นร้อนถูกอัดฉีดเข้าสู่เรือนร่างบางอย่างรุนแรง ไป๋เหม่ยหลานสั่นสะท้านไปทั้งกาย ดวงตาพร่าพรายด้วยความสุขสมเกินบรรยาย น้ำรักที่เปี่ยมล้นค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากรอยแยกแห่งบุปผาอย่างช้าๆ นางซบหน้าลงกับอกแกร่ง พยายามกลั้นเสียงสะอื้นแห่งความปรีดาไว้ แต่มิอาจซ่อนร่องรอยแห่งความรัญจวนได้เลย

"ไป๋เหม่ยหลาน... ช่วยทำความสะอาดให้ข้าที" จ้าวหานเฟิงถอนกายออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์ เผยให้เห็นแก่นกายที่ยังคงตั้งตระหง่านและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบกามารมณ์

หญิงสาวผู้ขัดเขินในคราแรก บัดนี้กลับขยับกายเข้าหาอย่างเต็มใจ นางใช้เรียวลิ้นอ่อนนุ่มเลียไล้ทำความสะอาดความแข็งขึงนั้นอย่างไม่รังเกียจ ลีลาที่ไร้เดียงสาทว่าเร่าร้อนทำให้จ้าวหานเฟิงถึงกับต้องเบิกตากว้างเกร็งกายด้วยความเสียวซ่านระลอกใหม่ นางทั้งดูดดึงและรูดไล้จนเขาส่งเสียงครางทุม่ต่ำออกมาอย่างพึงใจ

หลังจากพายุอารมณ์สงบลง ทั้งสองกอดก่ายกันภายใต้แสงดาวที่ลอดผ่านหน้าต่าง ความเงียบงันกลับดูอบอุ่นกว่าครั้งไหนๆ จ้าวหานเฟิงกุมมือบางของฮูหยินวางลงบนอกซ้ายของเขา เพื่อให้นางสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเพื่อนางเพียงผู้เดียว

"ข้ารักท่าน... และข้าจะเป็นของท่านตลอดไป" เสียงของนางนุ่มนวลทว่าหนักแน่น

จ้าวหานเฟิงคลี่ยิ้มอย่างเปี่ยมสุข ในใจของเขาบัดนี้ไม่มีที่ว่างให้สตรีนางใดอีกแล้ว นอกจากไป๋เหม่ยหลานผู้หญิงที่เป็นทั้งยอดรัก เพื่อนคู่คิด และเจ้าของดวงใจของเพชรเม็ดงามแห่งแคว้นผู้นี้ตลอดกาล

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status