Beranda / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 2 พันธสัญญาแห่งรักและแรงราคะ

Share

ตอนที่ 2 พันธสัญญาแห่งรักและแรงราคะ

last update Tanggal publikasi: 2026-08-28 18:44:40

นับแต่ทั้งสองตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จ้าวหานเฟิง ก็ทุ่มเทปรนเปรอความรักและความใคร่ให้แก่ฮูหยินรักอย่างหิวโหย ทุกหยาดหยดแห่งบุรุษเพศถูกอัดฉีดเข้าสู่กายของนางด้วยความตั้งใจมั่น มิใช่เพียงเพื่อกามารมณ์ที่พัดพาไป ทว่าคือความปรารถนาที่จะสร้างโซ่ทองคล้องใจ ให้ครอบครัวสมบูรณ์พร้อม แม้ในช่วงหลายราตรีที่ผ่านมาเขาจะเหนื่อยล้าเพียงใด แต่เมื่อได้เห็นหยาดเหง้าแห่งชีวิตที่เขามอบให้นาง เขาก็พร้อมจะอุทิศกายใจให้จนสิ้นแรง

"ท่านพี่... ท่านช่างแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งนัก ข้าหวังเหลือเกินว่าหากลูกของเราเกิดมา เขาจะองอาจกล้าหาญได้ครึ่งหนึ่งของท่าน"  ไป๋เหม่ยหลาน เอ่ยชมพลางปรนนิบัติบุรุษของนางด้วยจริตที่เย้ายวน

"วางใจเถิดฮูหยิน... ข้ากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสร้างเขาขึ้นมา เขาจะต้องสมบูรณ์แบบไม่แพ้เจ้าและข้าแน่นอน" จ้าวหานเฟิงคำรามเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะโหมกายเข้าใส่ร่องสวาทที่อุดมสมบูรณ์ของนางอีกครั้ง เสียงร้องครวญครางที่เปี่ยมด้วยความสุขสมของนางยิ่งโหมไฟราคะให้ลุกโชน จนในที่สุดเขาก็ปลดปล่อยหยาดธารสีขาวขุ่นเข้าสู่ห้วงลึกของนาง เพื่อฝากฝังทายาทไว้ตามปรารถนา

กาลเวลาผ่านไปภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น ไป๋เหม่ยหลานที่บัดนี้เริ่มมีครรภ์อ่อนๆ แย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะลูบหน้าท้องตนเองเบาๆ นางอิงแอบแนบชิดไหล่ของสามีพลางเอ่ยขอของขวัญล้ำค่าสำหรับลูกที่กำลังจะเกิด

"ของขวัญชิ้นใดกันที่เจ้าคิดว่าคู่ควรกับลูกของเรา?" จ้าวหานเฟิงถามพลางลูบศีรษะนางด้วยความเอ็นดู

"ตำแหน่งแม่ทัพ ของท่านอย่างไรเล่า... ข้าอยากให้ลูกภูมิใจที่มีบิดาเป็นยอดวีรบุรุษ"

คำพูดนั้นสะกิดใจนายกองหนุ่มวัย 28 ปีผู้นี้อย่างแรง แม้เขาจะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศแต่สมรภูมิจริงยังเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัส ทว่าเพื่อความฝันของเมียรักและอนาคตของลูก จ้าวหานเฟิงจึงให้คำมั่นด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "ได้... ข้าจะเป็นแม่ทัพให้ได้ ข้าขอเวลาไม่นาน"

ทว่าในยามที่ดวงตะวันลับขอบฟ้า จดหมายฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมาถึงมือเขา เนื้อความในนั้นระบุถึงศึกดุเดือดที่ เขาเทียนหลง และคำสั่งเรียกตัวนายกองฝีมือดีเข้าเสริมทัพภายใต้การบัญชาการของ แม่ทัพไร้พ่ายเซียวหลงเหยียน วีรบุรุษผู้เป็นเสาหลักแห่งแผ่นดินที่จ้าวหานเฟิงเคารพนับถือยิ่ง

"แม่ทัพเซียวหลงเหยียน!" จ้าวหานเฟิงพึมพำด้วยความตื่นเต้น นี่คือโอกาสทองที่เขาจะพิสูจน์ตนเอง โดยมีไป๋เหม่ยหลานคอยสนับสนุนด้วยแววตาเป็นประกายหวังให้สามีก้าวสู่จุดสูงสุด

แต่ภายใต้เกียรติยศและชื่อเสียงอันเกรียงไกร สิ่งที่จ้าวหานเฟิงมิอาจล่วงรู้คือ ความลับอันมืดของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน  ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้มิได้มีเพียงสายตาที่มองทะลุกลศึก แต่ยังมีรสนิยมลุ่มหลงในบุรุษเพศด้วยกัน โดยเฉพาะนายกองหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับหยกสลักอย่างจ้าวหานเฟิง

การเรียกตัวนายกองหลายนายพร้อมกันนั้น เป็นเพียงฉากบังหน้า ที่ชาญฉลาดเพื่อมิให้ผู้ใดจับพิรุธได้ เป้าหมายที่แท้จริงของแม่ทัพไร้พ่ายคือการได้ครอบครองเพชรเม็ดงามก้อนนี้ไว้ข้างกาย

ขณะที่จ้าวหานเฟิงกำลังจัดเตรียมอาวุธและชุดเกราะด้วยความฮึกเหิม โดยมีภาพความสำเร็จและตำแหน่งแม่ทัพเป็นแรงผลักดัน เขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่ใช่เพียงการสู้รบเพื่อแผ่นดิน แต่เป็นสมรภูมิแห่งตัณหาที่จะสั่นคลอนเกียรติยศและชีวิตคู่ของเขาไปตลอดกาล!

ท่ามกลางแสงสลัวรางของยามรุ่งสางที่ยังมิทันได้อาบฉาบขอบฟ้า จ้าวหานเฟิง จัดเตรียมชุดเกราะและศาสตราวุธด้วยหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความมุ่งมั่น นี่คือบันไดขั้นแรกที่จะนำเขาไปสู่จุดสูงสุดเพื่ออนาคตของภรรยาและทายาทที่กำลังจะลืมตาดูโลก เมื่อเสียงล้อรถม้าบดเบียดกับพื้นถนนดังขึ้นที่หน้าจวน เป็นสัญญาณว่าเวลาแห่งการพรากจากมาถึงแล้ว

"ไป๋เหม่ยหลาน... เจ้าจงรอข้า ข้าจะกลับมาพร้อมกับเกียรติยศและความสำเร็จ"

จ้าวหานเฟิงกุมมือนางไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความอุ่นระอุและแรงสั่นเทาเล็กน้อยจากปลายนิ้วของหญิงคนรัก

"น้องเชื่อมั่นในตัวท่านพี่เสมอ... ท่านต้องทำได้" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าเปี่ยมไปด้วยความอาลัยรัก

รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงเงาร่างของโฉมงามที่ยืนส่งสามีด้วยหัวใจที่บีบคั้น การจากลาครั้งนี้แม้จะเป็นไปเพื่อความก้าวหน้า แต่ความเจ็บปวดจากการพรากจากกันในยามที่ข้าวใหม่ปลามัน และมีพยานรักในครรภ์นั้นช่างแสนสาหัสเกินบรรยาย

รถม้าที่มารับจ้าวหานเฟิงนั้นช่างหรูหราสมฐานะของ แม่ทัพเซียวหลงเหยียนผู้ใจกว้าง ท่านแม่ทัพถึงขนาดส่งพลคุ้มกันและรถม้ามาเกยถึงหน้าจวนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายกองหนุ่ม ทว่าเมื่อจ้าวหานเฟิงก้าวเข้าไปภายใน กลับพบว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่ได้รับเกียรตินี้

ภายในรถม้าคันกว้างขวางมีนายกองหนุ่มอยู่อีกหลายคน ซึ่งแต่ละคนล้วนมีลักษณะเด่นที่แปลกประหลาด

ไร้ชื่อเสียง พวกเขาเป็นเพียงนายกองระดับล่างที่ไม่มีผลงานโดดเด่นในสนามรบ

หน้าตาหมดจด ทุกคนล้วนมีใบหน้าที่หวานล้ำ ผิวพรรณละเอียดผ่องใสกว่าชายชาตรีทั่วไป

กิริยาแช่มช้อย ท่วงท่าของคนเหล่านี้ดูละมุนละไมดั่งบุรุษหน้าหยกที่ถนัดการร่ายรำมากกว่าการถือดาบ

จ้าวหานเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย แม้เขาจะพยายามมองโลกในแง่ดีว่าท่านแม่ทัพอาจต้องการสร้าง กองทัพรุ่นใหม่ ที่สมบูรณ์แบบทั้งรูปสมบัติและสติปัญญา แต่บรรยากาศภายในรถม้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นแป้งหอมจาง ๆ และสายตาที่สอดประสานกันอย่างมีเลศนัยของนายกองคนอื่น ๆ กลับทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

เขาไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า... รถม้าคันนี้มิใช่พาหนะที่นำไปสู่สมรภูมิเกียรติยศเพียงอย่างเดียว แต่มันอาจเป็นกรงทองที่กำลังพาสิ่งล้ำค่าไปบรรณาการแก่ เซียวหลงเหยียน

การเดินทางมุ่งหน้าสู่สมรภูมิเขาเทียนหลง นั้นยาวไกลและตรากตรำ รถม้าเคลื่อนตัวฝ่าเข้าไปในหุบเขาลึกที่ขนาบข้างด้วยหน้าผาสูงชันและป่ารกชัฏ บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ราวกับธรรมชาติกำลังกลั้นหายใจรอคอยโศกนาฏกรรม นายกองหนุ่มหลายคนภายในรถทนความเหนื่อยล้าไม่ไหวจนเผลอหลับใหลไปตามๆ กัน

ทว่าสำหรับ จ้าวหานเฟิง เขากลับมิอาจข่มตาลงได้แม้เพียงเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักรบในกายร่ำร้องเตือนภัย สมรภูมิเบื้องหน้าคือจุดที่เดือดพล่านที่สุดในแผ่นดิน ในเส้นทางที่ตัดผ่านหุบเขาอับเช่นนี้ความตาย อาจจู่โจมเข้ามาได้ทุกเมื่อ

ฟิ้ว!

เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมดังขึ้นทำลายความเงียบ จ้าวหานเฟิงเอี้ยวตัวหลบตามสัญชาตญาณ ลูกธนูอาบยาพิษพุ่งเฉียดใบหน้าเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะปักเข้ากลางอกของนายกองหนุ่มที่กำลังหลับใหลอยู่ข้างๆ อย่างแม่นยำ ร่างนั้นกระตุกเพียงครู่ก่อนจะนิ่งสนิทไป... เป็นการหลับใหลชั่วนิรันดร์โดยมิได้ทันสั่งลา

"ศัตรูบุก! คุ้มกันรถม้า!"

เสียงตะโกนของพลคุ้มกันดังระงมผสมกับเสียงฝีเท้าม้าที่แตกตื่น จ้าวหานเฟิงถีบประตูรถม้าออกอย่างแรง มือแกร่งคว้ากระชับศาสตราวุธคู่ใจทะยานออกไปตั้งรับทันที ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือเงาร่างทมิฬของกองทัพกบฏที่พรั่งพรูออกมาจากเงามืดของป่า พวกมันปิดล้อมหุบเขาไว้ทุกทิศทาง ตัดขาดทางหนีทีไล่จนสิ้นสรรพ

ท่ามกลางห่าฝนธนูและเสียงโห่ร้องกึกก้อง จ้าวหานเฟิงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางวงล้อมด้วยสายตาที่ลุกโชน แววตาของเมียรักและภาพทายาทที่ยังมิได้เห็นหน้าผุดขึ้นในมโนสำนึก นี่มิใช่เพียงการรบเพื่อตำแหน่งแม่ทัพที่นางปรารถนา แต่มันคือการรบเพื่อรักษาลมหายใจกลับไปหานางให้ได้!

"ข้าจะไม่ยอมทิ้งชีวิตไว้ที่นี่อย่างเด็ดขาด!"

เสียงคำรามกึกก้องของจ้าวหานเฟิงดังแหวกม่านหมอกและเสียงโลหะปะทะกัน นายกองหนุ่มรู้ซึ้งถึงความตายที่กรายเข้ามาใกล้ หากเขายอมทอดใจแม้เพียงเสี้ยววินาที ร่างของเขาคงกลายเป็นเพียงซากศพไร้ญาติกลางหุบเขาอับโชคแห่งนี้ มือแกร่งกระชับด้ามดาบที่บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตจนลื่นมือ เขาข่มความเจ็บปวดฟาดฟันคมดาบเข้าใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง ท่วงท่าที่เคยงดงามสละสลวยกลับกลายเป็นดุดันและเฉียบขาดเพื่อการเอาชีวิตรอด

ทหารคนคุ้มกันที่เหลือเพียงหยิบมือเริ่มขยับกายเข้ามาประชิดหลัง พยายามรวมกลุ่มตั้งค่ายกลขนาดเล็กเคียงข้างเขา ท่ามกลางวงล้อมที่บีบคั้นเข้ามาทุกทิศทาง

กาลเวลาผ่านไปราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ในสนามรบที่ไร้ทางออก ทัศนียภาพที่พร่าเลือน หยาดเหงื่อและคาวเลือดไหลซึมเข้าตาจนภาพตรงหน้าเริ่มกลายเป็นสีแดงฉานสลับกับความมืดมัวความล้าที่หยั่งราก กล้ามเนื้อทุกส่วนสั่นระริกจากการปะทะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมหายใจของเขาหอบถี่จนแสบหน้าอก

"ข้าจะตายไม่ได้... เมียและลูกของข้ายังรออยู่!"

ใบหน้าอ่อนโยนของไป๋เหม่ยหลานผุดขึ้นมาในมโนสำนึก เป็นเชื้อไฟกองสุดท้ายที่รั้งสติที่จวนจะหลุดลอยของเขาไว้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status