Home / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 3 มายาแห่งฝันและพันธนาการแห่งความจริง

Share

ตอนที่ 3 มายาแห่งฝันและพันธนาการแห่งความจริง

last update publish date: 2026-08-28 18:45:01

จ้าวหานเฟิงพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวสติที่เหลืออยู่เอาไว้อย่างสุดกำลัง ในขณะที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนและบิดเบี้ยวไปทุกขณะ ศัตรูยังคงโถมเข้ามาดั่งระลอกคลื่นที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง

"ข้าจะต้องทิ้งชีวิตไว้ใต้ผืนดินอันเยือกเย็นแห่งนี้จริงๆ หรือ..." เขาพึมพำกับตนเองในใจ ความรู้สึกเริ่มขาดตอนจากโลกภายนอก เสียงดาบปะทะและเสียงโห่ร้องกลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึงที่ห่างไกล ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งกลับหนักอึ้งดั่งถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะพราดท่าเสียทีให้แก่คมดาบที่ฟาดฟันลงมา กลับมีอ้อมกอดและแผ่นอกแกร่งดั่งภูผาเข้ามาประคองร่างที่สั่นเทาของเขาไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นอายของบุรุษเพศที่ทรงอำนาจและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งห้อมล้อมกายเขาไว้

"เจ้าเก่งมาก... ที่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้นานถึงเพียงนี้"

น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ ทรงพลังทว่าแฝงไปด้วยความพึงใจอย่างประหลาด จ้าวหานเฟิงพยายามหรี่ตาที่พร่ามัวมอง แต่กลับเห็นเพียงโครงร่างเงาสูงใหญ่ที่ดูทะมึนและน่าเกรงขาม เขาไม่มีแรงพอที่จะจำแนกได้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร

"ทหาร! สังหารพวกมันให้สิ้น อย่าให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"

น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเหี้ยมหาญและเด็ดขาดนั้นสั่งการกึกก้องไปทั่วหุบเขา เจ้าของเสียงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แม่ทัพเซียวหลงเหยียน วีรบุรุษผู้เป็นตำนานนั่นเอง ด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์และสังหรณ์ใจแปลกประหลาด เขาจึงตัดสินใจนำทัพออกมารับเหล่านายกองหน้าใหม่ด้วยตนเองถึงครึ่งทาง และภาพที่ปรากฏก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้... ขบวนเดินทางถูกซุ่มโจมตีอย่างหนัก

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ภายใต้การนำของจอมทัพไร้พ่าย กองทัพกบฏที่เคยบ้าคลั่งก็ถูกจัดการจนราบคาบ ทิ้งไว้เพียงซากศพและคาวเลือดที่นองแผ่นดิน

ส่วนทางด้านของ จ้าวหานเฟิง เมื่อความตึงเครียดสุดท้ายมลายไป พร้อมกับการได้รับความคุ้มครองจากอ้อมแขนที่แข็งแกร่ง สติที่ประคับประคองมานานก็ขาดสะบั้นลง ร่างของเพชรเม็ดงามแห่งแผ่นดินสิ้นสติไปในอ้อมกอดของราชสีห์ผู้หิวโหย โดยหารู้ไม่ว่า...

หลุมพรางแห่งกามารมณ์ที่รออยู่ในค่ายทหารนั้น อาจน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าคมดาบของศัตรูที่เขาเพิ่งรอดพ้นมา!

เมื่อเพลิงแห่งสมรภูมิมอดดับลง ร่างที่ไร้สติของจ้าวหานเฟิงถูกจัดให้นอนทอดกายอยู่ภายในรถม้าที่มุ่งหน้าสู่ค่ายทหาร ท่านแม่ทัพเซียวหลงเหยียนหาได้ละทิ้งระยะห่างไม่ เขายังคงควบม้าคู่ใจเคียงข้างรถม้าคันนั้นอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาคมปลาบจับจ้องไปยังร่างของนายกองหนุ่มผ่านช่องม่านที่ปลิวไสว ประกายตาของเขาวาววับด้วยเพลิงตัณหาที่ยากจะ    มอดดับ

"ช่างเป็นความงดงามที่แฝงไปด้วยความองอาจ..."

จอมทัพพึมพำกับตนเองด้วยเสียงพร่า ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นจากความหิวโหยในรูปโฉมของเหยื่อที่ตนหมายตาไว้มานาน มินานนักขบวนทัพก็เคลื่อนเข้าสู่สมรภูมิเขาเทียนหลง ภาพที่ปรากฏคือค่ายทหารขนาดมหึมา กระโจมนับร้อยตั้งเรียงรายดูดุดันและน่าเกรงขามภายใต้แสงตะวันรอน

"นายกองผู้นี้มีความดีความชอบในการรบ... นำเขาไปไว้ที่กระโจมพักของข้า!"

ท่านแม่ทัพออกคำสั่งเสียงเฉียบขาดที่ไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้ง

"ขอรับ!" ทหารรับใช้เร่งปฏิบัติตามคำบัญชา ประคองร่างของจ้าวหานเฟิงเข้าไปยังอาณาเขตส่วนตัวของจอมทัพ ซึ่งเป็นสถานที่หวงห้ามและมิดชิดที่สุดในค่าย

ในขณะนั้น หมอทหารที่คอยตรวจดูอาการระหว่างทางได้ก้าวเข้ามารายงานด้วยความนอบน้อม                                        "เรียนท่านแม่ทัพ นายกองหนุ่มผู้นี้ฝืนใช้พลังกายจนเกินขีดจำกัดจนร่างกายทรุดโทรม คาดว่าคงต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อยจนถึงรุ่งสางของวันพรุ่ง จึงจะเริ่มฟื้นคืนสติได้ขอรับ"

เซียวหลงเหยียนพยักหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ม่านกระโจมที่ปิดสนิท "คนหนุ่มก็มักเป็นเช่นนี้... มักรักเกียรติยศจนหลงลืมกำลังตนเอง"

เมื่อม่านราตรีคลี่ตัวปกคลุมทั่วสมรภูมิเขาเทียนหลง แม่ทัพเซียวหลงเหยียน ก็สาวเท้ากลับเข้าสู่กระโจมส่วนตัวด้วยความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าทันทีที่สายตาคมกริบปะทะเข้ากับร่างที่นอนทอดกายอยู่บนแคร่ไม้หนานุ่ม ความอ่อนเพลียทั้งมวลกลับมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตื่นตัวแห่งสัญชาตญาณนักล่าที่รุนแรงกว่าคราใด

จ้าวหานเฟิงยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราอันลึกซึ้ง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกถึงความอ่อนเพลียจากการตรากตรำศึกหนัก ใบหน้าที่เคยองอาจยามถือดาบบัดนี้กลับดูหมดจดราวกับหยกสลักชั้นเลิศภายใต้แสงตะเกียงสลัวที่วูบไหว

"ยามเจ้าหลับใหล... เจ้าช่างดูสง่างามและน่ารุกรานยิ่งนัก"

จอมทัพพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย มือหนาที่กร้านจากการจับศาสตราวุธค่อยๆ เอื้อมออกไปสัมผัสผิวพรรณของชายชาตรีอย่างแผ่วเบา เขาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ของนายกองหนุ่มผู้ไร้สติออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแผ่นอกแกร่งและมัดกล้ามที่เรียงตัวสวยงามตามแบบฉบับนักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี

เมื่อความลุ่มหลงเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะจนสิ้น มือของท่านแม่ทัพก็เคลื่อนต่ำลงสู่จุดกึ่งกลางกายของจ้าวหานเฟิงอย่างย่ามใจ สายตาของเขาจับจ้องส่วนที่แสดงถึงความเป็นชายด้วยความหลงใหล ก่อนจะเริ่มบีบนวดคลึงเคล้นอย่างหนักสลับเบาตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน

"อื้อ... อื้อ..."

เสียงครางเครือในลำคอดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่ปิดสนิท ร่างกายของจ้าวหานเฟิงตอบสนองต่อสัมผัสรุกรานตามสัญชาตญาณ แม้สติจะยังติดอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน ใบหน้าของเพชรเม็ดงามเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

เซียวหลงเหยียนยกยิ้มอย่างพึงใจ นัยน์ตาฉายแววผู้ชนะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเหยื่อใต้ร่าง ในค่ำคืนที่เงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจนี้ ราชสีห์กำลังจะเริ่มลิ้มรสอันโอชะที่เขาเฝ้าหมายตามาแสนนาน... โดยที่จ้าวหานเฟิงยังไม่รู้ตัวเลยว่าเกียรติยศที่เขาเพียรรักษาไว้เพื่อภรรยาและลูก กำลังจะถูกทดสอบด้วยไฟตัณหาของชายผู้เป็นนายเหนือหัว!

ในห้วงนิทราอันล้ำลึก สติของจ้าวหานเฟิงคล้ายหลุดลอยเข้าไปในโลกแห่งความฝันที่โอบล้อมด้วยหมู่เมฆาขาวสะอาดตา เบื้องหน้าของเขาคือ ไป๋เหม่ยหลาน สตรีผู้เป็นดวงใจที่ยืนส่งยิ้มละไมรอรับเขาอยู่

"ข้ารักเจ้า... ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน"

ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยความโหยหา เขาโผเข้าโอบกอดนางไว้แนบอกด้วยความรักสุดหัวใจ ก่อนจะมอบรสจูบอันดื่มด่ำนุ่มนวลที่แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนตามแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน

ทว่าในโลกแห่งความเป็นจริง... ริมฝีปากที่เขากำลังบดจูบอย่างหิวกระหายนั้น กลับเป็นริมฝีปากของ แม่ทัพเซียวหลง     เหยียน ผู้กำลังตักตวงความหวานจากนายกองหนุ่มอย่างย่ามใจ

"เจ้าคงคิดถึงบ้านมากสินะ... ถ้าเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้กลับบ้านเอง"

จอมทัพจ้องมองความแข็งขึงดุดันของชายชาตรีที่พองขยายท้าทายสายตา นัยน์ตาของเขาเป็นประกายวาววับด้วยความกำหนัด ในค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงาเช่นนี้ บุปผาเหล็กแห่งสนามรบเช่นเขาปรารถนาจะลิ้มลองรสชาติอันดิบเถื่อนของยอดบุรุษเบื้องหน้ายิ่งนัก

"ข้าจะช่วยรีดเร้นพิษรักที่อัดอั้นนี้ให้เจ้าเอง..."

แม่ทัพเซียวโน้มกายลงละเลงลิ้นลิ้มรสความแกร่งกร้าวที่ทั้งยิ่งใหญ่และยาวเหยียดนั้นด้วยความเต็มใจยิ่ง ในขณะที่ภาพฝันของจ้าวหานเฟิงกลับปรากฏภาพฮูหยินรักกำลังปรนนิบัติเขาอย่างหิวกระหายจนน่าประหลาดใจ

"ไป๋เหม่ยหลาน... เจ้าไปหิวโหยมาจากที่ใดกัน..." ชายหนุ่มละเมอเสียงแผ่ว ความกระสันรัญจวนจู่โจมจนร่างกายเสียวสะท้านเสียจนแทบขาดใจ

"อ๊า...!"

ในที่สุด หยาดธารสีขาวขุ่นอันร้อนระอุระลอกใหญ่ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ในโลกแห่งความจริง ท่านแม่ทัพใช้เรียวลิ้นเก็บเกี่ยวหยาดเกสรแห่งบุรุษเพศนั้นอย่างละเมียดละไมด้วยความอิ่มเอมใจ ก่อนจะจัดการสวมใส่อาภรณ์คืนให้กับนายกองหนุ่มอย่างเรียบร้อยและรัดกุม

เขาลูบไล้ใบหน้าของจ้าวหานเฟิงเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะทิ้งให้เพชรเม็ดงามจมดิ่งอยู่ในนิทราต่อไป... ราวกับว่าเรื่องราวเร่าร้อนในค่ำคืนนี้ เป็นเพียงความฝันที่จางหายไปพร้อมกับสายลมหนาวเพียงเท่านั้น โดยที่จ้าวหานเฟิงไม่มีวันรู้เลยว่าเกียรติยศของเขาได้ถูกตีตราจองโดยจอมทัพผู้นี้เสียแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status