Masukบทที่ 10 เหมือนยังว่า...
“คุณนนท์! ปล่อยฉันนะ!”
นนทภพเงยหน้าขึ้นจากเนินอกอิ่มที่เขากำลังคลอเคลีย และยิ้มมุมปากให้เธอ มินตราเห็นเช่นนั้นเธอทำได้เพียงแค่ขยับตัวแต่เพราะเขาตัวใหญ่กว่าเธอมาก
หญิงสาวจึงได้แต่กัดริมฝีปากกลั้นความรู้สึกบางอย่าง และก็รู้สึกตัวเพราะเรียวปากมีความรู้สึกเจ็บระบม
และคงไม่ต้องอธิบายว่าทำไมปากเธอถึงเจ็บ! เพราะว่านอนทับกันอยู่ทำราวกับว่าเธอคือฟูกนุ่ม ๆ ที่เขาไว้ใช้หนุนนอน
“คุณนนท์ลุกออกไป อึ!” เธอพยายามขยับตัวแต่ก็นั่นแหละยิ่งขยับก็ยิ่งโป๊ไปใหญ่!
มินตราจึงเลือกที่จะอยู่เฉย ๆ และรวบรวมสติที่จะเจรจากับเขาดี ๆ
“ก็ลุกอยู่…” นนทภพแนบแก้มข้างหนึ่งใต้ฐานหน้าอกของเธอ เขาถูมันเบา ๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา
ไม่ใช่ไร้เดียงสาถึงขนาดไม่เข้าใจว่าอะไรของเขาลุก เพราะสิ่งที่แนบโดนข้างขาด้านในของเธอในตอนที่เขาแทรกตัวลงมากลางร่างนี้…เธอก็รู้แล้วว่าอะไรลุก!
ในชีวิตมินตราไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจกับใครง่ายดายขนาดนี้โดยเฉพาะผู้ชายที่รู้จักกันไม่ถึงวันด้วยซ้ำ
ระหว่างเธอกับนนทภพนับว่ารู้จักได้ไหม…
“ฉันแค่ถามคุณก็บอก ถ้าไม่ได้…”
“ถ้าไม่ได้อะไร”
พอโดนถามทั้งด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วใจเต้นแรง นัยน์ตาสีเข้มสีน้ำตาลอ่อน รอยยิ้มที่ผุดขึ้นข้างมุมปากและเราสองคนอยู่ในสภาพล่อแหลม
“คิดว่าผมจะเอาคุณโดยไม่ใส่ถุงน่ะเหรอ?” มินตราได้ยินคำถามในหัวเธอมีเสียงลั่นเปรี๊ยะ!
“แล้วใส่หรือเปล่า?” นนทภพหัวเราะก่อนจะปล่อยข้อแขนเล็กที่จับตรึงไว้เหนือศีรษะ
เขาใช้สองแขนรวบร่างเธอมากอดแนบอกทั้งที่ตนเองอยู่ด้านบนและเธออยู่ด้านล่าง
“กลัวติดโรคจากผมขนาดนั้นเลยเหรอ?” มินตรามองเขาและขมวดคิ้ว เธอเบือนหน้าไปอีกทาง
บอกตรง ๆ ว่ามันไม่ได้รู้สึกแย่ มันออกจะมึนงงเล็กน้อย เธอแทบจะไม่ได้รู้จักผู้ชายตรงหน้าเลยแต่ก็ยอมให้เขากอด
คำพูดของพวกเพื่อนสนิทแวบเข้ามาในหัว…มินตราชอบคนหล่อ แต่ไม่เลือกคบคนหล่อเพราะไม่อยากประสาทแดก
“คนอย่างคุณคงไม่โง่สดไปทั่วหรอก แต่เมื่อคืนฉันจำอะไรไม่ได้เลย ทั้งคุณและฉันดื่มกันไม่ใช่น้อย คุณก็อาจจะพลาด”
“อ๋อ…คุณกลัวท้องนี่เอง”
“แล้วฉันควรท้องกับคนที่รู้จักกันไม่ถึงวันหรือไง!”
เธออดไม่ไหวแล้วจริง ๆ จึงใช้กำปั้นทุบบ่าเขาไปทีหนึ่ง นนทภพหัวเราะจับมือบางของเธอมาจูบ และเขา…ก็ใช้ฟันคมกัดปลายนิ้วของเธอทีละนิ้ว
“งั้นเราก็ต้องรู้จักกันให้มากกว่านี้…เผื่อคุณท้องขึ้นมา เราจะได้รู้จักกันดีมากหน่อย”
นนทภพขยับกายเคลื่อนตัวขึ้นมา และเพราะเขาสวมใส่กางเกงผ้าบาง บางอย่างที่ร้อนจัดขึ้นโดนลากมาตามขาเรียวด้วย
“คุณเลิกกวนประสาทฉันสักที! แล้วลุกออกไปฉันหายใจไม่ออกอึดอัด” มินตราพูดและพยายามดันร่างหนาออกไปแต่ก็เหมือนเดิมคือไม่ขยับ!
“คุณนนท์เราลุกขึ้นมาคุยดี ๆ นอนคุยกันแบบนี้จะรู้เรื่องไหม ถ้าคุณเผลอไผลเราจะไปโรงบาลกัน ฉันจะไม่โทษคุณเลย และไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น แต่ตอนนี้ลุกขึ้นก่อน!”
คำพูดของคนที่นอนหงายอยู่ตรงหน้านนทภพทั้งยังใส่ชุดซีทรูตัวบางสุดเซ็กซี่ มันเป็นชุดที่นนทภพเป็นคนเลือกเองกับมือ
เขายกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลูบมือหนาที่วางอยู่กับสะโพกอิ่มและบีบมันเบา ๆ เจ้าของเรือนร่างเย้ายวนจับมือเขาและจิกเล็บสั้นกุดของเธอลงมา
“ลุกออกไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!”
“ที่แย่ที่สุดก็เห็นมาแล้ว แล้วที่บอกจะหมดความอดทนกว่านั้นได้อีกจะแค่ไหน…มินก็แสดงออกมาให้ผมดูได้เลย เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไง” มินตราได้ยินเช่นนั้นก็กัดปาก
ใช่! ไอ้ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิตของมินตรา เขาก็เห็นมาหมดแล้ว!
ในตอนที่โดนคู่หมั้นสวมเขาจนมีผู้หญิงของมันหอบท้องโตมาประจานความชั่วของพวกมันสองคนท่ามกลางคนครึ่งร้อย
นนทภพก็เห็นซะยิ่งกว่าเห็น!
ความร้ายกาจของเธอในวันนั้นที่ให้คนท้องโตคุกเข่าพนมมือกราบกรานให้เธอยกผู้ชายของตัวเองให้มันไป
แม้น้ำตาของความช้ำใจจากมินตราก็ไม่มีให้ใครต้องสมน้ำหน้าสักหยด นนทภพก็เห็นมันมาหมดแล้ว
และเขาก็ไม่ได้เห็นคนเดียวเพราะคนอีกครึ่งร้อยก็เห็น!
มินตราละสายตาจากใบหน้าหล่อคมคายที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ในระยะประชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวสัมผัสผิวแก้ม แผ่นอกของมินตรากระเพื่อมไหวจนคนที่ทาบทับกันอยู่รู้สึกได้
“รู้จักบ้าบออะไรของคุณ ลุกออกไปตัวฉันชาไปหมดแล้วคุณนนท์” มินตราอดไม่ได้ที่จะใช้ฝ่ามือผลักใบหน้าของเขาให้ออกห่างร่องอกของเธอไปหน่อย
นนทภพหัวเราะและหยัดกายลุกขึ้นทั้งยังสอดท่อนแขนรวบร่างเธอขึ้นมานั่งด้วย
มินตราคว้าผ้าห่มจะเอามาปกปิดร่างกายทั้ง ๆ ที่รู้ว่าปิดไปก็คงไม่มีประโยชน์เพราะเขาก็คงเห็นไปถึงไหนต่อถึงไหนแล้ว
“อะชุดคลุม สวมมันก่อนลุกขึ้นเพราะชุดคุณสั้นมาก”
เขายืนอยู่ปลายเตียงเต็มความสูง ในมือมีชุดคลุมอาบน้ำสีขาวยื่นมาให้เธอพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่แสนจะดูดี
มินตราไม่ได้รับชุดคลุมนั้นไปอย่างธรรมดาแต่กระชากมาเลยก็ว่าได้ เธอสวมมันอย่างรวดเร็วและตวัดปลายเท้าลงจากเตียงมองเช็กความเรียบร้อยก่อนจะลุกขึ้นและรวบสายชุดคลุมอาบน้ำมาผูกเอว
“ฉันขออาบน้ำแป๊บหนึ่ง คุณออกไปนั่งรอข้างนอกนะ ถ้าหิวก็สั่งอาหารที่ร้านข้างล่างกินไปก่อน…”
นนทภพมองคนที่พูดกับเขาอยู่และก็ก้าวเท้าทั้งยังสาวเท้าไปยังห้องน้ำ และเขามีหรือจะไม่เดินตาม
มินตราไม่ได้สนใจเสียงฝีเท้าที่ย่ำเดินมาใกล้ ตอนนี้เธออยากจะทำความสะอาดตัวเองเพราะเหนียวตัวไปหมด และก็เจอกองเสื้อผ้าของทั้งตัวเองและเขาในห้องน้ำด้วย มันถูกกองรวม ๆ กันเอาไว้
นั่น…เมื่อคืนเธออ้วกเหรอ และอ้วกใส่เขาด้วยเหรอ?
มินตราทำเป็นไม่สนใจกองเสื้อผ้าที่นนทภพคงจัดการไปบางส่วนแล้ว เธอกดรีมูฟเวอร์ใส่สำลีและเช็ดทำความสะอาดใบหน้าและลำคอ
“เมื่อคืนคุณอ้วกใส่ผมเลอะไปหมด…เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่โดนผู้หญิงอ้วกใส่ ถึงจะเป็นผู้หญิงที่สวย หุ่นดี มีเส่นห์ แถมรวยสุด ๆ มันก็รู้สึกไม่ดีอยู่นะ” เขาพูดหยอกแต่มินตรารู้สึกว่าเขากำลังจิกกัดเธอเล็กน้อย
“เป็นครั้งแรกที่ฉันอ้วกใส่ผู้ชาย และก็เป็นผู้ชายที่หล่อดูดี…” ยังพูดไม่ทันจบประโยคท่อนแขนแกร่งก็สอดรับมารั้งเอวบางของเธอไว้
“งั้นผมเปลี่ยนใหม่เป็นรู้สึกดีก็ได้ อ้วกใส่อีกเมื่อไหร่ดีครับ คืนนี้เลยดีไหม”
มินตราคว่ำปากที่กำลังเช็ดเครื่องสำอางทันทีที่ได้ยินคำพูด และใช้หัวไหล่ดันอกแกร่งของคนที่พริบตาเดียวก็โผล่มาสวมกอด
“ถอยไปห่าง ๆ เลยคุณจะมานัวเนียอะไรฉันนักหนาเนี่ยคุณนนท์”
“คุณทำเหมือนผมเป็นเด็กที่ออฟมานอนด้วยเลยนะ…”
เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ต่างจากที่พูด นนทภพเจอแบบนี้ก็มึน ๆ ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
ปกติเคยจ่ายให้แต่คนอื่น แต่ตอนนี้ชีวิตกลับตาลปัตร
“หรือคุณจะคิดเงินล่ะ?”
“...ก็น่าคิดนะ ถ้าคุณยอมจ่ายผมก็พร้อมพลีกายให้คุณเชยชมแบบไม่มีกั๊ก”
มินตราเช็ดใบหน้าได้ครึ่งหนึ่งก็หันไปมองหน้าเขาเพราะเธอลืมตัว ก่อนจะรีบหันกลับมา
“ไม่ต้องอายผมหรอกน่า คุณจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้ายังไงก็สวยมากอยู่ดี”
มินตรารู้สึกเหมือนเธอใช้ชีวิตกับนนทภพมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว ทั้ง ๆ ที่เราก็เพิ่งเจอกันด้วยซ้ำ
ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ
ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร
บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ
บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้
บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม
บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง
บทที่ 7 คนที่โดนใส่ใจ (หวั่นไหว 20%)ความอุ่นร้อนของฝ่ามือที่ประสานกอบกุมมือบางและพาเดินลัดเลาะออกมาตามทางเดินที่ร้างไร้ผู้คนในส่วนนี้อาจจะเป็นทางลับทางหนึ่งซึ่งเข้า-ออกได้แค่เพียงคนพิเศษของสถานที่แห่งนี้เท่านั้น“มันทะลุออกไปที่โรงจอดรถ” นนทภพไม่ได้เดินเร่งรีบอย่างเช่นตอนแรกเพราะเขาคงรู้ว่าหากเขา
บทที่ 6 วิธีเอาคืนมินตรามองโทรศัพท์ของเธอที่อยู่ในมือนนทภพ เขายื่นมาปลดรหัสล็อกหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า และเข้าแอปพลิเคชันรูปถ่ายก่อนจะกางแขนออกข้างหนึ่ง“อะไร?” “ก็แค่ถ่ายรูปกัน”นนทภพพูดและโอบไหล่เธอ เพียงแค่อ้อมกอดเดียวของเขามินตราก็แทบจะจมลงไปกับอกแกร่งสองแขนเธอยกขึ้นประสานป้องหน้าอกอวบอิ่มเอ
บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส“คุณไม่มีที่ไปหรือไง ถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้…” เพราะนนทภพนั่งจมจ่อมอยู่หน้าบาร์กับเธอเข้าชั่วโมงที่สองแล้ว เครื่องดื่มกำลังจะถูกเปิดเป็นขวดที่สาม และเขาก็ขยันเติมให้กันแบบสุด ๆ เธอจะไม่ดื่มก็ไม่ได้เพราะเสียเชิงหมด!มินตราคงไม่ต้องถามเขาให้แน่ใจว่านนทภพคือเจ้าของไนต์คลับหรูที
บทที่ 4 คนแรกที่จีบ“คุณไม่ต้องมาอวดเบ่ง... คิดว่าฉันกลัวคุณหรือไง?”มินตราตวัดสายตาไม่พอใจมองไปที่นนทภพ แต่เขาแค่ยิ้มกว้าง ก่อนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนไม่รับรู้เลยว่าเธอกำลังโกรธเขามากแค่ไหนมินตราเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้เธอผิดที่ใช้อารมณ์แบบไม่สนใจอะไรเลยแต่ตอนนั้นมันเ







