เข้าสู่ระบบบทที่ 8 หวั่นไหว 50%
ในตอนที่เดินตามแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวเข้ามาด้านในอาคารใจกลางเมืองที่เป็นจุดศูนย์รวมของผู้รากมากดีและผู้ที่มีอันจะกิน
หากมินตราอยากได้รถหรู ๆ ไว้ขับแต่เธอไม่มีวาสนา ห้องชุดสุดหรูพวกนี้นนทภพเองก็ไม่มีวาสนาเช่นกัน
ทว่าการเดินตามผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง พูดคุยกันแค่ครั้งแรก มันกลับทำให้เขากล้าพอที่จะก้าวข้ามกฎของตัวเอง
ถูกต้อง...นี่คือครั้งแรกที่เขาก้าวเข้ามาในห้องของผู้หญิง
สถานที่ที่ชายผู้ตั้งมั่นจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ใด ๆ อย่างเขาจะไม่มีวันเหยียบย่างเข้าไป เพราะมัน...อันตราย
แต่เมื่อมินตรายกมือแตะประตูลิฟต์เพื่อปลดล็อกให้เขาเข้าไปยังปลายทาง ความรู้สึกในอกของนนทภพก็เริ่มเต้นแรง ราวกับหัวใจจะหลุดออกมาจากอก
“คุณอยู่ชั้นบนสุดเลยเหรอ” เขาถามขณะที่มองตัวเลขดิจิทัลที่สว่างค้างไว้
“ฉันไม่ชอบให้ใครเดินเหยียบหัว” มินตราตอบอย่างไม่ยี่หระทั้งยังกดข้อความโต้ตอบกับใครสักคนอยู่
พอได้ยินคำตอบนนทภพก็ไม่สามารถกลั้นยิ้มได้อีก เขาก้าวเท้าเข้ามาประจันหน้ากับเธอ มินตราเงยหน้าสบตาเขาและมองเลยไปด้านหลังข้างบนศีรษะของชายหนุ่ม
“ที่นี่ไม่มีกล้องไม่ต้องกลัวว่าจะมีคลิปหลุด”
เป็นคำพูดของเขา มินตรามองดวงตาสีเข้ม เธอเห็นสีนัยน์ตาของเขาชัดเจนขึ้นแล้ว
ภายในกล่องสี่เหลี่ยมที่ทะยานขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตึกมหานครแห่งนี้ มันสว่างจนไม่ว่าเขาและเธอเราก็ต่างเห็นกันและกันอย่างชัดเจน
“ก็ถึงพาคุณมาที่นี่ไงคะ…” คำตอบของเธอเรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายของเขา
นนทภพรู้มินตราเป็นคนฉลาด เพราะถ้าเขาคิดจะทำอะไรมิดีมิร้ายเธอ ทางหนีทีไล่หญิงสาวตรงหน้าก็คงเตรียมการไว้ให้ตัวเองหมดแล้ว
วันนั้นเธอมีการ์ดสี่คน…วันนี้ก็คงเช่นกัน เขายิ้มกว้างขึ้นและถือวิสาสะจับมือเธอเอานิ้วโป้งลูบหลังมือบาง
“เราก็แค่จะมาดื่มไวน์กันคุณนนท์” นนทภพยิ้มและกดใบหน้าลงรับคำเธอ แต่เขาก็โน้มตัวเข้ามาใกล้…ใกล้แบบที่ลมหายใจร้อนผ่าวเฉียดโดนซอกคอเธอ
“ใช่…นั่นคือความต้องการของคุณ แต่สำหรับผม…สาบานว่าไม่ได้คิดแค่นั้น” เขาซ่อนแววยิ้มในดวงตาที่แค่เพียงมองเธอก็สะท้านไปทั้งร่าง
“ผมคิดมากกว่านั้น…และอยากรู้จักคุณมากกว่านี้”
นนทภพพูดจบก็ยกมือเธอขึ้นมาจูบหลังมือ
“ผมเป็นซัปพอร์ตเตอร์ที่ดีนะ…ไม่ใช่แค่มินที่ไม่อยากผูกมัด ผมเองก็เช่นกัน” สุดท้ายเขาก็เปิดเปลือยธาตุแท้ออกมาแล้ว
คำพูดอาจจะจูงใจคนฟัง รอยยิ้มก็คงจะสะกดดวงตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอชั่งใจคือสิ่งที่เขาพูดออกมานี่ต่างหาก
ถ้าหากความสัมพันธ์มันไม่ได้อยู่บนความยุ่งยาก อะไร ๆ มันก็คงจะดี
มินตราเงยหน้ามองเขาและทันใดนั้นใบหน้าคมคายก็โน้มลงมา ริมฝีปากของเราเกือบจะแตะกัน แต่เป็นโทรศัพท์ของเธอที่สั่นเตือนขึ้นมาก่อน
สองมือบางยกขึ้นดันอกแกร่ง แต่นนทภพไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขากดปากหนาลงมาบนปากบางก่อนจะขบเม้มปากล่างของเธอและจูบ…
นานเป็นนาทีที่เขาจะปล่อยให้มินตราเป็นอิสระ
“ฮะ… ฮะโหล” เสียงของเธอสั่นพร่าในขณะที่หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
มินตราก้าวออกจากลิฟต์อย่างเร็วคล้ายคนที่กำลังหนีอะไรบางอย่าง หลังมือบางยกขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังรู้สึกชา ส่วนหัวใจของเธอยังคงเต้นระส่ำ
ความรู้สึกแบบนี้เธอไม่เคยเจอมาก่อนเลยในชีวิต
“กลับห้องสิ พะ พรุ่งนี้มีงาน” เป็นยลดาที่โทร. มาเช็กว่ามินตราถึงห้องหรือยัง และพอได้ยินเสียงหอบก็หยอกเย้ากลับมา
“กลับคนเดียวฉันจะกลับกะใครได้ ใครไปที่นั่นนะ!”
จากที่ตื่นเต้นเพราะโดนจู่โจมขโมยจูบ แต่พอรู้ว่าใครไปปรากฏตัวที่คลับนั่นมินตราก็กำโทรศัพท์แน่น
เสียงฝีเท้าที่เดินย่ำตามมาด้านหลังมินตรายังไม่ทันจะเปิดประตูเพนต์เฮาส์ด้วยซ้ำ กระไอร้อนผ่าวประชิดติดแผ่นหลังก่อนที่มือหนาจะสอดเข้ามาตรงช่วงแขนของเธอที่ยกขึ้นและดันบานประตู
“บอกมันไปตายซะ!” มินตรากัดฟันพูดกับยลดา
ณัฐชัยไปเมาอาละวาดที่โต๊ะเพื่อนของเธอ!
หลังจากวางสายไป มินตราก็ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู กระบอกตาเธอร้อนผ่าวด้วยความเคียดแค้น มือบางกำแน่นจนข้อขึ้นสีขาว
นนทภพยังคงยืนอยู่ด้านหลัง มองเห็นเพียงแผ่นหลังของเธอที่แข็งตึง ไม่ยอมขยับเข้าไปในห้อง
เหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังจดจ่ออยู่กับบางสิ่ง บางอย่างที่อยู่ลึกในใจ…ไม่ใช่เขา
“ขยะ!” มินตราโพล่งออกมา ณัฐชัยอ้างชื่อของเธอและเพื่อนสนิทเพื่อเข้าไปในคลับนั้น
“ขยะ…มันก็แค่ขยะ เดี๋ยวจัดการให้” นนทภพจับจุดคนได้เร็ว
เสียงทุ้มที่กระซิบมาข้างใบหูก่อนที่ร่างหนาจะดันตัวเธอเข้ามาภายในห้อง
มินตราเม้มปากก่อนที่ร่างกายจะโดนอุ้มยกมาวางไว้ที่โซฟากลางห้อง และเขาก็นั่งยอบกายลงตรงหน้าเธอ
“คลับของคุณไม่ปลอดภัยเลย ถ้าวันนี้ฉันอยู่ตรงนั้นจะเป็นยังไง!!” น้ำเสียงเธอสั่น แต่แฝงความโกรธเกรี้ยวอย่างชัดเจน
มินตรากำมือแน่น ดวงตาแดงก่ำจนเหมือนจะร้องไห้ระบายความกรุ่นโกรธ
เธอจ้องเขม็งไปที่นนทภพราวกับกล่าวโทษเขาทั้งหมด
นนทภพเงียบไป เขาค่อยเอื้อมมือไปแตะหลังมือเธอเบา ๆ แล้วลูบปลอบ
รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปาก แต่ดวงตากลับจับจ้องไปยังอากัปกิริยาของหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบงัน
ไม่ใช่ไม่รู้สึกผิด แต่เขากำลังประมวลทุกอย่างอยู่ในใจ
ยลดาบอกเธอว่าณัฐชัยมันบุกไปอาละวาดในคลับเมื่อคืน พร้อมคำขู่และความเดือดดาลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แค่คิดมินตราแทบจะทนไม่ไหว ถ้าเธออยู่ที่นั่นจริง ๆ จะยืนอยู่ต่อหน้าผู้คนในสภาพนั้น
เธอคงไม่มีหน้าเหลือที่จะมองใครอีกแล้ว!
“เดี๋ยวผมจัดการให้…โอเคไหม มินอย่าหงุดหงิดเลยนะ”
นนทภพกล่อมเธอด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ แต่มินตรากลับร้อนเป็นไฟยิ่งกว่าเดิม
“คุณจะจัดการยังไง! ถ้าฉันไม่ออกมาที่นี่คนคงได้แห่พูดเรื่องนี้กันแน่!” เธอมองหน้าเขาแล้วพูดอย่างเป็นตัวเอง
นนทภพมองเธอและก็รู้ว่าที่มินตราไม่ชอบที่สุดคือเรื่องไม่ดีที่คนจะเอาไปพูดกันต่อ
เธอเป็นคนหยิ่งทะนง เข้าถึงยากไม่แคร์ใคร แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้แคร์สายตาคนอื่นนัก
หรืออาจจะเพราะตัวหญิงสาวเองก็คงจะมีแผลที่บอกใครไม่ได้เช่นกัน และนั่นก็เป็นสิ่งที่นนทภพต้องรู้ให้ได้
“ดื่มอะไรเย็น ๆ ก่อนไหม คุณจะได้ใจเย็นแล้วเรามาคุยกัน”
นนทภพทำตัวไม่ต่างกับเจ้าของห้อง เขาจัดการเครื่องดื่มมาบริการเสิร์ฟเธอถึงที่
มินตราสร่างเมาไปเรียบร้อยแล้ว เธอยกเครื่องดื่มที่บริกรหน้าตาดีอย่างเขาเสิร์ฟลงคอแบบรัว ๆ เพียงครู่เดียวอาการสร่างเมาก็เข้มข้นขึ้นอีกครั้ง
“คุณจะจัดการยังไง คุณรู้ไหมว่าเที่ยวที่ร้านคุณแพงกว่าสิบร้านที่ฉันเที่ยวทั้งปีอีก” น้ำเสียงของเธอยืดยานทั้งยังมองหน้าเขาอย่างหาเรื่อง
ไวน์แดงขวดนี้ของนนทภพร้ายแรงจริง ๆ แต่มินตราสูญเสียสติสัมปชัญญะไปเกือบหมดแล้ว
“แต่ดูสิว่าความปลอดภัยของลูกค้าอยู่ไหน! ถ้ามันมีมีดมีปืนมายิงฉันตายคุณรับผิดชอบฉันไหวเหรอ!” นนทภพมองใบหน้ากลมเกลี้ยงแดงก่ำที่จ้องเขาอย่างเอาเรื่อง
มินตราน่าจะเป็นคนดื่มแล้วตัวแดง ในคลับมันมืดเขามองไม่เห็นเธอชัด แต่ตอนนี้ภายในห้องของเธอ…นนทภพมองเห็นผิวกายขาวเนียนสะอาดของเธอเปลี่ยนสีแบบชัดเจนเต็มสองตา
“ถ้าคุณเป็นอะไรไปผมก็ยินดีรับผิดชอบ…”
เขากล่อมเธออย่างใจเย็น ทั้งยังใช้ปลายนิ้วเก็บเส้นผมที่มาปิดกรอบหน้าสวยนั่นด้วย
มือบางปัดออกและหัวเราะออกมาก่อนจะส่ายหน้ามองเขาราวกับคำพูดของเขามันน่าขบขันนักหนา
“จะรับผิดชอบ! เฮอะ!! คุณรับผิดชอบฉันไม่ไหวหรอก ฉันงี่เง่า ปากร้าย เรื่องมาก ร้ายกาจที่สุด ฉันแพ้ไม่เป็น ไม่มีใครทนฉันได้หรอก อย่ามาพูดว่าจะรับผิดชอบฉันอีก เพราะขนาดคนที่ทำให้ฉันเกิดมายังไม่มีปัญญารับผิดชอบกันเลย!!”
มินตราพูดจบก็หัวเราะอีกครั้งและยกกระดกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว และพริบตาเดียวร่างเล็กก็ทิ้งตัวหงายหลังไปกับโซฟาทันที
นนทภพกะพริบตาช้า ๆ มองเธอที่นอนหลับตาหายใจแผ่วเบา และเขาก็เห็นน้ำสีใสที่ไหลออกมาจากหางตาเธอ
ชายหนุ่มวางมือลงบนศีรษะเธอแล้วลูบด้วยความรู้สึกนึกเอ็นดู
“ที่แท้ก็เด็กมีปัญหานี่เอง…”
ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ
ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร
บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ
บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้
บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม
บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง
บทที่ 11 ค่าตอบแทน ที่ไม่ได้อยากรับเพราะเสียงพึมพำที่ดังออกมาจากประตูห้องนอนทำให้คนที่แค่จะแวะมาดูว่าคนในห้องที่บอกว่าให้เขารอสักพักเพราะตนเองจะอาบน้ำ แต่ความจริงนี่มันเกือบจะหนึ่งชั่วโมงแล้วที่มินตราใช้เวลาอยู่ภายในห้องนั้นนนทภพไม่เคยรอใครนานขนาดนี้...แม้กระทั่งแม่ของเขา“มินว่าจะเข้าไปค่ะ”“...
บทที่ 42 นิภาลัยปัญหาในครอบครัวนิภาลัยเริ่มต้นมาจากครอบครัวของสามีไม่ได้ชอบเธอ มันจึงเกิดการระหองระแหงของตัวสามีและเธอมาเรื่อย ๆคนที่เกิดในตระกูลที่ต่างกัน การใช้ชีวิตก็ต่างกัน ไม่ว่าอะไรเขาก็เชื่อแม่ทั้งหมด ไม่สนใจว่าเธอจะคิดอย่างไรสำหรับสามีนิภาลัยเขาค่อนข้างจะแคร์ครอบครัวมาก เธอแทบจะเป็นอันดั
บทที่ 19 ปลุก NCนนทภพไม่ได้รู้สึกสดชื่นแบบนี้มานานแล้ว แบบที่ลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งที่เมื่อคืนก็ดื่มหนักแต่ไม่ได้รู้สึกแฮงก์แต่อย่างใดปกติเขาเป็นคนตื่นเช้า แต่วันนี้กลับรู้สึกอยากนอนตื่นสายจึงโทร. ลางานกับเลขาหนึ่งวัน ให้เลขารับลูกค้าแทนไปก่อน“แม้แต่นอน...เสียงหายใจยังเงียบกริบ” เขานอนตะแคงมองคนที่
บทที่ 10 เหมือนยังว่า...“คุณนนท์! ปล่อยฉันนะ!”นนทภพเงยหน้าขึ้นจากเนินอกอิ่มที่เขากำลังคลอเคลีย และยิ้มมุมปากให้เธอ มินตราเห็นเช่นนั้นเธอทำได้เพียงแค่ขยับตัวแต่เพราะเขาตัวใหญ่กว่าเธอมาก หญิงสาวจึงได้แต่กัดริมฝีปากกลั้นความรู้สึกบางอย่าง และก็รู้สึกตัวเพราะเรียวปากมีความรู้สึกเจ็บระบมและคงไม่ต้อง







