หน้าหลัก / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

แชร์

บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

ผู้เขียน: Luna of The Sea
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-04 12:00:32

ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ 

แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา

 “คุณเป็นใครกันแน่… อารัญ”

เขาชะงัก ราวกับกำลังพยายามตั้งหลักกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้า

ฉันจ้องเขาอย่างคาดคั้น เสียงสั่นเพราะความจริงเพิ่งเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว

“ทุกอย่าง… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

คุณตามหาฉันมาตลอดใช่ไหม?”

อารัญนิ่งเงียบ สายตากดต่ำ มือกำแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ทุกวินาทีเหมือนเวลาหยุดหมุน

ใต้สายตาที่เคยคมนิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ ปรากฏรอยร้าวบางอย่าง… สิ่งที่เขาไม่เคยปล่อยให้ใครเห็น

ฉันเอ่ยขึ้น ตัดความเงียบโดยไม่เปิดโอกาสให้แก้ตัว

“คุณรู้ ว่าใครเป็นคนขายข้อมูลลับ Quantum X”

“คุณรู้ ว่าทุกอย่างถูกซ่อนอยู่ใต้ความลับ… และการวางแผนของตระกูลฟอร์ด ”

ฉันจ้องเขาแน่น ไม่ละสายตา

“คุณรู้ไหมว่ามีคนต้องตายเพราะมัน… พ่อของฉัน… โฮชิคาวะ… แม่ของฉัน… แม้กระทั่งอเล็กซี่?”

สายตาของเขาวูบไหว ราวกับคำพูดของฉันแทงซ้ำลงไปหลายดาบพร้อมกัน

“คุณรู้… ว่าใครเป็นคนสั่งการ แล้วทำไมคุณถึงยังนิ่งเฉย… เพื่ออะไร? เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทคุณงั้นเหรอ?”

ความเงียบของเขาเป็นคำตอบ และมันทำให้ฉันเจ็บยิ่งกว่าคำโกหกใด ๆ

“แล้วคนที่ลบไฟล์ทั้งหมดในเครื่องฉัน… ก็คือคนของคุณ… ใช่ไหม?”

เขาอ้าปาก เหมือนอยากอธิบาย แต่ฉันไม่เปิดโอกาสนั้นให้เขาอีกเลย

“คุณโกหกฉัน… เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทคุณ เพื่อครอบครัว และตระกูลของคุณ”

เสียงฉันสั่น แต่ไม่ถอย

“แล้วฉันล่ะ?”

คำถามนั้นลอยค้างอยู่กลางอากาศ

“เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง… ที่คุณต้องคุมให้อยู่ในสายตาเท่านั้นใช่ไหม?”

“คุณเอาฉันไว้ใกล้ตัว ก็แค่เพื่อควบคุม… แค่นั้นเอง”

ร่างกายขยับเข้าไปใกล้ จ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น

ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้หลงเชื่อ

เสียงกดต่ำ

“คุณมันคนหลอกลวง… จอมวางแผน”

สูดหายใจลึก กลั่นคำพูดถัดไป

“ขอบคุณ… ที่ดูแลฉันมาตลอด

แต่หลังจากนี้… ฉันไม่ต้องการมันอีกแล้ว”

สิ้นคำพูด ร่างกายเคลื่อนผ่านเขาไปเพียงไม่กี่ก้าว

“หยุดก่อน… ลิลิน

ผมปกป้องคุณด้วยหัวใจจริงของผม”

คำพูดนั้นทำให้ฉันหยุด ชั่ววินาทีหัวใจเต้นแรง

ก่อนหันกลับมา แล้วเอ่ยเสียงชัด

“งั้นก็… พิสูจน์สิ”

ฉันทิ้งประโยคสั้น ๆ ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวที่สบกับเขา แล้วเดินออกไปด้วยหัวใจเจ็บปวด

เมื่อรู้ว่าทุกอย่างระหว่างเรา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการและผลประโยชน์ของเขาเท่านั้น

***

อารัญยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว

เมื่อทุกสิ่งที่เขาปิดบังถูกเปิดเผย… จนถึงแก่นแท้ของความลับ

แม้หัวใจเขาจะเต็มไปด้วยความปรารถนาที่อยากปกป้องเธอตลอดชีวิต

แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด กลับเป็นสายตาของเธอ… ในวันที่เธอไม่เชื่อใจเขาอีกต่อไป

สายตาของเขาสั่นไหว เมื่อนึกถึงความรู้สึกของเธอ

ความเจ็บปวดเข้าครอบงำเขาอยู่ชั่วขณะ

วรากรยืนมองอยู่ห่าง ๆ ด้านหลัง ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนยกข้อมือดูเวลา แล้วจึงขยับเข้าไปใกล้

“ท่านประธานครับ”

อารัญหันคอเพียงเล็กน้อยเป็นสัญญาณตอบรับ

“นักสืบรออยู่ครับ ที่ชั้น 64… เราไม่มีเวลาแล้วครับ”

และในเพียงเสี้ยววินาทีเดียว ความอ่อนไหวก็ถูกกลบหาย

แทนที่ด้วยความแน่วแน่และความเย็นชาอันคมกริบ

ราวกับแผนการบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของเขา

***

บนตึกระฟ้า ชั้น 64

นอกกระจกใสบานใหญ่ เมืองยามค่ำคืนแผ่ขยายอยู่เบื้องล่าง

แสงไฟนับพันจุดกระพริบอยู่ใต้เงามืด เล็กจ้อยและห่างไกล… ราวกับทุกชีวิตถูกกดไว้ใต้ความสูงของอำนาจ

ภายในห้อง กระจกสะท้อนแสงเย็นเฉียบ

นักสืบของอารัญก้าวเข้ามา วางแฟ้มหลักฐานลงบนโต๊ะอย่างแม่นยำ เมื่อเปิดออก ภาพถ่ายและไฟล์ลับก็ปรากฏ

ความจริงที่ไม่ควรถูกแตะต้อง…

แต่ถูกดึงขึ้นมาวางตรงหน้า

“นี่คือข้อมูลภาพที่เรากู้คืนมาได้ครับ”

หนึ่งในเสียงของนักสืบกล่าว

คริส ฟอร์ดอยู่ในเฟรมเดียวกับไคล์ หลังเวทีงานกาล่า

ชัตเตอร์จับภาพใบหน้าเหี้ยมเกรียมของเขา

ดวงตาคมกริบเย็นชา กระทบแฟลชราวกับไม่พอใจที่การสนทนานั้นถูกบันทึกไว้

เมื่อเพ่งสายตาลงไป

ภาพเผยตัวอักษรที่เรียงกันชัดเจน: Quantum X บนซองน้ำตาลในมือคริส

และนั่นคือหลักฐานสำคัญ

“ไคล์ฉลาดเกินไป…”

นักสืบเอ่ยเสียงต่ำ

“เขาสั่งให้คริสส่งมอบมันในงานกาล่า

เพื่อจะเก็บหลักฐานไว้เป็นข้อต่อรอง”

นักสืบหยุดไปชั่วอึดใจ

“แต่คุณ ลิลิน… มาจับจังหวะนั้นได้พอดี”

นักสืบอีกคนเสริม พร้อมเลื่อนแฟ้มหลักฐานอีกชุดมาตรงหน้า

“จำนวนเงินที่คริส ฟอร์ดขายข้อมูลให้กับนักธุรกิจหนุ่มรายนี้

มากพอที่จะทำให้หายไปจากระบบได้ตลอดชีวิตครับ”

เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ

“เมื่อคืนก่อน เราเห็นอเล็กซี่อยู่ในคาสิโนคลับของไคล์

แต่ตำรวจไม่สามารถตามรอยได้ กล้องวงจรปิดทั้งหมดถูกลบไปแล้ว”

“และที่สำคัญ”

น้ำเสียงเขาต่ำลง

“คริส ฟอร์ด อาจเป็นผู้สั่งการปิดปากอเล็กซี่โดยตรง ผ่านลูกน้องของไคล์”

ถ้อยคำสุดท้ายตกลงกลางห้อง เหมือนตอกตะปูปิดฝาโลง

อารัญเอื้อมมือหยิบภาพถ่ายขึ้นมา สายตากวาดผ่าน ดวงตาแข็งกร้าวก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ

ปึก!

เขาชี้ไปที่ภาพของไคล์ พลางเงยหน้ามองนักสืบทั้งสอง ด้วยสายตาราวมัจจุราช

นักสืบคนหนึ่งเอ่ยเสียงแผ่ว ราวกับกำลังเลือกถ้อยคำอย่างระมัดระวัง

“ไคล์เป็นมาเฟียบ่อน มีลูกน้องคุมทุกฝีก้าว การจัดการเขาไม่ใช่เรื่องง่าย”

 เขาหยุดไปชั่วอึดใจ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลงกว่าเดิม

“และที่สำคัญ… พวกเขามีอำนาจมากพอจะหลุดรอดจากเงื้อมมือกฎหมายได้อย่างสบาย”

คำพูดนั้นทิ้งน้ำหนักไว้กลางห้อง ความเงียบแผ่ซ่านราวหมอกหนาทึบ

ไม่มีใครขยับ ไม่มีใครกล้าสบตาอารัญตรง ๆ

อารัญขบกรามแน่น กล้ามเนื้อกรอบหน้าตึง เส้นเลือดข้างขมับเต้นเบา ๆ

ราวกับกำลังกลืนรสขมของความจริงลงคอ ความอดกลั้นถูกกดไว้จนแน่น

เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาคมแข็งเย็นเฉียบ

น้ำเสียงต่ำ กระชับ

“งั้นก็ออกนอกระบบ”

คำพูดตรงไปตรงมาของอารัญทำให้นักสืบทั้งสองกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว

ไม่มีใครกล้าขัด ได้แต่สบตากันเงียบ ๆ

จากนั้นอารัญเลื่อนสายตาลงหยุดที่พื้นโต๊ะ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ส่วนคริส ฟอร์ด…”

ความเงียบยิ่งทวีคูณ ราวกับทุกคนรู้ดีว่าประโยคต่อไปคือเส้นที่ข้ามแล้วไม่มีทางหันกลับ

“ผมจัดการเอง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่22 ความจริงหลังภาพ

    นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไป

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

    เวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มกรอชีวิตให้ฉันข้ามช่องว่างนั้นมาทันทีที่ประตูรถเปิดออก เบื้องหน้าคือเพนต์เฮาส์หรูหรากลางใจเมือง งดงามราวกับฉากหนึ่งในชีวิตของใครบางคน…แต่อาจไม่ใช่ของฉัน“ถึงแล้วครับ” อารัญผายมือพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกฉันยืนนิ่ง เท้าเหมือนถูกตรึงกับพื้น มือกำชายเสื้อแน่น เมื

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่20 .คนในภาพ

    “ลิลิน…”เสียงเรียกอ่อนโยนดังก้องในห้องว่างเปล่า..ฉันยืนอยู่ลำพัง เลื่อนสายตารอบห้อง ทุกสิ่งดูคุ้นเคยแต่พร่าเลือนราวกับความทรงจำที่ยังโหลดไม่เสร็จมุมหนึ่ง แสงส้มจากโคมไฟทาบลงบนใบหน้าอ่อนโยนของหญิงชรา เธอมองฉันด้วยดวงตาเปี่ยมด้วยความรัก อบอุ่นจนหัวใจฉันสั่นไหวจากนั้น ชายอีกคนก้าวออกมาจากมุมด้านใน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status