Inicio / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่25.ซองสีน้ำตาล

Compartir

บทที่25.ซองสีน้ำตาล

last update Fecha de publicación: 2025-12-26 12:00:37

มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิต 

เราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้น

ฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลัง

ฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้น

ทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใด

เพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบ

ระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน  อารัญหยุดเดินกะทันหัน

ก่อนดึงฉันเข้าไปใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่น ๆ

เขามองลึกเข้ามาในดวงตา  ราวกับอยากให้เห็นทุกความรู้สึกที่เก็บไว้ตลอดมา

“ตกลง… คุณจะหมั้นกับผมไหม?”

หัวใจฉันสั่นวาบ เมื่อเขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ผมประกาศไปแล้ว พรุ่งนี้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่นอน”

ฉันชะงัก ใจเต้นแรงจนแทบกลบเสียงรถบนถนน

“เอ่อ… ฉัน…” คำตอบติดอยู่ในลำคอ ใจหนึ่งอยากตอบรับ แต่อีกใจก็หวั่นไหว แม้ฉันอยากรู้เรื่องตระกูลฟอร์ดและพ่อของตัวเองเพียงไหน การเอาการหมั้นเป็นเดิมพันแบบนี้ไม่ดีแน่

อารัญโน้มหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด

“งั้น… ผมจะทำตามขั้นตอน”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองทันที

เขายกมือประคองแก้มเบา ๆ ก่อนพูดชัดถ้อยชัดคำ

“ผมขอเริ่มจากขั้นแรกก่อน… ตกลงเป็นแฟนกับผมนะ”

คำพูดนั้นทำให้ฉันหายใจได้สะดวกขึ้น กับช่องว่างเล็ก ๆ

และ เมื่อฉันมองลึกลงไปในดวงตาของผู้ชายเพียบพร้อม คนที่คอยดูแลฉันไม่เคยห่าง นั่น… ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอ

แล้วคำตอบก็หลุดออกจากริมฝีปาก โดยไม่ต้องคิดซ้ำ

“…ตกลงค่ะ”

รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่ริมปากหนา ก่อนโน้มลงแตะหน้าผากฉันแผ่วเบา

“กลับบ้านกันครับ” เขากระซิบ พร้อมจับมือฉันแน่นกว่าเดิม

พาฉันก้าวเดินไปข้างหน้า

ด้วยหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

***

ทว่า เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง บรรยากาศโรแมนติกจากเมื่อเย็นวานกลับเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับทุกอย่างถูกเปลี่ยนฉากในพริบตา

ในจังหวะเดียวกันนั้น ความรู้สึกแผ่ววาบบางอย่างก็แล่นขึ้นมา คล้ายลางสังหรณ์ไม่ดี

ข่าวหน้าหนึ่งทุกสำนักพาดหัวเดียวกัน

“พี่น้องตระกูลฟอร์ดปะทะกันกลางร้านอาหารหรู

ประธานอารัญประกาศคู่หมั้น ลิลิน ช่างภาพส่วนตัว”

ความไม่ลงรอยของพี่น้องตระกูลฟอร์ดถูกเน้นตัวหนาเต็มหน้ากระดาษ กระแทกสายตาฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนใจเริ่มหนักขึ้น

ภาพของฉันบนหน้าหนึ่งก็ชัดเจนเกินจะหลีกเลี่ยง ฉันมองรูปตัวเองนิ่งงัน ก่อนพ่นลมหายใจออกมาเฮื้อกใหญ่ ราวกับพยายามรับแรงกระแทกทั้งหมด… ทั้งที่ใจยังไม่พร้อมเลย

ระหว่างที่ความคิดกำลังจะดิ่งลง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเฉียบพลัน รั้งฉันกลับสู่ความเป็นจริง

“ลิลิน… ฉันเอง แนนซี่ ออกมาเจอฉันหน่อย คาเฟ่ด้านหน้า”

น้ำเสียงของแนนซี่สั่น เธอไม่เคยโทรมาหาฉันแบบนี้หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“ได้ เดี๋ยวฉันลงไป… สิบนาที”

ไม่กี่นาทีต่อมา ฉันก็อยู่หน้า คาเฟ่

“ลิลิน!”

เธอโผเข้ากอดฉันแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความดีใจ

“ฉันดีใจมากเลยที่แกดีขึ้น… แกหายตัวไปหลายวัน ฉันแทบเป็นบ้า”

ฉันยิ้มอ่อน ๆ ตอบกลับ แต่ข้างในเต็มไปด้วยคำถาม

“ฉันโอเคแล้วล่ะ… ถึงจะยังงง ๆ บ้างก็เถอะ”

แนนซี่พยักหน้า ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้า

“นี่คือทุกอย่างที่ฉันรวบรวมไว้ตอนที่แกไม่สบาย…เอกสารทั้งหมดที่อาจเกี่ยวข้องกับพ่อของแก”

เธอหยุดหายใจชั่วครู่ สีหน้าจริงจังขึ้น

“และอีกอย่าง… ฉันคิดว่าอารัญตามหาแกมานานแล้ว”

หัวใจฉันเต้นแรงขึ้น แต่ยังพอควบคุมได้

“ขอบใจนะ แนนซี่” ฉันพูดเบา ๆ

แนนซี่ส่ายหน้า

“ลิลิน… ทุกอย่างมันซับซ้อนกว่าที่คิด การตายของพ่อแกเมื่อหลายปีก่อน… ฉันไม่เชื่อว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”

“แกเชื่อไหม… ทุกคนที่เข้าไปยุ่งกับตระกูลนั้น ถูกจัดการหายไปทีละคน

ฉันว่าแม่ของคริส ฟอร์ด มาดามโซเฟีย น่าจะเป็นตัวการทั้งหมด

แม้กระทั่งสามีของตัวเอง… เธอก็จัดการได้ลงคอ”

“แกกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แนนซี่?

ฉันก็แค่ช่างภาพฟรีแลนซ์กระจอก ๆ จะไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร”

“แกไม่เกี่ยว… แต่โฮชิคาวะเกี่ยวข้อง”

“แกรู้เรื่องตัวเองดีแค่ไหน?

ตั้งแต่จำความได้ พวกเขาเคยเล่าอะไรให้แกฟังบ้างไหม?”

“แกไปเอาเรื่องพวกนี้มาจากไหน แนนซี่?”

“ฉันหมกมุ่นตามอเล็กซี่กับคริส ฟอร์ดไป สืบข่าว ค้นทุกอย่างก็เพื่อแกนะ ลิลิน… และอีกอย่าง ฉันไม่น่าแนะนำงานกาล่าให้แกเลย”

ฉันยกมือไปสัมผัสมือแนนซี่เบา ๆ ราวจะบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนที่เธอจะพูดต่อ

“และที่แน่ ๆ… คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด คืออารัญ”

“แล้วนี่… แกดูนี่สิ”

แนนซี่วางรูปถ่ายหลายใบลงบนโต๊ะ

เสียงกระดาษกระทบกันเบา ๆ แต่กลับ หนักอึ้งในใจฉัน

“อเล็กซี่… นักข่าวคนนี้ไม่ธรรมดา

เกาะติดคริส ฟอร์ดอย่างกับปลิง… ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น

ฉันกำรูปในมือแน่น

“แล้วมาดามโซเฟีย… ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”

แนนซี่เม้มปากแน่น พลางส่ายหัวช้า ๆ

“ฉันยังไม่รู้ทั้งหมด… แต่มีใครบางคนเหมือนจงใจให้แก ‘หายไป’

เหมือนพ่อกับแม่ของแกนั่นแหละ ลิลิน

แกไม่เคยสงสัยบ้างเหรอ ทำไมแม่แกถึงจากไป หลังจากที่แกเข้าบริษัทนั้นเพียงไม่กี่วัน?”

เธอหยิบรูปอีกใบวางลงตรงหน้า

เป็นภาพชายคนหนึ่ง

สูทดำเรียบกริบ ใบหน้าคมเฉียบ ดวงตาแข็งกร้าว…

ดวงตาที่เหมือนคอยจับตามองฉันอยู่จากความมืดเสมอ

ฉันจำเขาได้ทันที

งานกาล่า…

ลิฟต์…

รถหรูสีดำ…

ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาทีละฉาก พร้อมกับความเย็นวาบไหลผ่านสันหลัง

ทันใดนั้น แนนซี่วางซองสีน้ำตาลอีกซองลงตรงหน้า

“และนี่… บทความ ข่าว และเอกสารเก่า ๆ ของโครงการลับ

มันอาจช่วยให้แกต่อจิ๊กซอว์ที่ยังขาดอยู่”

ฉันรับมันมาอย่างช้า ๆ

ลมหายใจหนักขึ้นเหมือนโลกทั้งใบกำลังตั้งคำถามบางอย่างกับฉัน

ฉันเปิดซองออก กระดาษแผ่นบนสุดคือข่าวเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน หัวข้อใหญ่สะท้อนเข้าตาทันที

“Quantum X โครงการเทคโนโลยีลับที่กลายเป็นภัยต่อความมั่นคง ถูกปิดตายหลังโศกนาฏกรรม… ไม่เหลือแม้ร่องรอย”

ในเสี้ยววินาทีนั้น ความทรงจำที่สับสนเหมือนถูกดึงกลับมา แผ่นฟิล์มที่ถูกซ่อนไว้ใต้กรอบภาพคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่พ่อของฉันเก็บไว้ตลอดเกือบยี่สิบปี

Quantum X ตัวอักษรแบบเดียวกับที่ประทับอยู่บนซองสีน้ำตาลในงานกาล่าคืนนั้น ซองที่คริส ฟอร์ดลอบส่งให้ชายแปลกหน้า ทำให้ฉันมั่นใจทันทีว่าข้างในต้องเกี่ยวข้องกับ Quantum X ข้อมูลลับที่ไม่ควรตกอยู่ในมือใครทั้งนั้น

อารัญรู้เรื่อง Quantum X ดี และเขาก็สงสัยคริส ฟอร์ดมานาน เพียงแต่ไม่กล้าเคลื่อนไหวเพราะอีกฝ่ายเป็นพี่ชายต่างมารดา แต่ถ้าข้อมูลนี้หายไปจริง คนที่เสี่ยงที่สุดอาจเป็นอารัญเอง

ความจริงทุกชิ้นค่อย ๆ ต่อเข้าด้วยกัน ทว่าความชัดเจนกลับยิ่งทำให้ใจฉันสั่นไหว ถ้าเขารู้ทุกอย่างตั้งแต่แรก… ถ้าเขาเข้าใกล้ฉันเพราะ Quantum X… แล้วการปกป้องทั้งหมดที่ทำมา เป็นเพียง “เครื่องมือ” งั้นเหรอ?

ความไม่แน่ใจต่อเขาก่อตัวขึ้นจนแน่นในอกของฉัน 

ฉันก้มลงมองซองสีน้ำตาลที่กำไว้แน่น ก่อนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแนนซี่แตะแขนเบา ๆ เงยหน้าขึ้นพบแววตาเธอเต็มไปด้วยความกังวลลึก

“ลิลิน… อยู่ให้ห่างจากตระกูลฟอร์ดให้มากที่สุดเถอะ”

เสียงของเธอสั่นต่ำ คำเตือนนั้นเหมือนกระแทกซ้ำลงกลางอก จนลมหายใจแทบสะดุด

แล้วแนนซี่ก็เพิ่มเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายเย็นวาบ

“หนีไป ลิลิน”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่3.คำเชิญในเงาไฟ

    เที่ยงตรงเป๊ะตามนัดฉันในสูทเข้ารูปสีเข้มแนบลำตัว กางเกงขายาวรีดกลีบคม รองเท้าหนังสีดำขัดจนเงาวับ ทุกอย่างดูเรียบร้อย สมบูรณ์แบบในแบบมืออาชีพ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่2 .แสงแรกของเมือง

    ฉันลืมตาขึ้นก่อนฟ้าสาง..เสียงเอะอะโวยวายจากซอยด้านล่างดังทะลุขึ้นมาถึงชั้นสองของคอนโด แสงนีออนจากป้ายโฆษณาริมทางด่วนลอดผ่านม่านขาวบางพาดแถบแสงลงบนผ้าห่มอย่างแผ่วเบาฉันพลิกตัว ลุกขึ้นไปยืนที่หน้าต่าง มือค่อย ๆ เลื่อนม่าน เปิดบานเกร็ดกระจกออก ทอดมองเบื้องล่างคือภาพชีวิตในตรอกแคบกลางกรุง หญิงสาวใ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่ 1.ในเงา

    🌟 หนึ่งสัปดาห์ก่อน คาเฟ่หรูกลางใจเมือง เสียงกาแฟบดกับเครื่องชงดังคลอเบา ๆ“ลิลิน แกไม่หางานประจำทำบ้างล่ะ งานฟรีแลนซ์รายได้ไม่แน

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทเปิด

    แสงแรกของรุ่งอรุณสาดลอดระหว่างตึกระฟ้า ฉันยกกล้องขึ้น... แชะ แชะ แชะ “เจ๋งมาก… ลิลิน” เสียงพึมพำแผ่วเบา หลุดออกมาพร้อมรอยยิ้มบางบนใบหน้า ความภูมิใจอุ่นวาบในอก เหมือนแสงอาทิตย์ที่เพิ่งเริ่มทอ บนดาดฟ้าของตึกสูงเด่น เสียงรถราและฝูงชนด้านล่างประสานกันเป็นจังหวะชีวิตของเมืองใหญ่ แต่สำหรับฉัน…

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status