LOGINมือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิต
เราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้น
ฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลัง
ฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้น
ทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใด
เพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบ
ระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน
ก่อนดึงฉันเข้าไปใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่น ๆเขามองลึกเข้ามาในดวงตา ราวกับอยากให้เห็นทุกความรู้สึกที่เก็บไว้ตลอดมา“ตกลง… คุณจะหมั้นกับผมไหม?”หัวใจฉันสั่นวาบ เมื่อเขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมประกาศไปแล้ว พรุ่งนี้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่นอน”ฉันชะงัก ใจเต้นแรงจนแทบกลบเสียงรถบนถนน
“เอ่อ… ฉัน…” คำตอบติดอยู่ในลำคอ ใจหนึ่งอยากตอบรับ แต่อีกใจก็หวั่นไหว แม้ฉันอยากรู้เรื่องตระกูลฟอร์ดและพ่อของตัวเองเพียงไหน การเอาการหมั้นเป็นเดิมพันแบบนี้ไม่ดีแน่อารัญโน้มหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
“งั้น… ผมจะทำตามขั้นตอน”ฉันเงยหน้าขึ้นมองทันที
เขายกมือประคองแก้มเบา ๆ ก่อนพูดชัดถ้อยชัดคำ“ผมขอเริ่มจากขั้นแรกก่อน… ตกลงเป็นแฟนกับผมนะ”
คำพูดนั้นทำให้ฉันหายใจได้สะดวกขึ้น กับช่องว่างเล็ก ๆ
และ เมื่อฉันมองลึกลงไปในดวงตาของผู้ชายเพียบพร้อม คนที่คอยดูแลฉันไม่เคยห่าง นั่น… ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอ แล้วคำตอบก็หลุดออกจากริมฝีปาก โดยไม่ต้องคิดซ้ำ “…ตกลงค่ะ”รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่ริมปากหนา ก่อนโน้มลงแตะหน้าผากฉันแผ่วเบา
“กลับบ้านกันครับ” เขากระซิบ พร้อมจับมือฉันแน่นกว่าเดิม
พาฉันก้าวเดินไปข้างหน้า ด้วยหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน***
ทว่า เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง บรรยากาศโรแมนติกจากเมื่อเย็นวานกลับเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับทุกอย่างถูกเปลี่ยนฉากในพริบตา
ในจังหวะเดียวกันนั้น ความรู้สึกแผ่ววาบบางอย่างก็แล่นขึ้นมา คล้ายลางสังหรณ์ไม่ดี
ข่าวหน้าหนึ่งทุกสำนักพาดหัวเดียวกัน
“พี่น้องตระกูลฟอร์ดปะทะกันกลางร้านอาหารหรู ประธานอารัญประกาศคู่หมั้น ลิลิน ช่างภาพส่วนตัว”ความไม่ลงรอยของพี่น้องตระกูลฟอร์ดถูกเน้นตัวหนาเต็มหน้ากระดาษ กระแทกสายตาฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนใจเริ่มหนักขึ้น
ภาพของฉันบนหน้าหนึ่งก็ชัดเจนเกินจะหลีกเลี่ยง ฉันมองรูปตัวเองนิ่งงัน ก่อนพ่นลมหายใจออกมาเฮื้อกใหญ่ ราวกับพยายามรับแรงกระแทกทั้งหมด… ทั้งที่ใจยังไม่พร้อมเลย
ระหว่างที่ความคิดกำลังจะดิ่งลง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเฉียบพลัน รั้งฉันกลับสู่ความเป็นจริง
“ลิลิน… ฉันเอง แนนซี่ ออกมาเจอฉันหน่อย คาเฟ่ด้านหน้า”
น้ำเสียงของแนนซี่สั่น เธอไม่เคยโทรมาหาฉันแบบนี้หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ
“ได้ เดี๋ยวฉันลงไป… สิบนาที”
ไม่กี่นาทีต่อมา ฉันก็อยู่หน้า คาเฟ่
“ลิลิน!”
เธอโผเข้ากอดฉันแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความดีใจ“ฉันดีใจมากเลยที่แกดีขึ้น… แกหายตัวไปหลายวัน ฉันแทบเป็นบ้า”
ฉันยิ้มอ่อน ๆ ตอบกลับ แต่ข้างในเต็มไปด้วยคำถาม
“ฉันโอเคแล้วล่ะ… ถึงจะยังงง ๆ บ้างก็เถอะ”แนนซี่พยักหน้า ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้า
“นี่คือทุกอย่างที่ฉันรวบรวมไว้ตอนที่แกไม่สบาย…เอกสารทั้งหมดที่อาจเกี่ยวข้องกับพ่อของแก”
เธอหยุดหายใจชั่วครู่ สีหน้าจริงจังขึ้น“และอีกอย่าง… ฉันคิดว่าอารัญตามหาแกมานานแล้ว”หัวใจฉันเต้นแรงขึ้น แต่ยังพอควบคุมได้
“ขอบใจนะ แนนซี่” ฉันพูดเบา ๆแนนซี่ส่ายหน้า
“ลิลิน… ทุกอย่างมันซับซ้อนกว่าที่คิด การตายของพ่อแกเมื่อหลายปีก่อน… ฉันไม่เชื่อว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”“แกเชื่อไหม… ทุกคนที่เข้าไปยุ่งกับตระกูลนั้น ถูกจัดการหายไปทีละคน
ฉันว่าแม่ของคริส ฟอร์ด มาดามโซเฟีย น่าจะเป็นตัวการทั้งหมด
แม้กระทั่งสามีของตัวเอง… เธอก็จัดการได้ลงคอ”
“แกกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แนนซี่? ฉันก็แค่ช่างภาพฟรีแลนซ์กระจอก ๆ จะไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร”“แกไม่เกี่ยว… แต่โฮชิคาวะเกี่ยวข้อง”
“แกรู้เรื่องตัวเองดีแค่ไหน?
ตั้งแต่จำความได้ พวกเขาเคยเล่าอะไรให้แกฟังบ้างไหม?”“แกไปเอาเรื่องพวกนี้มาจากไหน แนนซี่?”
“ฉันหมกมุ่นตามอเล็กซี่กับคริส ฟอร์ดไป สืบข่าว ค้นทุกอย่างก็เพื่อแกนะ ลิลิน… และอีกอย่าง ฉันไม่น่าแนะนำงานกาล่าให้แกเลย”
ฉันยกมือไปสัมผัสมือแนนซี่เบา ๆ ราวจะบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“และที่แน่ ๆ… คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด คืออารัญ”
“แล้วนี่… แกดูนี่สิ”
แนนซี่วางรูปถ่ายหลายใบลงบนโต๊ะ
เสียงกระดาษกระทบกันเบา ๆ แต่กลับ หนักอึ้งในใจฉัน
“อเล็กซี่… นักข่าวคนนี้ไม่ธรรมดา
เกาะติดคริส ฟอร์ดอย่างกับปลิง… ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น”ฉันกำรูปในมือแน่น “แล้วมาดามโซเฟีย… ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”แนนซี่เม้มปากแน่น พลางส่ายหัวช้า ๆ
“ฉันยังไม่รู้ทั้งหมด… แต่มีใครบางคนเหมือนจงใจให้แก ‘หายไป’
เหมือนพ่อกับแม่ของแกนั่นแหละ ลิลิน
แกไม่เคยสงสัยบ้างเหรอ ทำไมแม่แกถึงจากไป หลังจากที่แกเข้าบริษัทนั้นเพียงไม่กี่วัน?”
เธอหยิบรูปอีกใบวางลงตรงหน้าเป็นภาพชายคนหนึ่ง
สูทดำเรียบกริบ ใบหน้าคมเฉียบ ดวงตาแข็งกร้าว… ดวงตาที่เหมือนคอยจับตามองฉันอยู่จากความมืดเสมอฉันจำเขาได้ทันที
งานกาล่า…
ลิฟต์… รถหรูสีดำ…ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาทีละฉาก พร้อมกับความเย็นวาบไหลผ่านสันหลัง
ทันใดนั้น แนนซี่วางซองสีน้ำตาลอีกซองลงตรงหน้า“และนี่… บทความ ข่าว และเอกสารเก่า ๆ ของโครงการลับ
มันอาจช่วยให้แกต่อจิ๊กซอว์ที่ยังขาดอยู่”ฉันรับมันมาอย่างช้า ๆลมหายใจหนักขึ้นเหมือนโลกทั้งใบกำลังตั้งคำถามบางอย่างกับฉันฉันเปิดซองออก กระดาษแผ่นบนสุดคือข่าวเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน หัวข้อใหญ่สะท้อนเข้าตาทันที
“Quantum X โครงการเทคโนโลยีลับที่กลายเป็นภัยต่อความมั่นคง ถูกปิดตายหลังโศกนาฏกรรม… ไม่เหลือแม้ร่องรอย”
ในเสี้ยววินาทีนั้น ความทรงจำที่สับสนเหมือนถูกดึงกลับมา แผ่นฟิล์มที่ถูกซ่อนไว้ใต้กรอบภาพคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่พ่อของฉันเก็บไว้ตลอดเกือบยี่สิบปี
Quantum X ตัวอักษรแบบเดียวกับที่ประทับอยู่บนซองสีน้ำตาลในงานกาล่าคืนนั้น ซองที่คริส ฟอร์ดลอบส่งให้ชายแปลกหน้า ทำให้ฉันมั่นใจทันทีว่าข้างในต้องเกี่ยวข้องกับ Quantum X ข้อมูลลับที่ไม่ควรตกอยู่ในมือใครทั้งนั้นอารัญรู้เรื่อง Quantum X ดี และเขาก็สงสัยคริส ฟอร์ดมานาน เพียงแต่ไม่กล้าเคลื่อนไหวเพราะอีกฝ่ายเป็นพี่ชายต่างมารดา แต่ถ้าข้อมูลนี้หายไปจริง คนที่เสี่ยงที่สุดอาจเป็นอารัญเองความจริงทุกชิ้นค่อย ๆ ต่อเข้าด้วยกัน ทว่าความชัดเจนกลับยิ่งทำให้ใจฉันสั่นไหว ถ้าเขารู้ทุกอย่างตั้งแต่แรก… ถ้าเขาเข้าใกล้ฉันเพราะ Quantum X… แล้วการปกป้องทั้งหมดที่ทำมา เป็นเพียง “เครื่องมือ” งั้นเหรอ?ความไม่แน่ใจต่อเขาก่อตัวขึ้นจนแน่นในอกของฉัน
ฉันก้มลงมองซองสีน้ำตาลที่กำไว้แน่น ก่อนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแนนซี่แตะแขนเบา ๆ เงยหน้าขึ้นพบแววตาเธอเต็มไปด้วยความกังวลลึก
“ลิลิน… อยู่ให้ห่างจากตระกูลฟอร์ดให้มากที่สุดเถอะ”
เสียงของเธอสั่นต่ำ คำเตือนนั้นเหมือนกระแทกซ้ำลงกลางอก จนลมหายใจแทบสะดุด
แล้วแนนซี่ก็เพิ่มเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายเย็นวาบ
“หนีไป ลิลิน”
ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…
ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ
มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน
เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
“ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ อักษรบนหน้าซองเขียนไว้ว่า H.F. Project“แล้วนี่ครับ… สิ่งที่ผมเจอ”อารัญมองวรากรด้วยสายตาคมราวกับพยายามค้นความหมายจากใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนรับซองมาไว้ในมือและค่อย ๆ แกะออก ความเงียบรอบตัวหนาแน่นจนเหมือนอากาศหยุดไหล.ภายในซองคือ แผ่นฟิล์มเก่าบนขอบฟิล์มมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือ… ปี
นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไปฉันก้าวไปอย่างช้า ๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง แสงนีออนจากป้ายริมทางด่วนลอดผ่านผ้าม่านเป็นเส้นเรื่อบาง สะท้อนบนกรอบรูปที่ยังแขวนเด่นอยู่บนผนังฉันยื่นมือไปแตะสวิตช์ไฟในรูปนั้น… หญิงชราผู้มีใบหน้าอ่อนโยนกำลังยิ้มให้หญิงสาวคนหนึ่ง ‘ตัวฉันเอง’ เพียงสบตากับภาพนั้น ความอบอุ่นก็ซัดเข้ามาจนหัวใจสั่นวูบ..ฉันเคลื่อนกายไปยังอีกห้อง







