FAZER LOGINราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ
หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”
(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะ
ขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยล
คริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ ชายมาดนิ่งนั่งอยู่กลางโซฟาหนังสีดำ มือกางพาดพนักอย่างเหนือกว่า ขาไขว้ห้างอย่างไม่แยแสต่อโลก เหล่าสาวสวยระดับนางแบบล้อมหน้าล้อมหลังเขา เสมือน ราชาผู้ครอบครองสถานที่แห่งนี้ และก็ไม่ผิดนัก เพราะเขาคือไคล์ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน
ทันทีที่คริสก้าวมาถึง ไคล์ยืดตัวขึ้นและเข้าสวมกอดทักทาย อย่างคนคุ้นเคย
ที่มุมบาร์ นักสืบหน้าเข้มกระซิบกับคู่หูข้างกาย พลางยกแก้ววิสกี้สีอำพันจิบอย่างไม่ให้ใครสังเกต
“เจอตัวเป้งแล้ว… และเขาก็อยู่ในรายชื่อแขกรับเชิญวีไอพีงานกาล่าวันนั้นด้วย”
เขากลืนวิสกี้ลงคออึกหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อเสียงต่ำ ๆ
“จะเป็นใครได้ล่ะ… ‘ไคล์ เจ้าพ่อบ่อน’ ”ทั้งสองผลัดกันสอดส่องสายตาไปยังโต๊ะของไคล์ ราวกับกำลังเก็บหลักฐานอย่างเงียบเชียบ
เวลาผ่านไปพักใหญ่ ทั้งคู่พลิกแก้วในมือให้น้ำแข็งกระทบก้นแก้ว ก่อนกระดกกรึบสุดท้าย
“นักข่าวคนนั้นนี่… เดินเข้ารังเสือชัด ๆ คืนนี้มีอะไรเด็ดแน่” นักสืบคนหนึ่งเอ่ย พลางเหลือบมองอเล็กซี่ที่พยายามกลบความอึดอัดไว้ไม่มิด
จังหวะนั้นเอง เสียงบาร์เทนเดอร์ดังแทรก
“รับวิสกี้เพิ่มไหมครับ?”นักสืบทั้งสองส่ายหัว ก่อนสบตากันอย่างรู้ใจ และหนึ่งในนั้นก็เอ่ยเสียงเบา
“ไปจากที่นี่เหอะว่ะ”***
ค่ำคืนก่อนฟ้าเปิดหลายชั่วโมง…
ภายในห้องหรูกลางเมือง เสียงพึมพำแผ่วต่ำหลุดออกจากริมฝีปากอเล็กซี่“นายนี่มันโง่จริง ๆ คริส… ไม่มีน้ำยาเอาซะเลย”
สายตาเย็นเยียบของเธอไล่มองร่างคริสที่นอนหมดแรงบนเตียง ไม่ต่างจาก หมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์ในเกมที่เธอเบื่อจะเล่นต่อแล้ว
เธอสะบัดหน้าหนีอย่างรำคาญ คว้าผ้าขนหนูมาคลุมร่างบาง ก่อนหันหลังเดินไปอีกห้องด้วยท่าทีรีบเร่ง คล้ายกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
แต่เธอไม่รู้เลยว่า…
คริส ลืมตาแผ่วๆ โสตประสาทยังคงตื่นตัว ได้ยินทุกคำพูดที่ลอดออกมาจากริมฝีปากของเธออย่างชัดเจน
ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องเธอทุกการเคลื่อนไหว
เสียงพึมพำเย็นกริบ เป็นคำประกาศอำนาจเหนือทุกชีวิตในห้องนั้น“เธอคิดจะหักหลังเสืออย่างฉันงั้นเหรอ…”
“เหยี่ยวอย่างเธอ จะสู้ฉันได้อย่างไร?”
ทันทีที่ประตูปิดลง
คริสคว้ามือถือขึ้นมากดหมายเลขหนึ่ง นิ้วมือสั่นระริกจากแรงโกรธที่อัดแน่น ก่อนจะเปล่งเสียงก้องสะท้อนในห้องหรู ประหนึ่งชายผู้ยืนอยู่เหนือทุกคน
“จัดการอเล็กซี่ได้… เธอรู้มากเกินไปแล้ว”
อเล็กซี่เดินออกไปยังลานจอดรถ เงาของเธอละลายไปกับความมืด เอกสารในมือถูกกำแน่นราวกับกุมข้อมูลเด็ดทั้งหมดไว้
เมื่อประตูรถปิดลง เสียงโลกภายนอกก็เงียบหาย เหลือเพียงลมหายใจของเธอและเอกสารบนตัก
ข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจเต้นแรง
หลักฐานการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากไคล์สู่คริส
เส้นทางเงินที่ถูกโยกย้ายอย่างซับซ้อน และจงใจปกปิด“คริส… ไม่ใช่แค่ขายข้อมูล”
เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า “เขาร่วมมือกับธุรกิจเทานี่ด้วยอย่างนั้นหรือ”สายตาของอเล็กซี่ไล่ไปตามรายชื่อบริษัท
บริษัทบังหน้าที่ใช้ฟอกเงิน ธุรกิจรองเท้าคู่แข่งของอารัญ และที่น่าตกใจกว่านั้น… ทั้งหมดเป็นของไคล์เองเธอนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มือเย็นเฉียบ
ตระหนักในเสี้ยววินาทีว่าตัวเองก้าวเข้าสู่ใจกลางความบ้าคลั่ง เกมอำนาจที่ไม่มีทางถอย แม้แต่ชีวิตบางชีวิต ก็พร้อมจะถูกลบออกจากกระดาน****
เสียงปึง! ของหนังสือพิมพ์กระแทกลงบนโต๊ะทำงานดังสนั่น ชั้น 64 ของตึกระฟ้า
อารัญยืนนิ่ง ไม่ขยับแม้แต่น้อย สายตาจับจ้องไปที่พาดหัวหน้าแรก ตัวอักษรสีดำหนา ชัดเจนราวกับตะโกนใส่หน้าเขา
“อเล็กซี่ คาร์ลอฟ ถูกฆาตกรรม
รถยนต์ถูกเผาวอดทั้งคัน”ลมหายใจของเขาหนักขึ้น แต่ดวงตาเย็นเฉียบ
ข่าวนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นสุ่มสี่สุ่มห้ามันคือ “การปิดปาก”
และยิ่งเลวร้าย… อเล็กซี่คือผู้กุมข้อมูลลับของคริส ฟอร์ด
แต่เมื่อเธอรู้มากเกินไป ก็กลายเป็นอีกคนที่ถูก “จำกัด”วรากรยืนค้างอยู่ตรงหน้า แทบไม่กล้าหายใจ เพราะเขารู้ดีว่าอารัญกำลังใช้ความเงียบคิด… และความเงียบเช่นนี้อันตรายเสมอ
นิ้วของอารัญค่อยๆลากไปแตะมุมหัวข้อข่าว… ความสงสัยในตัวคริสพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
อารัญรู้ดีว่าคริสฉลาดพอจะไม่ฆ่าคนปิดปากด้วยมือตัวเอง
นอกจากจะมีใครบางคน ตัวการใหญ่ ผู้มีอำนาจมากพอจะลบตัวตนอเล็กซี่ออกจากโลกได้ภายในคืนเดียว
“ข้อมูล Quantum X หายไป อเล็กซี่ถูกฆ่า…”
เสียงทุ้มของเขาเอ่ยแผ่วแต่เฉียบคม “แล้วคนต่อไปล่ะ… จะเป็นใคร ”ภาพของลิลินแวบเข้ามาในหัวทันที
ใบหน้าที่ซีดเซียว ความทรงจำที่พร่าเลือน และความจริงที่เธอยังไม่รู้ ว่าเธอถูกลากเข้าสู่วงล่าข้อมูลอันตรายเขาไม่เคยอยากให้เธอเข้าใกล้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียวแต่ยิ่งเขาพยายามกันเธอออก เธอกลับยิ่งเข้าใกล้จุดศูนย์กลางมากกว่าเดิมอารัญกำหมัดแน่น แววตากร้าว แม้ต้องเผชิญหน้ากับมาเฟียหน้าไหน เขาก็ไม่เคยหวั่น
เขาจะปกป้องเธอไว้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตลมหายใจถูกกดให้ลึกและช้า ก่อนที่เขาจะคลายกำมือ ราวกับเก็บซ่อนทุกความรู้สึกกลับคืนสู่ภายใน
“ท่านประธานครับ… หุ้นส่วนพร้อมกันที่ห้องประชุมแล้วครับ”
เสียงของวรากรดังขึ้นจากด้านหลัง ดึงให้อารัญหันกลับไป
“ได้เวลาแล้วครับ”
ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่… อารัญ”เขาชะงัก ราวกับกำลังพยายามตั้งหลักกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้าฉันจ้องเขาอย่างคาดคั้น เสียงสั่นเพราะความจริงเพิ่งเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว“ทุกอย่าง… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญคุณตามหาฉันมาตลอดใช่ไหม?”อารัญนิ่งเงียบ สายตากดต่ำ มือกำแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ทุกวินาทีเหมือนเวลาหยุดหมุนใต้สายตาที่เคยคมนิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ ปรากฏรอยร้าวบางอย่าง… สิ่งที่เขา
ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…
ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ
มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน
เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
“ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ อักษรบนหน้าซองเขียนไว้ว่า H.F. Project“แล้วนี่ครับ… สิ่งที่ผมเจอ”อารัญมองวรากรด้วยสายตาคมราวกับพยายามค้นความหมายจากใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนรับซองมาไว้ในมือและค่อย ๆ แกะออก ความเงียบรอบตัวหนาแน่นจนเหมือนอากาศหยุดไหล.ภายในซองคือ แผ่นฟิล์มเก่าบนขอบฟิล์มมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือ… ปี







