หน้าหลัก / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

แชร์

บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

ผู้เขียน: Luna of The Sea
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-24 12:00:50

เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง

อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด

พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหน

ทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?

ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้า

แต่พอฉันหันกลับมา

เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว

อารัญในสูทเข้มเรียบหรู

แสงเช้าส่องให้เขาโดดเด่นราวฉากรักในภาพยนตร์

มือหนึ่งถือกุหลาบช่อใหญ่ ทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ

ดวงตาคมนิ่งมองฉันลึกซึ้ง ก่อนพูดประโยคที่ทำให้โลกหยุดหมุน

“เราหมั้นกันนะ ลิลิน”

ฉันยืนทื่อไปสองสามวินาที หัวใจตกตะลึง

ง่ายๆ แค่นี้เลยเหรอ?

เขาไม่รอให้ฉันตั้งหลัก

“คุณจะปลอดภัยตลอดไป”

ปลอดภัย? จากอะไร… จากใคร…

แม้เขาจะหล่อจนแทบลืมหายใจ และร่ำรวยจนโลกทั้งใบแทบหมุนตาม แต่ความจริงคือ… ฉันยังไม่รู้จักเขาดีพอเลย

เราเจอกันไม่ถึงหกเดือนด้วยซ้ำ

ฉันไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี แต่ถ้าฉันอยากสืบเรื่องราวของ ตระกูลฟอร์ด และปริศนาที่โยงไปถึงพ่อของฉัน  ฉันต้องเข้าใกล้อารัญให้มากขึ้นกว่านี้

เขามองฉันที่ยืนอ้ำอึ้ง เหมือนพยายามเรียบเรียงคำตอบ

ดวงตาคมนั้นอ่อนลงอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

“ผมจะไม่เร่งคุณ… ให้เวลาคุณจนกว่าคุณจะพร้อม”

ถ้อยคำอ่อนโยนเพียงประโยคเดียวกลับทำให้หัวใจฉันคลายเกร็งลงอย่างไม่น่าเชื่อ

เขาเปลี่ยนเรื่องด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

“วันนี้ผมไม่มีประชุม เราไปทานข้าวข้างนอกกันนะ”

ฉันพ่นลมหายใจเบา ๆ ราวกับรอดพ้นอะไรบางอย่าง

“ค่ะ”

“เราพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ไปเตรียมตัวเถอะครับ ผมจะรอ”

..

และมันก็เป็นไปตามแบบฉบับของมหาเศรษฐีที่คุ้นชินกับความหรูหรา

ร้านอาหารชั้นสูงบนยอดตึกระฟ้า แสงแดดกลางวันสาดลอดผนังกระจกใส กระทบคริสตัลบนเพดานจนเกิดประกายพร่างพรายราวแสงดาวกลางวัน

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันทานมื้อเที่ยงกับชายที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของเมืองอย่างออกหน้าออกตา

สายตาผู้คนจับจ้องเขา… แล้วก็วกมาที่ฉันด้วยเช่นกัน

แต่ในแววตาของอารัญที่มองข้ามโต๊ะมามีความอ่อนโยนซ่อนอยู่บางอย่าง อบอุ่นพอจะทำให้ฉันเผลอหลงลืมว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ตรงนี้

ทุกอย่างกำลังราบรื่น

จนกระทั่ง…

คริส ฟอร์ดก้าวเข้ามาพร้อม ลูกน้องสามคน ขณะที่อเล็กซี่เดินเคียงข้างด้วยท่วงท่าสง่างาม แต่กลับแผ่ ความเย่อหยิ่งเย็นชา จนความอึดอัดซึมเข้ามาในอากาศรอบตัวฉัน 

ทันทีที่อเล็กซี่สบตาฉัน ความเย็นวาบแล่นขึ้นกลางอก เพราะทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว… เรื่องเลวร้ายมักตามมาเสมอ

พวกเขาเดินผ่านไปนั่งโต๊ะอีกฝั่ง แต่บารมีและอิทธิพลของตระกูลฟอร์ดกลับคลุมทั้งร้านจนบรรยากาศ หม่นตึง อย่างเห็นได้ชัด

และแล้ว คริส ก็เดินเข้ามาที่โต๊ะของเรา

แสงกลางวันสะท้อนสูทราคาแพงของเขา ทำให้ทั้งรูปลักษณ์ดูเด่นราวเจ้าของห้องนี้

คริสยิ้มด้วยความมั่นใจเต็มร้อยว่าตัวเองยืนอยู่เหนือทุกคนในร้าน

“ร้านอาหารมีตั้งมากมาย…”

คริสพูดพลางมองไปรอบห้องอย่างไม่ปิดบังความดูแคลน

“ไม่คิดเลยนะว่า น้องชายร่วมสายเลือด ของฉันจะชอบอะไรหรูหราขนาดนี้”

เขาเอนตัวเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้ม

“แต่ที่น่าประหลาดกว่าคือ ประธานบริษัทอย่างนาย กล้าพา ช่างภาพส่วนตัว มาเดตกลางวันแบบนี้ ไม่กังวลหรือว่าจะกลายเป็นข่าว? บริษัทที่ปั่นป่วนอยู่ตอนนี้ก็เพราะนายทั้งนั้น”

ฉันชะงักทันที

ฟังไม่ผิดแน่… พี่น้องคุยกันด้วยถ้อยคำแบบนี้จริง ๆ

และผู้ชายใบหน้าเข้มดุคนนี้ ต่างจากอารัญราว เทพบุตรกับอสูรฉันเคยเห็นเขาหลังเวทีงานกาล่า และในลิฟต์

ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ฉัน หลบสายตาทันที

ตอนนี้ ฉันจำเป็นต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขา… เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

อารัญวางช้อนส้อมลงอย่างสุขุม สงบจนชวนให้รู้สึกหนาววาบ

“ผมไม่ต้องการมีปัญหากับคุณในสถานที่สาธารณะแบบนี้”

คริสหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างจงใจเหยียด

“ถ้าอย่างนั้นนายก็ควรพาผู้หญิงความจำเสื่อมคนนี้ขึ้นเพนต์เฮาส์  รังสวาทประจำตัวนั่น  จะได้ไม่เป็นข่าวพาดหัวกลบเรื่องเสถียรภาพของบริษัทอีก”

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าร้อนผ่าว ทั้งโกรธ ทั้งอับอายจนหายใจติดขัด

อเล็กซี่ก้าวเข้ามาใกล้

สายตาเธอคมราวใบมีดซ่อนอยู่หลังมุมปากเหยียดตรง

“ยังจำฉันได้ไหม? หรือว่าสมองยังเละอยู่เหมือนเดิม?”

เธอเลิกคิ้วอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนเอ่ยเสียงหวานแต่เจือพิษ

“ได้ยินมาว่าจำอะไรไม่ได้เลย… อยากให้ฉันช่วยทวนให้ไหม ว่าเธอเป็นใคร?”

ฉันยืดตัวตรง เงยหน้ามองเธอด้วยแววตานิ่งเฉียบ ข่มความเดือดดาลที่พุ่งขึ้นในอกไว้ให้มิด

ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองหลุดจนกลายเป็นข่าวให้อีกฝ่ายได้เล่นงาน

อเล็กซี่หัวเราะเบา ๆ อย่างคนที่มั่นใจว่าตนอยู่สูงกว่าเสมอ

“เธอน่ะ ไม่เคยมีตัวตนในวงการ ไม่มีชื่อ ไม่มีผลงานที่พอจะอวดใครได้… นอกจากภาพไร้สาระพวกนั้น”

“พอได้แล้ว อเล็กซี่”

เสียงอารัญดังชัด คมเฉียบ จนทุกสายตาในร้านหันมามองพร้อมกัน

เขายืดตัวขึ้น ขยับเข้ามาใกล้ฉัน แล้วยกมือโอบไหล่ให้ชิด

น้ำเสียงเข้มทุกคำเหมือนประกาศต่อหน้าสักขีพยาน

“เธอคือคู่หมั้นของผม

ขอให้ทุกคนให้เกียรติเธอ และห้ามใครแตะต้องเธอเด็ดขาด”

หัวใจฉันสะดุ้งวาบ

อเล็กซี่กัดฟัน มองฉันด้วยความอิจฉารุนแรงจนเหมือนมีหนามตำในใจ

ฉันกระซิบถามเขาเบา ๆ

“ทำไมคุณพูดแบบนั้น… ไม่กลัวเป็นข่าวเหรอ?”

เขาหันมามองฉันอย่างจริงใจ

“เพราะสิ่งที่ผมพูด… คือความจริง”

เสียงของเขาทำให้ทั้งห้องหยุดชงัก ราวกับเวลาหยุดเดิน

สายตานับสิบจับจ้องพี่น้องตระกูลฟอร์ด ที่กำลังเผชิญหน้ากันกลางร้านอาหารหรู

อารัญกวาดสายตามองรอบร้าน แววตาแน่วแน่ราวกับหยุดโลกไว้ทั้งใบ

แล้วโอบไหล่ฉันแน่นกว่าเดิม พร้อมเอ่ยเสียงชัดเจนราวประกาศ

“ทุกท่านครับ ฟังให้ชัด

เธอคือ ลิลิน ช่างภาพส่วนตัว และเป็นคู่หมั้นของผม”

จากนั้นเขาจับมือฉันแน่น

แล้วก้าวออกไป ไหล่เฉียดคริส ทำให้คริสเซเล็กน้อย

ราวกับประกาศ ความไม่อ่อนข้อ

“ไปจากที่นี่กันเถอะครับ ลิลิน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

    เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ อักษรบนหน้าซองเขียนไว้ว่า H.F. Project“แล้วนี่ครับ… สิ่งที่ผมเจอ”อารัญมองวรากรด้วยสายตาคมราวกับพยายามค้นความหมายจากใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนรับซองมาไว้ในมือและค่อย ๆ แกะออก ความเงียบรอบตัวหนาแน่นจนเหมือนอากาศหยุดไหล.ภายในซองคือ แผ่นฟิล์มเก่าบนขอบฟิล์มมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือ… ปี

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่22 ความจริงหลังภาพ

    นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไปฉันก้าวไปอย่างช้า ๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง แสงนีออนจากป้ายริมทางด่วนลอดผ่านผ้าม่านเป็นเส้นเรื่อบาง สะท้อนบนกรอบรูปที่ยังแขวนเด่นอยู่บนผนังฉันยื่นมือไปแตะสวิตช์ไฟในรูปนั้น… หญิงชราผู้มีใบหน้าอ่อนโยนกำลังยิ้มให้หญิงสาวคนหนึ่ง ‘ตัวฉันเอง’ เพียงสบตากับภาพนั้น ความอบอุ่นก็ซัดเข้ามาจนหัวใจสั่นวูบ..ฉันเคลื่อนกายไปยังอีกห้อง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status