Home / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

Share

บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

last update Petsa ng paglalathala: 2025-12-24 12:00:50

เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง

อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด

พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหน

ทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?

ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้า

แต่พอฉันหันกลับมา

เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว

อารัญในสูทเข้มเรียบหรู

แสงเช้าส่องให้เขาโดดเด่นราวฉากรักในภาพยนตร์

มือหนึ่งถือกุหลาบช่อใหญ่ ทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ

ดวงตาคมนิ่งมองฉันลึกซึ้ง ก่อนพูดประโยคที่ทำให้โลกหยุดหมุน

“เราหมั้นกันนะ ลิลิน”

ฉันยืนทื่อไปสองสามวินาที หัวใจตกตะลึง

ง่ายๆ แค่นี้เลยเหรอ?

เขาไม่รอให้ฉันตั้งหลัก

“คุณจะปลอดภัยตลอดไป”

ปลอดภัย? จากอะไร… จากใคร…

แม้เขาจะหล่อจนแทบลืมหายใจ และร่ำรวยจนโลกทั้งใบแทบหมุนตาม แต่ความจริงคือ… ฉันยังไม่รู้จักเขาดีพอเลย

เราเจอกันไม่ถึงหกเดือนด้วยซ้ำ

ฉันไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี แต่ถ้าฉันอยากสืบเรื่องราวของ ตระกูลฟอร์ด และปริศนาที่โยงไปถึงพ่อของฉัน  ฉันต้องเข้าใกล้อารัญให้มากขึ้นกว่านี้

เขามองฉันที่ยืนอ้ำอึ้ง เหมือนพยายามเรียบเรียงคำตอบ

ดวงตาคมนั้นอ่อนลงอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

“ผมจะไม่เร่งคุณ… ให้เวลาคุณจนกว่าคุณจะพร้อม”

ถ้อยคำอ่อนโยนเพียงประโยคเดียวกลับทำให้หัวใจฉันคลายเกร็งลงอย่างไม่น่าเชื่อ

เขาเปลี่ยนเรื่องด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

“วันนี้ผมไม่มีประชุม เราไปทานข้าวข้างนอกกันนะ”

ฉันพ่นลมหายใจเบา ๆ ราวกับรอดพ้นอะไรบางอย่าง

“ค่ะ”

“เราพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ไปเตรียมตัวเถอะครับ ผมจะรอ”

..

และมันก็เป็นไปตามแบบฉบับของมหาเศรษฐีที่คุ้นชินกับความหรูหรา

ร้านอาหารชั้นสูงบนยอดตึกระฟ้า แสงแดดกลางวันสาดลอดผนังกระจกใส กระทบคริสตัลบนเพดานจนเกิดประกายพร่างพรายราวแสงดาวกลางวัน

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันทานมื้อเที่ยงกับชายที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของเมืองอย่างออกหน้าออกตา

สายตาผู้คนจับจ้องเขา… แล้วก็วกมาที่ฉันด้วยเช่นกัน

แต่ในแววตาของอารัญที่มองข้ามโต๊ะมามีความอ่อนโยนซ่อนอยู่บางอย่าง อบอุ่นพอจะทำให้ฉันเผลอหลงลืมว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ตรงนี้

ทุกอย่างกำลังราบรื่น

จนกระทั่ง…

คริส ฟอร์ดก้าวเข้ามาพร้อม ลูกน้องสามคน ขณะที่อเล็กซี่เดินเคียงข้างด้วยท่วงท่าสง่างาม แต่กลับแผ่ ความเย่อหยิ่งเย็นชา จนความอึดอัดซึมเข้ามาในอากาศรอบตัวฉัน 

ทันทีที่อเล็กซี่สบตาฉัน ความเย็นวาบแล่นขึ้นกลางอก เพราะทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว… เรื่องเลวร้ายมักตามมาเสมอ

พวกเขาเดินผ่านไปนั่งโต๊ะอีกฝั่ง แต่บารมีและอิทธิพลของตระกูลฟอร์ดกลับคลุมทั้งร้านจนบรรยากาศ หม่นตึง อย่างเห็นได้ชัด

และแล้ว คริส ก็เดินเข้ามาที่โต๊ะของเรา

แสงกลางวันสะท้อนสูทราคาแพงของเขา ทำให้ทั้งรูปลักษณ์ดูเด่นราวเจ้าของห้องนี้

คริสยิ้มด้วยความมั่นใจเต็มร้อยว่าตัวเองยืนอยู่เหนือทุกคนในร้าน

“ร้านอาหารมีตั้งมากมาย…”

คริสพูดพลางมองไปรอบห้องอย่างไม่ปิดบังความดูแคลน

“ไม่คิดเลยนะว่า น้องชายร่วมสายเลือด ของฉันจะชอบอะไรหรูหราขนาดนี้”

เขาเอนตัวเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้ม

“แต่ที่น่าประหลาดกว่าคือ ประธานบริษัทอย่างนาย กล้าพา ช่างภาพส่วนตัว มาเดตกลางวันแบบนี้ ไม่กังวลหรือว่าจะกลายเป็นข่าว? บริษัทที่ปั่นป่วนอยู่ตอนนี้ก็เพราะนายทั้งนั้น”

ฉันชะงักทันที

ฟังไม่ผิดแน่… พี่น้องคุยกันด้วยถ้อยคำแบบนี้จริง ๆ

และผู้ชายใบหน้าเข้มดุคนนี้ ต่างจากอารัญราว เทพบุตรกับอสูรฉันเคยเห็นเขาหลังเวทีงานกาล่า และในลิฟต์

ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ฉัน หลบสายตาทันที

ตอนนี้ ฉันจำเป็นต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขา… เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

อารัญวางช้อนส้อมลงอย่างสุขุม สงบจนชวนให้รู้สึกหนาววาบ

“ผมไม่ต้องการมีปัญหากับคุณในสถานที่สาธารณะแบบนี้”

คริสหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างจงใจเหยียด

“ถ้าอย่างนั้นนายก็ควรพาผู้หญิงความจำเสื่อมคนนี้ขึ้นเพนต์เฮาส์  รังสวาทประจำตัวนั่น  จะได้ไม่เป็นข่าวพาดหัวกลบเรื่องเสถียรภาพของบริษัทอีก”

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าร้อนผ่าว ทั้งโกรธ ทั้งอับอายจนหายใจติดขัด

อเล็กซี่ก้าวเข้ามาใกล้

สายตาเธอคมราวใบมีดซ่อนอยู่หลังมุมปากเหยียดตรง

“ยังจำฉันได้ไหม? หรือว่าสมองยังเละอยู่เหมือนเดิม?”

เธอเลิกคิ้วอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนเอ่ยเสียงหวานแต่เจือพิษ

“ได้ยินมาว่าจำอะไรไม่ได้เลย… อยากให้ฉันช่วยทวนให้ไหม ว่าเธอเป็นใคร?”

ฉันยืดตัวตรง เงยหน้ามองเธอด้วยแววตานิ่งเฉียบ ข่มความเดือดดาลที่พุ่งขึ้นในอกไว้ให้มิด

ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองหลุดจนกลายเป็นข่าวให้อีกฝ่ายได้เล่นงาน

อเล็กซี่หัวเราะเบา ๆ อย่างคนที่มั่นใจว่าตนอยู่สูงกว่าเสมอ

“เธอน่ะ ไม่เคยมีตัวตนในวงการ ไม่มีชื่อ ไม่มีผลงานที่พอจะอวดใครได้… นอกจากภาพไร้สาระพวกนั้น”

“พอได้แล้ว อเล็กซี่”

เสียงอารัญดังชัด คมเฉียบ จนทุกสายตาในร้านหันมามองพร้อมกัน

เขายืดตัวขึ้น ขยับเข้ามาใกล้ฉัน แล้วยกมือโอบไหล่ให้ชิด

น้ำเสียงเข้มทุกคำเหมือนประกาศต่อหน้าสักขีพยาน

“เธอคือคู่หมั้นของผม

ขอให้ทุกคนให้เกียรติเธอ และห้ามใครแตะต้องเธอเด็ดขาด”

หัวใจฉันสะดุ้งวาบ

อเล็กซี่กัดฟัน มองฉันด้วยความอิจฉารุนแรงจนเหมือนมีหนามตำในใจ

ฉันกระซิบถามเขาเบา ๆ

“ทำไมคุณพูดแบบนั้น… ไม่กลัวเป็นข่าวเหรอ?”

เขาหันมามองฉันอย่างจริงใจ

“เพราะสิ่งที่ผมพูด… คือความจริง”

เสียงของเขาทำให้ทั้งห้องหยุดชงัก ราวกับเวลาหยุดเดิน

สายตานับสิบจับจ้องพี่น้องตระกูลฟอร์ด ที่กำลังเผชิญหน้ากันกลางร้านอาหารหรู

อารัญกวาดสายตามองรอบร้าน แววตาแน่วแน่ราวกับหยุดโลกไว้ทั้งใบ

แล้วโอบไหล่ฉันแน่นกว่าเดิม พร้อมเอ่ยเสียงชัดเจนราวประกาศ

“ทุกท่านครับ ฟังให้ชัด

เธอคือ ลิลิน ช่างภาพส่วนตัว และเป็นคู่หมั้นของผม”

จากนั้นเขาจับมือฉันแน่น

แล้วก้าวออกไป ไหล่เฉียดคริส ทำให้คริสเซเล็กน้อย

ราวกับประกาศ ความไม่อ่อนข้อ

“ไปจากที่นี่กันเถอะครับ ลิลิน”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่22 ความจริงหลังภาพ

    นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไป

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

    เวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มกรอชีวิตให้ฉันข้ามช่องว่างนั้นมาทันทีที่ประตูรถเปิดออก เบื้องหน้าคือเพนต์เฮาส์หรูหรากลางใจเมือง งดงามราวกับฉากหนึ่งในชีวิตของใครบางคน…แต่อาจไม่ใช่ของฉัน“ถึงแล้วครับ” อารัญผายมือพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกฉันยืนนิ่ง เท้าเหมือนถูกตรึงกับพื้น มือกำชายเสื้อแน่น เมื

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่20 .คนในภาพ

    “ลิลิน…”เสียงเรียกอ่อนโยนดังก้องในห้องว่างเปล่า..ฉันยืนอยู่ลำพัง เลื่อนสายตารอบห้อง ทุกสิ่งดูคุ้นเคยแต่พร่าเลือนราวกับความทรงจำที่ยังโหลดไม่เสร็จมุมหนึ่ง แสงส้มจากโคมไฟทาบลงบนใบหน้าอ่อนโยนของหญิงชรา เธอมองฉันด้วยดวงตาเปี่ยมด้วยความรัก อบอุ่นจนหัวใจฉันสั่นไหวจากนั้น ชายอีกคนก้าวออกมาจากมุมด้านใน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status