Beranda / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

Share

บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

Penulis: Luna of The Sea
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-01 12:00:22

 ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก

แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง

..

ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจ

ในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา

ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉัน

ทว่า… อาจไม่ใช่ฉันเลย

และในความสมบูรณ์แบบนั้นเอง

ฉันไม่พบตัวตนของตัวเองอยู่ในบรรทัดเหล่านั้น

ฉันนั่งอ่านภาพข่าวและข้อมูลที่แนนซี่รวบรวมมาให้

เหมือนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเรื่องราวที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน

ชื่อของช่างภาพ  โฮชิคาวะ ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฐานะส่วนหนึ่งของ H.F Project ก่อนจะตามมาด้วยคำปฏิเสธสั้น ๆ

ไม่ให้ข่าว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงช่างภาพธรรมดา

ประโยคเหล่านั้นเรียบง่ายเย็นชาทว่ากลับขัดแย้งอย่างเจ็บปวดกับความจริงที่ฉันเคยพบ แผ่นฟิล์มสุดท้ายที่พ่อซ่อนไว้หลังภาพ ไม่เคยถูกล้าง ไม่เคยถูกเปิดเผย เหมือนความจริงที่ถูกจงใจผนึกไว้

หากพ่อเป็นเพียงช่างภาพธรรมดาอย่างที่ท่านกล่าวอ้าง…

แล้วทำไมต้องเก็บมันไว้

ทำไมต้องซ่อนมันจากโลก และจากฉันด้วย

คำถามเหล่านั้นดึงฉันให้มายืนอยู่ในสุสาน

ตรงหน้าแท่นหินอ่อน ใต้ภาพของ ‘คิริน โฮชิคาวะ’

ฉันจ้องมองรูปภาพนั้นอย่างเงียบงัน

ราวกับพยายามค้นหาคำตอบจากคนที่ไม่อาจพูดได้อีก

ฉันปล่อยให้ความเงียบโอบล้อมตัวเอง

ลมอ่อน ๆ พัดผ่านมา เหมือนความอ่อนโยนที่ประโลมใจ

เหมือนลมหายใจของใครบางคนที่เคยกอดฉันไว้ในช่วงเวลานั้น

ภาพอดีตที่งดงามค่อย ๆ ไหลกลับมา

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่น

ประหนึ่งเกินกว่าที่ฉันจะตั้งคำถามถึงสิ่งที่คิดว่าเป็นอดีตที่มีจริง 

แม้ความสงสัยจะเกาะบางเบา แต่ฉันก็ต้องยอมรับ…

ไม่ว่าฉันจะเป็นใคร หรือเป็นเพียงเด็กที่พ่อแม่รับมาเลี้ยง เรื่องนั้นก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

เพราะคุณค่าของเขา มีความหมายกับฉันมากเกินกว่าที่ฉันจะค้นหาคำตอบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ความสงสัยยังคงฝังลึกอยู่ในใจ

ไม่ใช่แค่เรื่องของโฮชิคาวะเท่านั้น

เรื่องนี้ยังโยงไปถึงตระกูลฟอร์ด

ผู้ครอบครองความลับที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง

และปลายทางในหัวของฉันมีเพียงหนึ่งเดียว…

จุดเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีก่อน

โรงงานที่ถูกปิดตาย

ฉันตามรอยมาจากข้อมูลที่คิดว่าอาจถูกต้อง แต่เมื่อเดินเข้าไป สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงเศษซาก กำแพงพัง และคราบเขม่าที่หลงเหลือจากไฟไหม้ครั้งใหญ่

อย่างไม่ตั้งใจ ฉันมองทุกสิ่งราวกับจัดองค์ประกอบภาพ เถ้าถ่านสะท้อนแสงอ่อน ๆ ทำให้กำแพงพังดูเหมือนร่างเลือนลาง

และเงาที่ตกกระทบบนเศษไม้และเศษโลหะก็เล่าเรื่องราวของอดีตที่สูญหายอย่างเงียบงัน

ไม่มีหลักฐาน ไม่มีร่องรอย… ไม่มีอะไรให้ตามหา

นอกจากคนเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่ในหมู่บ้านแถวนั้น

ส่วนใหญ่หลบหน้า ไม่กล้าพูด ราวกับอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนเป็นเรื่องต้องห้าม

จนกระทั่งชายชราคนหนึ่งปรากฏตัว

ดวงตาของเขาขุ่นมัวเหมือนคนที่สูญเสียอะไรบางอย่างไปทั้งชีวิต

นั่งก้มมองรูปถ่ายเด็กสาวในภาพเก่า ๆ สายตาไม่ละจากภาพนั้น

ฉันขยับเข้าไปใกล้

เพ่งมองรายละเอียดของใบหน้า ราวกับกำลังวิเคราะห์ฟิล์ม

แสงและเงาที่ทอดลงบนแก้มของเด็กผู้หญิง

ความเอียงของศีรษะ

การจัดองค์ประกอบภายในกรอบ…

ทุกอย่างทำให้หัวใจของฉันกระแทกแรง

เด็กผู้หญิงในภาพนี้… คล้ายกับเด็กหญิงในรูปที่อยู่ในกรอบไม้ของอารัญ

เด็กผู้หญิงคนนั้น…คนที่เขาเคยบอกว่า

เขาล้มเหลวในการปกป้อง

เมื่อฉันเพ่งมองใกล้เข้าไป

รายละเอียดทุกอย่างกลับทับซ้อนกับภาพของฉันในวัยเด็ก

รวมถึงเด็กหญิงในเฟรมสุดท้ายของ พ่อฉัน ก่อนเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่พรากเธอไปจากโลกนี้

ชายชราหันมามองฉันตรง ๆ

สายตาเบิกกว้าง ราวกับพยายามจับทุกเสี้ยวของฉันไว้ในความทรงจำพลางยื่นมือมาจะแตะแขนฉัน

เอ่ยเสียงสั่น

“ลูก… ลูกของพ่อ…”

ฉันสะดุ้งถอยหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก  ความตกใจทำให้ฉันช็อกไปหลายวินาที

จู่หญิงสาวคนนหนึ่งรีบเข้ามาคว้าแขนชายชราไว้

“ขอโทษนะคะ พ่อฉัน… สติไม่ค่อยดีค่ะ อย่าถือสาเลยนะคะ”

เธอยิ้มขอโทษฉัน ก่อนประคองเขาออกไปอย่างรวดเร็ว

ฉันตั้งสติได้ ขยับตามไป

“เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณลุง อย่าเพ่งไป”

แต่พวกเขากลับพรวดพราดขึ้นรถไป ไม่ทิ้งคำพูดและไม่หันกลับมามองอีกเลย 

ภาพรถคันนั้นที่หายลับไปยังติดค้างอยู่ในสายตา

ทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้เบื้องหลัง

ทั้งสับสน และหวาดระแวง

ท่ามกลางเพนต์เฮาส์อันหรูหรา สายตาของฉันกวาดผ่านรายละเอียดรอบตัว ราวกับเลนส์ที่ไม่อาจปิดลง แต่ความงดงามไร้ที่ติของทุกสิ่งกลับไม่อาจรั้งฉันไว้ได้

เหลือเพียงของสำคัญที่ถูกจัดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เพราะฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่อยู่ที่นี่ต่อ

ติ้ง… ติ้ง… ติ้ง…

มือของฉันสั่นเล็กน้อย เมื่อหน้าจอแสดงชื่อสายเข้า

แนนซี่

“ลิลิน ข่าวด่วน เปิดอ่านดูสิ”

ฉันกดเปิดข่าว พาดหัวตัวโตสะดุดตาจนต้องอ่านซ้ำหลายรอบ

นักข่าวชื่อดัง อเล็กซี่ ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม

หลังพยายามเปิดโปง “ตระกูลฟอร์ด”

แต่ข่าวอีกฉบับกลับเล่าเรื่องเดียวกันในมุมตรงข้าม

กล่าวหาว่าเธอเข้าออกบ่อนเป็นว่าเล่น

อาจติดหนี้พนันก้อนโต

และถูกมาเฟียตามล้างหนี้

ฉันอ่านข่าวนั้นพลางสบถเสียงต่ำ

“บ้าเอ้ย… นี่มันเรื่องอะไรกันนี่”

สายตาของฉันหยุดอยู่ที่ภาพถ่ายในพาดหัว แม้เธอจะไม่เคยเป็นมิตรกับฉันนัก แต่ก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ ชื่อของเธอกำลังถูกบิดเบือน คุณค่าที่เคยยืนหยัดถูกลบเลือนไปจนหมด

อเล็กซี่คือนักข่าวที่กล้าแตะเรื่องที่ไม่มีใครกล้า แม้บางครั้งจะเป็นการเรียกกระแสมากกว่าความจริง แต่ในวงการที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน นั่นคือราคาที่ใครสักคนต้องยอมจ่าย

ฉันพูดเบาๆ

“หลับให้สบาย อเล็กซี่ เราไม่มีอะไรติดค้างกัน”

ความเงียบค่อย ๆ แผ่ซ่านรอบตัว และเมื่อฉันคิดทบทวนทุกอย่างให้ดีแล้ว… ฉันก็พบว่า ทุกคนที่เข้าไปพัวพันกับตระกูลนี้ ผู้ที่รู้เรื่อง “ภายใน” ล้วนจบลงไม่ต่างกัน

ความหรูหราและภาพลวงตารอบตัวทำให้โลกตรงหน้าดูสวยงามเกินความเป็นจริง รวมถึงผู้ชายคนหนึ่ง… คนที่ก้าวเข้ามาปกป้องฉันตั้งแต่วันแรก ความห่วงใยของเขาเคยทำให้ฉันหวั่นไหว แต่ไม่นานฉันก็เริ่มตระหนักว่าสิ่งเหล่านั้นอาจไม่ได้เกิดจากความจริงใจ หากเป็นเพียงเพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง และนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉันตัดสินใจถอยออกมา เพื่อเผชิญหน้ากับความจริงด้วยตัวเอง

ฉันคิดว่าพร้อมแล้ว จนกระทั่งก้มลงหยิบกระเป๋า

และเมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็อยู่ตรงหน้า ชายร่างสูงในสูทสีเข้ม สายตาคมจับจ้องมาที่ฉัน ราวกับรู้ว่าฉันกำลังจะจากไป

หัวใจฉันเต้นแรงราวถูกบีบรัด ทุกความสงสัย คำโกหก และความเชื่อที่เคยยึดมั่น พังทลายลงพร้อมกับสายตาคู่นั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่… อารัญ”เขาชะงัก ราวกับกำลังพยายามตั้งหลักกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้าฉันจ้องเขาอย่างคาดคั้น เสียงสั่นเพราะความจริงเพิ่งเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว“ทุกอย่าง… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญคุณตามหาฉันมาตลอดใช่ไหม?”อารัญนิ่งเงียบ สายตากดต่ำ มือกำแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ทุกวินาทีเหมือนเวลาหยุดหมุนใต้สายตาที่เคยคมนิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ ปรากฏรอยร้าวบางอย่าง… สิ่งที่เขา

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

    เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ อักษรบนหน้าซองเขียนไว้ว่า H.F. Project“แล้วนี่ครับ… สิ่งที่ผมเจอ”อารัญมองวรากรด้วยสายตาคมราวกับพยายามค้นความหมายจากใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนรับซองมาไว้ในมือและค่อย ๆ แกะออก ความเงียบรอบตัวหนาแน่นจนเหมือนอากาศหยุดไหล.ภายในซองคือ แผ่นฟิล์มเก่าบนขอบฟิล์มมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือ… ปี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status