Beranda / โรแมนติก / เล่ห์พสุธา / บทที่สาม ...เราจะตีป้อม

Share

บทที่สาม ...เราจะตีป้อม

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:11:02

บทที่สาม

...เราจะตีป้อม

           

            ในที่สุดงานแต่งก็มาถึง ช่วงเช้าเป็นพิธีรดน้ำสังข์ง่ายๆ ที่บ้านของเจ้าสาว เชิญเพียงญาติและคนสนิทมาเท่านั้น ขบวนขันหมากเจ้าบ่าวแห่มาโดยมีเจ้าสาวแอบดูอยู่บนบ้าน วันนี้ดาริกาอยู่ในชุดไทยสีทองสง่างามขับผิวขาวให้ดูเนียนตา ผมยาวถูกรวบขึ้นมัดอย่างสวยงามพร้อมเสียบปิ่นปักผมไว้ด้วย ใบหน้าหวานแย้มยิ้มอย่างมีความสุขโดยมีเพื่อนยืนอยู่ด้วย

            “หน้าบานเลยนะ” กีรติผู้รู้ใจเพื่อนเอ่ยแซว หากไม่ท้องเธอคงได้ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวด้วย แต่เมื่อมีลูกจึงเป็นเพียงแขกมาร่วมงาน

            “อะไรกัน เราไม่ได้ยิ้มสักหน่อย” ปฏิเสธเสียงอ่อยแล้วปิดม่านลงเพราะกลัวโดนเพื่อนล้ออีก ในห้องนอนมีเพียงเจ้าสาวและกีรติสองคนเพราะคนที่เหลือลงไปรอกั้นประตูเงินประตูทองที่ด้านล่าง ช่างแต่งหน้าเดินมาสำรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายจึงลากลับ

            “ยินดีด้วยจริงๆ นะ ไม่คิดว่าจะเป็นเธอกับดิน” สมัยมัธยมแม้มีคนแซวอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีใครคิดจริงจังเพราะพสุธาควงหญิงได้ไม่ซ้ำหน้า เจ้าชู้ประตูดิน รถไฟชนกันก็บ่อยใครจะคิดว่าจะได้แต่งงานกับเพื่อนสาวคนสนิททั้งที่ยังหนุ่มยังแน่นอยู่ในวัยเจริญพันธ์เลยก็ว่าได้

            “เราเองก็ไม่คิดเหมือนกัน เรื่องมันดูอิรุงตุงนังไปหมด” แม้แต่ตอนนี้ก็อยากจะหยิกแขนตัวเองให้ตื่นจากฝันครั้งนี้ ซึ่งก็พบว่ามันคือความจริง..ความจริงที่เธอเคยฝันว่ามันจะเกิดขึ้น

            “แต่ความรู้สึกชัดเจนใช่ไหม” นั่นก็ยังเป็นคำถามที่เธอยังคงถามกับตัวเองว่าความรู้สึกของเธอกับเขามันเป็นอย่างไร พสุธารักเธอแบบไหน..

            ..คนรัก

            ..เพื่อน

            ..หรือแค่คนคั่นเวลา

            ไม่อาจเดาความคิดของพสุธาได้เลย ภายใต้ท่าทางร่าเริงที่สามารถเข้ากับคนได้ง่ายอีกฝ่ายเก็บซ่อนความรู้สึกได้อย่างดีเยี่ยม บางครั้งทั้งที่บอกว่ารักแต่กลับหักอกผู้หญิงคนนั้นราวกับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด หลายคนบอกว่าวางพสุธาไว้เป็นเพื่อนดีกว่าแฟนคงทำให้เจ็บน้อยกว่า

            “ไม่รู้สิ” น้ำเสียงอ่อนแรงของเจ้าสาวทำเอาคนเป็นเพื่อนต้องโอบไหล่เอาไว้

            “ไม่เอาน่า ดินก็ต้องรักเธอบ้างแหละไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมแต่งงานด้วย คนอย่างหมอนั้นยอมให้ใครบังคับเสียที่ไหน” ชายหนุ่มที่แม้แต่อาจารย์ใหญ่ยังต้องยอม ทำให้เธออดขำไม่ได้เมื่อคิดว่าเขาสร้างวีรกรรมไว้มากมาย

            “ขอบใจนะที่มาอยู่เป็นเพื่อนตั้งแต่เมื่อวาน” เพื่อนสาวคนสนิทพยักหน้าแล้วกอดดาริกา ทั้งสองคนสนิทกันมาก เมื่อวานกีรติก็มานอนเป็นเพื่อนเพราะกลัวเธอตื่นเต้นทำให้หญิงสาวยิ่งรู้สึกผิดที่งานแต่งกีรติเธอไม่ได้มา

            “แค่นี้เพื่อเพื่อนสบายอยู่แล้ว สูดหายใจเข้าลึกๆ ต่อจากนี้ชีวิตเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนะ” คิดแล้วก็อดใจหายไม่ได้ เธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยรับรู้ว่าการมีคนข้างกาย มีเพื่อนคู่คิดเป็นอย่างไรจนกระทั่งหลายเดือนที่ผ่านมา พสุธาทำหน้าที่ทุกอย่างจนเธอเริ่มชินที่มีอีกฝ่ายข้างกายแม้คราแรกจะรู้สึกแปลกอยู่บ้างเพราะชอบทำอะไรคนเดียว แต่พอมีเขาแล้วมันก็รู้สึกดีไม่น้อย

            “ดาว ลงมาได้เลย” ปวราหรือมิ้มเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันขึ้นมาเรียก ดาริกาเดินตามเพื่อนลงไปข้างล่างด้วยหัวใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ การลงบันไดแต่ละย่างก้าวดูยากสำหรับเธอจนกระทั่งเดินเข้ามาในพิธีนั่งลงเรียบร้อยตรงข้ามกับเจ้าบ่าวของเธอ

            พสุธาวันนี้ดูแปลกตา เพราะอยู่ใส่ชุดไทยสีเข้าคู่กับเธอ ทั้งที่ไปลองด้วยกันที่ร้านแล้วแท้ๆ แต่ความรู้สึกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดูหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากยุคอดีตเหมือนคุณพี่เดชละครที่กำลังฮิตกันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองในขณะนี้

            พิธีต่างๆ ผ่านไปก่อนผู้ใหญ่จะให้ทั้งสองสวมแหวนหมั้นให้กัน นิ้วนางข้างซ้ายที่เคยว่างเปล่าบัดนี้กลับมีตราจองเป็นแหวนเพชรน้ำงามที่เธอกลัวเหลือเกินว่าตนเองจะทำหายจึงคิดว่าหากเสร็จจากพิธีแล้วคงจะถอดเก็บไว้มากกว่ามาใส่โชว์

            “เป็นอะไร” หลังจากนั้นก็เป็นการรดน้ำสังข์แต่ดูท่าเจ้าสาวจะลุกไม่ขึ้นเพราะตะคริวกินเรียบร้อย

            “ตะคริวกินน่ะสิ” พสุธาเข้ามาช่วยพยุงเธอลุกขึ้นจนแขกทั้งงานเอ่ยแซวเสียงดัง ฝ่ายเจ้าสาวอายม้วนพยายามผลักเจ้าบ่าวออกแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าอีกฝ่ายจะปล่อยเธอเลยนอกจากพาหญิงสาวเดินไปยังเก้าอี้นั่งสำหรับรดน้ำสังข์

            “เป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม” ดาริกาพยักหน้าเร็วๆ เพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรรุ่มร่ามอีก งานพิธีดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้นช่วงเช้า ทุกคนร่วมรับประทานอาหารโดยมีบ่าวสาวเดินเข้าไปทักทาย ส่วนมากจะเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันช่วงมัธยมและมหาวิทยาลัย

            หลังส่งแขกกลับทุกคนก็ย้ายไปที่โรงแรมเพื่อเตรียมงานช่วงค่ำต่อ แม้จะเหนื่อยแต่ดาริกาก็มีความสุขเพราะงานแต่งในชีวิตมีเพียงครั้งเดียว เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่จัดงานแต่งสองรอบเด็ดขาด เจ้าบ่าวเจ้าสาวแยกกันไปแต่งตัวเพื่อรองานเย็นที่เริ่มตั้งแต่หกโมง หญิงสาวต้องล้างหน้าใหม่ระหว่างรอช่างแต่งหน้าเธอก็เข้าไปอาบน้ำให้สดชื่น

            “มาแล้วหรือคะ” ดาริกาได้ยินเสียงออดก็รีบใส่ชุดคลุมมาเปิดประตูพบกับช่างแต่งหน้างานตอนเย็นเธอจึงเชื้อเชิญให้เข้ามาในห้องพัก หลังจากพูดคุยทักทายกันแล้วก็เริ่มแต่งหน้าทำผมทันทีเพราะเวลาก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็เป็นเวลาห้าโมงพอดี ร่างบางในชุดเจ้าสาวทรงหางปลาเน้นสัดส่วนได้เป็นอย่างดีทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งได้รูป

            “สวยมาเลยค่ะ” ช่างแต่ละคนเอ่ยชมด้วยความจริงใจก่อนจะขอถ่ายรูปเอาไว้ ไม่นานก็มีคนมาเคาะประตูบอกว่าเป็นช่างภาพที่พสุธาจ้างให้มาถ่ายในงานแต่งจะขอถ่ายรูปเธอก่อน ดาริกาจึงยืนโพสต์ท่าทางต่างๆ จนเหนื่อย

            “ขอพักก่อนได้ไหมคะ” ช่างภาพจึงบอกเท่านี้ก็พอแล้วเดินออกไป เจ้าสาวคนสวยที่อุตส่าห์ฟิตหุ่นเพื่อวันนี้โดยเฉพาะท้องก็เริ่มประท้วงด้วยความหิว เธอเดินไปจิบน้ำและทานขนมนิดหน่อยด้วยกลัวเป็นลมกลางงานไปเสียก่อน

            เมื่อได้เวลาเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ออกไปยืนรอต้อนรับและถ่ายรูปกับแขกที่หน้างาน พสุธายิ้มและทักทายกับแขกของตนเองและแขกของบิดามารดาอย่างเป็นกันเองทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความครื้นเครง ดาริกาเองก็ยิ้มแย้มทักทายผู้คนที่เข้ามาถ่ายรูปด้วยแม้ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหนก็พยายามเก็บอารมณ์เหล่านั้นไว้

            “หิวไหม” ในระหว่างที่ไม่มีแขกเจ้าบ่าวก็หันมาถามเจ้าสาวของตนเสียงนุ่ม

            “พอควร” รู้อย่างนี้เธอน่าจะหาอะไรกินเพื่อรองท้องมากกว่านี้ดีที่เสียงโดยรอบดังจึงพอกรบเสียงท้องร้องของเธอไปได้บ้าง

            “ไปหลังเวทีค่อยกิน” พยักหน้าเห็นด้วยแล้วยิ้มแย้มต้อนรับแขกคนต่อไป เพื่อนๆ ของทั้งเขาและเธอมางานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่น่าเชื่อที่พสุธาและดาริกาจะแต่งงานกันเห็นสนิทสนมจนเห็นไส้เห็นพุงหมดใครจะคาดคิดดันมาลงเอยกันเสียได้ เจ้าสาวทำได้เพียงหัวเราะไปกับคำแซวนั้นโดยไม่มีใครรู้เลยว่าหัวใจเธอก็เจ็บช้ำที่ได้แต่งแต่ไม่ได้ใจ

            งานพิธีเริ่มตามกำหนดการที่วางเอาไว้ผู้คนต่างสงเสียงเชียร์สนั่นเมื่อวีดีโอที่เจ้าบ่าวจัดทำขึ้นโดยเฉพาะบอกความรู้สึกที่มีต่อเจ้าสาว

            “ไหนบอกจะไม่ทำไง” ครั้งที่ไปถ่ายรูปด้วยกันพสุธาบอกจะไม่ทำวิดีโอพรีเซนเทชั่นเธอก็เชื่อ

            “เซอร์ไพรส์” หน้าตาทะเล้นตอบกลับมองไปที่จอขนาดใหญ่บนเวที

            “เจอครั้งแรกตอนแปดขวบนะ ดาวใส่ชุดเอี๊ยมเสื้อสีแดง มัดผมเปียสองข้างแก้มแดงๆ หน่อย ตอนนั้นก็คิดว่าน่ารักดีครับ” ดาริกาที่ยืนดูวีดีโออยู่หันไปมองพสุธาที่มองจอโพรเจกเตอร์ขนาดใหญ่แล้วอมยิ้ม

            “แกจำได้จริงเหรอ” ดาริกาหันไปถาม

            “ไม่เคยลืมเลยต่างหาก” ใบหน้าคมที่ยิ้มให้ทำเอาหัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน คำพูดนั้นเหมือนน้ำมารดต้นไม้ต้นเล็กที่กำลังจะเหี่ยวเฉาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

            “รู้สึกรักก็คงตอนเรียนจบ ป.ตรี ก็แค่อยากเห็น อยากอยู่ใกล้ ผมไม่ชอบเวลาที่ดาวมีผู้ชายเข้าใกล้มันรู้สึกอยากเข้าไปกระทืบผู้ชายที่เข้ามาให้เดี้ยงน่ะครับ” หน้าตาที่ตอบดูเฉยๆ แต่คำพูดนั้นก็ทำให้ผู้ชายที่เคยหมายปองดาริกาเริ่มหนาวๆ แล้วดีที่รอดพ้นช่วงนั้นมาได้ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงโดนพสุธามากระทืบจนนอนโรงพยาบาลแน่นอน

            “อยากบอกอะไรกับดาวเหรอ แค่อยากให้เชื่อมั่นในความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอว่าผมไม่มีทางปล่อยให้เธอเดินไปข้างหน้าคนเดียว ถ้าเศร้าผมจะอยู่ข้างๆ ถ้าทุกข์ผมจะกอดปลอบ ถ้าเธอสุขผมก็จะยิ้มไปด้วย เราจะอยู่ข้างๆ กันไปเรื่อยๆ นะ” แววตาจากวิดีโอที่ส่งมาให้ราวกับจะบอกความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อเธอ

            “ฉันหมายความตามที่พูดจริงๆ นะ” เพียงคำพูดที่ย้ำกับเธออีกครั้งก็ทำให้น้ำตาร่วงลงมาจนต้องรีบเช็ดออก ไม่รู้ว่าทำไมจึงเชื่อคำพูดของร่างสูงจนหมดใจแม้รู้เสมอว่าพสุธาไม่ได้รักเธอแบบชู้สาว

            งานดำเนินต่อไปจนกระทั่งเลิก พสุธาไปส่งแขกหน้างานโดยไม่มีอาฟเตอร์ปาร์ตีต่ออย่างที่เคนพูดกับเพื่อนไว้ เขาบอกไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำเปลืองเงินทั้งยังเบียดเบียนเวลาการเข้าหอของเจ้าบ่าวเจ้าสาวอีกด้วย เพื่อนพากันโห่แซวว่าทั้งสองคนคงรีบทำแต้มมีลูกให้ทันพิชิตกับกีรติ ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างพสุธาก็ทำแค่ยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางหัวเราะเจ้าเล่ห์เท่านั้นแต่ก็ทำเอาดาริการู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที

            “ไปกันเถอะ” สองบ่าวสาวจูงมือกันเดินไปยังรถยนต์ที่มาจอดรอหน้าโรงแรม เขาเลือกคอนโดเป็นห้องหอมากกว่าจะเช่าห้องที่โรงแรม มือหนาประคองแขนเจ้าสาวเอาไว้ แล้วช่วยเธอจับกระโปรงที่ยาวลากพื้นทำให้เดินยากขึ้นรถ

            ระหว่างทางดาริกาก็งีบหลับเพราะเหนื่อยจากงานสำคัญของตนเอง พอถึงคอนโดก็เดินตามร่างสูงไปอย่างมึนๆ เพราะยังไม่ตื่นดีทำเอาร่างสูงต้องช่วยประคองกลัวเธอล้มกลางอากาศ เมื่อเข้าห้องก็มีบรรดาครอบครัวของทั้งสองฝ่ายรออยู่แล้ว

            “มาช้านะพี่” นิปุณน้องชายของดาริกาซึ่งสนิทกับพสุธาเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พี่สวยอย่างไรน้องชายก็หล่ออย่างนั้นไม่มีผิดเพี้ยน

            “กว่าจะส่งแขกหมดไหนกลับมารถก็ติด เลยนานหน่อย”

ฤกษ์เข้าหอคือห้าทุ่มสิบเก้านาทีถือว่าทำเวลาได้ดีเพราะตอนนี้ห้าทุ่มสิบนาที คุณพสุนั่งคุยอยู่กับคุณเนติธรโดยมีคุณนิทรานั่งข้างกายสามีและ พิยดากำลังกินขนมอยู่ข้างมารดา

            “ไปเถอะ เดี๋ยวจะดึกกว่านี้” ถึงเวลาสมควรคุณเนติธรก็เอ่ยชวนโดยมีเพื่อนสนิทอย่างพสุเดินไปด้วย ท่านมองลูกสาวแล้วรู้สึกภูมิใจแม้จะไม่อยากให้ลูกแต่งงานเร็วก็ตาม คิดถึงภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วอยากให้เธอได้อยู่ในวันสำคัญของลูก

            “ต่อจากนี้เราไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว จะทำอะไรให้คิดถึงอีกคนไว้ รู้จักยับยั้งชั่งใจ ศีลห้าน่ะท่องไว้ให้ดี” ญาติผู้ใหญ่ให้พรสองบ่าวสาวที่น้อมรับเอาคำสั่งสอนไว้เพื่อนเตือนใจตนเอง

            “หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก ถ้าสงสัยก็ถาม ข้องใจก็บอก อย่าเก็บงำความคิดไว้คนเดียว ถ้าทะเลาะกันก็พูดให้เสร็จเสียตั้งแต่ตอนนั้นอย่าคาราคาซังข้ามวันคืน” คุณนิทราบอกพร้อมยิ้มหวาน

            “ยุคนี้มันคือยุคผัวเดียวเมียเดียว อย่าไปมีเล็กน้อยหาเศษหาเลยให้ลูกสาวฉันเสียใจ เข้าใจไหม” คุณเนติธรไม่วายกำชับอีกรอบเพราะกลัวบุตรสาวของตนเองต้องน้ำตาตกใน ที่สามีไปมีหญิงอื่นให้ได้ช้ำใจเล่น

            “ครับคุณพ่อ ไม่มีแน่นอนครับผมจะซื่อสัตย์กับดาวคนเดียว” แววตาจริงจังของพสุธาที่ส่งมาทำให้พอเบาใจไปได้บ้าง

            “มีหลานให้รุ้งเลี้ยงเร็วๆ นะคะ” พิยดาที่นั่งฟังอยู่นานก็พูดขึ้นน้ำเสียงทะเล้น ดาริกาก้มหน้างุดด้วยความเขินต่างจากพสุธาที่หัวเราะร่า

            “แน่นอน เดี๋ยวพี่จะรีบทำลูกอย่างรวดเร็วเลย” คำตอบนั้นได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากครอบครัว ต่างคนก็หัวเราะก่อนจะพากันขอตัวกลับเพราะอยากให้บ่าวสาวใช้เวลาค่ำคืนที่แสนหวานด้วยหัน ดาริกากอดพ่อกับน้องไว้ก่อนจะโบกมือลาทั้งสอง ประตูปิดลงพร้อมความเงียบที่เริ่มคืบคลานเข้ามา

            “ขออาบน้ำก่อนนะ ไม่ไหวเหนียวตัว” ร่างสูงพูดขึ้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำปล่อยเธอเอาไว้คนเดียว ดาริกาถอนหายใจออกมาแล้วไปห้องนั่งเล่นของคอนโด เปิดทีวีดูระหว่างรอเขาอาบน้ำ

            “หิวข้าวจัง” ท้องร้องประท้วงทำให้เริ่มตระหนักว่าตนเองยังไม่ได้ทานอะไรเลยเพราะมัวแต่วุ่นถ่ายรูปและดูแลแขกเหรื่อในงาน แต่ถ้าทำอาหารตอนนี้ชุดเธอก็ไม่เอื้ออำนวยอีกถ้าอย่างนั้นก็หุงข้าวรอก่อนก็แล้วกัน ร่างบางในชุดเจ้าสาวเดินไปหุงข้าวรอเอาไว้ระหว่างนั้นก็เปิดตู้เย็นคิดเมนูที่จะทำกินในช่วงเวลาห้าทุ่มนี้

            “เสร็จแล้วครับผม” พสุธาในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงเลสีน้ำเงินเดินยิ้มมาหาเธอที่ห้องครัว

            “พอดีเลย ฉันจะไปอาบน้ำนายช่วยล้างผักหั่นหมูไว้ด้วยนะ จะทำกับข้าวกิน” ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มร่ารับคำปล่อยให้เธอไปจัดการตนเอง ดาริกาเข้ามาในห้องเห็นโต๊ะเครื่องแป้งที่กว่าแปดสิบเปอร์เซ็น เป็นของเธอก็อดรู้สึกแปลกไม่ได้ที่ต้องมาแชร์ห้องร่วมกับคนอื่น จัดการล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้าหมดจดก็เข้าไปอาบน้ำ ตู้เสื้อผ้าที่เคยมีแต่ของพสุธาก็มีเสื้อผ้าเธอด้วย ทั้งกระเป๋า เครื่องประดับวางไว้ในตู้อย่างเป็นระเบียบ ดีที่ขยายห้องจึงดูไม่แออัดทั้งที่ของมากมาย

            ดาริกาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จด้วยเสื้อผ้าเนื้อนิ่มเข้ากันกับกางเกงลายการ์ตูนตัวโปรดที่ทำให้เธอดูเยาว์วัยลงไปอีก เดินออกมาหาเขาที่ห้องครัวเห็นร่างสูงกำลังนั่งกดโทรศัพท์อยู่ “เสร็จยัง” ถามขึ้นทำให้ใบหน้าคมเงยมามองเธอ

            “เสร็จแล้ว ทำได้เลยครับผม” เปิดทางให้เธอได้โชว์ฝีมืออีกครั้ง ดาริกาเลือกจะทำผัดผักใส่หมูอย่างเดียว ไม่นานอาหารก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟ ทั้งสองจัดการกับข้าวหมดอย่างรวดเร็วเพราะหิวเกินกว่าจะคิดเรื่องน้ำหนัก วันนี้แทบไม่ได้แตะของกินสักอย่างเลย

            “อร่อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ต่อจากนี้ฉันก็มีแม่ครัวส่วนตัวแล้วสิ” พสุธาพูดขึ้นขณะที่กำลังเก็บจานไปล้าง เป็นกฎที่รู้กันดีแล้วว่าหากเธอทำอาหารร่างสูงจะเป็นคนล้างจาน

            “เดี๋ยวฉันจะซื้อยาถ่ายมาผสมให้แกกิน” ว่ากลับอย่างหมั่นไส้ขณะที่ช่วยอีกฝ่ายเก็บจานวางไว้ในซิงก์ล้างจาน แต่แล้วร่างสูงกลับมายืนตรงหน้าเธอแล้วจับใบหน้าหวานให้แหงนขึ้นรับจูบทันที เธอตกใจทำอะไรไม่ถูกก่อนจะพยายามผลักอีกฝ่ายออกแต่ไม่เป็นผล ริมฝีปากหนาก็ทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกินดูดพลังจนขาเธอเริ่มอ่อนต้องจับไหล่เขาเอาไว้เป็นหลักยึด สองหนุ่มสาวแลกจูบกันก่อนที่ใบหน้าหวานจะซุกที่อกหนาหายใจหอบถี่ราวกับวิ่งมาหลายกิโลเมตร

            “ลงโทษที่เธอใช้สรรพนามเดิมบอกแล้วว่าไม่เอาแก ถ้าเผลออีกไม่จบแค่จูบแน่” ดาริกาพยักหน้าเข้าใจแล้วรีบหลีกหนีจากอ้อมกอดอบอุ่น พสุธาหัวเราะหันไปล้างจานแล้วฮัมเพลงอย่างมีความสุขปล่อยให้ร่างบางยืนใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ คนเดียว

            “ไอ้บ้า” ว่าเสียงเขียวแล้วเดินไปนั่งรอที่หน้าทีวีเปิดรายการโทรทัศน์ดูเพลินๆ ไม่นานร่างสูงก็มานั่งข้างเธอ

            “ไปนอนกัน” ดาริกาทำตามอย่างว่าง่ายปิดทีวีเดินตามไปก่อนจะแยกไปอีกห้องทำเอาร่างสูงที่เดินมาก่อนรีบจับแขนเรียวเอาไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

            “จะไปไหน”

            “ก็ไปนอนไง”

            “แล้วไปห้องเล็กทำไม” ถามเสียงหาเรื่องพร้อมแววตาที่ไม่เข้าใจ ดาริกาปลดมือหนาออกจากการเกาะกุม

            “เราแต่งงานกันแค่ในนาม ไม่จำเป็นต้องนอนห้องเดียวกันหรอก” ดวงตาเรียวแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เขาจับมือเธอเอาไว้แน่นมองไปยังดวงหน้าหวานที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนด้วยความไม่เข้าใจ

            “จำเป็น เราต้องนอนห้องเดียวกัน”

            “ฉันไม่นอน จะนอนห้องเล็ก” ร่างบางยังคงดื้อดึงยืนกรานที่จะนอนคนละห้องกับเขา

            “นี่ดาว ฉันพูดจริงๆ นะ เธอคิดว่าการแต่งงานของเรามันแค่จัดฉากหรือ แล้วไอ้การที่ฉันวิ่งจัดงานงกๆ นี่คือฉันทำเพราะจำใจอย่างนั้นหรือ” ดาริกาพูดไม่ออกเธอเงียบไปชั่วขณะเพราะจริงดังว่า ที่เขาวิ่งวุ่นจัดงานแต่งแทบไม่ได้พัก พสุธาดูจะให้ความสนใจมันมากกว่าเธอเสียอีก

            “อีกไม่นานเราก็หย่ากันแล้ว เราเป็นเพื่อนกัน เราไม่ได้รักกันสักหน่อย” ตากลมโตก้มมองต่ำเพราะไม่อยากสบตาคมก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจอีกครั้งราวหนักใจนักหนา

            “ฟังนะ จะไม่มีการหย่าเกิดขึ้น ฉันไม่มีทางหย่าแน่นอน ถ้าเราจะหย่ากันนั่นคือความต้องการของเธอไม่ใช่ฉัน” น้ำเสียงแน่วแน่ทำให้เธอเงยหน้าไปสบตาเรียวที่มีความมั่นคงจนใจดวงน้อยสั่นไหวอีกครั้ง เธอไม่อยากตกหลุมรักเขาไปมากกว่านี้เพราะหากวันไหนที่ต้องจากกันกลัวจะเจ็บจนทนไม่ไหว

            “แต่ว่า”

            “ดาว ขอร้องฉันง่วงแล้วนะ อีกอย่างคืนนี้มันคือคืนแต่งงานของเราด้วย เธอจะให้ฉันยืนง้อตรงนี้ทั้งคืนเลยหรือ” ใบหน้าคมที่ดูเหนื่อยอ่อนทำเอาใจเธออ่อนยวบ

            “เฮ้อ เข้าห้องเถอะ” หลังจากนั้นใบหน้าคมก็ยิ้มออกมาแล้วโอบไหล่บางเอาไว้

            “ดีมาก คืนนี้เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำกัน อย่าลืมสิ” ยื่นหน้ามากระซิบข้างหูเธอเสียงแผ่วสร้างความรู้สึกปั่นป่วนที่ท้องน้อยจนต้องเอียงหน้าหลบ พสุธาเปิดประตูห้องนอนทำเอาใจดวงน้อยเต้นระทึก ทั้งที่เขากับเธอก็เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งมาแล้วแต่ว่าตอนนั้นเธอไม่รู้สึกตัว หากเป็นตอนนี้...จะรู้สึกอย่างไร

            “เข้ามาสิครับ” เพราะมัวแต่ยืนใจลอยโดยไม่รู้ว่าพสุธาเดินไปนั่งบนเตียงตอนไหนปล่อยเธอเอาไว้หลังประตู ร่างบางเดินไปนั่งเตียงอีกฝั่งพยายามห่างร่างสูงให้มากที่สุด

            “อ้าว ไปนั่งทำไมตั้งไกล” เพราะนั่งชิดขอบเตียงแทบตกพสุธาเลยเอ่ยทัก ร่างบางจึงเขยิบเข้ามาอีกนิด

            “เดี๋ยวขอไปเอาอุปกรณ์แปบนะ รอก่อน” พูดเท่านั้นหัวใจของเธอก็เต้นราวกับกลองรัวได้แต่จับตรงอกข้างซ้ายเพราะกลัวมันเด้งออกมา หายใจเข้าออกช้าๆ พยายามระงับอารมณ์แปลกๆ ที่พุ่งขึ้นมา

            “มาแล้ว” ออกมาจากห้องแต่งตัวพร้อมกับกล่องสีขาวที่เธอจำได้ว่าเป็นกล่องใส่ซองหน้างานแต่งพร้อมสมุดและปากกา ใบหน้าคมยิ้มแย้มเดินมานั่งบนเตียงกว้างแล้วเปิดกล่องออกมาพบซองการ์ดแต่งงานจำนวนมากที่ล้นกล่อง

            “นี่คือเรื่องสำคัญที่นายว่าหรือ” ดาริกาถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับมองซองตรงหน้าด้วยความคาดไม่ถึง

            “ใช่ นี่แหละเรื่องสำคัญของเรา” ใครจะเชื่อว่างานแต่งที่หลายคนคิดว่าจะต้องเป็นค่ำคืนแสนหวานเจ้าบ่าวตระกองกอดเจ้าสาวด้วยความรักมันจะเป็นแค่เรื่องในนิยายเท่านั้น ชีวิตจริงหลังงานแต่งที่แสนเหนื่อยของเธอคือ...

            การนั่งนับเงิน!

            พสุธาดูจะจริงจังมากเปิดซองพร้อมกับอ่านชื่อด้านหลังอีกด้วย “ช่วยกันจดหน่อย เพื่อนเราใครใส่น้อยใช้ปากกาแดงเลย” ดูอีกฝ่ายจะทุ่มเทกับเรื่องนี้จนดาริกาต้องนั่งขัดสมาธิจดชื่อเพื่อนใส่สมุดด้วยความงงงวย

            “ซองนี้ไอ้ผิง หนึ่งพัน! โอ้โฮแล้วมันได้นั่งโต๊ะหน้าด้วย ปากกาแดงไว้เลยงานมันเราใส่ห้าร้อยพอ” ร่างบางเขียนลงไป

            “มันต้องจริงจังขนาดนี้เลยหรือ” เห็นร่างสูงทำหน้าตาเครียดราวกับกำลังปั่นโพรเจกต์ช่วงสอบก็อดถามขึ้นไม่ได้

            “จริงจังสิ เราเสียไปเยอะเราต้องได้กลับมาบ้าง” ก็พอเข้าใจว่างานแต่งเขาใช้เงินส่วนตัวออกมีบ้างที่คุณพสุช่วยแต่เจ้าบ่าวของเธอก็ไม่อยากรับเพราะงานตนเองก็อยากใช้เงินที่หามาได้จัด แอบภูมิใจที่เห็นชายหนุ่มโตขึ้นมากกว่าเก่า

            “แกเห็นงานแต่งเป็นเรื่องธุรกิจหรือ” ถามเพราะสงสัยแต่ก็แอบน้อยใจนิดๆ พสุธาชะงักมือที่จับซองแล้วหันมามองดาริกา

            “ไม่ใช่ ฉันไม่ได้มองแบบนั้น คือจะพูดยังไงดีล่ะ” เกาศีรษะเพราะรู้สึกอธิบายไม่ถูกยิ่งเห็นใบหน้าหวานออกเศร้าก็ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด

            “ฉันอยากเก็บเงินไว้สร้างครอบครัวกับเธออีกไม่นานเราก็ต้องมีลูกเงินส่วนนี้ก็จะเก็บเอาไว้ให้ลูก ไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆ อีก ฉันเป็นหัวหน้าครอบครัวก็อยากหาเงินเยอะๆ อยากให้เธออยู่แบบสุขสบายไม่ใช่ว่ามาอยู่กับฉันแล้วลำบาก” เพราะเป็นคนอธิบายไม่ค่อยเก่งแต่ก็พยายามพูดทุกอย่างจากความรู้สึกออกมาซึ่งทำให้ดาริการู้สึกราวกับมีฝนตกตอนหน้าแล้ง มันชุ่มฉ่ำหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

            “เข้าใจแล้ว นับเงินเถอะ” ต่อจากนั้นทั้งสองต่างก็ช่วยกันจดมือเป็นระวิงโดยมีพสุธาบ่นตลอด

            “นี่ไอ้ดลมันเป็นถึงหัวหน้าแผนกการตลาดแล้วมันใส่มาแค่ห้าพันได้ยังไง!”

            “โห่ กีรติเป็นคนดี ใส่มาสองหมื่น คนดีต้องชื่นชมจดไว้เลยๆ รับขวัญหลานต้องให้หนัก ทองสักสามบาท”

            “ต่อไปซองนี้ ไอ้ณัทเพื่อนรัก จดไว้เลยครับที่รักมันให้มาเยอะพอควรสมกับเป็นลูกเจ้าของร้านทองสามสิบสาขาทั่วประเทศ”

            “อันนี้ฐิตาเพื่อนเธอ นอกจากหน้าตาดีแล้วยังใจดีอีก คนแบบนี้คบนานๆ”

            “ฉันว่าควรเลิกคบไอ้แมวได้แล้ว ใส่อะไรของมันมา แบงก์พันกาโม่ห้าใบแต่ยังดีที่มันใส่แบงก์จริงมาให้อีกห้าใบถือว่าอยู่ในส่วนที่พอรับได้”

            “คนนี้ให้เยอะ ดาวจดไว้ ดาว..อ้าว หลับแล้วเหรอ” ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่จากซองเต็มกล่องตอนนี้เหลือไม่ถึงครึ่ง พอหันไปมองคนข้างๆ ก็พบว่าเธอนอนหลับคอพับไปเสียแล้วจนต้องอมยิ้มปัดผมออกจากใบหน้าหวานแล้วเก็บซองที่แกะแล้วใส่ถุงพลาสติก นำกล่องและสมุดลงมานับที่พื้นแล้วจัดท่านอนดาริกาใหม่พร้อมห่มผ้าให้เธออย่างเบามือ

            “ฝันดีนะ” ก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาแล้วลูบแก้มเนียนอีกครั้ง เขาลงมานั่งนับเงินต่อโดยจดชื่อเพื่อนเอาไว้ด้วยเผื่อว่าจะลืม คนอย่างพสุธาต้องละเอียดรอบคอบในเรื่องเงิน ใครให้เยอะมาต้องให้เยอะตอบ ใครให้น้อยมาต้องให้น้อยกว่า!

            เช้าวันใหม่หลังงานแต่งดาริกาตื่นขึ้นมาโดยรู้สึกหนักที่เอวคราแรกนึกว่าผีอำแต่พอนึกได้ว่าเธอแต่งงานแล้วจึงรู้สึกตื่นเต้น หรือว่าร่างสูงจะกอดเธอ ดวงตากลมโตตื่นขึ้นมาก็พบว่าพสุธาเอาขายาวๆ ของเขามาพาดไว้ที่เอวของเธอ

            “ไอ้ดิน!” เสียงหวานเรียกคนหลับเสียงดังพร้อมมือที่ยกขายาวออก ความโรแมนติกคืออะไรอยากจะรู้เหลือเกิน เมื่อคืนที่ควรมีความหวานกลับต้องมานั่งนับเงินจนหลับตื่นเช้ามาแทนที่จะได้นอนในอ้อมกอดอีกฝ่ายดันยกขามาก่ายเธอเสียอย่างนั้น พสุธาคือมนุษย์ที่เข้าใจยากจริงๆ

            “อืม จะนอน” พลิกตัวหันไปอีกทางแล้วยกผ้าห่มขึ้นปิดหูดาริกายันตัวลุกขึ้นมองสามีหมาดๆ ของตนเองแล้วหมั่นไส้จนอยากถีบตกเตียง นิยายที่เคยอ่านต่อจากนี้ไปเธอจะไม่อ่านแล้วความหวานหลังงานแต่งมันคือเรื่องโกหกทั้งเพ!

            “นอนไปเลย นอนให้ตะวันแยงก้นไปเลย” เช้าวันอาทิตย์หลังงานแต่งเจ้าสาวที่ควรจะนอนในอ้อมกอดเจ้าบ่าวแต่เหตุการณ์คู่เธอไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อเจ้าบ่าวหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเจ้าสาวเลยต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำและทำอาหารเช้าไว้รอท่า

            “สวัสดีค่ะพี่กานต์” ในขณะที่กำลังทำอาหารเช้าก็มีโทรศัพท์จากบริษัทโทรเข้ามา

            “ว่าอย่างไรนะคะ” เธอชะงักมือที่กำลังทอดไข่ดาวเมื่อได้ยินว่างานที่ต้องส่งหัวหน้าไฟล์มีปัญหา

            “ค่ะ ถ้าอย่างไรดาวจะรีบเข้าบริษัทนะคะ ไม่เป็นไรค่ะพี่กานต์ ค่ะ สวัสดีค่ะ” รีบจัดการอาหารของเธอและเขาใส่จานเอาไว้แล้วไปเปลี่ยนชุดทำงานก่อนจะเดินมาหาพสุธา

            “ดิน ฉันไปบริษัทแปบหนึ่งนะ” ทุกเวลามีค่าเธอจึงเดินไปนั่งแต่งหน้าแล้วบอกคนที่นอนหลับอยู่

            “หือ วันนี้วันอาทิตย์นะ” ผงกศีรษะมองภรรยาที่กำลังนั่งแต่งหน้าทั้งที่ตายังลืมได้ไม่เต็มที่

            “งานมีปัญหานิดหน่อย ฉันทำข้าวเช้าไว้ให้อยู่บนโต๊ะ แล้วเจอกัน” เธอแต่งหน้าไม่นานก็เสร็จจึงเดินไปเอากุญแจรถของตนเองที่น้องชายขับมาให้เมื่อคืน มือหนาคว้าแขนเรียวเอาในขณะที่เธอเดินผ่านเตียงนอน ก่อนลุกขึ้นนั่ง

            “เดี๋ยวไปส่ง” เห็นตาแดงๆ ของร่างสูงก็รู้สึกสงสาร

            “ไม่ต้อง นอนไปเลยไม่รู้เมื่อคืนนอนกี่โมง” นิ่งเงียบไปเพราะกว่าเขาจะจัดการทุกอย่างและเก็บเรียบร้อยก็ปาเข้าไปตีสามเกือบตีสี่แล้ว

            “อยากไปส่ง” ยังงอแงไม่เลิกเธอจึงถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ

            “บริษัทฉันอยู่ใกล้แค่นี้เอง นายนอนเถอะ แล้วจะรีบกลับมาหาตกลงไหม” เมื่อเธอว่าเสียงจริงจังเลยจำยอมพยักหน้าแล้วล้มตัวลงนอนปล่อยให้ดาริกาไปทำงานในวันหยุด ช่างเป็นคู่แต่งงานที่เรียบง่ายเสียเหลือเกินแต่กลับแปลกที่ดาริการู้สึกพอใจ แม้มันอาจจะไม่โรแมนติกเหมือนในนิยาย ไม่หวือหวาเหมือนในละครหรือซีรี่ส์ที่เคยดูแต่เธอก็มีความสุขแล้วแค่คนที่อยู่ข้างกายคือพสุธา

            ...เขาคนเดียวเท่านั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ

    ตอนพิเศษ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพสุธาไม่อยากจะเชื่อ จากชายหนุ่มวัยเลยเบญจเพสกลับกลายเป็นคุณพ่อลูกห้าที่ยังคงความหล่อและเฟี้ยวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้ว่าจะอายุสี่สิบเอ็ดปีแล้วก็ตามไม่ต่างจากภรรยาที่ยังคงสวยราวกับหยุดใบหน้าไว้ที่อายุยี่สิบห้าปี “พ่อครับ วันนี้ผมเห็นใครก็ไม่รู้ให้ดอกไม้พี่วีด้วย” จากเด็กชายตัวน้อยที่ชอบเล่นรถแบคโฮกลับกลายเป็นหนุ่มตัวสูงโย่งกว่าเพื่อนในห้องเสียงเริ่มแตกหนุ่ม “จริงหรือลูก! มันเป็นใคร” คุณพ่อจากที่นั่งดูภาพในจอแมคบุ๊คเครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยเพราะเครื่องเก่าตกน้ำแช่นานร่วมวันโดนเมียด่าจนหูชาขนาดซื้อเครื่องใหม่มายังโดนทุกวันจนเริ่มคิดแล้วว่าวางยาเมียซะดีไหม “ตัวสูงๆ ไม่ค่อยหล่อเลยนะพ่อ หน้าตาเหมือนโจรไม่น่าไว้ใจ” นั่งลงข้างบิดาที่โซฟากลางห้องรับแขก ชุดนักเรียนก็ยังไม่ถอดเพราะจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกพ่อให้ได้รู้ก่อน เด็กชายพชิราอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเพิ่งสอบเข้าได้เรียนที่เดียวกับพี่สาวต่างจากน้องอีกสามคนที่เรียนนานาชาติแต่ปีหน้าเด็กแฝดก็คงไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับพี่ทั้งสองคน

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้

    ตอนพิเศษ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้“น้องดาวไหว้คุณอาสิลูก”เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาบ้านของคุณอาพสุหลังจากที่ท่านแวะไปหาพ่อของเธอบ่อยๆ บ้านหลังใหญ่ที่มีความร่มรื่นจนเด็กหญิงอายุแปดขวบรู้สึกชอบ อีกทั้งขนมที่คุณอานิททำก็อร่อยจนวางไม่ลง “สวัสดีค่ะ” มือน้อยประนมแล้วก้มไหว้อย่างสวยงามจนคนเห็นเอ็นดู “ลูกมึงน่ารักดี ท่าจะว่านอนสอนง่าย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณเนติธรมักเอาไปอวดเพื่อนที่ลูกสาวของท่านเป็นเด็กดีเรียนเก่งความประพฤติเยี่ยม “พ่อแม่สอนมาดี”ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อลูกชายคนโตของครอบครัววิจิตรประภาก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน เด็กน้อยตัวขาวแต่ตอนนี้หน้าตามอมแมมเพราะเล่นซุกซน “ตายแล้วดิน ทำไมหน้าเป็นอย่างนั้น” คนเป็นแม่หันมาเห็นลูกชายก็ตกใจ “ก็ดินไปเล่นดินมา ดินเลยเต็มหน้าดิน หน้าดินเลยมีแต่ดินไงครับแม่” ลูกชายตัวดีตอบอย่างไร้เดียงสาจนแขกทั้งสองหัวเราะออกมา ดาริกามองเพื่อนที่มาใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย “ไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาไหว้คุณอาเขา” เอ็ดลูกชายเสียงเบาเด็กน้อยก็รับคำแข็งขันวิ่งไปล้างหน้าจนใสสะอาดเผยให้เห็นความหล่อตั้งแต่

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อ

    ตอนพิเศษ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อเช้าวันเสาร์ที่แสนสดใสของพสุธา ร่างสูงตื่นมาด้วยใบหน้ายุ่งเหยิงเนื่องจากเมื่อวานทำงานหนักอีกทั้งกลับมาเมียยังล็อกประตูบ้านบอกกลับเกินหกทุ่มให้นอนข้างนอก สามีที่ประพฤติตัวดีมาตลอดสุดแสนจะช้ำหากให้ร้องเสียงดังก็ไม่กล้ากลัวลูกๆ ตื่นเขาเลยระเห็จไปนอนเต็นท์บนดาดฟ้าที่ปล่อยร้างมานานหลังจากทำประตูที่สองสำเร็จ “พ่อขา พ่อ” นั่งสะลึมสะลือสักพักก็ได้ยินเสียงลูกสาวมาร้องเรียก เปิดซิปออกเห็นใบหน้าหวานของเด็กหญิงพรรณนิกาจ้องมองคุณพ่อตาแป๋ว “เจ้าหญิงของพ่อ” โผจะกอดลูกแต่เด็กน้อยก็หลบเสียก่อนพร้อมปิดจมูก “คุณพ่อปากเหม็นต้องไปแปรงฟันก่อน” บอกเลยว่าตลอดระยะเวลาหกปีตั้งแต่ลูกเกิดคาดหวังว่าลูกสาวคนแรกจะต้องช่างออดช่างอ้อนเห็นดีงามตามพ่อแต่หาเป็นแบบนั้นไม่ แม่เป็นอย่างไรลูกสาวเป็นอย่างนั้นจนคิดว่าได้แม่คนที่สาม “จ้ะลูกรัก พ่อจะไปแปรงฟันเดี๋ยวนี้” หอบประเป๋าของตนเองได้ก็ลงไปพร้อมลูกสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีฟ้าถักเปียน่ารักจนอยากพาลูกไปเทสต์หน้ากล้องแสดงละครให้โลกได้รู้ว่าลูกสาวหน้าตาดีขนาดไหน “พ่อค้าบ” ลูกชายคนท

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส

    ตอนพิเศษ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส การจราจรแน่นขนัดบนถนนในเวลาหกโมงครึ่ง ดาริกาที่นั่งบนรถดูกระสับกระส่ายมองถนนสลับกับมองนาฬิกาจนดูแล้วน่าเวียนหัว “เป็นอะไรดาว ฉันเห็นเธอมองไปมองมาหลายรอบแล้ว” คนขับรถสุดหล่อถามด้วยไม่เข้าใจ “วันนี้วันพุธ ต้องรีบกลับ” เดาถูกอย่างนี้ทำไมไม่ซื้อหวยถูกบ้างนะ พสุธาส่ายหน้าช้าๆ แล้วขยับรถทีละนิดจนถนนเริ่มโล่งจึงบึ่งรถให้ภรรยาที่ดูร้อนใจเสียเหลือเกิน “ขับช้า เร็วๆ หน่อย” หนึ่งทุ่มแล้วก็ยังไม่ถึงห้อง ไหนจะต้องทำอาหารเย็นอาบน้ำอีกเพราะหากไม่อาบก่อนละครเล่นอาบอีกทีคงเป็นห้าทุ่มกว่าจะนอนหลับอีกเธอวาดแผนไว้ในใจเงียบๆ รถยนต์เคลื่อนถึงคอนโดพอจอดเรียบร้อยดาริกาก็รีบลงโดยไม่รอพสุธา “อ้าว นี่เธอจะไม่รอฉันก่อนหรือไง” ร้องถามขณะเอาของลงจากหลังรถ ซึ่งของทั้งหมดก็แฟ้มเอกสารของคนตัวบางทั้งนั้น งานเขามีแค่นิดเดียวเอง “หายไปซะงั้น” เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่หลังของดาริกาท่าทางจะรีบจริงหน้าที่ขนของจึงกลายเป็นของคุณสามี เขาหอบของขึ้นมาบนห้องเปิดประตูไม่เห็นภรรยาจึงเอางานเธอไปวางไว้ห้องทีวีซึ่งคือที่ประจ

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...วันสงกรานต์

    ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์“ไอ้ดาวไปเล่นน้ำกัน” ในขณะที่ร่างบางนอนดูทีวีอยู่บ้านตามปกติก็มีชายหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสามส่วนสีเข้มในมือถือปืนฉีดน้ำกระบอกใหญ่เอาไว้ด้วย “ไม่ไป จะอยู่บ้าน” ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วหยิบหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เพิ่งไปซื้อเมื่อวานขึ้นมาอ่านพลางเปิดรายการเพลงในทีวีฟังไปด้วยเท่านี้ก็สร้างความสุขให้เธอมากกว่าไปเดินฉีดน้ำคนไม่รู้จักกลางแดดร้อนกว่าสามสิบแปดองศา “โธ่ดาว ไปเถอะ วันสงกรานต์ทั้งทีแกจะนอนอืดอยู่บ้านไม่ได้นะ” เขารบเร้าเพื่อนพลางนั่งลงข้างกายเธอ “ไม่เอา สงกรานต์แล้วยังไง มันก็วันธรรมดา” เธอเบี่ยงตัวหลบเขาที่เอามือมาดึงแขนเธอไว้ “มันไม่ธรรมดาสิ มันคือวันปีใหม่ไทย เราต้องไปสาดน้ำใส่คนอื่น” ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยมีวาทศิลป์ในการชักจูงคนอย่างพสุธาพยายามหาเหตุผลต่างๆ มาหว่านล้อมเพื่อนสาวที่ยังคงยึดมั่นจะนอนเล่นอยู่บ้านโดยไม่มีท่าทีจะเอนเอียงเลยแม้แต่น้อย “ตอนเช้าฉันไหว้พ่อแล้ว รดน้ำดำหัวเรียบร้อย” “ดาว แกจะไปดีๆ หรือให้ฉันอุ้มไป!” เมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผลพสุธาก็งัด

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สิบแปด ...ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่สิบแปด...ครอบครัวสุขสันต์ หลังคลอดลูกได้หนึ่งสัปดาห์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็มีผู้ช่วยเต็มบ้านทั้งคุณเนติธร คุณพสุ คุณนิทราที่ขยันมาหาหลานจนแทบไม่กลับบ้าน ดาริกาได้รับคำแนะนำจากแม่สามีเยอะแยะเรื่องการดูแลลูกจนไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยง ตอนดึกลูกมักร้องไห้เธอกับสามีก็จะพลัดกันมาอุ้มเด็กน้อยจนแทบไม่มีเวลานอน “ไหวไหมดิน” เวลาตีสองที่ควรได้นอนสองพ่อแม่มือใหม่ก็ช่วยกันดูลูกที่ร้องไห้ยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นจากเตียงเห็นคุณพ่ออุ้มลูกแล้วนั่งหลับบนโซฟาเล็กก็เดินมาหาแล้วถามเสียงเบาด้วยกลัวลูกตื่น “อือ ไหว” ตอบกลับแล้วค่อยๆ ลุกเอาลูกลงนอนเปลสำหรับเด็กที่ตั้งไว้ข้างเตียงนอน ใครจะรู้ว่าเป็นพ่อแม่จะเหนื่อยขนาดนี้ ยิ่งเลี้ยงเด็กเล็กด้วยแล้วแทบไม่มีเวลาให้ตนเอง “ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือ” ถามสามีด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เขาโหมงานหนักเพราะต้องการเก็บเงินให้ลูกอย่างจริงจังแม้เธอจะปรามก็ไม่อาจทานเขาได้ “อยากกอดเมีย” โอบเอวบางแล้วพาเธอมานอนบนเตียง การได้กอดร่างนุ่มของภรรยายิ่งหลังคลอดเธอยังมีพุงน้อยๆ ให้บีบตอนนอนยิ่งมีความสุขแม้จะโดน

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หนึ่ง ...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย

    บทที่หนึ่ง...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกายตั้งแต่ เป็นสาวเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มีเมื่อคืน ฝันดีน่าตบ ฝันฝันว่าพบผู้ชายยอดดีพาไปเที่ยวดูหนัง พาไปนั่งจู๋จี๋แล้วพาไปเที่ยว ชมสวนเด็ดดอกลำดวนส่งให้ด้วยสิเสียบหูให้ตั้งหลายหนน่ะเสียบหล่น อ่ะเสียบหล่น ตั้งห้าหกทีต๊กใจ ตื่นตอน ตีสี่แหมเสีย ดายจัง เฮ่อ เสีย

  • เล่ห์พสุธา   บทนำ

    บทนำ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อได้สัมผัสกับริมฝีปากหนาได้รูปของคนที่ครอบครองหัวใจเธอมานานแสนนาน อาจด้วยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเหตุผลกลใดก็ตาม ที่ทำให้ร่างสูงกระทำการอุกอาจแบบนี้เธอก็ไม่อาจทราบได้ “อึก”หายใจไม่ทันเพราะไม่ประสีประสากับเรื่องนี้ เธอยังอ่อนหัดกับภาษากาย

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หก ...หวานไปทั้งตัว

    บทที่หก...หวานไปทั้งตัว แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแต่ความหิวก็ไม่ปราณีใคร สองสามีภรรยาช่วยกันทำอาหารมื้อดึกคือเมนูผัดมาม่าใส่ไข่ที่แสนจะเรียบง่าย “ไม่เอาผัก” แม้ว่าจะล้างผักและหั่นเองกับมือแต่พอเห็นดาริกาจะเอาลงกระทะก็อดห้ามไม่ได้ “แล้วจะหั่นมาทำไม” “ก็อยากช่วย” ใบห

  • เล่ห์พสุธา   บทที่ห้า ...เล่นงานลับหลัง

    บทที่ห้า...เล่นงานลับหลัง “พี่ดาวมีคนมาหาค่ะ” ในขณะที่กำลังทำงานอยู่น้องนักศึกษาฝึกงานก็มาบอกเธอด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม มองนาฬิกาที่ตั้งไว้บนโต๊ะก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงกว่าแล้วเธอทำงานจนลืมเวลาไปเลยหรือนี่ “ใครเหรอ” “สามีพี่ดาวค่ะ” บอกพร้อมกับเปิดตัวหนุ่มหล่อที่เดินเข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status