Masuk“ผมไม่คิดว่าความรักระหว่างเรา...มันจะเป็นไปได้ครับ” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาแต่หนักแน่น เมญาดาขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววเศร้าทันที
“ทำไมล่ะคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
“ก็ฐานะของคุณกับผม...มันต่างกันมากเกินไป” ชัชชนน์อธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น
“คุณคือลูกสาวของเจ้านายที่ร่ำรวยมหาศาล ส่วนผม...” เขาเงียบไป ไม่กล้าเอ่ยถึงอดีตอันมืดมิดของตนเอง
“อย่าคิดมากสิคะ” เมญาดารีบยื่นมือไปกอบกุมมือหนาของเขาไว้แน่น
“ญาดาจะทำให้คุณพ่อยอมรับในตัวคุณให้ได้ เชื่อใจญาดานะคะ” เธอส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างเชื่อมั่น
ชัชชนน์ มองมือเล็กๆ ที่กุมมือเขาอยู่ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาช่างแตกต่างจากความเย็นชาที่เขาหยิบยื่นให้เธอในตอนแรก ในใจของเขายังคงมีความขัดแย้งอยู่ระหว่างความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อเธอ กับภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ
ชายหนุ่มค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้เธออีกเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาแตะต้องผิวแก้มของเธออย่างแผ่วเบา ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มของเธอเพียงแค่ลมหายใจกั้น ความรู้สึกปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ในใจของทั้งคู่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนยากที่จะควบคุม...
“ญาดาครับ!!! คุณไม่ต้องทำอะไรเลย!!!...” ชัชชนน์กระซิบเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาทอประกายลึกซึ้ง ราวกับต้องการสื่อความรู้สึกที่อยู่ภายในใจออกมาให้เธอรับรู้
เมญาดาหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความรู้สึกที่ท่วมท้นในหัวใจนำทาง เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคืออะไร รู้เพียงแต่ว่าเธอต้องการอยู่ใกล้ชิดเขา และต้องการสัมผัสเขาให้มากกว่านี้
และแล้วริมฝีปากของชัชชนน์ก็แตะลงบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนและนุ่มนวล ราวกับกลีบดอกไม้ที่ต้องลม แต่ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่เก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจ
เมญาดาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขา ความรู้สึกที่แตกต่างจากความเย็นชาที่เขาเคยแสดงออกมา ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความโหยหา เธอค่อยๆ เปิดริมฝีปากออกเล็กน้อย เพื่อตอบรับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มใจ
จูบนั้นเริ่มต้นด้วยความแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ ทวีความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นอย่างช้าๆ ราวกับคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่หยุดยั้ง อ้อมแขนแข็งแรงของชัชชนน์โอบกระชับร่างบางของเธอเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น จนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของทั้งสองคน ราวกับไฟที่กำลังลุกโชน
แสงอาทิตย์สีทองค่อยๆ เลือนหายไปจากขอบฟ้า ท้องทะเลสีครามเข้มเริ่มแปรเปลี่ยน ราวกับผืนผ้าที่ถูกย้อมด้วยสีสันสุดท้ายของวัน เมญาดาและชัชชนน์ยังคงยืนแนบชิด ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยขึ้นอย่างขอร้อง
“คุณช่วยสอนญาดาจูบอีกได้มั้ยคะ” หญิงสาวกระซิบเสียงหวานชิดริมฝีปากของเขา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายอ้อนวอน ราวกับเด็กน้อยที่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่
“ได้สิครับ!!...” ชัชชนน์กระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไม่อาจละสายตา เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในใจ
“คุณไม่เคยจูบมาก่อนใช่มั้ย” เมญาดาคลี่ยิ้มหวานให้เขา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวมาตลอด ดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับมันเต็มไปด้วยความสุขจนล้นปรี่ หญิงสาวยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าคมของเขาอย่างอ่อนโยนรักใคร่
“ไม่เคยค่ะ!!!!” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่หนักแน่น ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องมองเขาอย่างเปิดเผย
“แล้วญาดาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนด้วย” เธอพูดด้วยความเอียงอาย แก้มแดงระเรื่อชัดขึ้น
ทั้งสองคนยืนโอบกอดกันอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งเป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่รอบกาย ความรู้สึกรักและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว
จากนั้นริมฝีปากของพวกเขาก็ผสานกันอีกครั้งอย่างเนิ่นนาน ราวกับต้องการผนึกรวมสองดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียว ทุกสัมผัส ทุกความรู้สึกที่อยู่ในใจ ถูกถ่ายทอดผ่านจูบอันแสนหวานและลึกซึ้งนี้ ราวกับบทเพลงรักที่บรรเลงโดยคลื่นทะเลและสายลมของที่นี่
ในที่สุดชัชชนน์ ก็ค่อยๆ ผละริมฝีปากออกอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงตาคู่สวยของเมญาดาอย่างลึกซึ้ง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอายและความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน หัวใจของทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ราวกับต้องการยืนยันถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่มีให้กันอีกครั้ง
ตอนที่ 36 ตอนจบบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ผสานรวมกัน ความเศร้าโศกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความหวังและความผูกพัน ชัชชนน์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับเมญาดาและวีโอลา เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปในชีวิตน้อยๆ ของเด็กหญิงผู้สูญเสียมารดาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูเซียโนได้นำกำลังตำรวจบุกเข้าไปจับชลธิชาน้องสะใภ้ ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหน้ารถที่บันทึกภาพรถของมาร์โกไล่ตามสังหารชัชชนน์เมื่อวานนี้ รถคันนั้นเขาเพิ่งจะมอบให้ชัชชนน์ขับไปรับส่งวีโอลาที่โรงเรียนแต่เขาก็ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ทั่วทั้งคัน เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งตำรวจก็ออกหมายจับชลธิชาอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมาร์โกถูกควบคุมตัวและสอบสวนอย่างหนัก จนเขายอมจำนนต่อหลักฐานและซัดทอดไปยังผู้บงการแต่โดยดี นั่นก็คือชลธิชาแม้ในตอนแรกชลธิชาจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หลักฐานจากการแชทที่เธอวางแผนการอันชั่วร้ายกับมาร์โกก่อนหน้านี้ ก็มัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุด ในที่สุดเงามืดแห่งความชั่วร้ายที่ปกคลุมคฤหาสน์มานาน ก็ถูกแสงแห่งความยุติธรรมแผดเผาจนสิ้นสองวันต่อมา
ตอนที่ 35 Truth Bomb!“จริงๆ นะฉันไม่ได้โกหก” นริลญาเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น“ตอนนั้นแม่ของฉันก็หนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีโอกาสได้ไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับแม่ของคุณ ท่านเสียใจมากที่พ่อของคุณต้องมาเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นแม่พาฉันหนีไปพร้อมกับพ่อของคุณ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก...” เธอหยุดเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แม่เองก็อยากพาพี่ญาดาไปด้วย แต่ด้วยความยากลำบากในการหลบหนี ทำให้แม่ตัดสินใจพาฉันไปแค่คนเดียว...แต่ระหว่างทาง พวกเราก็ถูกมาร์โกตามมาทัน...และพ่อของคุณก็ถูกเขาฆ่าเสียก่อน” น้ำเสียงของนริลญาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดในอดีต“พ่อของคุณถูกมาร์โก...ลูกน้องของพ่อ ที่เป็นสามีลับ ๆ ของน้าชล ไล่ตามล่าและฆ่าตาย...เพราะน้าชลอยากได้พ่อเป็นสามีเพื่อต้องการครอบครองทุกอย่าง”เมื่อรถยนต์จอดสนิท ณ บ้านพักเงียบสงบหลังเล็ก ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้เขียวครึ้ม ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ นริลญาหันมาเผชิญหน้ากับชัชชนน์อีกครั้งแล้วบอกกับเขา“ช่วงนี้คุณพักที่นี่ไปก่อนนะ” แสงสุดท้ายของวันสาดส่องผ่านผ้าม่านบางเบา แววตาของเธอมุ่งมั่นและหนักแน่น ราวกับแบกรับภาระอันยิ่
ตอนที่ 34 อยากให้เธอเข้าใจ...วันนี้หลังเลิกงานชัชชนน์ เดินทางไปรับวีโอลาที่โรงเรียนของเธอ ลูเซียโนที่รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มอบรถยนต์ประจำตำแหน่งคันหรูให้กับชัชชนน์ เพื่อใช้ในการรับส่งวีโอลาได้อย่างสะดวกสบาย ชายหนุ่มอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถด้วยความรักใคร่ ไม่นานนักรถยนต์คันงามก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณโรงเรียน มุ่งหน้ากลับสู่อพาร์ตเมนต์ของชัชชนน์“พ่อชัชคะ...วันนี้ที่โรงเรียนหนู...มีกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยค่ะ” เสียงเล็กๆ ของวีโอลาเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวในวันนี้อย่างสนุกสนาน ชัชชนน์ยิ้มบางๆ ฟังลูกบุญธรรมด้วยความอบอุ่นในหัวใจ“ว้าว!!!..กิจกรรมอะไรน่า ถึงทำให้ลูกสาวของพ่อยิ้มได้ขนาดนี้” ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะเอ่ยตอบทันใดนั้น!!!“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้องในตอนกลางวัน รถยนต์กระบะสีดำสนิทคันหนึ่งพุ่งเข้ามาประกบด้านข้างรถของชัชชนน์อย่างกระชั้นชิด ก่อนจะรัวกระสุนเจาะทะลุตัวถังรถเข้ามาอย่างน่าหวาดเสียว ทำลายความสงบสุขภายในรถ ที่สองพ่อลูกกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“บ้าเอ๊ย!” ชัชชนน์ สบถเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สัญชาตญาณนักสู้ทำงานทันที เขาหัก
ตอนที่ 33 โลกหมุนให้เราพบกันณ สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์สีนวลอาบไล้กลีบดอกไม้สีแดงสด อเลสเซียนั่งหลังพวงมาลัยรถหรู หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรื่องราวฝาแฝดของเมญาดา ที่เคยฟังดูราวกับนิทานกำลังปรากฏเป็นความจริงตรงหน้าแล้วในที่สุด...ร่างบอบบางของ นริลญาก็ค่อยๆ ย่องออกมาจากเงามืดของสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์จับใบหน้าหวานที่เปื้อนดินและฝุ่นเล็กน้อย อเลสเซียถึงกับตะลึงค้าง ราวกับมองเห็นภาพสะท้อนของเพื่อนสนิท นริลญามีใบหน้า ดวงตา โครงสร้างทุกอย่างแทบจะถอดแบบเมญาดามาอย่างน่าประหลาดใจ ยกเว้นเพียงเรือนร่างที่ดูแข็งแรงกว่าเล็กน้อย เพราะเมญาดาเอาแต่เจ็บป่วยจนร่างกายซูบผอม“นาริล! ทางนี้!” อเลสเซียรีบลดกระจกลง ก่อนจะโบกมือเรียกด้วยน้ำเสียงเบาหวิวที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นริลญารีบวิ่งตรงมาที่รถอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“ขอบคุณมากนะคะที่มารับ” นริลญากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย“เฮ่ย!!...ไม่เป็นไรเลยนาริล...ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะเหมือนกันขนาดนี้...นะเนี่ย!!” อเลสเซียยังคงมองนริลญาด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบ
ตอนที่ 32 ความลับของคฤหาสน์“มาร์โก! แก แก...รีบ ๆ มา ๆ ที่คฤหาสน์ ด่วน ๆ เลย!!” เสียงของชลธิชาติดอ่างและสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ ปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกราวกับคนกำลังจะจมน้ำ เธอเดินวนไปวนมาในห้องนอนหรูหราด้วยความกระวนกระวายราวกับหนูติดจั่น เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายตามไรผม ใบหน้าสวยซีดเผือด ดวงตาเรียวคมกริบสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว“นายหญิงครับ...ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” เสียงของมาร์โกดังลอดมาจากโทรศัพท์ ก่อนจะพยายามพูดเพื่อประคองสติที่กำลังแตกกระเจิงของหญิงสาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างลับ ๆ ของเขาแล้วในตอนนี้ แม้สถานะของเขาจะเป็นเพียงแค่ลูกน้องที่คอยรับคำสั่ง แต่ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ลึกซึ้งนั้นก็ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยผลประโยชน์อันมากมาย มาร์โกตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จและความอยู่รอดของชลธิชา ดังนั้นในยามที่นางบำเรอผู้ทรงอิทธิพลเสียขวัญ เขาก็ต้องทำหน้าที่ประดุจเสาหลัก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเช่นกัน“มีอะไรค่อยๆ เล่าให้ผมฟังทีละขั้นทีละตอน ตอนนี้ผมเองก็สับสนไปหมดแล้วครับนายหญิง”“เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์เหรอครับ?”“นังเด็กนั่น! นังเด็กนริลญา! มันกล
ตอนที่ 31 เอาทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนมาณ คฤหาสน์หรูของลูเซียโน ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ของห้องรับแขกค่อยๆ แง้มออก ราวกับม่านที่เปิดขึ้นสู่ฉากละครอันน่าติดตาม แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเป็นลำยาว จับร่างของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามดุจนางพญา ดวงตาคมกริบกวาดมองความโอ่อ่าของคฤหาสน์ด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับกำลังจดจำทุกรายละเอียดของสถานที่...ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักอาศัยของเธอและมารดา“สวัสดีค่ะ น้าชล” เสียงหวานเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งเอ่ยทักทายชลธิชา ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนใบหน้าของเธอซีดเผือด“คุณน้าสบายดีมั้ยคะ?” นริลญา เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็น จนชลธิชา ถึงกับสะท้าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างและไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ ก่อนจะจ้องมองนริลญาราวหลานสาวอีกคนราวกับเห็นวิญญาณร้าย จนต้องยืนอึ้งราวกับถูกสาป“คุณน้าคงสบายกว่าตอนที่คุณแม่หนูอยู่ที่นี่ใช้มั้ยคะ?” นริลญาย้ำคำถามคล้ายเดิมเดิม เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำให้ผู้เป็นน้า ดวงตาคมกริบมองใบหน้าซีดเผือดของชลธิชาอย่างไม่ละ“แต่นาริลว่า อากาศที่คฤหาสน์หลังนี้คงสดใสขึ้นเยอะเลยใช่ไหมคะ.







