Share

30.จุดจบ

last update Last Updated: 2025-11-18 23:43:17

เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคในการสร้างข้อความ ความสุขที่สมบูรณ์แบบของครอบครัว (The Complete Joy)

ยามเช้าในบ้านคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์: วงจรชีวิตใหม่

บ้านคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ในช่วงเช้าไม่ได้เงียบสงบอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยพลังงานที่วุ่นวายและเสียงหัวเราะ ดีแลน ตื่นก่อนใครเสมอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เพื่ออ่านรายงานการเงิน แต่เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิห้อง, เตรียมขวดนมสองขวดที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างสมบูรณ์แบบ, และเตรียมชาขิงให้กับ อีวา

เมื่อลูกแฝด โนอาห์ (มักจะตื่นก่อนและมีเสียงดัง) และ ลินน์ (มักจะตื่นทีหลังและร้องเบา ๆ) เริ่มส่งเสียงร้องขออาหารเช้าจากห้องทารก อีธาน ลูกชายคนโตวัยสามขวบก็จะวิ่งลงจากเตียงและตรงมาที่ห้องพ่อแม่เพื่อขอให้ ดีแลน อุ้มเขาไปดูน้อง ๆ

ดีแลน ที่เคยรังเกียจความวุ่นวายและสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ตอนนี้กลับโอบกอดความโกลาหลนี้ไว้ด้วยความสุขเต็มเปี่ยม เขาสามารถอุ้ม อีธาน ไว้ที่สะโพกข้างหนึ่ง ขณะที่ใช้มืออีกข้างผสมนมผงสำหรับแฝดได้อย่างชำนาญ

การทำงานเป็นทีมที่ไร้ที่ติ

อีวา ที่ออกมาจากห้องด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน จะเดินตรงไปหา ลินน์ ทันที ขณะที่ดีแลนจัดการกับ โนอาห์ ที่เริ่มส่งเสียงเรียกร้องอย่างจริงจัง

“คุณทำตารางซิงโครไนซ์นมผงได้ยอดเยี่ยมมากค่ะ ดีแลน” อีวาแซวขณะที่เธอกำลังให้นม ลินน์ “แต่ดูเหมือน โนอาห์ จะไม่สนใจเวลาในตารางของคุณเลยนะคะ”

ดีแลน มองดูโนอาห์ที่จ้องมองขวดนมอย่างกระหาย “เขาเป็นเหมือนผมเมื่อก่อนครับ อีวา ต้องการทุกอย่างเดี๋ยวนี้! แต่ผมจะสอนให้เขาอดทน... เหมือนที่คุณสอนผม”

ในขณะที่ทั้งสองกำลังให้นมลูกแฝดอยู่นั้น อีธาน ก็จะนั่งอยู่บนพื้น พร้อมกับของเล่นชิ้นโปรดของเขา (ซึ่งดีแลนแกะสลักด้วยตัวเอง) และเริ่มเล่านิทานที่เขาฟังเมื่อคืนให้ โนอาห์ และ ลินน์ ฟังอย่างจริงจัง

ภาพนี้คือภาพที่ ดีแลน เคยคิดว่าจะเป็นไปไม่ได้: ความวุ่นวายที่งดงาม, ความรักที่ไม่ถูกแบ่งแยก, และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

บทเรียนแห่งความอดทนและความอ่อนโยนการเลี้ยงลูกสามคนในวัยใกล้กันได้ให้บทเรียนที่ลึกซึ้งแก่ ดีแลน ยิ่งกว่าการบริหารอาณาจักรธุรกิจใด ๆ

การจัดการกับความไม่แน่นอน: ดีแลนเรียนรู้ที่จะยอมรับว่าบางสิ่งก็ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าเขาจะวางแผนตารางเวลาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพียงใด เด็ก ๆ ก็มักจะทำลายมันด้วยอาการป่วยกะทันหันหรือการงีบหลับที่ไม่เป็นเวลา แต่เขากลับพบความสงบใน การยอมจำนน ต่อความรักและความต้องการของลูก ๆ

พลังแห่งการสื่อสาร: ดีแลนใช้เวลามากในการสื่อสารกับ อีธาน ลูกชายคนโต เขาไม่ได้ใช้ภาษาที่ซับซ้อน แต่เขาใช้ภาษาแห่งความรักและความเคารพ เขาพยายามปลูกฝังความอ่อนโยนให้ อีธาน ในการปฏิบัติต่อ โนอาห์ และ ลินน์

เย็นวันหนึ่ง อีธาน แอบหยิบผ้าห่มผืนโปรดของ ลินน์ ไปซ่อน ทำให้ ลินน์ ร้องไห้เสียงดัง ดีแลน ไม่ได้ดุ อีธาน แต่เขานั่งลงข้าง ๆ ลูกชาย

ดีแลน: "พ่อรู้ว่า อีธาน รักผ้าห่มผืนนั้น แต่ ลินน์ ก็รักมันเหมือนกันครับ เราต้องเข้าใจว่าเราไม่สามารถเอาทุกสิ่งที่เราต้องการได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะ แบ่งปัน และ ให้ความรัก ได้"

อีธาน มองไปที่ ลินน์ ที่ร้องไห้อย่างไม่เข้าใจ แล้วหันกลับมากอดผ้าห่มไว้แน่น

ดีแลน ยิ้มอย่างอ่อนโยน "พ่อไม่ได้ขอให้ อีธาน ให้ผ้าห่มไป... แต่พ่อขอให้ อีธาน ให้ความรักกับน้องแทน"

อีธาน พยักหน้า เขาเดินไปที่เปลของ ลินน์ แล้ววางผ้าห่มลงข้าง ๆ ก่อนจะก้มลงจูบน้องสาวเบา ๆ บนหน้าผาก ดีแลน มองภาพนั้นด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นี่คือมรดกที่เขาต้องการมอบให้ลูก ๆ—ความเห็นอกเห็นใจ และ ความอ่อนโยน

คืนวันพุธ: คืนแห่งความรักของดีแลนและอีวา

เมื่อลูก ๆ ทั้งสามคนเข้าสู่ห้วงนิทราในยามค่ำคืน ดีแลน และ อีวา ก็มีเวลาส่วนตัวที่เงียบสงบในวันพุธ ซึ่งพวกเขาเรียกว่า "คืนแห่งการชาร์จแบตเตอรี่"

พวกเขาไม่ได้ออกไปทานอาหารค่ำหรูหราเหมือนในอดีต แต่พวกเขาจะนั่งอยู่หน้าเตาผิงในห้องนั่งเล่น จิบไวน์ราคาไม่แพง และพูดคุยกันอย่างเปิดใจ

อีวา: "คุณยังคงเป็นผู้ชายที่โรแมนติกที่สุดในโลกนะคะ ดีแลน... ผู้ชายที่จัดการอาณาจักรหลายพันล้านได้ แต่กลับมีความสุขที่สุดในการเปลี่ยนผ้าอ้อม"

ดีแลน: (จับมือเธอไว้แน่น) "เพราะผมรู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดครับ อีวา เงินทองและความสำเร็จเป็นเพียงเปลือกนอก... แต่ความรักของเธอ, รอยยิ้มของลูก ๆ... นั่นคือความร่ำรวยที่แท้จริงที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ครอบครอง"

อีวา ลูบไล้แก้มของเขา “ฉันยังจำได้ว่าคุณเคยใช้ตารางเวลาของลูก ๆ ในการวางแผนธุรกิจ... แต่ตอนนี้ตารางเวลาเหล่านั้นกลับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรักที่คุณมีให้เรา”

ดีแลน ยิ้มเศร้า ๆ “ผมเคยเป็นคนโง่เง่าที่คิดว่าผมสามารถซื้อความสุขได้ แต่คุณสอนให้ผมรู้ว่าความสุขที่แท้จริงต้องถูก สร้างขึ้นมา ด้วยความซื่อสัตย์และความอ่อนโยน... และผมสร้างมันกับเธอ ที่รัก

คืนนั้นคือการยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของพวกเขา มันคือความรักที่ผ่านไฟแห่งความแค้นและการให้อภัยมาแล้ว พวกเขาเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง และไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย

8.4 มรดกที่สดใส: อนาคตที่สร้างขึ้นใหม่

ดีแลน และ อีวา ใช้ชีวิตอยู่บนผืนดินที่เคยเป็นสมบัติของตระกูลคาร์เตอร์ ที่ตอนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมรดกใหม่ของพวกเขา มูลนิธิเพื่อความซื่อสัตย์ เติบโตขึ้นและกลายเป็นองค์กรที่ทรงพลังในการนำความยุติธรรมมาสู่ผู้ที่อ่อนแอ

ดีแลน ไม่ได้กลับไปในโลกธุรกิจอีกเลย แต่เขากลายเป็นที่ปรึกษาด้านจรรยาบรรณขององค์กรและใช้ความรู้ของเขาในการสอนคนรุ่นใหม่ถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ

ทุกวันอาทิตย์ ดีแลน และ อีวา จะพาลูก ๆ ทั้งสามคนไปเดินเล่นในสวนกุหลาบขาวที่ตอนนี้บานสะพรั่งเต็มที่ อีธาน วิ่งเล่นอย่างอิสระ โนอาห์ พยายามคลานตามพี่ชายอย่างกระตือรือร้น และ ลินน์ ถูกอุ้มโดยดีแลนด้วยความอ่อนโยน

พวกเขาไม่เคยลืมอดีต แต่พวกเขาเลือกที่จะไม่ปล่อยให้มันมาครอบงำอนาคต ความรักของครอบครัว คือเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของการไถ่บาปและการให้อภัย มันคือความสุขที่สมบูรณ์แบบที่ ดีแลน แบล็กเวลล์ ค้นพบเมื่อเขายอมปล่อยวางอำนาจและความเย่อหยิ่ง เพื่อกอดรับความอ่อนโยนและความรักที่แท้จริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักนางฟ้า   42.ข้อจำกัด

    โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท

  • เล่ห์รักนางฟ้า   41.กำแพง

    กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต

  • เล่ห์รักนางฟ้า   40.สิบแปดปีผ่านไป

    สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน

  • เล่ห์รักนางฟ้า   39.แสงสว่าง

    โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ

  • เล่ห์รักนางฟ้า   38.โลกภายนอก

    เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล

  • เล่ห์รักนางฟ้า   37.ท้าทาย

    ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status