Masukรัชภาคย์กลายเป็นแขกประจำของครอบครัวปริมาไปเสียแล้วหลังจากที่ขอคบกับลูกสาวบ้านนี้ได้สำเร็จ ชายหนุ่มเข้ากับพ่อทองและแม่พิมได้เป็นอย่างดี และผู้ใหญ่ทั้งสองก็ไม่ขัดข้องที่รัชภาคย์จะคบหาดูใจกับปริมา ทางของเขาจึงเรียกได้ว่าสะดวกโยธิน รัชภาคย์สามารถเข้านอกออก ในบ้านของเธอได้อย่างไม่มีอุปสรรค
ทุกๆ เย็นเขาจะมาทานข้าวเย็นที่บ้านของเธอ และปริมาจะเดินออกมาส่งเขาที่หน้าบ้านทุกครั้งเมื่อชายหนุ่มจะกลับ รัชภาคย์ชอบช่วงเวลานี้มากที่สุดเพราะเขามักจะถือโอกาสดึงร่างบางเข้าไปกอดและประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของเธอก่อนจะขึ้นรถเสมอ
เย็นวันหนึ่งรัชภาคย์บอกกับปริมาว่าจะพาเธอไปทานข้าวเย็นที่บ้านเพื่อพบพ่อแม่ของเขา ปริมาตกใจเล็กน้อยเพราะอดหวาดหวั่นไม่ได้ว่าผู้ใหญ่ฝั่งรัชภาคย์จะคิดอย่างไรกับลูกสาวชาวบ้านธรรมดาอย่างเธอ
หญิงสาวเลือกแต่งตัวด้วยชุดเดรสลายดอกไม้พิมพ์บนผ้าชีฟองหวานพลิ้ว เสื้อเป็นคอวีกุนขอบสีน้ำตาลตัดกับชุด แขนตุ๊กตา ช่วงชายกระโปรงชุดต่อเป็นระบายสองชั้นทำให้สวยหวานและเรียบร้อยเหมาะกับการไปพบผู้ใหญ่
รัชภาคย์มองสาวคนรักอย่างพึงพอใจ เมื่อมารับปริมาที่บ้าน
“น่ารักมากครับที่รัก” เขาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
“พ่อกับแม่ของพี่กันต์จะว่าอย่างไรบ้างก็ไม่รู้นะคะ” ปริมาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พ่อกับแม่ของพี่คงใจดีมากๆ”
“แต่พ่อกับแม่พี่กันต์คงอยากได้สะใภ้ที่เพียบพร้อมกว่าปริม”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ พี่รักใครพ่อกับแม่พี่ก็ต้องรักด้วย” ชายหนุ่มเอื้อมมือหนามาบีบมือบางอย่างให้กำลังใจ
รถของรัชภาคย์แล่นมาจอดยังหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งใหญ่โตแทบจะเป็นคฤหาสน์ บ้านหลังนี้หญิงสาวจำได้ดีเพราะตอนที่เรียนอยู่รัชภูมิเคยพามาดูแต่ หญิงสาวปฏิเสธที่จะเข้าบ้านของเขาเพราะรู้ถึงความไม่เหมาะสม
ชายหนุ่มเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้
“เชิญครับ ไม่ต้องกลัวนะ” เขาก้มลงมากระซิบอย่างให้กำลังใจอีกครั้งก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้าน ปริมาเดินตามเข้าไปกับเขาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก เมื่อไปถึงที่โต๊ะอาหารมีคนนั่งรออยู่แล้วสี่คน ทุกคนต่างหันมามองที่เธอเป็นตาเดียวกันอย่างสนใจทำให้หญิงสาวอดเกร็งไม่ได้
“ปริมครับนี่พ่อกับแม่ของผม” รัชภาคย์เอ่ยแนะนำรู้จัก ปริมายกมือไหว้บุพการีของคนรักอย่างหวาดหวั่น เพราะหญิงสาวไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะรู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่สายตาที่มองอย่างเอ็นดูของผู้ใหญ่ทั้งสองก็ทำให้ปริมาหายใจสะดวกมากขึ้น
“คุณพ่อคุณแม่ครับนี่ปริมาแฟนผมครับ” ชายหนุ่มแนะนำหญิงสาวให้กับพ่อแม่ของเขาได้บ้าง คุณรัชดาผู้เป็นมารดาของรัชภาคย์กวาดตามองปริมาอย่างเพ่งพินิจอยู่ชั่วขณะหากแต่กิริยาและการวางตัวที่ดูเรียบร้อยก็ทำให้นางพอเบาใจลงได้บ้างเพราะถึงอย่างไรหัวอกผู้เป็นแม่ก็อดห่วงไม่ได้ว่าลูกชายจะได้ผู้หญิงที่ไม่ดีมาเป็นคู่ครอง
“ก้อง หนิง นี่ปริมแฟนพี่” เขาหันไปแนะนำกับอีกสองคน
‘ก้อง’ ชื่อนั้นทำให้ปริมาได้สติ ...ใช่สินะ... หญิงสาวบอกตัวเองเพราะมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมไปว่าเธอจะได้พบเขาที่นี่
รัชภูมิมองปริมาอย่างตกตะลึง เขาแทบช๊อคที่เห็นได้เห็นหญิงสาวที่นี่ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอผู้หญิงน่ารักคนนี้ มันเป็นเวลามากกว่าห้าปีหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้นเขาก็ไม่เคยได้เจอเธอเลย จนกระทั่งวันนี้ที่ได้เจอกันอีกครั้งแต่เธอมาปรากฏตัวในฐานะว่าที่พี่สะใภ้
“สวัสดีค่ะ” ปริมาตั้งสติได้ก่อนรีบยิ้มทักทายทั้งคู่อย่างเป็นธรรมชาติ อติมายิ้มให้ตามมารยาทในขณะที่รัชภูมิยังคงนิ่งอยู่
“เป็นอะไรไปนายก้อง” รัชภาคย์ทักน้องชายและยกมือขึ้นวางบนไหล่หนาเบาๆ
“เปล่าครับ” เขารีบบอกเพื่อแก้เก้อทันที
“นึกว่าตะลึงในความน่ารักของว่าที่พี่สะใภ้” รัชภาคย์พูดอย่างภูมิใจ ในขณะที่รัชภูมิหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย เพราะพี่ชายของเขาพูดถูกทุกอย่าง ปริมาตอนนี้ทั้งสวย น่ารัก และน่าทะนุถนอม มีแต่เขาที่บ้า กล้าทิ้งเพชรแท้อย่างเธอได้ลงคอ ชายหนุ่มได้แต่นึกตัดพ้อตัวเองอยู่ในใจ
ปริมามองรัชภูมิและอติมาอย่างนิ่งเฉยเยือกเย็น หากเป็นเมื่อสองเดือนก่อนเธอคงจะตัวสั่นและคงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวถ้าได้เห็นภาพของคนที่เธอรักอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่เธอแบบนี้ แต่ในวันนี้หญิงสาวกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนอย่างที่คิดไว้ อาจเป็นเพราะว่าในตอนนี้หัวใจของเธอได้รับการเยียวยาแล้วจากความรักอันบริสุทธิ์ของรัชภาคย์ เธอหันไปมองชายหนุ่มคนรักแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ปริมานึกขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสเธอได้เจอคนดีๆ อย่างเขา ถึงแม้ความตั้งใจแรกของเธอไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ตาม
อาหารเย็นมื้อนั้นผ่านไปด้วยดี คนที่ยิ้มแก้มปริมากที่สุดเห็นจะเป็น รัชภาคย์เพราะครอบครัวของเขาต้อนรับปริมาด้วยไมตรีจิตอันดี
หญิงสาวเดินออกมารอรัชภาคย์อยู่ที่หน้าบ้านหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ในขณะที่ชายหนุ่มอยู่คุยกับพ่อแม่ของเขาต่อสักพัก
“ปริม...” เสียงเรียกของใครคนหนึ่งที่ดังเธออยู่เบื้องหลังทำให้ร่างอรชร ค่อยๆ หันกลับไปมอง
“ก้อง”
“ตอนแรกที่พี่กันต์บอกว่าจะพาแฟนมาบ้าน ไม่คิดว่าจริงๆ ว่าจะเป็นปริม” เขาชวนคุยในขณะยืนกันตามลำพังเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
รัชภาคย์โอบร่างน้อยๆ นั้นเข้ากอดไปพร้อมกับกดปลายจมูกโด่งหอมแก้มใสอย่างรักใคร่“คิกคิก น้ำอิง จั๊กจี้หนวดคุณพ่อ” ลูกสาวตัวน้อยหัวเราะแล้วหดคอหนี“จั๊กจี้เหรอ นี่แน่ะๆๆๆ” เมื่อเห็นลูกสาวหัวเราะผู้เป็นพ่อก็ยิ่งใช้ปลายคางถูไถตามพวงแก้มอ่อนใสสลับไปมาซ้ายทีขวาที“คิกๆๆๆ” ปัญชิตาหัวเราะจนตาหยี ตัวหอบโยนด้วยจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้น ผู้เป็นพ่อจึงหยุดแล้วกอดกระชับร่างน้อยของลูกสาวเอาไว้“แล้วคุณแม่ไปไหนคะ” เสียงใสเอ่ยถามทั้งที่ยังหอบด้วยอาการหัวเราะเมื่อนึกได้ว่าไม่เห็นผู้เป็นแม่อยู่ในห้องนั้น“คุณแม่ไปอาบน้ำครับ เดี๋ยวจะพาน้ำอิงไปใส่บาตร”“ดีจังค่ะ ใส่บาตรเสร็จขอน้ำอิงไปเที่ยวที่ทุ่งนากับคุณตาได้ไหมคะ”“ได้สิครับ เดี๋ยวพ่อไปด้วย” รัชภาคย์บอกอย่างใจดีกับลูกสาวเสมอ“คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย น้ำอิงรักคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อขอรางวัลหน่อยครับ” ว่าพลางเอียงแก้มให้ลูกสาว หลังจากนั้นปลายจมูกเล็กๆ จึงหอมเบาๆ ที่แก้มของผู้เป็นพ่อ“ยี้...แก้มคุณพ่อไม่หอมเลย” เด็กน้อยช่างเจรจาแกล้งทำจมูกย่นใส่ผู้เป็นพ่อ“ก็คุณพ่อยังไม่อาบน้ำนี่ครับ”“แต่ถึงจะไม่หอมน้ำอิงก็รักคุณพ่อนะคะ” ปัญชิตาออดอ้อนตามประสา“พ่อก
ภาพลูกสาวตัวน้อยที่กำลังดูดนมผู้เป็นแม่อย่างเอร็ดอร่อยนั้น ทำให้รัชภาคย์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างอดอิจฉาลูกสาวอยู่ไม่ได้“มองอะไรคะพี่กันต์” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นแววตาพราวพริบระยิบระยับของสามี“อิจฉาลูก”“แน้... จะอิจฉาทำไมล่ะคะ”“อยากดื่มนมจากเต้ามั่ง”“คิกๆๆ” ปริมาได้แต่หัวเราะสามี ก่อนจะปล่อยให้เขามองตาปรอยเหมือนเดิมรัชภาคย์นั่งลงใกล้ๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปพิศเพ่งจ้องมองใบหน้าเล็กๆ ของลูกสาววัยสามเดือนที่กำลังหลับตาพริ้มดูดดื่มน้ำนมจากเต้าของแม่อย่างเอร็ดอร่อย แล้วปลายจมูกโด่งก็กดเบาๆ ลงบนความไร้เดียงสานั้น เด็กน้อยประท้วงด้วยการดิ้นแขนขาดุ๊กดิ๊ก แต่ก็ยังไม่คลายปากออกจากการดื่มนมนั้น“จะแย่งพ่ออีกนานไหมลูก”“รอเดือนนี้อีกเดือนเดียวค่ะ”“อีกตั้งนาน” เขาบ่นไม่จริงจังนักก่อนจะหอมแก้มแม่ของลูกเบาๆ3 ปีผ่านไปอากาศเย็นๆ ในตอนใกล้รุ่งสางของฤดูหนาวทำให้ปริมาซุกตัวเข้าไปหาไออุ่นจากร่างกายกำยำของรัชภาคย์อย่างคุ้นเคย ชายหนุ่มจุดยิ้มที่มุมปากในขณะทอดมองร่างอรชรในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน“หนาวจังค่ะ” เสียงหวานผาดแผ่วกระซิบผ่านริมฝีปาก“หนาวมากไหม”“มากค่ะ” หญิงสาวตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม พร้อมกับเบีย
“ก็เผื่อผมจะได้หันมาจีบคุณไง”“บ้า...แค่คิดฉันก็ขนลุกแล้ว ยี้ อย่างคุณนี่นะจะมาจีบฉัน ฉันไม่ชายตามองหรอกย่ะ”“ฮะๆๆ หนักแน่นเอาไว้นะครับคุณครู” เขาแซวด้วยสายตาวิบวับทำเอาฐิติพรหน้าร้อนขึ้นมาซึ่งหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธเขาหรือเป็นเพราะชายหนุ่มพูดเฉียดความจริงกันแน่ย่างเข้าเดือนที่เก้า ครรภ์ของปริมาโตจนเดินอุ้ยอ้าย ช่วงนี้รัชภาคย์ดูแลเธออย่างใกล้ชิด เขาจะคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ หยิบนั่นหยิบนี่ให้จนปริมาแทบไม่ได้ขยับตัวจนบางทีปริมาก็อดขำกับความห่วงใยจนกลายเป็นวิตกจริตของผู้เป็นสามีไม่ได้ “อีกสามวันเราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับคนสวยของพ่อ” อ้อมแขนโอบรอบเอวเอาไว้พร้อมกับแนบแก้มพูดเสียงทุ้ม รัชภาคย์จำกำหนดคลอดของปริมาได้แม่นยำและเขาเองได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว“ตื่นเต้นจังค่ะ” หญิงสาวอดที่หวาดหวั่นไม่ได้ตามประสาคุณแม่มือใหม่“ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่จะอยู่ข้างๆ ตลอด” ผู้เป็นสามีเอ่ยปลอบใจ มือประสานกับมือเรียวบางและบีบหนักๆ เพื่อให้ความมั่นใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ“ผิดหวังไหมคะที่ได้ลูกสาว”“ไม่เลย ดีใจเสียอีก ลูกสาวเราน่าจะสวยเหมือนแม่ พี่คงเป็นพ่อตาที
เมื่อสามารถตามรักคืนใจได้สำเร็จ รัชภาคย์จึงพาปริมาไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านใหญ่หลังจากที่หญิงสาวกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วในเย็นวันหนึ่ง“ปริมต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น” หญิงสาวเข้าไปกราบที่ตักของคุณรัชดาและคุณรมย์“ช่างมันเถอะปริม แม่ดีใจนะที่ได้ปริมกลับมาเป็นลูกสาว” คุณรัชดาพูดด้วยน้ำเสียงอาทร หญิงสาวฟังอย่างซาบซึ้ง การมีพ่อและแม่สามีดีนับเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของลูกผู้หญิง“ปริมขอบคุณสำหรับความกรุณาของคุณพ่อคุณแม่ที่เมตตาปริมเสมอมาค่ะ”“ช่วงนี้ต้องหมั่นดูแลสุขภาพหน่อยนะ เดี๋ยวหลานปู่จะไม่แข็งแรง” คุณรมย์เป็นฝ่ายขึ้นบ้างหลังจากได้ทราบข่าวจากรัชภาคย์ว่าปริมากำลังตั้งครรภ์ ดูเหมือนว่าช่วงนี้ครอบครัว รักเกียรติธนาคุณจะมีแต่ข่าวดีๆ เมื่อลูกสะใภ้คนโตกลับมาคืนดีกับรัชภาคย์ และทั้งสะใภ้คนโตและคนเล็กกำลังจะมีเจ้าตัวน้อยออกมาให้คนในครอบครัวได้ชื่นชมในอีกไม่นาน“ไม่ต้องครับคุณพ่อ ผมจะดูแลทั้งลูกสะใภ้และหลานของคุณพ่อให้ดีที่สุด” รัชภาคย์ไม่ได้พูดเกินจริงเลย เขาดูแลปริมาเป็นอย่างดี หลังจากเลิกงานก็กลับบ้านตรงเวลา เอาใจใส่ถามไถ่ถึงอาการแพ้ของเธออยู่ทุกวัน“แม่ว่าท่าทา
ชายหนุ่มอมยิ้ม ปริมาเงยจึงหน้าขึ้นแนบปากลงที่ปลายคางเขาเบาๆ รู้สึกถึงความอบอุ่นเมื่อเขายกมือขึ้นลูบผมสลวยเบาๆ ก่อนที่หน้าผากจะร้อนวาบเมื่อเขากดริมฝีปากลงเบาๆ คลอเคลียไม่ยอมห่าง ลงท้ายด้วยการจุมพิตหนักหน่วงเนิ่นนานจนปริมาได้แต่ครางอย่างมีความสุขในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา“หิวหรือเปล่า” เขาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อนึกได้ว่าหญิงสาวยังไม่ได้กินอะไร“พอทนได้ค่ะ”“งั้นรอแป๊บนะ พี่จะไปหาอะไรมาให้กิน”ชายหนุ่มเดินหายลงไปจากห้องสักพัก เขาก็กลับมาด้วยข้าวของพะรุงพะรังซึ่งส่วนใหญ่เป็นของอาหารและผลไม้ที่ปริมาเคยชอบ“ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ”“ของบำรุงทั้งนั้น กลัวเมียผอม”“เดี๋ยวปริมก็ได้อ้วนเป็นหมูกันพอดี คราวนี้พี่กันต์ก็มีข้ออ้างไปหาเมียน้อยแหงๆ” หญิงสาวแกล้งค่อนขอดก่อนจะเดินมาสมทบกับเขา“อืม เป็นคำแนะนำที่ดีแฮะ” เขาแกล้งพูด ปริมาจึงหยิกเข้าที่เอวเขาทีหนึ่ง“โอ๊ย!” ชายหนุ่มแกล้งร้องเสียงหลง“คนเจ้าชู้”“พี่ล้อเล่นครับ” เขาพูดยิ้มๆ พร้อมกับรั้งร่างบางมากอดไว้ หญิงสาวซบหน้าลงที่แผงอกเขาอย่างมีความสุข แต่แล้วร่างบางก็ผละออกเหมือนนึกอะไรได้“ปริมลืมถามอีกอย่าง” ใบหน้าสวยหวานเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้เป็นสามีเขม็ง“
มือบางเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาพันตัวเป็นกระโจมอกแล้วปิดประตูก้าวออกจากห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นสายตาวาววับของคนที่ยืนอยู่ สายตาของเขาเปิดเผยความต้องการอย่างโจ่งแจ้งขณะกวาดมองไปทั่วร่างอรชรที่มีผ้าขนหนูพันกายอยู่เพียงฝืนเดียว“ถอยไปค่ะ” หญิงสาวแกล้งพูดเสียงแข็งเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการสั่นสะท้านเขายอมถอยแต่โดยดีแต่นัยน์ตาคมกริบยังจับจ้องเรือนร่างของเธอตาแทบไม่กะพริบ ปริมารีบหยิบเสื้อผ้าลำลองออกมาสวมเพื่อปิดบังตัวเองจากสายตาซุกซนของเขา จากนั้นร่างบางจึงค่อยๆ ปลดมวยผมลงมาแล้วใช้แปรง แปรงผมสลวยนั้นจนนุ่มร่างสูงเข้ามายืนซ้อนหลังแล้วสอดมือเข้ากอดเอวอย่างถือสิทธิ์โดยไม่นำพาถึงอาการดิ้นรนขัดขืนของปริมาเลยแม้แต่น้อย“ไม่ได้เจอกันสองเดือน ปริมสวยขึ้นมากเลยรู้ตัวมั้ย แต่อวบไปนิด” เขาพูดพลางฝังจุมพิตลงบนแก้มนวลของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นราวกับกำลังจะละลายอาการใจแข็งของปริมา ความรู้สึกอาวรณ์โหยหามันรุมเร้าเธอจนยอมยืนนิ่งให้เขากอดจูบได้ตามสบายใจได้ชั่วครู่“ปล่อยค่ะ อย่าทำแบบนี้ ตอนนี้ปริมไม่ใช่ภรรยาของพี่แล้วนะคะ”“ใครบอกว่าไม่ใช่”“ก็เราหย่ากันแล้ว”“ปริมใช้คำว่าเรา







