LOGINเสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้น ขณะที่กานพลูกำลังง่วนทำอาหารเย็นอยู่ในครัว ไข่เจียวสีเหลือฟูนุ่มน่ารับประทานกำลังได้ที่อยู่บนเตาแก๊ส เสียงกริ่งประตูบ้านดังถี่รัวหลายครั้งจนเธออดที่จะตะโกนตอบกลับไปไม่ได้
“รอเดี๋ยวค่า กำลังจะไปเปิดให้เดี๋ยวนี้ รอหน่อยนะคะ” หญิงสาวปิดเตาแก๊สและเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ใกล้ๆ เดินออกจากห้องครัวด้วยการหัวเสียนิดหน่อย
“ใครนะมาตอนนี้ แหม...ช่างมาได้จังหวะพอดีจริงๆ นี่เราคงต้องหุงข้าวเพิ่มอีกละทีนี้ เปลืองข้าวเปลืองกับจริงๆ เลย ให้ตายซิ” กานพลูบ่นพึมพำ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความรื่นเริง เพราะรู้ว่าคนที่มาบ้านเธอจริงๆ นั้นมีเพียงไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นเป็นคนสำคัญเป็นเพื่อนรักของเธอนามเมษานั่นเอง
“บ่นอะไรจ๊ะแม่แก่”
เมษาตะโกนถามตั้งแต่เริ่มเห็นร่างบางของเพื่อนเดินออกจากห้องครัวด้านข้างของบ้าน บริเวณบ้านกานพลูร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ที่ต้นรักษ์ผู้เป็นพี่ชายสรรหามาปลูก กุหลาบหลายชนิดต่างชูช่อบานเต็มต้น ใกล้กับประตูรั้วก็มีกุหลาบบางต้นส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจให้เมษาก้มสูดกลิ่นหอมของมัน
“อ้าว เฮ้ย!! หนูเมย์มาได้ยังไงกันละนี่ หน้าตานี่ไปทำอะไรมามันถึงได้มอมแมมและแดงเป็นลูกตำลึงสุกแบบนี้เนี่ย...แล้วนั่นกระเป๋าอะไรกันยะแม่คุณหนูเมย์เจ้าขา...” กานพลูเปิดประตูเล็กหน้าบ้านให้เมษาเข้ามาภายใน เธอทักทายเพื่อนสาวคนสนิทด้วยคำพูดเจ็บๆ คันๆ ที่รับรู้กันดีว่ามันคือความรักความผูกพันระหว่างเพื่อน
“มีเรื่องอะไรมาอีกละซิ ถึงได้ขนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหนีออกจากบ้านมาแบบนี้ ใช่ไหมล่ะ” กานพลูอดถามไม่ได้ ถึงอย่างไรมันก็คือเริ่มเดิมๆ ของเมษากับคุณมงคลผู้เป็นบิดาและมีนาพี่สาวต่างมารดาที่ทำให้เพื่อนของเธอคนนี้ต้องขนเสื้อผ้ามานอนบ้านเธอเป็นประจำ
“ฮื่อ” เมษาตอบสั้นๆ สาวเท้าเดินตามกานพลูเข้าบ้าน วางกระเป๋าเป้บนโซฟาตัวเก่าสีดำในห้องรับแขกและเดินตามเพื่อนรักเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว
“รู้อยู่แล้วนี่ ไม่น่าจะถามเลย” สองเท้าก้าวยาวๆ ไปเปิดประตูตู้เย็นหยิบน้ำเย็นจากขวดน้ำขึ้นซดอึกๆ จนกานพลูตาโต
“ตายแล้วเพื่อนฉัน แกจะรับดื่มน้ำให้เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ดื่มบ้างได้ไหมจ๊ะ เอะอะก็ยกขึ้นซด ทำอย่างกับบ้านฉันไม่มีแก้วให้ใช้” กานพลูตีมือเมษาเบาๆ ก่อนจะหยิบแก้วที่คว่ำอยู่ด้านบนตู้เย็นส่งให้เพื่อน แต่คนเป็นเพื่อนกลับไม่รับ ยังคงยกขวดน้ำซดเหมือนเดิมจนกานพลูได้แต่ส่ายศีรษะอย่างระอาใจกับความดื้อด้านของเพื่อน เธอจึงวางแก้วน้ำกลับลงที่เดิม
“เมื่อไหร่แกจะเลิกใช้นิสัยเด็กๆ แบบนี้สักทีละหนูเมย์ พอทะเลาะกับพ่อหรือมีนาทีไร หอบเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหนีออกจากบ้านทุกที เพราะแกใจร้อนหุนหันพลันแล่นอย่างนี้ไง แกถึงเข้าไม่ถึงพี่บีสักที จะทำให้เขาหันมองแกต้องเปลี่ยนนิสัยแล้วนะ เลิกทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตสักทีซิ” นิ้วชี้กานพลูจิ้มไปที่หน้าผากเมษา
เมษาทำหน้ามุ่ย “ฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้สักหน่อย อยากจะมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เหมือนกัน แต่เห็นหน้ามีนาทีไร ฉันอดใจไม่ได้สักที อยากจะตบให้หน้าบวม แต่ก็นะ...ทำแล้วฉันก็โดนพ่อดุทุกทีเหมือนกัน”
เมษาพูดอย่างปวดใจ เธอโอบกอดกานพลู ขอบตาร้อนผ่าว ก่อนจะไหลออกอาบแก้ม แต่ไม่นานเธอก็ได้สติ ส่งยิ้มหวานให้กานพลู
“แต่ก็ช่างมันเถอะ ฉันจะค่อยๆ ปรับปรุงนิสัยอย่างที่แกแนะนำ ว่าแต่ว่าตอนนี้ แหะ...แหะ..” เมษายิ้มและทำตาละห้อย
“แกทำไรอยู่เหรอกาน ฉันได้กลิ่นหอมตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้ว นี่ไงแกฟังท้องฉันซิ มันร้องโครกคราก บอกว่าหิวมากๆ เลยล่ะแก แกมีข้าวให้กินบ้างเปล่า” เมษายกมือลูบพุงน้อยๆ ของตัวเองทำราวกับว่าหิวมาก ดวงตากะพริบปริบๆ ให้เพื่อนรักอย่างน่าเอ็นดูและสงสาร
กานพลูส่ายหน้าอย่างระอาใจ เนี่ยนะที่บอกว่าจะปรับปรุงตัว ผ่านไปแค่แป๊บเดียวก็เอานิสัยเด็กมาใช้อีกแล้ว
“มีแต่ข้าวเปล่ากับไข่เจียว ส่วนอย่างอื่นยังไม่ได้ทำ จะกินก่อนหรือเปล่าล่ะย่ะแม่จอมตะกละ”
เมษาพยักหน้าน้อยๆ ทำตาปริบๆ ยิ้มจนเห็นฟันในปากแทบทุกซี่ ให้กานพลูสงสารมากขึ้น
“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยหนูเมย์ ฉันรู้หรอกน่า อยากกินอะไรก็ตักเอาเองซิ ทำอย่างกับว่าแกไม่เคยมาบ้านฉันอย่างนั้นแหละ แกมาจนที่จะกลายเป็นบ้านของแกอีกหลังหนึ่งแล้วนะ”
“ขอบใจนะกานพลูเพื่อนรัก ฉันรักแกที่สุดในโลกเลย” เมษาโผเข้ากอดและหอมแก้มกานพลูเป็นการใหญ่ จนคนเป็นเพื่อนต้องรีบดันหน้าสวยๆ ออกให้ห่างก่อนที่น้ำลายจะติดตามแก้ม
เมษารีบเดินไปหยิบจานและช้อนที่คว่ำอยู่ในตะกร้าใกล้กับอ่างล้างจานมาตักข้าวจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ๆ กับตู้เย็น มองไข่เจียวสีเหลืองฟูบนโต๊ะอาหารดวงตาเป็นประกาย
“แหม...แกช่างรู้ใจฉันจริงๆ เลยกาน รู้ได้ไงว่าฉันจะมา แกถึงได้เจียวไข่ไว้รอ ว่าแต่...มีแค่นี้เองเหรอ ฉันจะกินอิ่มหรือเปล่านี่” เมษาบ่นราวกับว่าตัวเองกินมากจนอาหารที่กานพลูทำจะไม่พอ
“แกกินไปก่อนเถอะหนูเมย์ เดี๋ยวฉันค่อยทำเพิ่มก็ได้ ถ้าแกกินจุถึงขนาดกินไข่เจียวในจานนั้นจนหมด” กานพลูประชด
“ไม่ถามก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันกินละนะ” เมษารีบช้อนอาหารเข้าปากพร้อมกับทำเสียงขลุกขลักในลำคอที่กานพลูเห็นแล้วถึงกับส่ายศีรษะ
“กินแบบธรรมดาได้ไหมยายเมย์ ดูซิทำเสียงไม่เป็นกุลสตรีเลย”
“ก็แหม...อาหารฝีมือเพื่อนกานมันอร่อยสุดๆ นี่น่า ใครได้แกไปเป็นเมียนี่คงโชคดีสุดๆ เลยนะกาน งานบ้านงานเรือนก็เก่ง งานนอกบ้านก็เก่ง แล้วแกมีใครมาเมียงๆ มองๆ หรือว่าแกมองๆ ใครไว้บ้างยังจ้ะเพื่อนจ๋า...” เมษาลากเสียงหวาน แต่ก็ไม่ได้ละสายตาจากอาหารในจานเลย จึงไม่ได้เห็นใบหน้าของเพื่อนรักว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
กานพลูหน้าแดงราวกับผลเชอร์รี่สุก เธอจะบอกเมษาไปได้ยังไงว่าแอบสนใจคุณบอดี้การ์ดหน้าน้ำแข็งของเบนนิโต้อยู่ ทุกครั้งที่ได้เห็นรูปเบนนิโต้ที่เมษานำมาให้ดู จะต้องมีรูปของคาร์เมนติดตามมาด้วยทุกครั้ง หนุ่มหล่อหน้าตายไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตามีเสน่ห์จนเธอหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
กานพลูถามอย่างเป็นกังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมา ถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตาย ถ้าเป็นเบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีก มีหวังเ
แม้ปากบอกว่าไม่เชื่อคำโป้ปดมดเท็จของเมษา แต่เพราะเธอรู้ถึงกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของเบนนิโต้ดี จึงได้ตัดสินใจมายังสถานที่ซึ่งเมษาบอกมีนาเดินครุ่นคิดไปตลอดทาง เมษาจะมีแผนการอะไรหรือเปล่า มันมีอะไรบางอย่างทำให้เธอฉุกใจ ไม่ควรไว้ใจเมษา เธอยังมาคนเดียวด้วย ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นละ ใครจะช่วยเหลือให้รอดปลอ
“ใช่ค่ะ ไหนเลยน้องเมย์จะดีเลิศประเสริฐศรีเท่ามีนาล่ะ ที่ยังรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ให้กับคนโง่แต่อวดตัวว่าฉลาดอย่างพี่บีที่มองไม่เห็น ไหนเพชรไหนก้อนกรวด” เมษาประชดให้และอยากจะให้ชายหนุ่มเห็นเหมือนที่เธอเห็น มีนาหายไปกลางคืนบ่อยๆ แล้วก็กลับเข้าบ้านมาอีกทีในตอนเช้าด้วยสภาพที่บ่งบอกให้ดูว่าไปทำอะไ
เมษาบอกอย่างมีความหวัง ความหวังที่กำลังริบหรี่และกำลังจะมอดดับเพราะความใจดำของเบนนิโต้ ถ้าเธอตัดใจจากเขาได้ง่ายๆ เหมือนกับที่ต้นรักษ์ตัดต้นกุหลาบพวกนั้นทิ้งได้ก็คงจะดี เธอจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ เจ็บทุกครั้งที่เห็นเขาควงผู้หญิงคนอื่น เจ็บจนใจแทบจะขาดทุกครั้งที่เขาพูดกับหวานกับมีน







