เข้าสู่ระบบเสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้น ขณะที่กานพลูกำลังง่วนทำอาหารเย็นอยู่ในครัว ไข่เจียวสีเหลือฟูนุ่มน่ารับประทานกำลังได้ที่อยู่บนเตาแก๊ส เสียงกริ่งประตูบ้านดังถี่รัวหลายครั้งจนเธออดที่จะตะโกนตอบกลับไปไม่ได้
“รอเดี๋ยวค่า กำลังจะไปเปิดให้เดี๋ยวนี้ รอหน่อยนะคะ” หญิงสาวปิดเตาแก๊สและเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ใกล้ๆ เดินออกจากห้องครัวด้วยการหัวเสียนิดหน่อย
“ใครนะมาตอนนี้ แหม...ช่างมาได้จังหวะพอดีจริงๆ นี่เราคงต้องหุงข้าวเพิ่มอีกละทีนี้ เปลืองข้าวเปลืองกับจริงๆ เลย ให้ตายซิ” กานพลูบ่นพึมพำ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความรื่นเริง เพราะรู้ว่าคนที่มาบ้านเธอจริงๆ นั้นมีเพียงไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นเป็นคนสำคัญเป็นเพื่อนรักของเธอนามเมษานั่นเอง
“บ่นอะไรจ๊ะแม่แก่”
เมษาตะโกนถามตั้งแต่เริ่มเห็นร่างบางของเพื่อนเดินออกจากห้องครัวด้านข้างของบ้าน บริเวณบ้านกานพลูร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ที่ต้นรักษ์ผู้เป็นพี่ชายสรรหามาปลูก กุหลาบหลายชนิดต่างชูช่อบานเต็มต้น ใกล้กับประตูรั้วก็มีกุหลาบบางต้นส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจให้เมษาก้มสูดกลิ่นหอมของมัน
“อ้าว เฮ้ย!! หนูเมย์มาได้ยังไงกันละนี่ หน้าตานี่ไปทำอะไรมามันถึงได้มอมแมมและแดงเป็นลูกตำลึงสุกแบบนี้เนี่ย...แล้วนั่นกระเป๋าอะไรกันยะแม่คุณหนูเมย์เจ้าขา...” กานพลูเปิดประตูเล็กหน้าบ้านให้เมษาเข้ามาภายใน เธอทักทายเพื่อนสาวคนสนิทด้วยคำพูดเจ็บๆ คันๆ ที่รับรู้กันดีว่ามันคือความรักความผูกพันระหว่างเพื่อน
“มีเรื่องอะไรมาอีกละซิ ถึงได้ขนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหนีออกจากบ้านมาแบบนี้ ใช่ไหมล่ะ” กานพลูอดถามไม่ได้ ถึงอย่างไรมันก็คือเริ่มเดิมๆ ของเมษากับคุณมงคลผู้เป็นบิดาและมีนาพี่สาวต่างมารดาที่ทำให้เพื่อนของเธอคนนี้ต้องขนเสื้อผ้ามานอนบ้านเธอเป็นประจำ
“ฮื่อ” เมษาตอบสั้นๆ สาวเท้าเดินตามกานพลูเข้าบ้าน วางกระเป๋าเป้บนโซฟาตัวเก่าสีดำในห้องรับแขกและเดินตามเพื่อนรักเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว
“รู้อยู่แล้วนี่ ไม่น่าจะถามเลย” สองเท้าก้าวยาวๆ ไปเปิดประตูตู้เย็นหยิบน้ำเย็นจากขวดน้ำขึ้นซดอึกๆ จนกานพลูตาโต
“ตายแล้วเพื่อนฉัน แกจะรับดื่มน้ำให้เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ดื่มบ้างได้ไหมจ๊ะ เอะอะก็ยกขึ้นซด ทำอย่างกับบ้านฉันไม่มีแก้วให้ใช้” กานพลูตีมือเมษาเบาๆ ก่อนจะหยิบแก้วที่คว่ำอยู่ด้านบนตู้เย็นส่งให้เพื่อน แต่คนเป็นเพื่อนกลับไม่รับ ยังคงยกขวดน้ำซดเหมือนเดิมจนกานพลูได้แต่ส่ายศีรษะอย่างระอาใจกับความดื้อด้านของเพื่อน เธอจึงวางแก้วน้ำกลับลงที่เดิม
“เมื่อไหร่แกจะเลิกใช้นิสัยเด็กๆ แบบนี้สักทีละหนูเมย์ พอทะเลาะกับพ่อหรือมีนาทีไร หอบเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหนีออกจากบ้านทุกที เพราะแกใจร้อนหุนหันพลันแล่นอย่างนี้ไง แกถึงเข้าไม่ถึงพี่บีสักที จะทำให้เขาหันมองแกต้องเปลี่ยนนิสัยแล้วนะ เลิกทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตสักทีซิ” นิ้วชี้กานพลูจิ้มไปที่หน้าผากเมษา
เมษาทำหน้ามุ่ย “ฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้สักหน่อย อยากจะมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เหมือนกัน แต่เห็นหน้ามีนาทีไร ฉันอดใจไม่ได้สักที อยากจะตบให้หน้าบวม แต่ก็นะ...ทำแล้วฉันก็โดนพ่อดุทุกทีเหมือนกัน”
เมษาพูดอย่างปวดใจ เธอโอบกอดกานพลู ขอบตาร้อนผ่าว ก่อนจะไหลออกอาบแก้ม แต่ไม่นานเธอก็ได้สติ ส่งยิ้มหวานให้กานพลู
“แต่ก็ช่างมันเถอะ ฉันจะค่อยๆ ปรับปรุงนิสัยอย่างที่แกแนะนำ ว่าแต่ว่าตอนนี้ แหะ...แหะ..” เมษายิ้มและทำตาละห้อย
“แกทำไรอยู่เหรอกาน ฉันได้กลิ่นหอมตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้ว นี่ไงแกฟังท้องฉันซิ มันร้องโครกคราก บอกว่าหิวมากๆ เลยล่ะแก แกมีข้าวให้กินบ้างเปล่า” เมษายกมือลูบพุงน้อยๆ ของตัวเองทำราวกับว่าหิวมาก ดวงตากะพริบปริบๆ ให้เพื่อนรักอย่างน่าเอ็นดูและสงสาร
กานพลูส่ายหน้าอย่างระอาใจ เนี่ยนะที่บอกว่าจะปรับปรุงตัว ผ่านไปแค่แป๊บเดียวก็เอานิสัยเด็กมาใช้อีกแล้ว
“มีแต่ข้าวเปล่ากับไข่เจียว ส่วนอย่างอื่นยังไม่ได้ทำ จะกินก่อนหรือเปล่าล่ะย่ะแม่จอมตะกละ”
เมษาพยักหน้าน้อยๆ ทำตาปริบๆ ยิ้มจนเห็นฟันในปากแทบทุกซี่ ให้กานพลูสงสารมากขึ้น
“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยหนูเมย์ ฉันรู้หรอกน่า อยากกินอะไรก็ตักเอาเองซิ ทำอย่างกับว่าแกไม่เคยมาบ้านฉันอย่างนั้นแหละ แกมาจนที่จะกลายเป็นบ้านของแกอีกหลังหนึ่งแล้วนะ”
“ขอบใจนะกานพลูเพื่อนรัก ฉันรักแกที่สุดในโลกเลย” เมษาโผเข้ากอดและหอมแก้มกานพลูเป็นการใหญ่ จนคนเป็นเพื่อนต้องรีบดันหน้าสวยๆ ออกให้ห่างก่อนที่น้ำลายจะติดตามแก้ม
เมษารีบเดินไปหยิบจานและช้อนที่คว่ำอยู่ในตะกร้าใกล้กับอ่างล้างจานมาตักข้าวจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ๆ กับตู้เย็น มองไข่เจียวสีเหลืองฟูบนโต๊ะอาหารดวงตาเป็นประกาย
“แหม...แกช่างรู้ใจฉันจริงๆ เลยกาน รู้ได้ไงว่าฉันจะมา แกถึงได้เจียวไข่ไว้รอ ว่าแต่...มีแค่นี้เองเหรอ ฉันจะกินอิ่มหรือเปล่านี่” เมษาบ่นราวกับว่าตัวเองกินมากจนอาหารที่กานพลูทำจะไม่พอ
“แกกินไปก่อนเถอะหนูเมย์ เดี๋ยวฉันค่อยทำเพิ่มก็ได้ ถ้าแกกินจุถึงขนาดกินไข่เจียวในจานนั้นจนหมด” กานพลูประชด
“ไม่ถามก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันกินละนะ” เมษารีบช้อนอาหารเข้าปากพร้อมกับทำเสียงขลุกขลักในลำคอที่กานพลูเห็นแล้วถึงกับส่ายศีรษะ
“กินแบบธรรมดาได้ไหมยายเมย์ ดูซิทำเสียงไม่เป็นกุลสตรีเลย”
“ก็แหม...อาหารฝีมือเพื่อนกานมันอร่อยสุดๆ นี่น่า ใครได้แกไปเป็นเมียนี่คงโชคดีสุดๆ เลยนะกาน งานบ้านงานเรือนก็เก่ง งานนอกบ้านก็เก่ง แล้วแกมีใครมาเมียงๆ มองๆ หรือว่าแกมองๆ ใครไว้บ้างยังจ้ะเพื่อนจ๋า...” เมษาลากเสียงหวาน แต่ก็ไม่ได้ละสายตาจากอาหารในจานเลย จึงไม่ได้เห็นใบหน้าของเพื่อนรักว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
กานพลูหน้าแดงราวกับผลเชอร์รี่สุก เธอจะบอกเมษาไปได้ยังไงว่าแอบสนใจคุณบอดี้การ์ดหน้าน้ำแข็งของเบนนิโต้อยู่ ทุกครั้งที่ได้เห็นรูปเบนนิโต้ที่เมษานำมาให้ดู จะต้องมีรูปของคาร์เมนติดตามมาด้วยทุกครั้ง หนุ่มหล่อหน้าตายไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตามีเสน่ห์จนเธอหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
เมษาถอนหายใจ สะบัดศีรษะดึงความคิดมายังปัจจุบัน สายตาก็จับจ้องไปที่ชายร่างสันทัดสูงประมาณ 165 ซม. ผมดกดำที่ก้มๆ เงยๆ ตัดแต่งกิ่งกุหลาบหน้าบ้านอย่างทะนุถนอมและหวงแหงนต้นรักษ์หันมากลับมามองเมื่อรู้สึกเหมือนมีมองเขาอยู่ ใบหน้าค่อนไปทางกลม ผิวพรรณและใบหน้าผ่องใส หน้าผากกว้าง คิ้วหนาดวงตาฉายแววใจดีและมีรอยยิ้มอยู่เป็นนิจเหมือนกับดวงตา จะว่าไปเมื่อมองรวมๆ แล้วต้นรักษ์ก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่แต่ไม่ถึงกับหล่อมากเหมือนเบนนิโต้ ชายหนุ่มยังมีความอบอุ่นอ่อนโยนให้กับคนที่อยู่ใกล้ๆ เสมอเมษาส่งยิ้มไปให้ต้นรักษ์ มองกุหลาบพุ่มใหญ่ที่ออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม เพราะได้คนดูแลรักษาอย่างดี กุหลาบพวกนี้ไม่เคยมีใครตัดได้เลยแม้แต่กานพลู ที่จะต้องได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของ แต่เมื่อไหร่ที่เธอต้องการต้นรักษ์จะเป็นคนยื่นกรรไกมาให้ซ้ำยังบอกอย่างใจดีว่า“น้องเมย์ชอบดอกไหนก็ตัดได้เลยจ้ะ” ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมต้นรักษ์ถึงยินยอมให้เธอตัดกุหลาบแสนรักแสนหวงของเขาได้ จนเมื่อเขามาสารภาพรักด้วยนั่นแหละ เธอถึงได้เข้าใจต้นรักษ์เห็นสองสาวนั่งหัวชนกันอย่างใช้ความคิด ทำให้เขาเกิดความสงสัย เมษากับกานพลูคงไม่หาเรื่องให้ตั
กานพลูถามอย่างเป็นกังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมา ถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตาย ถ้าเป็นเบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีก มีหวังเธอกับเมษาคงจะตายหาศพไม่เจอเป็นแน่“ฉันก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน แล้วแกมีความคิดไหม เราจะใช้ใครดีคนที่เขาจะไม่มาแบลกเมย์กันทีหลัง” เมษาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด นึกหาผู้ชายมาแสดงละครตบตามีนา เบนนิโต้ และคาร์เมนยังไงดี ละครเรื่องนี้ที่ทุกคนจะต้องเชื่อสนิทว่ามีนามีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับผู้ชายคนนั้น“คิดไม่ออกจริงๆ หนูเมย์” กานพลูหยุดรถให้เมษาลงไปเปิดประตูบ้าน สมองครุ่นคิดหาทางช่วยเหลือเพื่อน ขณะมือกำพวงมาลัยรถแน่นก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงรถ“พี่ต้น” กานพลูโถมตัวเข้ากอดพี่ชายอย่างดีใจเมื่อเห็นพี่ชายยืนอยู่ตัดแต่งกิ่งกุหลาบพร้อมกับรอยยิ้มอย่างใจดีอยู่เป็นนิจ“พี่ต้น” เมษาร้องอุทานอย่างดีใจ ใบหน้าที่เบื่อหน่ายหม่นหมองเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู ดวงตาเป็นวาววับ อยากจะวิ่งเข้าไปกอดต้นรักษ์เห
เมษากัดปากจนห้อเลือด มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก มือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเจ็บปวดบ้าง แต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก“ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วย พอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่วมรับประทานอาหารด้วย ทั้งพี่บีและคุณคาร์เมนจะรับกระเดือกอาหารไม่ลงคอเสียมากกว่า ถ้าต้องทนเห็นผู้หญิงที่คุณสองคนแต่มองแต่เปลือกนอก ฟังแต่คำพูดของคนอื่นแล้วนำมาประณามว่าเขาเป็นเช่นนั้นนั่งร่วมโต๊ะด้วย”กานพลูประชด แม้อยากจะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับคาร์เมน แต่เห็นว่าเวลานี้ไม่เหมาะสม เพราะตอนนี้เมษาไม่อาจทนฟังคำพูดและการกระทำที่หยามเหยียดของเบนนิโต้ได้ เชื่อเถอะ การชวนร่วมทานอาหารในครั้งนี้จะต้องมีอะไรทำให้เพื่อนเธอเจ็บปวดจนน้ำตาตกใน ต้องไปนอนช้ำกับอกเธอเป็นแน่กานบีบมือเมษาเบาๆ ให้เมษาฮึดสู้“ให้คุณเมษาตัดสินดีกว่าไหมครับคุณกาน” คาร์เมนถามเพราะจำชื่อผู้หญิงตรงหน้าได้“เอายังไงหนูเมย์ ถ้าแกไหว ฉันยังไงก็ได้นะ ไม่หวั่นต่อคนที่คิดว่าตัวเองแสนจะเก่ง แต่กลับมองบางคนไม่ออก หลงเชิดชูว่าเป็นนางหงส์สูงค่า แ
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้“เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพร้อมกับถามเมษาเสียงสั่น เมื่อเห็นว่าเบนนิโต้เดินหน้าแดงตาแดงราวกับไฟออกไปข้างนอกแล้ว สายตาที่ตวัดมองมายังเธอเมื่อครู่นี้ เหมือนกับอยากจะบีบคอเธอให้หักคามือด้วยกานพลูโอบแขนรอบกายเมษาอย่างปลอบโยน เมื่อเห็นคนเป็นเพื่อนสีหน้าและแววตาเศร้าสร้อยระคนท้อใจเมษาส่ายหน้ายกมือปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดและหันไปยิ้มให้กานพลู “เปล่าหรอกกาน พี่บีไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่ก็คงจะโมโหฉันมากเหมือนกัน”“แล้วนี่จะเอาไงต่อ จะกลับบ้านหรือว่าจะไปเที่ยวต่อ” กานพลูถาม ความจริงเธออยากที่จะเห็นหน้าเรียบเฉยของคาร์เมนอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่กล้าจะบอกเมษา หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างกำลังใช้ความคิด ก่อนจะสะดุดกับร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนที่เดินกลับเข้ามาในโรงแรมกานพลูหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างแปลก
“ใช่ค่ะ ไหนเลยน้องเมย์จะดีเลิศประเสริฐศรีเท่ามีนาล่ะ ที่ยังรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ให้กับคนโง่แต่อวดตัวว่าฉลาดอย่างพี่บีที่มองไม่เห็น ไหนเพชรไหนก้อนกรวด” เมษาประชดให้และอยากจะให้ชายหนุ่มเห็นเหมือนที่เธอเห็น มีนาหายไปกลางคืนบ่อยๆ แล้วก็กลับเข้าบ้านมาอีกทีในตอนเช้าด้วยสภาพที่บ่งบอกให้ดูว่าไปทำอะไรมา“รู้ก็ดีแล้วนี่ คนอย่างเธอ รูปร่างหน้าตาก็ดีอยู่ แต่นิสัยนะไพร่สถุลดีๆ นี่เอง ความคิดความอ่านก็ต่ำจนติดดิน”เพี๊ยะ!! ฝ่ามือเรียวของเมษากระทบใบหน้าเบนนิโต้อย่างรุนแรงจนแก้วหูสะเทือน ใบหน้าคมหันไปตามแรงตบเบนนิโต้ถึงกับอึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าเมษาจะกล้าทำร้ายเขา สายตาคมดุราวกับเหยี่ยวบนเวหาจ้องกายอรชรราวกับจะบดขยี้ให้แหลกละเอียด“เธอกล้าทำร้ายฉันหรือเมษา”“ไม่รู้ซิคะกล้าหรือไม่กล้าแต่น้องเมย์ก็ทำไปแล้ว พี่บีคิดว่ากล้าหรือเปล่าละคะ แต่ก็ว่ากันไม่ได้นะคะ เพราะพี่บีก็ใช้คำพูดทำร้ายน้องเมย์เหมือนกัน” เมษาเถียงคำไม่ตกฟาก มองมือตัวเองสลับกับมองใบหน้าของเบนนิโต้ที่แดงเป็นรอยนิ้วอย่างงุนงง“อย่าคิดว่าฉันจะเป็นเหมือนพระเอกละครน้ำเน่าที่เธอเคยอ่านเคยดูนะเมษา ที่เธอตบมาแล้วฉันจะจูบตอบ อย่างเธอตบมาฉันตบ
“อัปสรจ๋า วันนี้อัปสรกลับไปก่อนนะจ๊ะ ผมจะให้คาร์เมนไปส่ง แล้วคืนนี้ผมจะโทรไปหา”เบนนิโต้พูดเสียงหวานกับศรีอัปสรแล้วหันทำตาดุใส่คาร์เมน อยากจะโกรธเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่รู้ดีว่าถ้าเมษาต้องการอะไรแล้วเธอจะต้องทำให้ได้การขัดขวางก็ทำได้ยาก เพราะหญิงสาวชอบยกอันโตนิโอ้มาอ้าง ที่เขาเคยถามพี่ชายไป ทำไมยอมเป็นเครื่องมือให้เมษาข่มขู่น้องชายอย่างเขา พี่ชายก็เอาแต่หัวเราะและตอบแค่ว่า“เอาน่าวันหนึ่งแกจะรู้คำตอบเอง แล้วแกจะต้องขอบใจพี่ที่ทำอย่างนี้ด้วย” จนถึงตอนนี้มันก็หลายปีแล้วแต่เขาก็ยังไม่รู้คำตอบที่พี่ชายเคยบอกไว้สักที และเริ่มที่จะหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะโดนเมษาก่อกวน“นายไปส่งอัปสรที่คอนโดให้เรียบร้อยนะคาร์เมน แล้วรีบกลับมา ก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ฆ่าหมาแถวนี้ตายไปเสียก่อน”เบนนิโต้หันหน้าไปทางเมษา ไม่รู้ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงชอบมาขัดขวางและทำลายอารมณ์สุนทรีย์ในตัวเขาได้บ่อยๆ จะบอกว่าเป็นเพราะรัก ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาไม่อยากเชื่อ เพราะเมษาก็มีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลัง ซึ่งเขาก็เคยเจอกับตัวเองแล้วตอนที่ไปหามีนาที่บ้านเมษายืนดูผู้ชายพวกนั้นต่อยกันได้หน้าตาเฉยเสียด้วยซ้ำ ความจริงเขาก็อยากจะร







