Masuk“เหม็นรึเปล่า”
“คะ?”
“พอดีพี่เพิ่งสูบบุหรี่มาน่ะ กลัวเราจะเหม็น”
“ปกติสูบบ่อยเหรอคะ”
เธอไม่ตอบคำถามแต่ใช้วิธีถามกลับ นี่มันหลักจิตวิทยารึเปล่าวะ
รู้สึกประหม่าฉิบหาย
“จะสูบแค่ตอนกินเหล้าน่ะ”
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยทำเหมือนเข้าใจ สรุปว่าเหม็นรึเปล่าก็ไม่ตอบ
จังหวะขับรถผ่านร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง วายุก็เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้าน
เธอมองหน้าเขาคล้ายกับสงสัย ชายหนุ่มจึงรีบพูดขึ้นว่า
“พี่จะแวะซื้อหมากฝรั่ง เราอยากได้อะไรไหม”
เขาพูดขณะปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว
“ไวน์ค่ะ”
วายุยกยิ้มแล้วเปิดประตูลงจากรถ เดินตรงปรี่เข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้อของที่ต้องการ เขาไม่ลืมหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่บนชั้นมาด้วยสองกล่องเผื่อเหลือเผื่อขาด
หลังคิดเงินกล่องอุปกรณ์ป้องกันถูกแยกไปเก็บในกระเป๋ากางเกงทันที
เมื่อกลับมาถึงรถเขาก็ยื่นขวดไวน์ให้หญิงสาว
“ยี่ห้อนี้พอได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
แววตาคมกริบมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนริมฝีปากจะคลี่ยิ้ม ดูเป็นคนอยู่ง่ายกินง่ายดีจริง ๆ
เลี้ยงง่ายแบบนี้น่ารักดีแฮะ
รถคันหรูขับมุ่งหน้าไปตามถนนในเขตเมืองหลวง เขาไม่ได้บอกว่าจะพาเธอไปไหน และเธอเองก็ไม่ได้ถามเขาเช่นกัน
รถจอดนิ่งที่โรงแรมหรู ชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้หญิงสาว รับขวดไวน์และกระเป๋าของเธอมาถือไว้ เดินนำหน้าพาร่างเล็กเข้าไปในโรงแรม
แม้ไม่ได้หวาดกลัวแต่การเดินเข้าไปโรงแรมกับผู้ชายสองต่อสองในยามวิกาล ก็ทำให้พลอยชมพูรู้สึกประหม่าไม่น้อย เธอมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
เกิดมีคนรู้จักมาเห็นเข้า ชื่อเสียงเธอได้ป่นปี้หมดแน่พลอยชมพูเอ๊ย
อดโทษตัวต้นเหตุไม่ได้ หญิงสาวเลยมองค้อนเจ้าของร่างสูงที่เดินนำหน้าเสมือนว่าคุ้นชินกับที่นี่เป็นอย่างดี
และก็เป็นอย่างที่เธอคิดไม่มีผิด...
“สวัสดีค่ะคุณวายุ”
พนักงานต้อนรับยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวคำทักทายอย่างสนิทสนม เขาคงมาใช้บริการบ่อยสินะ
ถ้าวิญญาณคุณตาทวดรับรู้ ท่านจะยังอยากให้พวกเราหมั้นหมายกันอยู่ไหมนะ
‘คุณตาทวดเจ้าขา ถ้าคุณตาทวดเห็นพฤติกรรมของผู้ชายคนนี้แล้ว เหลนวานคุณตาทวดช่วยไปเข้าฝันแม่พรรณีว่าให้ยกเลิกการหมั้นหมายทีนะเจ้าคะ สาธุ...’
พลอยชมพูอธิษฐานในใจแล้วเผลอยกมือไหว้อย่างลืมตัว ทำให้คนที่ยืนรออยู่อดขำไม่ได้
ไหว้เจ้าที่เจ้าทางเหรอ หรือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้รอดพ้นจากเขา
“หึ!”
คงไม่ทันแล้วล่ะ
หลังได้คีย์การ์ดห้องพักวายุก็เดินนำหญิงสาวไปที่ลิฟต์ กดไปที่ชั้นยี่สิบสี่อย่างรู้งาน
หญิงสาวเบะปากใส่แผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า
ห้องเชือดสินะ…
ทว่าขณะนั้นวายุหันกลับมาทางเธอพอดี คนกำลังทำหน้าไม่พอใจจึงรีบเปลี่ยนสีหน้าทันที
“คุยกันตั้งนานแล้วพี่ยังไม่รู้จักชื่อเราเลย”
จู่ ๆ เขาก็ถามชื่อเธอขึ้นมา ลืมคิดเอาไว้ด้วยสิ ทำไงดีล่ะ เมื่อคิดไม่ทันหญิงสาวจึงแกล้งถามกลับเพื่อประวิงเวลา
“บอกชื่อของพี่มาก่อนสิคะ”
วายุขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ตอนแรกเขาคิดว่าเธอรู้จักเขาอยู่แล้วซะอีก
ผิดคาดแฮะ...
“พี่ชื่อวายุครับ เรียนวิศวะปีสี่ อยู่มอ KU แล้วเราล่ะเรียนอยู่ปีไหนแล้ว หรือว่ายังเรียนมัธยมอยู่”
เขาถามลองเชิงเผื่อเธอยังไม่บรรลุนิติภาวะจะได้เปลี่ยนแผน ชายหนุ่มยืนลุ้นรอฟังคำตอบ แต่ทันใดนั้นเสียงลิฟต์เปิดก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
หญิงสาวเดินนำหน้าออกจากลิฟต์อย่างคนรู้งาน ชายหนุ่มเดินตามมาติด ๆ สุดท้ายก็ยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ แถมชื่อของเธอก็ยังไม่รู้
ทำตัวลึกลับเหลือเกินนะแม่คุณ
หลังออกจากลิฟต์วายุก็เดินนำหน้าไปยังห้องพัก ชายหนุ่มทาบคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน ขณะนั้นเสียงใส ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“ชื่อทับทิมค่ะ”
ชายหนุ่มหยุดชะงักแล้วหันมาส่งยิ้มหวาน
“ชื่อเพราะจัง”
เธอส่งยิ้มบาง ๆ คืนนี้เป็นทับทิมไปก่อนละกันนะพลอย
อากาศยามค่ำของบ้านพักตากอากาศริมทะเลมีลมพัดโชยสร้างความรู้สึกเย็นสบาย แสงไฟสีอบอุ่นส่องสว่างติดตามแนวรั้วไม้ของบ้านช่วยเพิ่มความโรแมนติก ดาริณเดินเล่นอยู่ริมชายหาดเพียงลำพัง ดวงตาเป็นประกายทอดมองไปยังสุดขอบฟ้า ร่างหนาเดินเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง สันจมูกโด่งคมเคลื่อนไล้ไปตามแก้มเนียนแล้วหอมเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะถามคนที่ยืนมองท้องฟ้าราวกับคนเหม่อลอย “คิดอะไรอยู่” พูดชิดแก้มนุ่มจากนั้นริมฝีปากหยักก็ขบกัดตรงใบหูเล็ก ก่อนจะจับร่างเล็กให้หันมาสบตากัน “คิดถึงเรื่องของเราน่ะ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าเราสองคนจะมีวันนี้ได้” เจ้าขุนคลี่ยิ้ม แววตาลึกล้ำจดจ้องใบหน้าหญิงคนรักแล้วพูดว่า “เธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม” “...” หญิงสาวเลิกคิ้วรอฟัง “พรหมลิขิตให้เราได้กลับมาเจอกับคนที่เราเฝ้าตามหามาสิบปี” “นายหมายถึงใคร” “จำกันไม่ได้จริง ๆ เหรอเนี่ย น่าน้อยใจจัง” พูดพลางดึงรั้งร่างเล็กเข้ามากอดก่อนจะจุมพิตลงบนหน้าผากสวยได้รูป จากนั้นก็จับเธอผละออกเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายมองสำรวจใบหน้าขอ
ริมฝีปากหยักเคลื่อนไซ้ไปตามท้ายทอยและซอกคอหอมกรุ่น กดจูบและขบเม้มสร้างความกระสันเสียว ร่างเล็กบิดส่ายเร่าร้อนมือสองข้างเกาะอยู่เบื้องหน้า ปลายนิ้วแกร่งเกี่ยวรั้งกางเกงชั้นในตัวจิ๋วลงมากองอยู่บนพื้น “เสียบเลยได้ไหม” เสียงพูดชิดอยู่ตรงริมแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากจะจูบซับพวงแก้มระเรื่อขณะรออีกฝ่ายเอ่ยตอบ “ไม่ไหวแล้วเหรอ” “ไม่ไหวแล้ว” พูดจบก็ถอดเสื้อยืดออกจากทางศีรษะ มือหนาเร่งปลดตะขอกางเกงแล้วรูดรั้งลงไปพร้อมกับกางเกงในบอกเซอร์อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สลัดมันออกจากปลายขาอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ร่างสูงจะขยับมายืนประกบอยู่ด้านหลังคนตัวเล็ก ปลายนิ้วหนาบดบี้ส่วนที่เป็นติ่งเสียวของหญิงสาว นิ้วกร้านแหย่แยงเข้าไปในร่องรักเพื่อเบิกทางเพิ่มน้ำหล่อลื่น ร่องสวาทเปียกแฉะไปด้วยน้ำหวานที่ผลิตออกมาอย่างล้นหลาม เจ้าขุนจับท่อนเอ็นใหญ่ถูไถตรงสะโพกกลมกลึง ปลายนิ้วทำหน้าที่แหวกให้ร่องรูเบิกกว้าง จากนั้นก็เอาส่วนปลายหยักไปจ่อไว้ตรงปากทางแล้วดันเข้าไปรวดเดียวมิดด้าม ปลายลิ้นหนาแลบเลียตามแนวกระดูกสันหลังด้วยความหื่นกระหาย
@โรงพยาบาล ว่าที่คุณพ่อนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจเลือด ใบหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มเมื่อรู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาต้องถูกแทงเข็มฉีดยาเข้าไปในร่างกาย ลูกผู้ชายตัวโตเรื่องปืนผาหน้าไม้ไม่เคยเกรงกลัว แต่พอเป็นเข็มฉีดยากลับกลายเป็นคนใจเสาะใจปลาซิวขึ้นมาเสียได้ ดาริณหัวเราะกระซิก รู้สึกขบขันมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทว่ากับกลัวเข็มฉีดยาอันเล็กกระจิ๋วหลิ๋ว คนหน้าเข้มใช้สายตาดุดันเพ่งมองใบหน้าสวยของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ริมฝีปากหนาแนบชิดใบหูเล็กแล้วพูดกระซิบ “หัวเราะเยาะเหรอ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะ” “ไม่กลัว” เธอยิ้มแป้นแล้นล้อเลียนเห็นแล้วมันน่าจับฟัดแก้มชะมัด มือหนายกขึ้นบีบแก้มดาริณด้วยความมันเขี้ยว ขณะนั้นคุณพยาบาลก็ออกมาเรียกเขาเข้าห้องเจาะเลือดพอดี “เชิญคุณภัทรดนัยค่ะ” คนถูกเรียกเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนเข้าไปก็ไม่ลืมหันมามองคาดโทษคนที่หัวเราะเยาะเขาไม่หยุด คืนนี้เธอโดนแน่ดาริณ เวลาต่อมา ดาริณนอนอยู่บนเตียงตรวจโดยมีเจ้าขุนนั่งอยู่ด้านข้าง ม
“พวกมึงคิดจะทำอะไรหลานกู” คนมีอำนาจตวาดเกรี้ยวกราดมือข้างหนึ่งยกปืนขึ้นจ่อขมับคนที่คุกเข่าอยู่ เปลวไฟแห่งโทสะลุกโชนอยู่ในดวงตาสีเทาอ่อน ดวงตาดุดันจ้องเขม็งคนตรงหน้าราวกับอยากฆ่าให้ตาย ภาพชวินนั่งตัวสั่นเทาทำให้ดาวิทย์เริ่มหวาดกลัว เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขุนก้มหัวกราบกรานร้องขอชีวิต “เจ้าขุนฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว นายไว้ชีวิตฉันด้วย สัญญาว่าฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก ต่อไปนี้ฉันจะกลับตัวเป็นคนดี ไว้ชีวิตฉันด้วยนะ” แค่นหัวเราะให้กับคำพูดของดาวิทย์ เขาไม่เชื่อสักนิดว่าคนอย่างดาวิทย์จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้ ถ้ามันอยากกลับตัวจริง ๆ มันคงทำไปตั้งนานแล้ว “ยูจะเอาไง” เจ้านายใหญ่หันมาถามหลานเมีย ตอนแรกเขาไม่คิดจะทำร้ายดาวิทย์ แต่มาคิด ๆ ดูแล้วถ้าปล่อยดาวิทย์ไปอีกครั้งมันต้องสร้างปัญหาอีกแน่ และที่เขากังวลมากที่สุดคือคนอย่างดาวิทย์มันต้องใช้ลูกกับเมียของเขาเป็นเครื่องมือต่อรอง เจ้าขุนยกยิ้มมุมปากจากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต้องให้ถึงตายนะ ทำให้พิการตลอดชีวิตและพูดไม่ได้ก็พอ” บอกความต้องการเรียบร้อยก็หันหลังให
“ปล่อยตัวประกันมาก่อน แล้วกูจะบอกว่าเงินอยู่ไหน” เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะได้หลงเชื่อตั้งแต่แรกว่าดาวิทย์ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ จึงให้ออสตินเป็นคนถือกระเป๋าที่บรรจุเงินสดสามสิบล้านเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นดังนั้นชวินก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใบหน้าเหี้ยมโหดแดงก่ำด้วยแรงโทสะ “มึงคิดจะเล่นตุกติกกับกูเหรอ” “ถ้ากูอยากเล่นตุกติกกับมึงกูโทรแจ้งตำรวจไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าอยากได้เงินก็ปล่อยตัวประกันออกมาก่อนแล้วกูจะบอกว่าเงินอยู่ไหน” ชวินทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหันไปทางมือขวาคนสนิทแล้วเอ่ยสั่ง “ไปเอาตัวไอ้ดาวิทย์มา” “ครับนาย” ดาวิทย์ถูกลากออกมาจากในตึกร้าง มือสองข้างถูกมัดไพล่หลัง สภาพเหมือนคนปกติไม่ได้ถูกซ้อมจนน่วมเหมือนคนที่ถูกจับตัวมา ลูกน้องคนหนึ่งแกะเชือกให้ดาวิทย์ “ทีนี้มึงบอกกูได้รึยังว่าเงินอยู่ที่ไหน” “เงินอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าทางเข้า” เมื่อรู้ที่ซ่อนเงินชวินก็คลี่ยิ้มจนกว้าง เขาส่งซิกให้ลูกน้องสองคนไปเอากระเป๋าเงินตรงจุดที่เจ้าขุนบอก พอรู้ที่ซ่อนเงินแน่ชัดสองหนุ่มเพื่อนซี้ก็หันมาส่
รถสปอร์ตคันงามแล่นไปตามท้องถนนด้วยความเร็วมุ่งหน้าไปที่บ้านของท่านรัฐมนตรี ร่างสูงโปร่งก้าวฉับ ๆ เข้าไปในบ้านของว่าที่พ่อตาอย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเห็นหน้าลูกเขย คนร้อนใจก็รีบร้อนเข้าไปหาทันที “พวกมันติดต่อมารึยังครับ” “ติดต่อมาแล้ว มันบอกว่าให้เอาเงินไปให้มันที่นี่” ท่านรัฐมนตรียื่นกระดาษที่จดสถานที่นัดหมายให้กับเจ้าขุน เขาหยิบมันมาดูแล้วพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนอายุมากแล้วเอ่ยถาม “พวกมันต้องการเงินเท่าไหร่ครับ” ความจริงก็ได้ยินที่ดาริณอุทานแล้วล่ะ แต่ก็อยากถามให้แน่ใจอีกครั้ง ท่านรัฐมนตรีมีสีหน้าหวั่นวิตก ริมฝีปากขบเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับพูดเสียงอ่อย “สามสิบล้าน” ได้ยินแค่นั้นเจ้าขุนก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วรีบโทรหาจรณ [ครับนายน้อย] “คุณช่วยเอาเงินมาให้ผมที่บ้านท่านรัฐมนตรีนพดลหน่อย” [ได้ครับ นายน้อยจะเอาเท่าไหร่ครับ] “สามสิบล้าน” [ได้ครับ ผมจะรีบไป] หลังวางสายจากลูกน้องเขาก็กดโทรหาเพื







