Masukหลายวันต่อมา
@ร้านเหล้า
เสียงเพลงจังหวะ EDM ดังอึกทึกครึกโครมอยู่ในร้านเหล้าชื่อดัง ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักศึกษางานดีของมหาวิทยาลัยในละแวกนี้ กลุ่มนักท่องราตรีต่างมารวมตัวกันอย่างแน่นขนัดในคืนวันศุกร์
สี่หนุ่มแก๊งคิงวิศวะของมหาวิทยาลัย KU นั่งอยู่ตรงโซนวีไอพีบนชั้นลอย คืนนี้พวกเขานัดแนะกันออกมาสังสรรค์ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
วายุนั่งมองสองหนุ่มแล้วส่ายหน้าเอือมระอา ก็ช่วงนี้พวกมันเอาแต่ติดเมียนี่นา กว่าจะนัดแนะให้ออกมารวมตัวกันได้ช่างแสนยาก แล้วไหนพวกมันยังต้องติดสอยห้อยเมียมาด้วยอีกต่างหาก
หมดกันแก๊งเสือร้าย ตอนนี้กลายเป็นลูกแมวแสนเชื่องไปแล้วสอง
“เป็นไงวะชีวิตหลังแต่งงาน”
วายุเอ่ยถามว่าที่คุณพ่อ ที่ตอนนี้กำลังนั่งคลอเคลียคุณภรรยาคนสวย
เจ้าขุนละความสนใจจากคนข้าง ๆ แล้วหันมาทางคนถามจากนั้นก็เอ่ยตอบ
“ก็ดี มีความสุข สามวันดีสี่วันทะเลาะชีวิตมีสีสันดีว่ะ”
พูดแล้วหันไปยักคิ้วให้ดาริณ ไม่ทันไรเธอก็ทำตาเขียวปั้ดใส่เขาซะแล้ว
เจ้าขุนแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันมาสนใจวายุแล้วถามกลับบ้าง
“แล้วมึงล่ะ ได้ข่าวว่าวันก่อนไปดูตัวว่าที่คู่หมั้นมาหนิ เป็นไง ถูกใจป้ะ”
คนถูกถามทำหน้าซังกะตายแล้วถอนหายใจแรง เลือกยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มดีกว่าตอบคำถามน่าอึดอัด
“มันเทน้องเขาอะดิ”
ออสตินเป็นคนตอบคำถามแทน เรื่องที่วายุไม่ยอมไปดูตัวว่าที่คู่หมั้นตามที่รับปากพระมารดาเอาไว้ แถมยังทิ้งให้เธอรอเก้ออยู่ร้านอาหารเป็นครั้งที่สองอีกต่างหาก
“ทำไมวะ” เจ้าขุนสงสัย
“ก็กูไม่ชอบนี่หว่า รู้จักก็ไม่รู้จัก หน้าตาก็ไม่เคยเห็น จะหมั้นกันได้ไง”
คนถูกถามร่ายความในใจให้เพื่อนฟัง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน จำเป็นอะไรที่คนสองคนต้องมาดูตัวกัน รักใคร่ชอบพอก็ว่าไปอย่าง นี่อะไร แม้แต่เสี้ยวหน้ายังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ
“ไหนว่าเป็นคำสั่งเสียบรรพบุรุษไง คุณชายวายุกล้าขัดเหรอครับ”
ทิวเขาที่นั่งเงียบมานานพูดแย้งเชิงล้อเลียน ปกติคุณชายวายุเคร่งครัดเรื่องเจตนารมณ์ของตระกูลจะตาย เหตุใดตอนนี้จึงกล้าขัดได้
“มึงก็พูดได้ ลองมาเป็นแบบกูไหมล่ะ ถ้าพ่อกับแม่มึงบังคับให้หมั้นหมายกับคนอื่นมึงจะยอมว่างั้น”
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนยังโสดก็ไม่แน่ แต่ถ้าเป็นตอนนี้กูก็ต้องไม่ยอมอยู่แล้ว แต่มึงจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ อย่าลืมสิว่ามึงกับกูไม่เหมือนกัน เพราะกูมีแฟนแล้วส่วนมึงน่ะยังโสด”
“หรือที่มึงไม่ยอม เพราะยังรอไอด้ากลับมาอยู่วะ กูได้ข่าวว่าเธอเลิกกับสามีลูกครึ่งแล้วด้วย”
ทิวเขาพูดถึงแฟนเก่าของวายุ ไอด้าและวายุเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก่อนจะเริ่มคบกันจริงจังตอนเรียนอยู่ปีสองเธอเป็นลูกสาวท่านทูต คบกับวายุได้ไม่นานเธอก็ต้องย้ายไปเรียนเมืองนอกกะทันหัน หลังจากไอด้าไปอยู่เมืองนอกได้เพียงสามเดือน อยู่ดี ๆ เธอก็ประกาศแต่งงานกับหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษ ข่าวนี้ทำให้พวกเขาช็อกมาก โดยเฉพาะวายุที่เสียศูนย์ไปเกือบครึ่งปี
“เกี่ยวไรกับไอด้า” วายุขมวดคิ้ว
“ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว แต่ยังไงมึงก็ไม่ควรปล่อยให้ผู้หญิงนั่งรอเก้อเป็นชั่วโมง อย่างน้อยก็ควรไปเจอหน้าแล้วพูดปฏิเสธไปตามตรงรึเปล่าวะ”
“ทีอย่างนี้เป็นสุภาพบุรุษขึ้นมาเลยนะไอ้ห่า อย่าให้กูได้พูดวีรกรรมที่มึงเคยทำกับน้ำหวานนะ”
คนถูกทักท้วงทำหน้าจ๋อย ก็เพราะเคยทำมาแล้วไง จึงรู้ดีว่าตอนเวรกรรมตามทันมันสาหัสแค่ไหน
แต่ช่างแม่งเถอะ สงบปากสงบคำเอาไว้ดีกว่า พูดอะไรไปเดี๋ยวเข้าตัวเปล่า ๆ
ท่าทางของทิวเขาทำให้เพื่อนสนิทหัวเราะร่า โดยเฉพาะแฟนสาวอย่างน้ำหวานที่ดูจะถูกอกถูกใจกว่าใคร
ในขณะที่โซนวีไอพีกำลังพูดคุยสนุกสนาน ด้านหน้าเวทีมีการรวมตัวของนักศึกษาหลากหลายสถาบัน โซนตรงกลางเป็นโต๊ะของนักศึกษากลุ่มหนึ่ง ซึ่งนัดหมายกันมาเลี้ยงสังสรรค์ตามประสาสาวโสด
พลอยชมพูกำลังพูดคุย พร้อมทั้งหัวเราะคิกคักกับเพื่อนอย่างอารมณ์ดี แต่ฉับพลัน ความสุนทรีย์ก็หายวับ เมื่อเพื่อนคนหนึ่งพูดโพล่งขึ้นมากลางวงสนทนา
“ได้ข่าวว่าแกถูกว่าที่คู่หมั้นเทนัด”
คนถูกถามถลึงตาใส่เพื่อนสนิทด้วยความขุ่นเคือง อุตส่าห์ลืมความหงุดหงิดเรื่องมารดาอ้อนวอนให้ไปดูตัวว่าที่คู่หมั้นเป็นครั้งที่สามได้แล้วเชียว แต่ยัยเพื่อนตัวดีดันจุดประเด็นขึ้นมาอีกจนได้
แค่คิดถึงเรื่องนี้ ความโมโหก็พวยพุ่งขึ้นมาในทันที หญิงสาวกระดกไวน์ลงคอเพื่อดับอารมณ์คุกรุ่น จากนั้นก็เหลือบมองเพื่อนด้วยสายตาเคือง ๆ
“แกจะพูดขึ้นมาให้อารมณ์เสียทำไมเนี่ยต้นข้าว”
“โอ๋ ๆ อย่าเพิ่งโมโหเดี๋ยวไม่สวยนะ”
ต้นข้าว พูดยิ้ม ๆ พลางลูบฝ่ามือไปตามแผ่นหลังบอบบาง เธอก็แค่แซวเล่น ไม่คิดว่าเพื่อนสาวคนสวยจะหงุดหงิดขนาดนี้
“นี่มันตบหัวแล้วลูบหลังชัด ๆ”
พลอยชมพูบ่นกระปอดกระแปดพลางทำหน้าเง้างอแต่ไม่ได้จริงจังนัก ท่าทางของเธอทำให้คนที่นั่งร่วมโต๊ะอดขำไม่ได้
“ฉันอยากจะเห็นหน้าไอ้คนที่มันเทนัดแกจริง ๆ เลย มันจะรู้ตัวไหมเนี่ยว่ากำลังพลาดของสวย ๆ งาม ๆ ไปอะ”
สาลี่ เพื่อนสนิทอีกคนพูดพลางหัวเราะคิกคัก
“หรือว่าที่คู่หมั้นของแกจะเป็นเกย์วะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”
ต้นข้าวพูดแล้วหัวเราะร่า พาให้เพื่อนร่วมโต๊ะหัวเราะตาม
พลอยชมพูยิ้มขำ หรืออาจจะเป็นอย่างที่ต้นข้าวว่าจริง ๆ
“แล้วอย่างนี้ยังต้องไปดูตัวอีกเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“ดูท่าแม่แกจะถูกใจว่าที่ลูกเขยคนนี้เอามาก ๆ เลยเนอะ นี่ขนาดฝ่ายนั้นผิดนัดแกตั้งสองครั้ง ยังจะให้ไปดูตัวเป็นครั้งที่สามอีก นับถือเลยว่ะ”
สาลี่ พูดพลางหัวเราะขำขัน แต่เธอไม่ขำด้วยไง
พลอยชมพูทำหน้าซังกะตาย วันนี้คงหมดสนุกแล้ว
“พวกแกก็เลิกแซวมันได้แล้ว ดูหน้ามันซีดไปหมดแล้วน่ะ”
มิเกล เพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดพลางยื่นแก้วที่เธอเพิ่งจะเติมไวน์ลงไปให้พลอยชมพู ให้แอลกอฮอล์ที่ไหลเข้าไปในร่างกายช่วยขับไล่อารมณ์คุกรุ่นออกจากเพื่อนสาว
ในขณะที่พวกเธอกำลังพูดถึงว่าที่คู่หมั้นของเพื่อนสนิท จู่ ๆ ต้นข้าวก็พูดแทรกขึ้นมา
“เฮ้ย! นั่นมันแก๊งคิงวิศวะมอ KU นี่นา”
ปลายนิ้วชี้ไปที่โซนวีไอพีบนชั้นลอยขณะพูด นัยน์ตาหวานเยิ้มจ้องมองไปยังหนุ่มต่างสถาบันไม่ยอมลดละ
ความหล่อของสี่หนุ่มแก๊งคิงวิศวะของมหาวิทยาลัย KU เลื่องลือไปไกลถึงมหาวิทยาลัยของเธอ พวกสาว ๆ ในมหาวิทยาลัยต่างเป็นแฟนคลับของแก๊งนี้กันทั้งนั้น
“ใครวะ”
มิเกลพูดขณะมองไปยังจุดที่ต้นข้าวชี้บอก เธอเป็นพวกไม่สนใจโลกภายนอก ใครจะคลั่งใคร ใครจะติ่งใครก็ช่าง วัน ๆ อยู่แต่กับการ์ตูนอนิเมะ
สาลี่เอี้ยวคอหันไปมองตามสองสาว จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
“ตัวจริงหล่อจังวะแก”
“พูดเหมือนรู้จัก”
พลอยชมพูเลิกคิ้วพูดกับสาลี่แล้วมองไปยังกลุ่มคนที่นั่งอยู่บนชั้นลอยด้วยความสงสัย ไล่สำรวจหนุ่ม ๆ ทีละคน ก่อนดวงตาคู่สวยจะสะดุดเข้ากับใครบางคนที่เธอรู้สึกคุ้นหน้า แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกสักทีว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน
เคยเจอที่ไหนนะ...
ประตูห้องเปิดกว้างวายุเป็นฝ่ายเดินนำหน้าพาหญิงสาวเข้าห้องด้วยกัน แม้ท่าทางจะดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่เธอกลับไม่แสดงอาการประหม่าเลยสักนิด สงสัยจะโชกโชนไม่น้อย ร่างเล็กนั่งลงบนโซฟาดวงตาสอดส่องไปรอบ ๆ ห้องพักของโรงแรมห้าดาว ภายในหรูหราราคาคงจะแพงน่าดู นี่เขาใช้เงินฟุ่มเฟือยกับเรื่องพวกนี้เนี่ยนะ ร่างสูงวางกระเป๋าของเธอและขวดไวน์ลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วไวน์ตรงเคาน์เตอร์เล็ก ๆ มาสองใบ รินไวน์แดงใส่แก้วแล้วยื่นให้หญิงสาวด้วยท่าทางสุภาพ แต่ดวงตาประกายแพรวพราวไม่หยุด พลอยชมพูรับแก้วไวน์มาจิบแล้ววางแก้วไว้ นัยน์ตาคู่สวยแหงนมองหน้าคนที่ยืนเต๊ะท่าเก๊ก ๆ คงคิดว่าตัวเองเท่มากมั้ง เหมือนเขาได้ยินความคิดเธอ ฉับพลันวายุก็นั่งลงด้านข้าง มือหนาควงแก้วไปมา ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด ริมฝีปากหนาเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะยกแขนขึ้นมาพาดพนักพิงโซฟาคล้ายกับโอบไหล่เธอทางอ้อม ปลายนิ้วสัมผัสเบา ๆ ตรงหัวไหล่บอบบางเป็นการลองเชิง เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรเขาจึงเริ่มลูบไล้ไปมา “ยังไม่ตอบพี่เลย สรุปเราเรียนที่
“เหม็นรึเปล่า” “คะ?” “พอดีพี่เพิ่งสูบบุหรี่มาน่ะ กลัวเราจะเหม็น” “ปกติสูบบ่อยเหรอคะ” เธอไม่ตอบคำถามแต่ใช้วิธีถามกลับ นี่มันหลักจิตวิทยารึเปล่าวะ รู้สึกประหม่าฉิบหาย “จะสูบแค่ตอนกินเหล้าน่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยทำเหมือนเข้าใจ สรุปว่าเหม็นรึเปล่าก็ไม่ตอบ จังหวะขับรถผ่านร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง วายุก็เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้าน เธอมองหน้าเขาคล้ายกับสงสัย ชายหนุ่มจึงรีบพูดขึ้นว่า “พี่จะแวะซื้อหมากฝรั่ง เราอยากได้อะไรไหม” เขาพูดขณะปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว “ไวน์ค่ะ” วายุยกยิ้มแล้วเปิดประตูลงจากรถ เดินตรงปรี่เข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้อของที่ต้องการ เขาไม่ลืมหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่บนชั้นมาด้วยสองกล่องเผื่อเหลือเผื่อขาด หลังคิดเงินกล่องอุปกรณ์ป้องกันถูกแยกไปเก็บในกระเป๋ากางเกงทันที เมื่อกลับมาถึงรถเขาก็ยื่นขวดไวน์ให้หญิงสาว “ยี่ห้อนี้พอได้ไหม” “ได้ค่ะ” แววตาคมกริบมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนริมฝีปาก
วายุนั่งยิ้มจนแก้มแทบปริแตกตั้งแต่กลับมาถึงโต๊ะ ดวงตาคมจ้องมองโทรศัพท์มือถือสลับกับมองโต๊ะด้านล่าง เฝ้ารอข้อความตอบกลับจากสาวนิรนามที่เพิ่งได้คุยกันครั้งแรก แปลกจังที่เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอมาก่อน อย่างนี้เรียกนางในฝันรึเปล่าวะ เพื่อนสนิทจับสังเกตท่าทางของเสือซุ่ม สงสัยเหยื่อจะติดกับแล้ววายุถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้ ปิ๊ง! เสียงข้อความดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มละความสนใจจากทุกสิ่งมาที่เครื่องมือสื่อสาร เขารีบเปิดอ่าน ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มอย่างไม่ปกปิดเมื่อเห็นว่าเธอตอบรับคำชวน ก่อนที่ปลายนิ้วจะพิมพ์ข้อความยิก ๆ ส่งกลับไปหาอีกฝ่ายทันที ‘ถ้างั้นพี่เดินไปรับที่โต๊ะนะ’ ‘ไปรถพี่’ แทนตัวเองว่าพี่ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยน สาวคนไหนเจอแบบนี้ต้องมีรักมีหลงบ้างแหละ ปิ๊ง! อีกฝ่ายตอบกลับอย่างรวดเร็วสงสัยเธอเองก็รอข้อความจากเขาอยู่เหมือนกัน ‘เจอกันหน้าร้านดีกว่าค่ะ ขี้เกียจตอบคำถามเพื่อน’ ไม่ไร้เดียงสาอย่างที่คิดแฮะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสอนนั่นสอนนี่ วายุยกยิ้มหลังกดถูกใจใ
ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องแผ่นหลังของเธอในระยะใกล้ วายุยกยิ้มขณะยืนพิงกำแพงตรงทางเดินแคบ ๆ ระหว่างรอคนบางคนเข้าไปทำธุระส่วนตัวเขายกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบตรงบริเวณที่มีป้าย Smoking area ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นแล้วพ่นควันสีขาวออกจากปากด้วยท่าทางเรียบนิ่ง แต่ประกายไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล สาว ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างส่งสายตาทอดสะพาน แต่ชายหนุ่มทำเพียงส่งยิ้มบาง ๆ กลับไปให้ หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยพลอยชมพูก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ดวงตาคู่สวยปะทะกับดวงตาคู่คมที่จ้องมาราวกับต้องการกลืนกิน ริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะมองเธอ หญิงสาวส่งยิ้มบาง ๆ ลองเชิงว่าที่คู่หมั้น จังหวะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปหาวายุพอดี สาวสวยสุดเซ็กซี่ยกแขนขึ้นมาคล้องคอชายหนุ่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ไม่เจอพี่วายุตั้งนาน คิดถึงจังเลยค่ะ” คนถูกกอดมีท่าทางเลิ่กลั่ก กำลังจะตกเหยื่อรายใหม่เหยื่อรายเก่ากลับโผล่มาจากไหนไม่รู้ ชายหนุ่มรีบแกะแขนของหญิงสาวออกจากคออย่างลนลาน ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “กลับโต๊ะไปก่อนนะ
“ใครไม่รู้จักก็บ้าแล้ว นั่นแก๊งคิงวิศวะมอ KU เลยนะเว้ย ทั้งประเทศคงมีแค่พวกแกสองคนเท่านั้นแหละมั้งที่ไม่รู้จักอะ เนอะ” ต้นข้าวสาธยายขณะชี้นิ้วไปที่มิเกลและพลอยชมพู จากนั้นก็หันมาพยักหน้าพูดคำว่า ‘เนอะ’ กับสาลี่ เธอเป็นติ่งแก๊งคิงวิศวะต่างสถาบันมานาน ติดตามตั้งแต่พวกเขาเริ่มดังในสื่อโซเชียลใหม่ ๆ จนตอนนี้กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของแก๊งนี้ไปแล้ว “ไม่เห็นอยากรู้จักเลยเนอะ” มิเกลหันมาพูดกับพลอยชมพูแล้วพยักหน้าหาพรรคพวก ในขณะที่พลอยชมพูเอาแต่นิ่งเงียบ สีหน้าเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง “ไอ้พลอย! เป็นไรวะ เหม่อเชียว” “เปล่า” “อย่าบอกนะว่าแกก็หลงเสน่ห์ผู้ชายพวกนั้นอีกคน โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้า” มิเกลทำหน้าเอือมระอาพลางยกมือกุมขมับ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่คนสวยสายซึนอย่างพลอยชมพู ก็ซึนแตกเสียแล้วเพียงแค่เห็นหน้าผู้ชายพวกนั้น ตาคู่สวยกลอกกลิ้งไปมา ก่อนที่พลอยชมพูจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย จากนั้นก็รีบพูดแก้ตัวทันที “จะบ้าเหรอแก ฉันก็แค่รู้สึกคุ้นหน้าคนที่อยู่ข้างบนนั้น เหมือนจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกแค่น
หลายวันต่อมา @ร้านเหล้า เสียงเพลงจังหวะ EDM ดังอึกทึกครึกโครมอยู่ในร้านเหล้าชื่อดัง ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักศึกษางานดีของมหาวิทยาลัยในละแวกนี้ กลุ่มนักท่องราตรีต่างมารวมตัวกันอย่างแน่นขนัดในคืนวันศุกร์ สี่หนุ่มแก๊งคิงวิศวะของมหาวิทยาลัย KU นั่งอยู่ตรงโซนวีไอพีบนชั้นลอย คืนนี้พวกเขานัดแนะกันออกมาสังสรรค์ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า วายุนั่งมองสองหนุ่มแล้วส่ายหน้าเอือมระอา ก็ช่วงนี้พวกมันเอาแต่ติดเมียนี่นา กว่าจะนัดแนะให้ออกมารวมตัวกันได้ช่างแสนยาก แล้วไหนพวกมันยังต้องติดสอยห้อยเมียมาด้วยอีกต่างหาก หมดกันแก๊งเสือร้าย ตอนนี้กลายเป็นลูกแมวแสนเชื่องไปแล้วสอง “เป็นไงวะชีวิตหลังแต่งงาน” วายุเอ่ยถามว่าที่คุณพ่อ ที่ตอนนี้กำลังนั่งคลอเคลียคุณภรรยาคนสวย เจ้าขุนละความสนใจจากคนข้าง ๆ แล้วหันมาทางคนถามจากนั้นก็เอ่ยตอบ “ก็ดี มีความสุข สามวันดีสี่วันทะเลาะชีวิตมีสีสันดีว่ะ” พูดแล้วหันไปยักคิ้วให้ดาริณ ไม่ทันไรเธอก็ทำตาเขียวปั้ดใส่เขาซะแล้ว เจ้าขุนแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันมาสนใจวา






![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
