Masukประตูห้องเปิดกว้างวายุเป็นฝ่ายเดินนำหน้าพาหญิงสาวเข้าห้องด้วยกัน
แม้ท่าทางจะดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่เธอกลับไม่แสดงอาการประหม่าเลยสักนิด
สงสัยจะโชกโชนไม่น้อย
ร่างเล็กนั่งลงบนโซฟาดวงตาสอดส่องไปรอบ ๆ ห้องพักของโรงแรมห้าดาว ภายในหรูหราราคาคงจะแพงน่าดู
นี่เขาใช้เงินฟุ่มเฟือยกับเรื่องพวกนี้เนี่ยนะ
ร่างสูงวางกระเป๋าของเธอและขวดไวน์ลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วไวน์ตรงเคาน์เตอร์เล็ก ๆ มาสองใบ รินไวน์แดงใส่แก้วแล้วยื่นให้หญิงสาวด้วยท่าทางสุภาพ แต่ดวงตาประกายแพรวพราวไม่หยุด
พลอยชมพูรับแก้วไวน์มาจิบแล้ววางแก้วไว้ นัยน์ตาคู่สวยแหงนมองหน้าคนที่ยืนเต๊ะท่าเก๊ก ๆ
คงคิดว่าตัวเองเท่มากมั้ง
เหมือนเขาได้ยินความคิดเธอ ฉับพลันวายุก็นั่งลงด้านข้าง มือหนาควงแก้วไปมา ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด
ริมฝีปากหนาเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะยกแขนขึ้นมาพาดพนักพิงโซฟาคล้ายกับโอบไหล่เธอทางอ้อม ปลายนิ้วสัมผัสเบา ๆ ตรงหัวไหล่บอบบางเป็นการลองเชิง
เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรเขาจึงเริ่มลูบไล้ไปมา
“ยังไม่ตอบพี่เลย สรุปเราเรียนที่ไหน”
ถึงท่าทางของเธอจะดูกร้านโลก แต่ก็ต้องถามให้แน่ใจเสียก่อน เดี๋ยวจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์เอาได้
หญิงสาวกระตุกยิ้มน้อย ๆ ปล่อยให้มือหนาลูบไล้หัวไหล่ตามอำเภอใจ เล่นตามเกมไปก่อนค่อยเอาคืนอย่างสาสมทีหลัง ในเมื่ออยากรู้อายุของเธอนัก เธอก็จะบอก
“เรียนทัวร์อยู่ปีสามที่ MU ค่ะ”
คนฟังยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะขยับเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงบนใบหน้าสวย พลอยชมพูรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วใบหน้า
“เรียนทัวร์ด้วย ดูน่าสนุกจัง”
พูดขณะนัยน์ตาหวานเยิ้มจ้องเธอไม่กะพริบ
ริมฝีปากบางขบเม้มอย่างประหม่า แม้จะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่วายุรุกเก่งมาก ทั้งมือทั้งสายตาแพรวพราวไม่ไหว แล้วไหนจะขาที่เริ่มขยับเข้ามาเบียดเสียดนั่นอีก
พลอยชมพูเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี หัวใจดวงเล็กเต้นระส่ำจนควบคุมได้ยาก ขืนปล่อยให้เขารุกอยู่ฝ่ายเดียวเธอต้องเสียเปรียบแน่
มือบอบบางยกขึ้นมาเสยผมไปด้านหลังด้วยท่วงท่ามั่นใจ ผมยาวสลวยพลิ้วไหวตามแรงมือ เผยให้เห็นลำคอระหงและโครงหน้าได้รูปชัดเจน ก่อนเธอจะส่งยิ้มบาง ๆ คล้ายให้ท่า
วายุวางแก้วไวน์ไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ขยับเข้าใกล้ร่างเล็กจนเธอต้องเอนหนีอย่างจนมุม ใบหน้าหล่อคมยื่นเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน
ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้เส้นผมนุ่มสวยที่เธอเพิ่งจะเสยไปก่อนหน้านี้
“เคยมีใครบอกรึเปล่า ว่าเราน่ารักมาก” และน่าเอามากด้วย
ประโยคหลังเขาคิดในใจ
“เหรอคะ”
“ครับ”
พูดพลางยื่นริมฝีปากเข้าใกล้ตั้งใจจะประทับรอยจูบไว้บนเรียวปากบาง ทว่าหญิงสาวกลับยกนิ้วชี้ขึ้นมาทาบทับกลีบปากของเขาราวกับท้วงห้าม
วายุชะงักงันไม่อยากหุนหันพลันแล่น บางทีเธออาจอยากเล่นตัวอีกสักนิด
จะว่าไป นี่อาจเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดเขา
ชายหนุ่มขยับออกเล็กน้อยปล่อยให้หญิงสาวมีพื้นที่หายใจกว้างขึ้น มือข้างที่ว่างหยิบขวดไวน์รินใส่แก้ว แล้วยกขึ้นดื่มเพิ่มความกระชุ่มกระชวย
“ปกติเที่ยวกลางคืนบ่อยไหม”
ชวนเธอพูดคุยสักหน่อยเพื่อสร้างความคุ้นเคย อะไร ๆ จะได้ง่ายขึ้น
“นาน ๆ ครั้งค่ะ แล้วพี่ล่ะคะ”
“นาน ๆ จะออกมาสังสรรค์กับเพื่อน ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ที่สนามแข่งรถมากกว่า”
“สนามแข่งรถ? พี่เป็นนักแข่งเหรอ”
หญิงสาวดูตื่นเต้นขึ้นมา
“ครับ เราชอบดูการแข่งรถรึเปล่า ถ้าเราอยากดูวันหลังพี่พาไปได้นะ”
พูดไปอย่างนั้น ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเองสำคัญเพราะหวังเรื่องอย่างว่า แต่สุดท้ายแล้วเรื่องระหว่างเขาและเธอก็ต้องจบแค่คืนนี้ ปกติเขาไม่กินซ้ำ
ดวงตาที่มองชายหนุ่มประกายไปด้วยความตื่นเต้น เหมือนเธอจะชอบที่เขาให้ความสำคัญ
มือหนาลูบไล้ไปตามกลุ่มผมนุ่มยาวอีกครั้ง ขณะไล่สำรวจหญิงสาวตั้งแต่หน้าผาก เคลื่อนลงมาจนถึงดวงตา จมูก แล้วหยุดตรงกลีบปากสีหวาน
เขากลืนน้ำลายดังอึก! โน้มใบหน้าเข้าใกล้เธอจนเรียวปากเกือบแนบชิดกัน ทว่าหญิงสาวกลับยกนิ้วขึ้นมาทาบทับบนริมฝีปากของเขาอีกรอบ
“อย่าใจร้อนสิคะ ทับทิมว่าพี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่าไหม ตัวพี่จะได้หอม ๆ ไง”
เกิดรักความสะอาดขึ้นมาซะงั้น แต่เอาเถอะ ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เสียเวลาอีกนิดหน่อยจะเป็นไรไป
วายุขยับใบหน้าเข้าใกล้หมายจะหอมแก้มมัดจำซักฟอดแต่เธอกลับถอยหนี
โอเคยอม ๆ ไปก่อน เอาไว้ตอนอยู่บนเตียงจะหอมให้หมดทุกซอกทุกมุมเลยคอยดู
ชายหนุ่มลุกจากโซฟาเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำอย่างสบายใจ ฟอกสบู่จนกลิ่นกายหอมฟุ้งทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะจุดที่ต้องใช้งานหนักในคืนนี้ ดูเขาจะทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ
เวลาผ่านไปราวสิบนาทีวายุก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูพันรอบเอว ร่างกายเปียกหมาดส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดวงตาคู่คมจดจ้องเรือนร่างอรชรที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ปลายเตียง
สองเท้าขยับเข้าใกล้ร่างเล็กช้า ๆ รอยยิ้มอย่างร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าของคนตัวสูง เรื่องบนเตียงก็แค่เกมสนุกที่ใครเขาก็ทำกัน
“หมดแก้วแล้วค่อยต่อกันบนเตียงดีไหมคะ”
พูดเสียงนุ่มนวลชวนให้เคลิบเคลิ้ม พร้อมกับยื่นแก้วไวน์ที่รินเตรียมไว้แล้วให้เขา วายุรับแก้วอย่างไม่อิดออด แก้วสองใบกระทบกันเกิดเสียงดัง ‘กริ๊ง’ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นค่ำคืนแสนเร่าร้อน
ทั้งสองคนกระดกไวน์หมดแก้ว จากนั้นวายุก็เป็นฝ่ายเอาแก้วเปล่าทั้งสองใบไปวางไว้บนโต๊ะ
เขาเดินกลับมาหาเธออีกครั้งแล้วนั่งลงตรงปลายเตียง มือหนาเขี่ยปอยผมไปไว้ด้านข้างให้หญิงสาว ดวงตาจดจ้องใบหน้างดงามอย่างลุ่มหลง
เธอสวย เธอน่ารัก น่ามองไปหมดทุกส่วน แต่ยังไงซะความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ก็ต้องจบแค่คืนนี้
เขาจับร่างเล็กนอนลงบนเตียงนุ่ม มืออุ่นเคลื่อนลูบคลำไปตามหัวไหล่ดึงรั้งสายชุดเดรสลงมาไว้ตรงต้นแขน ริมฝีปากบรรจงจูบหัวไหล่เนียนขาวแล้วผงกศีรษะสบตากับเธอ
“เคยโดน 58 ไหม”
ประตูห้องเปิดกว้างวายุเป็นฝ่ายเดินนำหน้าพาหญิงสาวเข้าห้องด้วยกัน แม้ท่าทางจะดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่เธอกลับไม่แสดงอาการประหม่าเลยสักนิด สงสัยจะโชกโชนไม่น้อย ร่างเล็กนั่งลงบนโซฟาดวงตาสอดส่องไปรอบ ๆ ห้องพักของโรงแรมห้าดาว ภายในหรูหราราคาคงจะแพงน่าดู นี่เขาใช้เงินฟุ่มเฟือยกับเรื่องพวกนี้เนี่ยนะ ร่างสูงวางกระเป๋าของเธอและขวดไวน์ลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วไวน์ตรงเคาน์เตอร์เล็ก ๆ มาสองใบ รินไวน์แดงใส่แก้วแล้วยื่นให้หญิงสาวด้วยท่าทางสุภาพ แต่ดวงตาประกายแพรวพราวไม่หยุด พลอยชมพูรับแก้วไวน์มาจิบแล้ววางแก้วไว้ นัยน์ตาคู่สวยแหงนมองหน้าคนที่ยืนเต๊ะท่าเก๊ก ๆ คงคิดว่าตัวเองเท่มากมั้ง เหมือนเขาได้ยินความคิดเธอ ฉับพลันวายุก็นั่งลงด้านข้าง มือหนาควงแก้วไปมา ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด ริมฝีปากหนาเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะยกแขนขึ้นมาพาดพนักพิงโซฟาคล้ายกับโอบไหล่เธอทางอ้อม ปลายนิ้วสัมผัสเบา ๆ ตรงหัวไหล่บอบบางเป็นการลองเชิง เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรเขาจึงเริ่มลูบไล้ไปมา “ยังไม่ตอบพี่เลย สรุปเราเรียนที่
“เหม็นรึเปล่า” “คะ?” “พอดีพี่เพิ่งสูบบุหรี่มาน่ะ กลัวเราจะเหม็น” “ปกติสูบบ่อยเหรอคะ” เธอไม่ตอบคำถามแต่ใช้วิธีถามกลับ นี่มันหลักจิตวิทยารึเปล่าวะ รู้สึกประหม่าฉิบหาย “จะสูบแค่ตอนกินเหล้าน่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยทำเหมือนเข้าใจ สรุปว่าเหม็นรึเปล่าก็ไม่ตอบ จังหวะขับรถผ่านร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง วายุก็เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้าน เธอมองหน้าเขาคล้ายกับสงสัย ชายหนุ่มจึงรีบพูดขึ้นว่า “พี่จะแวะซื้อหมากฝรั่ง เราอยากได้อะไรไหม” เขาพูดขณะปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว “ไวน์ค่ะ” วายุยกยิ้มแล้วเปิดประตูลงจากรถ เดินตรงปรี่เข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้อของที่ต้องการ เขาไม่ลืมหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่บนชั้นมาด้วยสองกล่องเผื่อเหลือเผื่อขาด หลังคิดเงินกล่องอุปกรณ์ป้องกันถูกแยกไปเก็บในกระเป๋ากางเกงทันที เมื่อกลับมาถึงรถเขาก็ยื่นขวดไวน์ให้หญิงสาว “ยี่ห้อนี้พอได้ไหม” “ได้ค่ะ” แววตาคมกริบมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนริมฝีปาก
วายุนั่งยิ้มจนแก้มแทบปริแตกตั้งแต่กลับมาถึงโต๊ะ ดวงตาคมจ้องมองโทรศัพท์มือถือสลับกับมองโต๊ะด้านล่าง เฝ้ารอข้อความตอบกลับจากสาวนิรนามที่เพิ่งได้คุยกันครั้งแรก แปลกจังที่เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอมาก่อน อย่างนี้เรียกนางในฝันรึเปล่าวะ เพื่อนสนิทจับสังเกตท่าทางของเสือซุ่ม สงสัยเหยื่อจะติดกับแล้ววายุถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้ ปิ๊ง! เสียงข้อความดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มละความสนใจจากทุกสิ่งมาที่เครื่องมือสื่อสาร เขารีบเปิดอ่าน ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มอย่างไม่ปกปิดเมื่อเห็นว่าเธอตอบรับคำชวน ก่อนที่ปลายนิ้วจะพิมพ์ข้อความยิก ๆ ส่งกลับไปหาอีกฝ่ายทันที ‘ถ้างั้นพี่เดินไปรับที่โต๊ะนะ’ ‘ไปรถพี่’ แทนตัวเองว่าพี่ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยน สาวคนไหนเจอแบบนี้ต้องมีรักมีหลงบ้างแหละ ปิ๊ง! อีกฝ่ายตอบกลับอย่างรวดเร็วสงสัยเธอเองก็รอข้อความจากเขาอยู่เหมือนกัน ‘เจอกันหน้าร้านดีกว่าค่ะ ขี้เกียจตอบคำถามเพื่อน’ ไม่ไร้เดียงสาอย่างที่คิดแฮะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสอนนั่นสอนนี่ วายุยกยิ้มหลังกดถูกใจใ
ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องแผ่นหลังของเธอในระยะใกล้ วายุยกยิ้มขณะยืนพิงกำแพงตรงทางเดินแคบ ๆ ระหว่างรอคนบางคนเข้าไปทำธุระส่วนตัวเขายกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบตรงบริเวณที่มีป้าย Smoking area ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นแล้วพ่นควันสีขาวออกจากปากด้วยท่าทางเรียบนิ่ง แต่ประกายไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล สาว ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างส่งสายตาทอดสะพาน แต่ชายหนุ่มทำเพียงส่งยิ้มบาง ๆ กลับไปให้ หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยพลอยชมพูก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ดวงตาคู่สวยปะทะกับดวงตาคู่คมที่จ้องมาราวกับต้องการกลืนกิน ริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะมองเธอ หญิงสาวส่งยิ้มบาง ๆ ลองเชิงว่าที่คู่หมั้น จังหวะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปหาวายุพอดี สาวสวยสุดเซ็กซี่ยกแขนขึ้นมาคล้องคอชายหนุ่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ไม่เจอพี่วายุตั้งนาน คิดถึงจังเลยค่ะ” คนถูกกอดมีท่าทางเลิ่กลั่ก กำลังจะตกเหยื่อรายใหม่เหยื่อรายเก่ากลับโผล่มาจากไหนไม่รู้ ชายหนุ่มรีบแกะแขนของหญิงสาวออกจากคออย่างลนลาน ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “กลับโต๊ะไปก่อนนะ
“ใครไม่รู้จักก็บ้าแล้ว นั่นแก๊งคิงวิศวะมอ KU เลยนะเว้ย ทั้งประเทศคงมีแค่พวกแกสองคนเท่านั้นแหละมั้งที่ไม่รู้จักอะ เนอะ” ต้นข้าวสาธยายขณะชี้นิ้วไปที่มิเกลและพลอยชมพู จากนั้นก็หันมาพยักหน้าพูดคำว่า ‘เนอะ’ กับสาลี่ เธอเป็นติ่งแก๊งคิงวิศวะต่างสถาบันมานาน ติดตามตั้งแต่พวกเขาเริ่มดังในสื่อโซเชียลใหม่ ๆ จนตอนนี้กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของแก๊งนี้ไปแล้ว “ไม่เห็นอยากรู้จักเลยเนอะ” มิเกลหันมาพูดกับพลอยชมพูแล้วพยักหน้าหาพรรคพวก ในขณะที่พลอยชมพูเอาแต่นิ่งเงียบ สีหน้าเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง “ไอ้พลอย! เป็นไรวะ เหม่อเชียว” “เปล่า” “อย่าบอกนะว่าแกก็หลงเสน่ห์ผู้ชายพวกนั้นอีกคน โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้า” มิเกลทำหน้าเอือมระอาพลางยกมือกุมขมับ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่คนสวยสายซึนอย่างพลอยชมพู ก็ซึนแตกเสียแล้วเพียงแค่เห็นหน้าผู้ชายพวกนั้น ตาคู่สวยกลอกกลิ้งไปมา ก่อนที่พลอยชมพูจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย จากนั้นก็รีบพูดแก้ตัวทันที “จะบ้าเหรอแก ฉันก็แค่รู้สึกคุ้นหน้าคนที่อยู่ข้างบนนั้น เหมือนจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกแค่น
หลายวันต่อมา @ร้านเหล้า เสียงเพลงจังหวะ EDM ดังอึกทึกครึกโครมอยู่ในร้านเหล้าชื่อดัง ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักศึกษางานดีของมหาวิทยาลัยในละแวกนี้ กลุ่มนักท่องราตรีต่างมารวมตัวกันอย่างแน่นขนัดในคืนวันศุกร์ สี่หนุ่มแก๊งคิงวิศวะของมหาวิทยาลัย KU นั่งอยู่ตรงโซนวีไอพีบนชั้นลอย คืนนี้พวกเขานัดแนะกันออกมาสังสรรค์ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า วายุนั่งมองสองหนุ่มแล้วส่ายหน้าเอือมระอา ก็ช่วงนี้พวกมันเอาแต่ติดเมียนี่นา กว่าจะนัดแนะให้ออกมารวมตัวกันได้ช่างแสนยาก แล้วไหนพวกมันยังต้องติดสอยห้อยเมียมาด้วยอีกต่างหาก หมดกันแก๊งเสือร้าย ตอนนี้กลายเป็นลูกแมวแสนเชื่องไปแล้วสอง “เป็นไงวะชีวิตหลังแต่งงาน” วายุเอ่ยถามว่าที่คุณพ่อ ที่ตอนนี้กำลังนั่งคลอเคลียคุณภรรยาคนสวย เจ้าขุนละความสนใจจากคนข้าง ๆ แล้วหันมาทางคนถามจากนั้นก็เอ่ยตอบ “ก็ดี มีความสุข สามวันดีสี่วันทะเลาะชีวิตมีสีสันดีว่ะ” พูดแล้วหันไปยักคิ้วให้ดาริณ ไม่ทันไรเธอก็ทำตาเขียวปั้ดใส่เขาซะแล้ว เจ้าขุนแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันมาสนใจวา







