หน้าหลัก / โรแมนติก / เล่ห์ร้ายนายว่าที่คู่หมั้น / บทที่ 7 คืนเร่าร้อน กับท่อนลำบิ๊กไซซ์

แชร์

บทที่ 7 คืนเร่าร้อน กับท่อนลำบิ๊กไซซ์

last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-12 12:18:28

ประตูห้องเปิดกว้างวายุเป็นฝ่ายเดินนำหน้าพาหญิงสาวเข้าห้องด้วยกัน

          แม้ท่าทางจะดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่เธอกลับไม่แสดงอาการประหม่าเลยสักนิด

          สงสัยจะโชกโชนไม่น้อย

          ร่างเล็กนั่งลงบนโซฟาดวงตาสอดส่องไปรอบ ๆ ห้องพักของโรงแรมห้าดาว ภายในหรูหราราคาคงจะแพงน่าดู

          นี่เขาใช้เงินฟุ่มเฟือยกับเรื่องพวกนี้เนี่ยนะ

          ร่างสูงวางกระเป๋าของเธอและขวดไวน์ลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วไวน์ตรงเคาน์เตอร์เล็ก ๆ มาสองใบ รินไวน์แดงใส่แก้วแล้วยื่นให้หญิงสาวด้วยท่าทางสุภาพ แต่ดวงตาประกายแพรวพราวไม่หยุด

          พลอยชมพูรับแก้วไวน์มาจิบแล้ววางแก้วไว้ นัยน์ตาคู่สวยแหงนมองหน้าคนที่ยืนเต๊ะท่าเก๊ก ๆ

          คงคิดว่าตัวเองเท่มากมั้ง

          เหมือนเขาได้ยินความคิดเธอ ฉับพลันวายุก็นั่งลงด้านข้าง มือหนาควงแก้วไปมา ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด

          ริมฝีปากหนาเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะยกแขนขึ้นมาพาดพนักพิงโซฟาคล้ายกับโอบไหล่เธอทางอ้อม ปลายนิ้วสัมผัสเบา ๆ ตรงหัวไหล่บอบบางเป็นการลองเชิง

          เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรเขาจึงเริ่มลูบไล้ไปมา

          “ยังไม่ตอบพี่เลย สรุปเราเรียนที่ไหน”

          ถึงท่าทางของเธอจะดูกร้านโลก แต่ก็ต้องถามให้แน่ใจเสียก่อน เดี๋ยวจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์เอาได้

          หญิงสาวกระตุกยิ้มน้อย ๆ ปล่อยให้มือหนาลูบไล้หัวไหล่ตามอำเภอใจ เล่นตามเกมไปก่อนค่อยเอาคืนอย่างสาสมทีหลัง ในเมื่ออยากรู้อายุของเธอนัก เธอก็จะบอก

          “เรียนทัวร์อยู่ปีสามที่ MU ค่ะ”

          คนฟังยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะขยับเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงบนใบหน้าสวย พลอยชมพูรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วใบหน้า

          “เรียนทัวร์ด้วย ดูน่าสนุกจัง”

          พูดขณะนัยน์ตาหวานเยิ้มจ้องเธอไม่กะพริบ

          ริมฝีปากบางขบเม้มอย่างประหม่า แม้จะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่วายุรุกเก่งมาก ทั้งมือทั้งสายตาแพรวพราวไม่ไหว แล้วไหนจะขาที่เริ่มขยับเข้ามาเบียดเสียดนั่นอีก

          พลอยชมพูเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี หัวใจดวงเล็กเต้นระส่ำจนควบคุมได้ยาก ขืนปล่อยให้เขารุกอยู่ฝ่ายเดียวเธอต้องเสียเปรียบแน่

          มือบอบบางยกขึ้นมาเสยผมไปด้านหลังด้วยท่วงท่ามั่นใจ ผมยาวสลวยพลิ้วไหวตามแรงมือ เผยให้เห็นลำคอระหงและโครงหน้าได้รูปชัดเจน ก่อนเธอจะส่งยิ้มบาง ๆ คล้ายให้ท่า

          วายุวางแก้วไวน์ไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ขยับเข้าใกล้ร่างเล็กจนเธอต้องเอนหนีอย่างจนมุม ใบหน้าหล่อคมยื่นเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน

          ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้เส้นผมนุ่มสวยที่เธอเพิ่งจะเสยไปก่อนหน้านี้

          “เคยมีใครบอกรึเปล่า ว่าเราน่ารักมาก” และน่าเอามากด้วย

          ประโยคหลังเขาคิดในใจ

          “เหรอคะ”

          “ครับ”

          พูดพลางยื่นริมฝีปากเข้าใกล้ตั้งใจจะประทับรอยจูบไว้บนเรียวปากบาง ทว่าหญิงสาวกลับยกนิ้วชี้ขึ้นมาทาบทับกลีบปากของเขาราวกับท้วงห้าม

          วายุชะงักงันไม่อยากหุนหันพลันแล่น บางทีเธออาจอยากเล่นตัวอีกสักนิด

          จะว่าไป นี่อาจเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดเขา

          ชายหนุ่มขยับออกเล็กน้อยปล่อยให้หญิงสาวมีพื้นที่หายใจกว้างขึ้น มือข้างที่ว่างหยิบขวดไวน์รินใส่แก้ว แล้วยกขึ้นดื่มเพิ่มความกระชุ่มกระชวย

          “ปกติเที่ยวกลางคืนบ่อยไหม”

          ชวนเธอพูดคุยสักหน่อยเพื่อสร้างความคุ้นเคย อะไร ๆ จะได้ง่ายขึ้น

          “นาน ๆ ครั้งค่ะ แล้วพี่ล่ะคะ”

          “นาน ๆ จะออกมาสังสรรค์กับเพื่อน ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ที่สนามแข่งรถมากกว่า”

          “สนามแข่งรถ? พี่เป็นนักแข่งเหรอ”

          หญิงสาวดูตื่นเต้นขึ้นมา

          “ครับ เราชอบดูการแข่งรถรึเปล่า ถ้าเราอยากดูวันหลังพี่พาไปได้นะ”

          พูดไปอย่างนั้น ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเองสำคัญเพราะหวังเรื่องอย่างว่า แต่สุดท้ายแล้วเรื่องระหว่างเขาและเธอก็ต้องจบแค่คืนนี้ ปกติเขาไม่กินซ้ำ

          ดวงตาที่มองชายหนุ่มประกายไปด้วยความตื่นเต้น เหมือนเธอจะชอบที่เขาให้ความสำคัญ

          มือหนาลูบไล้ไปตามกลุ่มผมนุ่มยาวอีกครั้ง ขณะไล่สำรวจหญิงสาวตั้งแต่หน้าผาก เคลื่อนลงมาจนถึงดวงตา จมูก แล้วหยุดตรงกลีบปากสีหวาน

          เขากลืนน้ำลายดังอึก! โน้มใบหน้าเข้าใกล้เธอจนเรียวปากเกือบแนบชิดกัน ทว่าหญิงสาวกลับยกนิ้วขึ้นมาทาบทับบนริมฝีปากของเขาอีกรอบ

          “อย่าใจร้อนสิคะ ทับทิมว่าพี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่าไหม ตัวพี่จะได้หอม ๆ ไง”

          เกิดรักความสะอาดขึ้นมาซะงั้น แต่เอาเถอะ ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เสียเวลาอีกนิดหน่อยจะเป็นไรไป

          วายุขยับใบหน้าเข้าใกล้หมายจะหอมแก้มมัดจำซักฟอดแต่เธอกลับถอยหนี

          โอเคยอม ๆ ไปก่อน เอาไว้ตอนอยู่บนเตียงจะหอมให้หมดทุกซอกทุกมุมเลยคอยดู

          ชายหนุ่มลุกจากโซฟาเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำอย่างสบายใจ ฟอกสบู่จนกลิ่นกายหอมฟุ้งทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะจุดที่ต้องใช้งานหนักในคืนนี้ ดูเขาจะทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ

          เวลาผ่านไปราวสิบนาทีวายุก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูพันรอบเอว ร่างกายเปียกหมาดส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดวงตาคู่คมจดจ้องเรือนร่างอรชรที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ปลายเตียง

          สองเท้าขยับเข้าใกล้ร่างเล็กช้า ๆ รอยยิ้มอย่างร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าของคนตัวสูง เรื่องบนเตียงก็แค่เกมสนุกที่ใครเขาก็ทำกัน

          “หมดแก้วแล้วค่อยต่อกันบนเตียงดีไหมคะ”

          พูดเสียงนุ่มนวลชวนให้เคลิบเคลิ้ม พร้อมกับยื่นแก้วไวน์ที่รินเตรียมไว้แล้วให้เขา วายุรับแก้วอย่างไม่อิดออด แก้วสองใบกระทบกันเกิดเสียงดัง ‘กริ๊ง’ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นค่ำคืนแสนเร่าร้อน

          ทั้งสองคนกระดกไวน์หมดแก้ว จากนั้นวายุก็เป็นฝ่ายเอาแก้วเปล่าทั้งสองใบไปวางไว้บนโต๊ะ

          เขาเดินกลับมาหาเธออีกครั้งแล้วนั่งลงตรงปลายเตียง มือหนาเขี่ยปอยผมไปไว้ด้านข้างให้หญิงสาว ดวงตาจดจ้องใบหน้างดงามอย่างลุ่มหลง

          เธอสวย เธอน่ารัก น่ามองไปหมดทุกส่วน แต่ยังไงซะความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ก็ต้องจบแค่คืนนี้

          เขาจับร่างเล็กนอนลงบนเตียงนุ่ม มืออุ่นเคลื่อนลูบคลำไปตามหัวไหล่ดึงรั้งสายชุดเดรสลงมาไว้ตรงต้นแขน ริมฝีปากบรรจงจูบหัวไหล่เนียนขาวแล้วผงกศีรษะสบตากับเธอ

          “เคยโดน 58 ไหม”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์ร้ายนายว่าที่คู่หมั้น   บทที่ 56 ดาริกาที่รัก (ตอนจบ)

    อากาศยามค่ำของบ้านพักตากอากาศริมทะเลมีลมพัดโชยสร้างความรู้สึกเย็นสบาย แสงไฟสีอบอุ่นส่องสว่างติดตามแนวรั้วไม้ของบ้านช่วยเพิ่มความโรแมนติก ดาริณเดินเล่นอยู่ริมชายหาดเพียงลำพัง ดวงตาเป็นประกายทอดมองไปยังสุดขอบฟ้า ร่างหนาเดินเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง สันจมูกโด่งคมเคลื่อนไล้ไปตามแก้มเนียนแล้วหอมเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะถามคนที่ยืนมองท้องฟ้าราวกับคนเหม่อลอย “คิดอะไรอยู่” พูดชิดแก้มนุ่มจากนั้นริมฝีปากหยักก็ขบกัดตรงใบหูเล็ก ก่อนจะจับร่างเล็กให้หันมาสบตากัน “คิดถึงเรื่องของเราน่ะ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าเราสองคนจะมีวันนี้ได้” เจ้าขุนคลี่ยิ้ม แววตาลึกล้ำจดจ้องใบหน้าหญิงคนรักแล้วพูดว่า “เธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม” “...” หญิงสาวเลิกคิ้วรอฟัง “พรหมลิขิตให้เราได้กลับมาเจอกับคนที่เราเฝ้าตามหามาสิบปี” “นายหมายถึงใคร” “จำกันไม่ได้จริง ๆ เหรอเนี่ย น่าน้อยใจจัง” พูดพลางดึงรั้งร่างเล็กเข้ามากอดก่อนจะจุมพิตลงบนหน้าผากสวยได้รูป จากนั้นก็จับเธอผละออกเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายมองสำรวจใบหน้าขอ

  • เล่ห์ร้ายนายว่าที่คู่หมั้น   บทที่ 55 รักสุดหัวใจ (NC)

    ริมฝีปากหยักเคลื่อนไซ้ไปตามท้ายทอยและซอกคอหอมกรุ่น กดจูบและขบเม้มสร้างความกระสันเสียว ร่างเล็กบิดส่ายเร่าร้อนมือสองข้างเกาะอยู่เบื้องหน้า ปลายนิ้วแกร่งเกี่ยวรั้งกางเกงชั้นในตัวจิ๋วลงมากองอยู่บนพื้น “เสียบเลยได้ไหม” เสียงพูดชิดอยู่ตรงริมแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากจะจูบซับพวงแก้มระเรื่อขณะรออีกฝ่ายเอ่ยตอบ “ไม่ไหวแล้วเหรอ” “ไม่ไหวแล้ว” พูดจบก็ถอดเสื้อยืดออกจากทางศีรษะ มือหนาเร่งปลดตะขอกางเกงแล้วรูดรั้งลงไปพร้อมกับกางเกงในบอกเซอร์อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สลัดมันออกจากปลายขาอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ร่างสูงจะขยับมายืนประกบอยู่ด้านหลังคนตัวเล็ก ปลายนิ้วหนาบดบี้ส่วนที่เป็นติ่งเสียวของหญิงสาว นิ้วกร้านแหย่แยงเข้าไปในร่องรักเพื่อเบิกทางเพิ่มน้ำหล่อลื่น ร่องสวาทเปียกแฉะไปด้วยน้ำหวานที่ผลิตออกมาอย่างล้นหลาม เจ้าขุนจับท่อนเอ็นใหญ่ถูไถตรงสะโพกกลมกลึง ปลายนิ้วทำหน้าที่แหวกให้ร่องรูเบิกกว้าง จากนั้นก็เอาส่วนปลายหยักไปจ่อไว้ตรงปากทางแล้วดันเข้าไปรวดเดียวมิดด้าม ปลายลิ้นหนาแลบเลียตามแนวกระดูกสันหลังด้วยความหื่นกระหาย

  • เล่ห์ร้ายนายว่าที่คู่หมั้น   บทที่ 54 น้อยใจ

    @โรงพยาบาล ว่าที่คุณพ่อนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจเลือด ใบหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มเมื่อรู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาต้องถูกแทงเข็มฉีดยาเข้าไปในร่างกาย ลูกผู้ชายตัวโตเรื่องปืนผาหน้าไม้ไม่เคยเกรงกลัว แต่พอเป็นเข็มฉีดยากลับกลายเป็นคนใจเสาะใจปลาซิวขึ้นมาเสียได้ ดาริณหัวเราะกระซิก รู้สึกขบขันมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทว่ากับกลัวเข็มฉีดยาอันเล็กกระจิ๋วหลิ๋ว คนหน้าเข้มใช้สายตาดุดันเพ่งมองใบหน้าสวยของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ริมฝีปากหนาแนบชิดใบหูเล็กแล้วพูดกระซิบ “หัวเราะเยาะเหรอ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะ” “ไม่กลัว” เธอยิ้มแป้นแล้นล้อเลียนเห็นแล้วมันน่าจับฟัดแก้มชะมัด มือหนายกขึ้นบีบแก้มดาริณด้วยความมันเขี้ยว ขณะนั้นคุณพยาบาลก็ออกมาเรียกเขาเข้าห้องเจาะเลือดพอดี “เชิญคุณภัทรดนัยค่ะ” คนถูกเรียกเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนเข้าไปก็ไม่ลืมหันมามองคาดโทษคนที่หัวเราะเยาะเขาไม่หยุด คืนนี้เธอโดนแน่ดาริณ เวลาต่อมา ดาริณนอนอยู่บนเตียงตรวจโดยมีเจ้าขุนนั่งอยู่ด้านข้าง ม

  • เล่ห์ร้ายนายว่าที่คู่หมั้น   บทที่ 53 อาบน้ำอีกรอบ

    “พวกมึงคิดจะทำอะไรหลานกู” คนมีอำนาจตวาดเกรี้ยวกราดมือข้างหนึ่งยกปืนขึ้นจ่อขมับคนที่คุกเข่าอยู่ เปลวไฟแห่งโทสะลุกโชนอยู่ในดวงตาสีเทาอ่อน ดวงตาดุดันจ้องเขม็งคนตรงหน้าราวกับอยากฆ่าให้ตาย ภาพชวินนั่งตัวสั่นเทาทำให้ดาวิทย์เริ่มหวาดกลัว เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขุนก้มหัวกราบกรานร้องขอชีวิต “เจ้าขุนฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว นายไว้ชีวิตฉันด้วย สัญญาว่าฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก ต่อไปนี้ฉันจะกลับตัวเป็นคนดี ไว้ชีวิตฉันด้วยนะ” แค่นหัวเราะให้กับคำพูดของดาวิทย์ เขาไม่เชื่อสักนิดว่าคนอย่างดาวิทย์จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้ ถ้ามันอยากกลับตัวจริง ๆ มันคงทำไปตั้งนานแล้ว “ยูจะเอาไง” เจ้านายใหญ่หันมาถามหลานเมีย ตอนแรกเขาไม่คิดจะทำร้ายดาวิทย์ แต่มาคิด ๆ ดูแล้วถ้าปล่อยดาวิทย์ไปอีกครั้งมันต้องสร้างปัญหาอีกแน่ และที่เขากังวลมากที่สุดคือคนอย่างดาวิทย์มันต้องใช้ลูกกับเมียของเขาเป็นเครื่องมือต่อรอง เจ้าขุนยกยิ้มมุมปากจากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต้องให้ถึงตายนะ ทำให้พิการตลอดชีวิตและพูดไม่ได้ก็พอ” บอกความต้องการเรียบร้อยก็หันหลังให

  • เล่ห์ร้ายนายว่าที่คู่หมั้น   บทที่ 52 แผนซ้อนแผน

    “ปล่อยตัวประกันมาก่อน แล้วกูจะบอกว่าเงินอยู่ไหน” เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะได้หลงเชื่อตั้งแต่แรกว่าดาวิทย์ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ จึงให้ออสตินเป็นคนถือกระเป๋าที่บรรจุเงินสดสามสิบล้านเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นดังนั้นชวินก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใบหน้าเหี้ยมโหดแดงก่ำด้วยแรงโทสะ “มึงคิดจะเล่นตุกติกกับกูเหรอ” “ถ้ากูอยากเล่นตุกติกกับมึงกูโทรแจ้งตำรวจไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าอยากได้เงินก็ปล่อยตัวประกันออกมาก่อนแล้วกูจะบอกว่าเงินอยู่ไหน” ชวินทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหันไปทางมือขวาคนสนิทแล้วเอ่ยสั่ง “ไปเอาตัวไอ้ดาวิทย์มา” “ครับนาย” ดาวิทย์ถูกลากออกมาจากในตึกร้าง มือสองข้างถูกมัดไพล่หลัง สภาพเหมือนคนปกติไม่ได้ถูกซ้อมจนน่วมเหมือนคนที่ถูกจับตัวมา ลูกน้องคนหนึ่งแกะเชือกให้ดาวิทย์ “ทีนี้มึงบอกกูได้รึยังว่าเงินอยู่ที่ไหน” “เงินอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าทางเข้า” เมื่อรู้ที่ซ่อนเงินชวินก็คลี่ยิ้มจนกว้าง เขาส่งซิกให้ลูกน้องสองคนไปเอากระเป๋าเงินตรงจุดที่เจ้าขุนบอก พอรู้ที่ซ่อนเงินแน่ชัดสองหนุ่มเพื่อนซี้ก็หันมาส่

  • เล่ห์ร้ายนายว่าที่คู่หมั้น   บทที่ 51 ไถ่ตัว

    รถสปอร์ตคันงามแล่นไปตามท้องถนนด้วยความเร็วมุ่งหน้าไปที่บ้านของท่านรัฐมนตรี ร่างสูงโปร่งก้าวฉับ ๆ เข้าไปในบ้านของว่าที่พ่อตาอย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเห็นหน้าลูกเขย คนร้อนใจก็รีบร้อนเข้าไปหาทันที “พวกมันติดต่อมารึยังครับ” “ติดต่อมาแล้ว มันบอกว่าให้เอาเงินไปให้มันที่นี่” ท่านรัฐมนตรียื่นกระดาษที่จดสถานที่นัดหมายให้กับเจ้าขุน เขาหยิบมันมาดูแล้วพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนอายุมากแล้วเอ่ยถาม “พวกมันต้องการเงินเท่าไหร่ครับ” ความจริงก็ได้ยินที่ดาริณอุทานแล้วล่ะ แต่ก็อยากถามให้แน่ใจอีกครั้ง ท่านรัฐมนตรีมีสีหน้าหวั่นวิตก ริมฝีปากขบเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับพูดเสียงอ่อย “สามสิบล้าน” ได้ยินแค่นั้นเจ้าขุนก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วรีบโทรหาจรณ [ครับนายน้อย] “คุณช่วยเอาเงินมาให้ผมที่บ้านท่านรัฐมนตรีนพดลหน่อย” [ได้ครับ นายน้อยจะเอาเท่าไหร่ครับ] “สามสิบล้าน” [ได้ครับ ผมจะรีบไป] หลังวางสายจากลูกน้องเขาก็กดโทรหาเพื

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status