Masuk“ใครไม่รู้จักก็บ้าแล้ว นั่นแก๊งคิงวิศวะมอ KU เลยนะเว้ย ทั้งประเทศคงมีแค่พวกแกสองคนเท่านั้นแหละมั้งที่ไม่รู้จักอะ เนอะ”
ต้นข้าวสาธยายขณะชี้นิ้วไปที่มิเกลและพลอยชมพู จากนั้นก็หันมาพยักหน้าพูดคำว่า ‘เนอะ’ กับสาลี่ เธอเป็นติ่งแก๊งคิงวิศวะต่างสถาบันมานาน ติดตามตั้งแต่พวกเขาเริ่มดังในสื่อโซเชียลใหม่ ๆ จนตอนนี้กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของแก๊งนี้ไปแล้ว
“ไม่เห็นอยากรู้จักเลยเนอะ”
มิเกลหันมาพูดกับพลอยชมพูแล้วพยักหน้าหาพรรคพวก ในขณะที่พลอยชมพูเอาแต่นิ่งเงียบ สีหน้าเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง
“ไอ้พลอย! เป็นไรวะ เหม่อเชียว”
“เปล่า”
“อย่าบอกนะว่าแกก็หลงเสน่ห์ผู้ชายพวกนั้นอีกคน โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้า”
มิเกลทำหน้าเอือมระอาพลางยกมือกุมขมับ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่คนสวยสายซึนอย่างพลอยชมพู ก็ซึนแตกเสียแล้วเพียงแค่เห็นหน้าผู้ชายพวกนั้น
ตาคู่สวยกลอกกลิ้งไปมา ก่อนที่พลอยชมพูจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย จากนั้นก็รีบพูดแก้ตัวทันที
“จะบ้าเหรอแก ฉันก็แค่รู้สึกคุ้นหน้าคนที่อยู่ข้างบนนั้น เหมือนจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกแค่นั้นเอง หลงเสน่ห์อะไรล่ะ มั่ว!”
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เห็นจ้องตาไม่กะพริบนี่นา”
“ฉันรู้ว่าทำไมแกถึงรู้สึกคุ้นหน้าคนข้างบน แกเห็นพี่ผู้ชายคนที่นั่งอยู่กับพี่ผู้หญิงคนที่สวย ๆ นั่นไหม”
ต้นข้าวพูดพลางชี้นิ้วไปบนชั้นลอยอีกครั้ง อีกสามสาวมองไปยังเป้าหมาย
“คนนั้นชื่อพี่เจ้าขุน ลูกชายอีกคนของเจ้าสัวเกษมไง คนที่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วน่ะ แกก็ไปงานแต่งด้วยหนิ”
พลอยชมพูพยักหน้าแล้วครางเออออ เธอได้ไปร่วมงานแต่งเพราะผู้เป็นพ่อได้การ์ดเชิญ แต่เผอิญว่าท่านติดงานราชการที่ต่างจังหวัด และแม่เธอก็ดันมาป่วยกะทันหัน หน้าที่ไปร่วมงานเลยตกมาถึงเธอโดยไม่ได้ร้องขอ ตอนไปก็พอได้เห็นหน้าคร่าตาเจ้าบ่าวและเจ้าสาวอยู่บ้าง ทว่าก็ไม่ได้สังเกตขนาดนั้น แต่ถึงอย่างไร คนที่เธอรู้สึกคุ้นหน้าก็ไม่ใช่คนที่เพื่อนบอกสักหน่อย
เห็นพลอยชมพูยังทำหน้าสงสัย ต้นข้าวจึงหรี่ตาใส่แล้วหันไปทางด้านบน
“ไม่ใช่พี่เจ้าขุนเหรอ”
“...” คนถูกถามส่ายหน้า
“แล้วแกรู้สึกคุ้นหน้าใคร”
“คนนั้น”
พูดพลางชี้นิ้วไปยังผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาละมุนละไม ผิวสว่างใสราวกับคนอาบน้ำวันละสิบรอบ ขนาดมองอยู่ไกล ๆ ยังเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนได้ชัด แม้ตอนไม่ยิ้มความอบอุ่นยังส่งออกมาจากสีหน้าและแววตา
มองยังไงก็รู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก
“อ๋อ! คนนั้นชื่อพี่วายุ เป็นลูกชายคนเดียวของคุณสุวิมล วรินทรานนท์ เจ้าของรีสอร์ตบนที่ดินหลายพันไร่บนเขาใหญ่ เป็นหลานชายของคุณหญิงสอางค์ อิศราพงศ์ เจ้าของมูลนิธิคุณหญิงสอางค์ และเป็นเหลนของนายแพทย์หม่อมหลวงอนิรุต สวัสดิพงษ์ ผู้ที่อดีตเคยได้รับขนานนามว่าเป็นหมอที่เก่งที่สุดในประเทศไทย”
ต้นข้าวเล่ายาวเหยียดละเอียดยิบราวกับอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ สามสาวอ้าปากค้าง เชื่อแล้วว่าเพื่อนสนิทเป็นแฟนคลับตัวจริง
โดยเฉพาะพลอยชมพูที่นั่งนิ่งอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างขณะมองไปยังชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ด้านบน รู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปหลายจังหวะ ความคิดปั่นป่วนในหัววนไปวนมา
คนนี้เหรอ ผู้ชายที่แม่คะยั้นคะยอให้ไปดูตัวนักหนา
ริมฝีปากบางเม้มแน่นกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในใจ พยายามรักษาความสงบบนใบหน้าเอาไว้ แต่แววตากลับเผยให้เห็นถึงความสั่นไหว
หน้าตาของเขาเหมือนกับหม่อมหลวงอนิรุตราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ถึงว่าล่ะ ทำไมรู้สึกคุ้นหน้าเขาจัง
จู่ ๆ หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงอย่างแปลกประหลาด
ขณะที่ดวงตาเอาแต่จดจ้องไปยังคนที่ด้านบน ในหัวสมองก็มีความคิดบางอย่างแวบขึ้นมา
เขาเป็นคนยังไงนะ
อยากรู้จัง...
..........
“ฮัดชิ่ว!”
วายุจามไม่หยุดตั้งแต่เมื่อกี้ สงสัยช่วงนี้พักผ่อนน้อยหรือไม่ก็อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย คนแข็งแรงอย่างเขาเลยแพ้อากาศได้ง่าย ๆ ไม่ทันไรเขาก็จามอีกแล้ว
“ฮัดชิ่ว!”
“สงสัยมีคนด่ามึงว่ะ”
เจ้าขุนเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะชอบใจ ถ้าเดาไม่ผิดคนที่ด่ามันอยู่ คงเป็นคนอื่นไปไม่ได้นอกจากคนที่มันเพิ่งเทนัด
“แต่กูว่าไม่ใช่ว่ะ มึงดูนั่นดิ”
ออสตินสะกิด ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองเหยื่อสาวที่นั่งอยู่โต๊ะด้านล่าง ก่อนจะหันมากระซิบกับวายุ
“เหมือนจะมีสาวแอบมองว่ะ”
วายุหันตามไปมองด้วยท่าทางนิ่ง ๆ แต่ตาคู่คมกลับประกายไปด้วยความเจ้าเล่ห์ราวกับเสือร้าย เขาสบตากับสาวสวยอย่างไม่ลดละ
“เหมือนเคยเห็นหน้าที่ไหนมาก่อน”
คำพูดของวายุทำให้พวกเพื่อนสนใจหญิงสาวที่นั่งอยู่โต๊ะด้านล่าง ทุกคนพร้อมใจมองไปที่เธอ
“เหมือนหวานเคยเห็นเธอที่งานแต่งพี่เจ้าขุน รู้สึกว่าตอนนั้นเธอจะถามหวานว่าห้องน้ำไปทางไหนนี่แหละค่ะ”
“กูนึกออกแล้ว คนที่พวกเราเห็นยืนคุยกับน้ำหวานอยู่ในงานไง ตอนนั้นไอ้วายุมันยังชมว่าน่ารักอยู่เลย”
เออใช่! จำได้แล้วว่าเคยเห็นที่ไหน
“พี่นึกว่าหวานรู้จักกันซะอีก”
เห็นยืนคุยกันตั้งนานทิวเขาก็คิดว่าสนิทสนมกัน ที่แท้ผู้หญิงคนนั้นแค่มาถามทางไปห้องน้ำนี่เอง
“เหมือนน้องเขาจะสนใจมึงนะ” ออสตินกระทบไหล่เบา ๆ
วายุกระตุกยิ้ม ดวงตาคมกริบจดจ้องคนด้านล่างไม่กะพริบราวกับมีแผนการบางอย่าง...
ขณะกำลังเพ่งมองไปยังคนที่นั่งอยู่ด้านบน ฉับพลันผู้ชายคนนั้นดันมองมาทางเธอ พลอยชมพูตกใจมากแต่ก็พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ยิ่งตอนพวกเพื่อนของเขาพร้อมใจกันหันมาทางเธอ เล่นเอาพลอยชมพูทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
หญิงสาวรีบเบี่ยงหน้าหนีแล้วหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบแก้เขิน รู้สึกประหม่าจนอยากเดินหนีออกไปจากตรงนี้
“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
พูดพลางลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงดิ่งไปทางห้องน้ำ
คนด้านบนเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้า เปิดทางให้ขนาดนี้มีหรือเขาจะปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ
“เดี๋ยวกูมานะ”
บอกเพื่อนแล้วรีบลุกออกจากโซฟา ลงมาด้านล่างเดินตามหลังหญิงสาวไปติด ๆ
เพื่อนสนิทพยักหน้าเชิงรู้กัน สงสัยเสือร้ายกำลังจะล่าเหยื่อแล้ว
ประตูห้องเปิดกว้างวายุเป็นฝ่ายเดินนำหน้าพาหญิงสาวเข้าห้องด้วยกัน แม้ท่าทางจะดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่เธอกลับไม่แสดงอาการประหม่าเลยสักนิด สงสัยจะโชกโชนไม่น้อย ร่างเล็กนั่งลงบนโซฟาดวงตาสอดส่องไปรอบ ๆ ห้องพักของโรงแรมห้าดาว ภายในหรูหราราคาคงจะแพงน่าดู นี่เขาใช้เงินฟุ่มเฟือยกับเรื่องพวกนี้เนี่ยนะ ร่างสูงวางกระเป๋าของเธอและขวดไวน์ลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วไวน์ตรงเคาน์เตอร์เล็ก ๆ มาสองใบ รินไวน์แดงใส่แก้วแล้วยื่นให้หญิงสาวด้วยท่าทางสุภาพ แต่ดวงตาประกายแพรวพราวไม่หยุด พลอยชมพูรับแก้วไวน์มาจิบแล้ววางแก้วไว้ นัยน์ตาคู่สวยแหงนมองหน้าคนที่ยืนเต๊ะท่าเก๊ก ๆ คงคิดว่าตัวเองเท่มากมั้ง เหมือนเขาได้ยินความคิดเธอ ฉับพลันวายุก็นั่งลงด้านข้าง มือหนาควงแก้วไปมา ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด ริมฝีปากหนาเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะยกแขนขึ้นมาพาดพนักพิงโซฟาคล้ายกับโอบไหล่เธอทางอ้อม ปลายนิ้วสัมผัสเบา ๆ ตรงหัวไหล่บอบบางเป็นการลองเชิง เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรเขาจึงเริ่มลูบไล้ไปมา “ยังไม่ตอบพี่เลย สรุปเราเรียนที่
“เหม็นรึเปล่า” “คะ?” “พอดีพี่เพิ่งสูบบุหรี่มาน่ะ กลัวเราจะเหม็น” “ปกติสูบบ่อยเหรอคะ” เธอไม่ตอบคำถามแต่ใช้วิธีถามกลับ นี่มันหลักจิตวิทยารึเปล่าวะ รู้สึกประหม่าฉิบหาย “จะสูบแค่ตอนกินเหล้าน่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยทำเหมือนเข้าใจ สรุปว่าเหม็นรึเปล่าก็ไม่ตอบ จังหวะขับรถผ่านร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง วายุก็เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้าน เธอมองหน้าเขาคล้ายกับสงสัย ชายหนุ่มจึงรีบพูดขึ้นว่า “พี่จะแวะซื้อหมากฝรั่ง เราอยากได้อะไรไหม” เขาพูดขณะปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว “ไวน์ค่ะ” วายุยกยิ้มแล้วเปิดประตูลงจากรถ เดินตรงปรี่เข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้อของที่ต้องการ เขาไม่ลืมหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่บนชั้นมาด้วยสองกล่องเผื่อเหลือเผื่อขาด หลังคิดเงินกล่องอุปกรณ์ป้องกันถูกแยกไปเก็บในกระเป๋ากางเกงทันที เมื่อกลับมาถึงรถเขาก็ยื่นขวดไวน์ให้หญิงสาว “ยี่ห้อนี้พอได้ไหม” “ได้ค่ะ” แววตาคมกริบมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนริมฝีปาก
วายุนั่งยิ้มจนแก้มแทบปริแตกตั้งแต่กลับมาถึงโต๊ะ ดวงตาคมจ้องมองโทรศัพท์มือถือสลับกับมองโต๊ะด้านล่าง เฝ้ารอข้อความตอบกลับจากสาวนิรนามที่เพิ่งได้คุยกันครั้งแรก แปลกจังที่เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอมาก่อน อย่างนี้เรียกนางในฝันรึเปล่าวะ เพื่อนสนิทจับสังเกตท่าทางของเสือซุ่ม สงสัยเหยื่อจะติดกับแล้ววายุถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้ ปิ๊ง! เสียงข้อความดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มละความสนใจจากทุกสิ่งมาที่เครื่องมือสื่อสาร เขารีบเปิดอ่าน ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มอย่างไม่ปกปิดเมื่อเห็นว่าเธอตอบรับคำชวน ก่อนที่ปลายนิ้วจะพิมพ์ข้อความยิก ๆ ส่งกลับไปหาอีกฝ่ายทันที ‘ถ้างั้นพี่เดินไปรับที่โต๊ะนะ’ ‘ไปรถพี่’ แทนตัวเองว่าพี่ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยน สาวคนไหนเจอแบบนี้ต้องมีรักมีหลงบ้างแหละ ปิ๊ง! อีกฝ่ายตอบกลับอย่างรวดเร็วสงสัยเธอเองก็รอข้อความจากเขาอยู่เหมือนกัน ‘เจอกันหน้าร้านดีกว่าค่ะ ขี้เกียจตอบคำถามเพื่อน’ ไม่ไร้เดียงสาอย่างที่คิดแฮะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสอนนั่นสอนนี่ วายุยกยิ้มหลังกดถูกใจใ
ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องแผ่นหลังของเธอในระยะใกล้ วายุยกยิ้มขณะยืนพิงกำแพงตรงทางเดินแคบ ๆ ระหว่างรอคนบางคนเข้าไปทำธุระส่วนตัวเขายกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบตรงบริเวณที่มีป้าย Smoking area ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นแล้วพ่นควันสีขาวออกจากปากด้วยท่าทางเรียบนิ่ง แต่ประกายไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล สาว ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างส่งสายตาทอดสะพาน แต่ชายหนุ่มทำเพียงส่งยิ้มบาง ๆ กลับไปให้ หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยพลอยชมพูก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ดวงตาคู่สวยปะทะกับดวงตาคู่คมที่จ้องมาราวกับต้องการกลืนกิน ริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะมองเธอ หญิงสาวส่งยิ้มบาง ๆ ลองเชิงว่าที่คู่หมั้น จังหวะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปหาวายุพอดี สาวสวยสุดเซ็กซี่ยกแขนขึ้นมาคล้องคอชายหนุ่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ไม่เจอพี่วายุตั้งนาน คิดถึงจังเลยค่ะ” คนถูกกอดมีท่าทางเลิ่กลั่ก กำลังจะตกเหยื่อรายใหม่เหยื่อรายเก่ากลับโผล่มาจากไหนไม่รู้ ชายหนุ่มรีบแกะแขนของหญิงสาวออกจากคออย่างลนลาน ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “กลับโต๊ะไปก่อนนะ
“ใครไม่รู้จักก็บ้าแล้ว นั่นแก๊งคิงวิศวะมอ KU เลยนะเว้ย ทั้งประเทศคงมีแค่พวกแกสองคนเท่านั้นแหละมั้งที่ไม่รู้จักอะ เนอะ” ต้นข้าวสาธยายขณะชี้นิ้วไปที่มิเกลและพลอยชมพู จากนั้นก็หันมาพยักหน้าพูดคำว่า ‘เนอะ’ กับสาลี่ เธอเป็นติ่งแก๊งคิงวิศวะต่างสถาบันมานาน ติดตามตั้งแต่พวกเขาเริ่มดังในสื่อโซเชียลใหม่ ๆ จนตอนนี้กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของแก๊งนี้ไปแล้ว “ไม่เห็นอยากรู้จักเลยเนอะ” มิเกลหันมาพูดกับพลอยชมพูแล้วพยักหน้าหาพรรคพวก ในขณะที่พลอยชมพูเอาแต่นิ่งเงียบ สีหน้าเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง “ไอ้พลอย! เป็นไรวะ เหม่อเชียว” “เปล่า” “อย่าบอกนะว่าแกก็หลงเสน่ห์ผู้ชายพวกนั้นอีกคน โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้า” มิเกลทำหน้าเอือมระอาพลางยกมือกุมขมับ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่คนสวยสายซึนอย่างพลอยชมพู ก็ซึนแตกเสียแล้วเพียงแค่เห็นหน้าผู้ชายพวกนั้น ตาคู่สวยกลอกกลิ้งไปมา ก่อนที่พลอยชมพูจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย จากนั้นก็รีบพูดแก้ตัวทันที “จะบ้าเหรอแก ฉันก็แค่รู้สึกคุ้นหน้าคนที่อยู่ข้างบนนั้น เหมือนจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกแค่น
หลายวันต่อมา @ร้านเหล้า เสียงเพลงจังหวะ EDM ดังอึกทึกครึกโครมอยู่ในร้านเหล้าชื่อดัง ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักศึกษางานดีของมหาวิทยาลัยในละแวกนี้ กลุ่มนักท่องราตรีต่างมารวมตัวกันอย่างแน่นขนัดในคืนวันศุกร์ สี่หนุ่มแก๊งคิงวิศวะของมหาวิทยาลัย KU นั่งอยู่ตรงโซนวีไอพีบนชั้นลอย คืนนี้พวกเขานัดแนะกันออกมาสังสรรค์ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า วายุนั่งมองสองหนุ่มแล้วส่ายหน้าเอือมระอา ก็ช่วงนี้พวกมันเอาแต่ติดเมียนี่นา กว่าจะนัดแนะให้ออกมารวมตัวกันได้ช่างแสนยาก แล้วไหนพวกมันยังต้องติดสอยห้อยเมียมาด้วยอีกต่างหาก หมดกันแก๊งเสือร้าย ตอนนี้กลายเป็นลูกแมวแสนเชื่องไปแล้วสอง “เป็นไงวะชีวิตหลังแต่งงาน” วายุเอ่ยถามว่าที่คุณพ่อ ที่ตอนนี้กำลังนั่งคลอเคลียคุณภรรยาคนสวย เจ้าขุนละความสนใจจากคนข้าง ๆ แล้วหันมาทางคนถามจากนั้นก็เอ่ยตอบ “ก็ดี มีความสุข สามวันดีสี่วันทะเลาะชีวิตมีสีสันดีว่ะ” พูดแล้วหันไปยักคิ้วให้ดาริณ ไม่ทันไรเธอก็ทำตาเขียวปั้ดใส่เขาซะแล้ว เจ้าขุนแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันมาสนใจวา






![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
