LOGINประธานนาวินได้เดินทางมาเพื่อปรึกษาหาทางแก้ไขวิกฤตปัญหา ที่บริษัทของท่านประธานภาคิน ที่ตึกสูงตระหง่านกลางกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในโครงการพันล้านของท่านประธานภาคินเอง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลเบอร์ต้นของเมืองไทย ในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจอสังหาและโรงแรมดังหลายแห่งในเมืองไทย
“ผมทราบรายละเอียดแล้วครับคุณอา ปัญหาหลักที่สำคัญที่สุด ตอนนี้สำหรับบริษัทของคุณอาเอง คือ ขาดความน่าเชื่อถือทางการทำธุรกิจร่วมกับบริษัทอื่น ผมต้องขอโทษนะครับ ผมต้องกล่าวตามตรง”
“ใช่ ภาคิน ลุงยอมรับ และลุงเองก็ได้พยายามแก้ไขด้วยตัวเองก่อน และอยากลองฟังความเห็นคนในวงการธุรกิจด้วย”
“ผมเข้าใจครับ ทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้ก็คือ ต้องมีพาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤตในครั้งนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ธุรกิจจะเสียหายไปมากกว่านี้”
“งั้นภาคินว่าลุงต้องขอให้บริษัทไหนเขามาเป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัทลุง จะมีใครยอมที่จะเสี่ยงกับวิกฤตครั้งนี้”
“ผมไงครับ”
หลังจากสิ้นเสียงนี้ทำให้ประธานนาวิน มองภาคินด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง ที่ไม่คิดว่าอย่างภาคินเองจะลงมาช่วยโอบอุ้มบริษัทของตนให้รอดพ้นจากวิกฤตการปัญหาในครั้งนี้
“เดี๋ยวผมขอเตรียมรายละเอียดการเซ็นสัญญาร่วมกัน และให้ทางคุณสมเจดน์ส่งไปคุณลุงนะครับ”
“’ งั้นลุงต้องขอบใจภาคินมากนะ ที่ช่วยเหลือลุงในครั้งนี้”
หลังจากที่ประธานนาวินกลับเข้ามายังคฤหาสน์ของตน ก็ได้รีบแจ้งข่าวดีให้กับครอบครัวทราบข่าวทันทีด้วยความดีใจ
“จริงหรอคะ ที่คุณภาคินเขายอมยื่นมือมาช่วยเรา”
“ใช่...แล้วนภา เขาตกลงที่จะเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ของเรา”
“พิมพ์คิดว่าคุณภาคินเขาก็ทำธุรกิจยานยนต์เช่นกัน ก็น่าจะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนกับเราเช่านั้น”
“’ งั้นวันนี้แม่ทำกับข้าว เรามาฉลองกับการปรึกษาและการมีพาร์ทเนอร์ใหม่ของเราดีกว่าจ๊ะ”
“เดี๋ยวพิมพ์ไปช่วยคุณแม่ทำกับข้าวด้วยดีกว่า”
หลังจากที่ประธานนาวินแจ้งข่าวดีกับทางครอบครัวแล้ว แต่นภาได้คิดวิเคราะห์ว่าทำไม คนอย่างประธานภาคินถึงเข้ามาช่วยเหลือบริษัทของครอบครัว และทำให้เกิดความกลัวในใจของนภามากขึ้น แต่ยังไม่สามารถพูดความคิดเห็นนี้ได้ เพราะอาจจะเข้าใจผิดและคิดมากไปแต่เพียงฝ่ายเดียว
“พิมพ์ล้างผักสดให้นะคะ”
“ได้จ๊ะ เดี๋ยวให้ป้านวลพรรณ เตรียมให้”
“ดีจังนะคะ วันนี้คุณหนูพิมพ์เข้าครัวพร้อมคุณหญิง”
“ใช่จ๊ะนวล พิมพ์เขาทำกับข้าวเก่ง แต่ช่วงหลังนี้ ทำงานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร”
“พิมพ์ก็เห็นคุณป้านวลพรรณ ช่วยคุณแม่ตลอด พิมพ์ก็ชอบฝีมือทั้งของคุณแม่และคุณป้านวลพรรณตลอด”
นวลพรรณเป็นหัวหน้าแม่บ้านที่คอยดูแลคฤหาสน์ของตระกูลท่านประธานนาวิน และเป็นคนที่ดูแลทั้งนภาและพิมพ์ขวัญตั้งแต่ยังเด็ก นับว่าอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์มานาน เกือบ 30 ปี นวลพรรณจะคอยช่วยงานคุณหญิงประภาเป็นอย่างดี
ภาคินได้เริ่มวางแผนต่อ โดยได้ร่างตัวสัญญาในการที่จะเซ็นสัญญาร่วมกับประธานนาวินไว้อย่างครอบคลุม แบบที่ประธานนาวินไม่สามารถที่จะมีตัวเลือกได้เลย โดยได้ส่งรายละเอียดทั้งหมดให้สมเจตน์เลขาคนสนิทเป็นคนจัดแจงต่อไป
“คุณสมเจตน์ ผมได้ส่งรายละเอียดสัญญาให้แล้วนะ และขอให้เก็บความลับเรื่องสัญญานี้ด้วยนะ”
“ได้ครับ คุณภาคิน”
สมเจตน์ได้รับไฟล์เอกสารทั้งหมด และได้ทำการจัดพิมพ์ตัวสัญญาและได้เก็บตัวสัญญาตัวจริงในตู้เซฟของบริษัทเพื่อความปลอดภัย ซึ่งรหัสตู้เซฟนี้จะมีคนรู้เพียงภาคินและสมเจตน์เพียงเท่านั้น ซึ่งไม่มีวันที่สมเจตน์จะเผยความลับต่างๆ เป็นอันขาด เพราะคุณท่านประธานคนก่อนรวมทั้งภาคินเป็นคนมีบุญคุณ ในวันที่สมเจตน์เกือบตายจากการถูกไล่ฆ่าจากโจรป่าที่เชียงใหม่ โดยช่วงนั้นภาคินได้ถือปืนด้ามยาว ยิงต่อสู้กับโจรจนโจรบาดเจ็บสาหัส และได้รับสมเจตน์เข้ามาดูแล และเริ่มมอบหมายงานต่างๆ จากท่านประธานเกียรติศักดิ์ผู้ล่วงลับไปแล้ว จนได้รับโอกาสต่อเนื่องมาดูแลภาคินต่อจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งตัวเองตั้งใจจะรับใช้คุณภาคินผู้มีพระคุณตลอดไป
พระอาทิตย์ได้ขึ้นพ้นขอบฟ้าสู่วันใหม่แล้ว ภาคินได้ถ่ายรูปทุกคนที่มาร่วมชมพระอาทิตย์ขึ้นต้อนรับวันใหม่เพื่อเป็นที่ระลึก โดยได้ใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูปและตั้งเวลาเพื่อทำการถ่ายภาพนิ่ง ซึ่งมีป้าอุ่น สา คุณสมเจตน์ ตาเหลิม พิมพ์ขวัญและปิดท้ายด้วยภาคินภาคินได้จูงมือประคองพิมพ์ขวัญเดินกลับไปยังเต็นท์ โดยมีป้าอุ่น สา คุณสมเจตน์และตาเหลิมได้เดินตามกลับมา เพื่อช่วยกันทำอาหารเช้าเพื่อรับประทาน ซึ่งวันนี้พิมพ์ขวัญได้ทำเมนูข้าวต้มไก่ฉีกให้ทุกคนรับประทาน และเพิ่มไข่ลวกให้ภาคินในช่วงเช้า“เอ๊ะวันนี้คุณเล็กต้องทานไข่ลวก 2 ฟองเลยเหรอคะ”“ฮ่า...ฮ่า ป้าอุ่นก็..เล็กต้องบำรุงร่างกายหน่อยช่วงนี้”“วันนี้ข้าวต้มน่าทานมากเลยครับ”“งั้นถ้าไม่อิ่ม คุณสมเจตน์สามารถเติมได้เลยนะคะ เดี๋ยวพิมพ์ตักให้”“แน่นอน ฝีมือคุณพิมพ์ทำ ต้องอร่อยอยู่แล้ว”หลังจากที่ทานอาหารร่วมกันเสร็จแล้ว พิมพ์ขวัญ ป้าอุ่น และสา ต่างพากันนำอุปกรณ์ไปช่วยกันล้างทำความสะอาด และเตรียมชุดมาอาบน้ำแต่งตัวกัน ส่วนภาคิน คุณสมเจตน์ และตาเหลิมช่วยกันเก็บเต็นท์ที่กางไว้ไปขึ้นรถกระบะ แล้วจึงผลัดกันอาบน้ำ เพราะเตรียมตัวที่จะลงดอยเมื่อทั้งหมดมารวมกันที่รถกระบ
“นี่ป้าเลี้ยงคุณเล็ก ตั้งแต่คุณผู้หญิงเสีย คุณเล็กก็ไม่ค่อยสนใจใครเท่าไร การมีคุณพิมพ์เข้ามาทำให้คุณเล็กของป้าเปลี่ยนไป”“เอ้าป้าอุ่น กลายเป็นเม้าท์เรื่องผมได้ซะงั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“ก็จริงนี่ค่ะ คุณเล็กออกจากเย็นชา เงียบๆ”“แล้วคุณสมเจตน์มาทำงานกับคุณภาคินได้ยังไงคะ”“ผมมาทำงานกับคุณภาคิน เพราะคุณภาคินได้ช่วยชีวิตผมไว้จากโจรนะครับ ตอนนั้นผมก็ทำธุรกิจส่วนตัวแบบเล็กๆ แต่พอธุรกิจผมล้ม ผมก็ต้องออกไปค้าขายต่างจังหวัด และเดินทางมาทำงานให้ท่านประธานเกียรติศักดิ์ซึ่งเป็นคุณพ่อของคุณภาคิน ระหว่างทางไปกลับเชียงใหม่และแม่ริมตอนนั้น ยังมีโจรอยู่มาก ผมถูกโจรทำร้ายตอนรถยนต์ผมเสีย เพื่อที่จะชิงรถยนต์ผมไปขายฝั่งพม่า คุณภาคินขับรถยนต์มาเจอก็ได้ยิงต่อสู้กับโจร เพื่อช่วยผมไว้ครับ”“และหลังจากนั้นคุณภาคินก็ได้ขอให้ผมมาช่วยงานคุณภาคินมาโดยตลอด”“ผมเห็นคุณสมเจตน์ เป็นคนมีความสามารถด้วยแหละครับ เรื่องครั้งนั้นถ้าใครเดือดร้อน ผมสามารถช่วยได้ ผมก็ต้องช่วย”พิมพ์ขวัญนั่งนิ่งเพื่อฟังการสนทนา ทำให้พิมพ์ขวัญเข้าใจภาคินว่าจริงๆ แล้ว ภาคินเป็นคนดีคนหนึ่ง และมีความกล้าหาญและเป็นคนที่สามารถเสียสละช่วยเหลือผู้ได้ แม้แต่
ภาคินได้เดินจูงมือประคองพิมพ์ขวัญเพื่อไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามของดอกไม้ และชมวิวดอยหลวงเชียงดาว ที่สามารถมองเห็นจากฝั่งสถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ได้อย่างสวยงามแบบพาโนรามาภาคินได้แอบถ่ายรูปพิมพ์ขวัญในยอมที่เธอเผลอไว้ ขณะที่เธอเดินดูดอกไม้ และตอนที่พิมพ์ขวัญยืนตกตะลึงในความงดงามของวิวดอยหลวงเชียงดาว เป็นภาพถ่ายที่น่ามองและประทับใจ และประกอบกับพิมพ์ขวัญเป็นผู้หญิงที่สวยมากเวลาถ่ายภาพกับธรรมชาติยิ่งทำให้ดูเข้ากันเป็นอย่างมาก“คุณภาคินค่ะ นี่เขาเรียกดอกอะไรหรอค่ะ”“เขาเรียกดอกนางพญาเสือโคร่งครับ”“คลายดอกซากุระที่ญี่ปุ่นเลยนะคะ”“ใช่ครับ”เมื่อพิมพ์ขวัญพูดจบเป็นจังหวะดีที่มีสายลมพัดดอกนางพญาเสือโคร่งหล่นจากกิ่งที่กำลังเริ่มออกดอกเบ่งบานหล่นลงมาตกยังผมของพิมพ์ขวัญอย่างพอดี ภาคินจึงได้ถ่ายภาพนั้นไว้ พร้อมทั้งดึงผมของพิมพ์ขวัญมาหอมดม“คุณภาคิน คุณทำอะไร อายคนอื่นบ้างนะคะ”“ทำไม ก็ผมมีสิทธิ์ที่จะทำ”พิมพ์ขวัญได้หลบหน้าอย่างเขินอาย จากสายตาภาคินและนักท่องเที่ยวโดยรอบ“ภรรยาเหรอคะ”“ใช่ครับ”ภาคินได้ตอบผู้คนที่เดินผ่านมาชมธรรมชาติทักทายและแบบไม่ลังเล และเป็นการให้เกียรติพิมพ์ขวัญด้วย“คุณภ
ณิชาได้ยกหูโทรศัพท์เพื่อติดต่อภาคินทันที เพราะคิดว่าตนไปคฤหาสน์จะไม่ได้เจอตัวของภาคินอย่างแน่นอน“สวัสดีค่ะ คุณภาคิน นี่ณิชากำลังเข้าไปหาคุณที่คฤหาสน์นะคะ”“ผมต้องขอโทษคุณณิชาด้วยนะครับ พอดีผมออกมาพักผ่อนข้างนอกนะครับ อีกหลายวันจะกลับครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ ตอนนี้ผมไม่สะดวกคุย”หลังจากนั้นภาคินก็ได้ตัดสาย ณิชาโดยไม่ได้สนใจที่จะสนทนาต่อ ส่วนฝ่ายณิชาอยู่ในความสับสน แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้แต่ให้คนขับรถตู้ขับกลับคุ้มเพียงเท่านั้นระยะทางจากอำเภอแม่ริมไปยังอำเภอเชียงดาว ใช้ระยะเวลาประมาณ 78 กิโลเมตร และใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง แต่สำหรับพิมพ์ขวัญการได้ออกมาเที่ยวครั้งนี้ เป็นการท่องเที่ยวที่เธอชื่นชอบมาก ได้ชมวิวทั้งสองข้างทาง ทั้งภูเขาที่แสงพระอาทิตย์พ้นขึ้นส่องประกาย และบ้านเรือนทั้งสองข้างทาง เมื่อรถตู้ได้เข้าสู่อำเภอเชียงดาว คุณสมเจตน์ได้ขับรถตู้ไปจอดที่บ้านของชาวบ้านแถวนั้น เพื่อทำการฝากรถตู้ไว้“คุณภาคินครับ มีชาวบ้านให้เราฝากรถตู้ได้นะครับ”“งั้นเขาคิดค่าฝากเท่าไรครับ คุณสมเจตน์”“เขาบอกไม่ได้คิดนะครับ”“ไม่เป็นไร ให้เขาเถอะ เพราะเป็นค่าตอบแทนที่เขามีน้ำใจให้เราฝากรถไว้ และช่วยดู
พิมพ์ขวัญได้นำเสื้อสูทที่ตัวเองเย็บแก้ไขกระดุมให้ภาคิน ส่งไปยังห้องซักรีดอีกครั้ง เพื่อให้แม่บ้านทำการรีดเสื้อสูทให้ภาคินใหม่ และได้ถือตะกร้าและกรรไกรตัดกิ่งไม้ เพื่อไปยังสวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ เพื่อคัดเลือกดอกไม้ เพื่อมาจัดแจกันภาคินได้ยืนมองพิมพ์ขวัญอยู่ไกล แต่ได้คิดพิจารณาเรื่องราวทั้งหมดว่า ที่ผ่านมาตนเองได้เข้าใจขวัญผิดไป และได้โทษเธอที่เป็นต้องเหตุให้น้ำอิงต้องมาพบจุดจบ ซึ่งเขาได้รับรู้แล้วว่านิสัยจริงๆ ของพิมพ์ขวัญเนื้อแท้เป็นคนที่แสนดี จิตใจโอบอ้อมอารี แต่ใครกันที่เป็นคนทำให้น้ำอิงต้องตกใจกลัว แล้ววิ่งออกจากโรงแรมไปอย่างตื่นตระหนกอย่างนั้น เขาจะต้องสืบให้รู้เรื่องให้ได้ภาคินกลับมายังห้องทำงาน เพื่อเปิดตารางการทำงานช่วงท้ายปี ว่ามีวันไหนที่สามารถพักผ่อนได้เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ได้บ้างเพื่อที่จะลาพักร้อนให้กับตนเอง“ฮัลโหล คุณสมเจตน์ อาทิตย์หน้าคุณช่วยแจ้งบริษัทและบริษัทในเครือให้ผมด้วย ว่าผมลาพักร้อน และถ้ามีอะไรให้ประสานงานไปยังผู้ช่วยท่านอื่นก่อน”“ได้ครับ คุณภาคิน”“และเดี๋ยวเตรียมรถกระบะ 4WD และเต็นท์ให้ผมด้วยนะครับ”“เอ้า คุณภาคินจะไปกางเต็นท์ที่ไหนเหรอครับ”“ผมจะไปพักผ่อน
ร่างกายที่เจ็บบอบช้ำคงไม่เท่ากับหัวใจของพิมพ์ขวัญที่เจ็บช้ำ เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมและภาคินไม่ได้รับฟังที่เธอได้พยายามที่จะอธิบาย ถึงเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร แต่ภาคินนั้นไม่เคยที่จะเชื่อใจตัวเธอเลยพิมพ์ขวัญค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเหมือนร่างกายยังคงขยับได้ช้า และไม่รู้ว่าตนเองไปนอนหลับมานานเท่าไรแล้ว เธอค่อยๆ ลุกจากเตียงนอนเพื่อไปอาบน้ำ แต่พิมพ์ขวัญได้สังเกตที่ข้อมือของเธอยังคงเป็นรอยเชือกอยู่ ซึ่งเวลาอาบน้ำจะทำให้รู้แสบๆ เมื่อผิวได้สัมผัสกับน้ำ เมื่อพิมพ์ขวัญอาบน้ำเสร็จและแต่งตัวได้ลงมายังห้องครัว เพื่อทำอาหารเข้าตามปกติ“คุณพิมพ์ อาการเป็นยังไงบ้างคะ”“พิมพ์รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวเองค่ะ ป้าอุ่น”“งั้นเดี๋ยววันนี้ คุณพิมพ์ไม่ต้องทำอาหารเช้านะคะ เดี๋ยวป้าอุ่นทำเอง”“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าอุ่น เดี๋ยววันนี้พิมพ์จะทำอาหารเพื่อที่จะไปใส่บาตรด้วยค่ะ”พิมพ์ขวัญได้ทำอาหารเข้า เป็นไข่พะโล้ ที่ตนเองชอบทาน และทำการแบ่งออกมาเพื่อเตรียมไปใส่บาตรตอนเช้าตรู่ และขึ้นรถกอล์ฟ โดยมีตาเหลิมเป็นผู้ขับรถกอล์ฟออกไปให้เมื่ออาหารเช้าถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหารเช้าในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ ภาคินได้ลงมานั่งคอยเพื่อรับประทา







