LOGIN“สวัสดีครับ ผมสมเจตน์นะครับ ผมเป็นเลขาของคุณภาคินนะครับ ผมจะโทรมาสอบถามว่าท่านประธานนาวิน ว่างหรือสะดวกเซ็นสัญญาเมื่อไรครับ”
“เดี๋ยวขออนุญาต เรียนสอบถามท่านประธานก่อนนะคะ แล้วขออนุญาตติดต่อกลับเพื่อแจ้งอีกครั้งนะคะ”
“ได้ครับ”
หลังวางสายโทรศัพท์ของสมเจตน์แล้ว เลขาของท่านประธานนาวินก็ได้เข้าไปแจ้งให้ท่านประธานนาวินรับทราบว่า เรื่องการเซ็นสัญญาการลงทุนร่วมกัน ทางท่านประธานภาคินได้ประสานงานมาขอนัดหมาย วันเซ็นสัญญา
“แจ้งกลับทางท่านประธานภาคินได้เลย วันศุกร์ทางเราสามารถประชุมและเซ็นสัญญาร่วมกัน ผมฝากเรียนแจ้งทางประธานภาคินด้วยครับ”
“ได้ค่ะ จะติดต่อกลับเพื่อเรียนแจ้งคุณสมเจตน์อีกครั้งค่ะ”
เลขาของท่านประธานนาวินหลังจากที่แจ้งความคืบหน้าการเซ็นสัญญา ให้ท่านประธานนาวินรับทราบก็รีบติดต่อกลับ สมเจตน์ทันที
“คุณภาคินครับ ทางนั้นนัดหมายวันเซ็นสัญญามาแล้วครับ”
“ดีมาก คุณสมเจตน์”
ภาคิน ยิ้มอย่างคนมีชัยชนะ และได้ตั้งตารอคอยวันที่จะได้แก้แค้นให้กับน้ำอิงอย่างสาสม ที่พรากคนที่เป็นที่รักของตนเองไป
ผู้ชายร่างสูงได้ก้าวเท้าเดินเข้ามาสู่บริษัทของท่านประธานนาวิน ภาคินได้เดินทางมาพร้อมสมเจตน์และผู้ช่วยอีก 2 คน เพื่อที่จะมาร่วมประชุมกับท่านประธานนาวิน ในห้องประชุม คุณสมเจตน์ได้ยื่นแฟ้มเอกสารและซองสัญญาสำคัญไว้บนโต๊ะท่านประธานนาวินนั่งเพื่อรอท่านประธานนาวินเข้ามาในห้องประชุม
“สวัสดีครับคุณลุง”
“ขอโทษด้วยนะ ภาคินที่ทำให้รอนาน พอดีลุงมีเรื่องจัดการนิดหน่อย”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเดินทางมาถึงได้ไม่นานนี่เองครับ”
ซึ่งในใจภาคินก็ทราบว่าเรื่องสำคัญนั้นคือเรื่องอะไร เพราะก่อนที่จะเดินทางมาถึง ภาคินได้บีบพ่อค้าคนกลางไม่ให้ส่งวัสดุในการผลิตในกับโรงงานของท่านประธานนาวินนั้นเอง
“ผมได้เสนอข้อสัญญาและข้อตกลงทั้งหมดในแฟ้มเรียบร้อยแล้วนะครับคุณลุง ผมอยากให้คุณลุงพิจารณาสัญญาก่อนที่จะตัดสินใจนะครับ”
ประธานนาวินได้เปิดแฟ้มอ่านรายละเอียดข้อเสนอสัญญาทั้งหมด ถึงกับตกตะลึงกับข้อสัญญาทั้งหมด ทั้งการเข้ามาถือหุ้น 50 % ของบริษัทและโรงงานการผลิตทุกแห่งที่มี และต้องผู้ตัดสินใจในการผลิตยางและส่งออกทุกครั้ง และมีหนึ่งประเด็นที่ทำให้ประธานนาวินโมโหที่สุด คือต้องส่งพิมพ์ขวัญไปทำงานที่บริษัทภาคินและอาศัยอยู่กับเขา ตลอดระยะ 3 ปี ทำให้ประธานนาวินโมโหสุดขีด "ทุบโต๊ะดังปัง!!" พร้อมทั้งโยนเอกสารทั้งหมดลงกลางพื้นการห้องประชุม
“นี่มันบ้าอะไร เขียนมาได้ยังไงกับสัญญาแบบนี้ ทั้งเรื่องหุ้น และเรื่องที่ต้องยกยายพิมพ์ไปอยู่ด้วย ไม่มีทางเด็ดขาดที่ลุงจะทำตามข้อตกลงสัญญาแบบนี้”
“ไม่ตกลง...ก็ไม่เป็นไรครับคุณลุง เพราะผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และไม่ได้เป็นผู้เผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้”
ภาคินพูดจบก็ลุกขึ้น และหันไปยิ้มที่มุมปากให้ประธานนาวินอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกด้าน
“ผมอยากทิ้งท้ายไว้นะครับ เผื่อคุณลุงจะคิดได้ ว่าตอนนี้บริษัทเข้าขั้นวิกฤตหนัก และอีกไม่นานก็อาจจะถูกฟ้องล้มละลาย ผมไม่ได้ขู่”
“ออกไป...”
คำพูดนี้ยิ่งทำให้ประธานนาวินโมโหจนตัวสั่น เลยหลุดตะโกนไล่ภาคินออกจากห้องประชุมดังลั่น จนออกมานอกห้องประชุม ทำให้พิมพ์ขวัญได้ยินพอดี หลังจากที่เดินผ่านไปเอาเอกสารอีกแผนกหนึ่งมา และบังเอิญเดินสวนกับประธานภาคินเข้า ทั้งสองมองหน้ากัน แต่สายตาของภาคินมองมาที่พิมพ์ขวัญถึงกับทำให้เธอรู้สึกแปลกใจและแอบกลัวอยู่ข้างในใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณพ่อเกิดอะไรขึ้นคะ”
พิมพ์ขวัญสังเกตสีหน้าของผู้เป็นพ่อไม่ดี และเอกสารต่างๆ ก็ได้กระจายกลางพื้นห้อง พิมพ์ขวัญได้พยายามเก็บรวบรวมเอกสารทั้งหมดขึ้นมา และพยายามอ่านรายละเอียดทั้งหมด ทำให้ตนเองถึงตะลึงเช่นกัน
“คุณภาคินกำลังทำทุกอย่าง เพื่อที่จะบีบบังคับเราใช่ไหมคะ คุณพ่อ”
“ใช่แล้วลูก แต่พ่อจะปกป้องลูกและบริษัทเราให้ถึงที่สุด”
พิมพ์ขวัญเข้าสวมกอดผู้เป็นพ่อและได้รับรู้ความรู้สึกของผู้เป็นพ่อถึงความเครียดกับเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะต้องต่อสู้กับปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย และต้องสู้กับประธานภาคินผู้ที่ทรงอิทธิพลในด้านธุรกิจยานยนต์ ซึ่งหันไปด้านไหนก็ไม่สามารถต่อสู้ได้เลย
ในค่ำคืนนั้นท่านประธานนาวินได้หมดสติ ล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำห้องนอนส่วนตัว ทำให้คุณหญิงประภาต้องเรียกรถโรงพยาบาลส่งตัวเพื่อรักษาเป็นการเร่งด่วน
ทั้งบ้านไม่ได้นอน เพราะต้องรีบไปเฝ้าผู้เป็นพ่อด้วยความเป็นห่วง
“คุณหมอคะ อาการคุณพ่อเป็นอย่างไรบ้างคะ”
“อาการท่านประธานนาวินค่อนข้างน่ากังวลนะครับ เนื่องจากเดิมท่านเป็นความดันอยู่แล้ว และบวกกับสภาวะเครียด ทำให้ตอนนี้ภาวะเส้นในสมองแตก อาจจะต้องรักษาและอยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลสักระยะหนึ่งนะครับ และระหว่างนี้อย่าให้ท่านต้องทำงานหนักหรืออยู่ในความเครียด”
ทั้ง 3 คนแม่ลูกได้ฟังอาการที่คุณหมอแจ้งเสร็จ ถึงกับซุกตัวลงนั่ง เนื่องจากตอนนี้ผู้นำของบ้านได้ล้มป่วยกะทันหัน และยังอีกทั้งวิกฤตปัญหาที่บริษัทที่กำลังจะเข้าสู่การโดนฟ้องล้มละลายอีก
“นภาว่าคุณแม่ต้องพักผ่อนนะคะ ตอนนี้คุณพ่อนอนพักที่โรงพยาบาลแล้ว และเรายังทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้”
“จริงอย่างที่พี่นภาพูดนะคะ คุณแม่ เรากลับไปพักผ่อนก่อนแล้ววันพรุ่งนี้ เรากลับมาเยี่ยมคุณพ่ออีกครั้งนะคะ”
ลูกสาวทั้งสองพยายามเกลี้ยกล่อมผู้เป็นแม่ เพื่อให้กลับไปพักผ่อนก่อน เพราะกลัวว่าคุณหญิงประภาจะล้มป่วยไปอีกคน
“เดี๋ยวคืนนี้ เราขอให้คุณพยาบาลเฝ้าคุณพ่อก่อนนะคะ”
“ได้จ๊ะ งั้นพวกเรากลับบ้านไปพักผ่อนก่อน”
พิมพ์ขวัญหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล ก็ได้นั่งดูรายละเอียดในแฟ้มเอกสารและสัญญาที่ประธานภาคินได้ยื่นข้อเสนอมาให้กับท่านประธานนาวินอีกครั้ง ทำให้พิมพ์ขวัญมั่นใจว่าปัญหาที่เกิดวิกฤตครั้งนี้ เป็นเพราะประธานภาคินจงใจที่จะบีบบังคับให้ท่านประธานนาวินส่งตัวเธอไป เพื่อเป็นการแก้แค้นที่ตัวพิมพ์ขวัญเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำอิงต้องเสียชีวิต
เช้าวันถัดมา 3 คนแม่ลูก ได้ลงมาทานอาหารเช้าด้วยกัน ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยม ท่านประธานนาวินที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่นวลพรรณได้นำซองเอกสารมายื่นให้คุณหญิงประภา เป็นซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ม เมื่อคุณหญิงประภาเปิดอ่าน ทำให้ล้มจับทันที
“คุณแม่....”
นภารีบไปประคองคุณหญิงประภาให้นั่งทรงตัว และขอให้นวลพรรณหายาดมให้คุณหญิงทันที
“คุณนภาคะ เดี๋ยวนวลหายาดมให้ด่วนค่ะ”
พิมพ์ขวัญได้นำเอกสารซองสีน้ำตาลได้มาอ่านรายละเอียดต่อจากคุณหญิงประภา ทำให้เธอรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เป็นจดหมายฟ้องล้มละลาย จากตัวแทนพาร์ทเนอร์ที่ยื่นฟ้องท่านประธานนาวิน
พิมพ์ขวัญได้นำเสื้อสูทที่ตัวเองเย็บแก้ไขกระดุมให้ภาคิน ส่งไปยังห้องซักรีดอีกครั้ง เพื่อให้แม่บ้านทำการรีดเสื้อสูทให้ภาคินใหม่ และได้ถือตะกร้าและกรรไกรตัดกิ่งไม้ เพื่อไปยังสวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ เพื่อคัดเลือกดอกไม้ เพื่อมาจัดแจกันภาคินได้ยืนมองพิมพ์ขวัญอยู่ไกล แต่ได้คิดพิจารณาเรื่องราวทั้งหมดว่า ที่ผ่านมาตนเองได้เข้าใจขวัญผิดไป และได้โทษเธอที่เป็นต้องเหตุให้น้ำอิงต้องมาพบจุดจบ ซึ่งเขาได้รับรู้แล้วว่านิสัยจริงๆ ของพิมพ์ขวัญเนื้อแท้เป็นคนที่แสนดี จิตใจโอบอ้อมอารี แต่ใครกันที่เป็นคนทำให้น้ำอิงต้องตกใจกลัว แล้ววิ่งออกจากโรงแรมไปอย่างตื่นตระหนกอย่างนั้น เขาจะต้องสืบให้รู้เรื่องให้ได้ภาคินกลับมายังห้องทำงาน เพื่อเปิดตารางการทำงานช่วงท้ายปี ว่ามีวันไหนที่สามารถพักผ่อนได้เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ได้บ้างเพื่อที่จะลาพักร้อนให้กับตนเอง“ฮัลโหล คุณสมเจตน์ อาทิตย์หน้าคุณช่วยแจ้งบริษัทและบริษัทในเครือให้ผมด้วย ว่าผมลาพักร้อน และถ้ามีอะไรให้ประสานงานไปยังผู้ช่วยท่านอื่นก่อน”“ได้ครับ คุณภาคิน”“และเดี๋ยวเตรียมรถกระบะ 4WD และเต็นท์ให้ผมด้วยนะครับ”“เอ้า คุณภาคินจะไปกางเต็นท์ที่ไหนเหรอครับ”“ผมจะไปพักผ่อน
ร่างกายที่เจ็บบอบช้ำคงไม่เท่ากับหัวใจของพิมพ์ขวัญที่เจ็บช้ำ เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมและภาคินไม่ได้รับฟังที่เธอได้พยายามที่จะอธิบาย ถึงเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร แต่ภาคินนั้นไม่เคยที่จะเชื่อใจตัวเธอเลยพิมพ์ขวัญค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเหมือนร่างกายยังคงขยับได้ช้า และไม่รู้ว่าตนเองไปนอนหลับมานานเท่าไรแล้ว เธอค่อยๆ ลุกจากเตียงนอนเพื่อไปอาบน้ำ แต่พิมพ์ขวัญได้สังเกตที่ข้อมือของเธอยังคงเป็นรอยเชือกอยู่ ซึ่งเวลาอาบน้ำจะทำให้รู้แสบๆ เมื่อผิวได้สัมผัสกับน้ำ เมื่อพิมพ์ขวัญอาบน้ำเสร็จและแต่งตัวได้ลงมายังห้องครัว เพื่อทำอาหารเข้าตามปกติ“คุณพิมพ์ อาการเป็นยังไงบ้างคะ”“พิมพ์รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวเองค่ะ ป้าอุ่น”“งั้นเดี๋ยววันนี้ คุณพิมพ์ไม่ต้องทำอาหารเช้านะคะ เดี๋ยวป้าอุ่นทำเอง”“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าอุ่น เดี๋ยววันนี้พิมพ์จะทำอาหารเพื่อที่จะไปใส่บาตรด้วยค่ะ”พิมพ์ขวัญได้ทำอาหารเข้า เป็นไข่พะโล้ ที่ตนเองชอบทาน และทำการแบ่งออกมาเพื่อเตรียมไปใส่บาตรตอนเช้าตรู่ และขึ้นรถกอล์ฟ โดยมีตาเหลิมเป็นผู้ขับรถกอล์ฟออกไปให้เมื่ออาหารเช้าถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหารเช้าในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ ภาคินได้ลงมานั่งคอยเพื่อรับประทา
ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้วที่พิมพ์ขวัญได้ถูกมัดไว้กับต้นไม้ใหญ่ในสวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ แต่ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ฝนตั้งเค้าทำท่าจะตกอีกไม่นาน“ป้าอุ่นค่ะ เราจะช่วยคุณพิมพ์ยังไงดีค่ะ นี้ฝนก็กำลังจะตกแล้ว”“อาจจะต้องรอให้คุณภาคินใจเย็นลงก่อน สาเธอมาช่วยฉันทำกับข้าวก่อน เพราะว่าวันนี้มีคุณณิชามาร่วมรับประทานอาหารด้วย และนี้จัดการหาชุดให้คุณณิชาเปลี่ยนยัง”“เรียบร้อยแล้วค่ะ ป้าอุ่น”เสียงฟ้าได้ร้องเป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานฝนจะเริ่มตกลงมา พิมพ์ขวัญยังคงถูกมัดมือห้อยไว้ นี้คือการที่เธอถูกลงโทษจากภาคิน เม็ดฝนเริ่มกระทบกับใบหน้าของเธอ ภายในใจมีแต่ความเจ็บปวดที่ภาคินได้หยามเกียรติและศักดิ์ศรีของเธอ เพียงไม่เชื่อว่าพิมพ์ขวัญไม่ได้ทำร้ายณิชาให้ตกลงไปในสระว่ายน้ำคุณสมเจตน์ยืนมองพิมพ์ขวัญด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนนี้ฝนได้เริ่มตกลงมาอย่างหนัก และกลัวว่าพิมพ์ขวัญจะเป็นอันตราย จึงรวบรวมความกล้าที่จะไปขอร้องภาคินให้หยุดการลงโทษเพียงเท่านี้ป้าอุ่นและหรอกจ้ะได้นำอาหารเย็นที่พึ่งทำเสร็จขึ้นเสิร์ฟที่โต๊ะอาหาร โดยภาคินและณิชาได้เดินลงมาจะห้องทำงานหลังจากที่ภาคินได้ให้คำปรึกษาการจัดบูธและแนวทางการนำเสนอสินค้าในงานแส
เมื่อรถตู้ของภาคินได้แล่นเข้ามายังหน้าตึกทางขึ้นหน้าคฤหาสน์ ภาคินได้ลงจากรถตู้พร้อมยื่นมือมาประคองณิชาก้าวลงจากตัวรถ และคุณสมเจตน์และพิมพ์ขวัญได้ตามลงมาจากตัวรถตู้“ป้าอุ่นครับ เดี๋ยวผมฝากเตรียมของว่างและน้ำต้อนรับคุณณิชาด้วยนะครับ”“ไม่เอาค่ะ ณิชาอยากให้เลขาของคุณภาคินจัดการเรื่องนี้ดีกว่านะคะ”ป้าอุ่นและสาต่างพากันมองหน้ากัน ว่าทำไมณิชาถึงกล้าใช้พิมพ์ขวัญ และรู้สึกสงสารพิมพ์ขวัญ ที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกและยังต้องมาจัดเตรียมของว่างให้กับณิชาอีกด้วย“งั้นคุณพิมพ์ คุณก็ไปทำตามที่คุณณิชาขอล่ะกัน”“ได้ค่ะ เดี๋ยวพิมพ์ไปจัดการให้นะคะ”“สาจ๊ะ เดี๋ยวพิมพ์ฝากเอากระเป๋าของพิมพ์ขึ้นไปเก็บที่ห้องทำงานคุณภาคินทีนะจ๊ะ”“ได้ค่ะ คุณพิมพ์”พิมพ์ขวัญได้เดินไปยังห้องครัวใหญ่พร้อมกับป้าอุ่น เพื่อเข้าครัวเพื่อเตรียมทำของว่างให้ณิชาและภาคิน“เดี๋ยวเราทำขนมตะโก้หน้าเผือกกันนะคะ น่าจะหาของได้ทันนะคะ”“ได้ค่ะ คุณพิมพ์ป้าคิดว่าน่าจะยังมีแป้งข้าวเจ้าหรือแป้งมันอยู่”“แต่ป้าไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมคุณเล็กต้องให้คุณพิมพ์มาจัดการของว่างด้วย ทั้งๆ กลับมาจากทำงานก็เหนื่อยแล้ว”“จริงค่ะ ป้าอุ่น”สาเดินเข้ามายังห้องครัวใ
รถตู้ของภาคินได้แล่นเข้าสู่สมาคมหอการค้าจังหวัด ซึ่งได้มีเจ้าธารินทร์ออกมาต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้“สวัสดีครับเจ้าธารินทร์”“สวัสดีครับคุณณิชา”ทันใดนั้นณิชาก็เดินเข้ามากอดแขนภาคินและเบียดพิมพ์ขวัญจนเกือบเซไปข้างหนึ่ง“คุณภาคิน นี้ถ้าไม่มีประชุมสมาคมหอการค้าจังหวัด ณิชาก็ไม่ได้เจอคุณใช่ไหมคะ”“ณิชาลูก ระวังกิริยาบ้างนะลูก”“ก็จริงนี้ค่ะ เจ้าแม่”“คุณภาคินอย่าไปถือสาน้องเลยนะคะ เดี๋ยวเราเข้าไปข้างในก่อนดีกว่า พร้อมเริ่มประชุมกันแล้ว”เจ้าธารินทร์ได้เดินนำเข้าไปยังห้องประชุมที่จัดขึ้นชั้น 2 ของอาคาร โดยมีภาคินที่ยังมีณิชาเกาะแขนเดินตามขึ้นไป“น้องพิมพ์….”พิมพ์ขวัญได้หยุดก้าวเท้าเดินเพื่อมองหาต้นเสียง ว่าดังมาจากทิศทางใด และเป็นเสียงที่ตัวเองคุ้นชิน“พี่กร…”“โชคดีที่ได้เจอน้องพิมพ์ในวันนี้”“เอ๊ะ..นี่พี่กรมาทำอะไรที่นี่คะ”“พี่มาเข้าร่วมประชุมที่สมาคมหอการค้าขายจังหวัดเหมือนกันครับ น้องพิมพ์”“งั้นเดี๋ยวเราขึ้นไปเลยนะคะ”พิมพ์ขวัญเดินเข้าห้องประชุมพร้อมกับคุณากร เมื่อภาคินเห็นหน้าของคุณากร ภายในใจเกิดอาการไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ยังคงเก็บอาการนิ่งเฉย พร้อมใบหน้าที่เย็นชาเหมือนเด
เมื่อรถตู้ได้แล่นเข้าสู้คฤหาสน์ บรรยากาศยามค่ำคืนที่เงียบสงบของแม่ริม ป้าอุ่นและสาได้มายืนรอต้อนรับผู้เป็นเจ้านายกลับเข้ามายังคฤหาสน์“ป้าอุ่น ยังไม่เข้านอนหรือครับ”“ยังเลยค่ะ คุณเล็ก ป้าก็รอคุณเล็ก กับคุณพิมพ์กลับมา ป้ากลัวว่าคุณเล็ก จะไม่ส่งคืนคุณพิมพ์คืนให้ป้านั้นสิคะ”“ใครจะกล้าไม่ส่งคืนคุณพิมพ์ให้ป้าอุ่นล่ะครับ”“คุณสมเจตน์ นี่มันก็ดึกแล้ว เดี๋ยวคืนนี้คุณสมเจตน์นอนที่เลยนะครับ”“ได้ครับ คุณภาคิน”“งั้นเดี๋ยวป้าไปจัดห้องรับรองแขกให้คุณสมเจตน์นะคะ”ภาคินและพิมพ์ขวัญได้เดินขึ้นชั้น 2 ของคฤหาสน์ เพื่อกลับเข้าห้องนอนของตัวเองพิมพ์ขวัญได้เดินไปยังห้องแต่งตัว และได้สังเกตกล่องเครื่องเพชรวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง จึงได้ถอดต่างหูเพชรไว้ในช่องกล่องเก็บเฉพาะต่างหู และพยายามที่จะถอดสร้อยคอ แต่มือของพิมพ์ขวัญเอื้อมไม่ถนัด จึงไม่สามารถจับตะขอได้“เดี๋ยวผมถอดสร้อยให้”“ขอบคุณมากค่ะ คุณภาคิน”พิมพ์ขวัญได้รับสร้อยเพชรจากภาคิน และนำมาเก็บที่ช่องว่างสร้อยเพชรเพื่อรวมกับต่างหูที่ถอดก่อนหน้า และหลังจากนั้น พิมพ์ขวัญได้ปิดกล่องเครื่องเพชรและส่งคืนให้ภาคิน ซึ่งภาคินได้ยืนมือไปเพื่อรับกล่องเพชร โดยที่มือเข







