تسجيل الدخولภวังค์ความคิดของเด็กน้อยจบลงเมื่อได้ยินเสียงของกำนันยศ เอ่ยขึ้น
“คิดอะไรอยู่ นั่งใจลอยเชียว”
“ค่ะ”
“ไปอยู่ที่บ้านใหญ่ด้วยกัน ต่อจากนี้ไปไม่ต้องตื่นมาทำงานแล้วนะ ปู่จะส่งให้หลานเรียนเอง หากไม่ได้หลาน ปู่คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้อีก” บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ ท่านก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ
“ปู่เหรอคะ” ประโยคของเด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ใช่ ต่อจากนี้ไปเรียกฉันว่าปู่ ฉันจะรับเธอเป็นหลานเธอจะเป็นหลานของฉันจริงๆ จากสายเลือดของยอดชายหรือไม่ ฉันไม่สน แต่ฉันจะรับเธอเป็นหลาน มีสิทธิ์เท่าเทียมกับธนิดาทุกประการ ฉันจะแบ่งทรัพย์สมบัติที่เธอควรจะได้รับให้เธอนะดาวเหนือ” ประโยคนั้นทำให้ดาวเหนือรู้สึกทั้งตกใจและดีใจไม่น้อย ไม่คิดว่าตนเองจะโชคดีถึงเพียงนี้
ดาวเหนือตามกำนันยศไปอยู่ที่บ้านใหญ่ เธอได้รับสายตาเกลียดชังจากทุกคนในบ้านส่งมาให้ เมื่อร่างเล็กๆ กอดกระเป๋าใบเก่าคลานเข้าไปนั่งบนพื้นขัดเงาราคาแพงของบ้านเรือนไทยหลังใหญ่
“ให้คนจัดห้องหรือยังพิมพ์จันทร์” กำนันยศเอ่ยถามลูกสะใภ้
“โอ๊ย! จัดห้องอะไรกันล่ะคะ ใครจะไปว่าง ทุกคนยุ่งกันจะตาย” พิมพ์จันทร์สะบัดเสียงอย่างไม่พอใจเป็นอันมาก ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจที่นังเด็กที่เกลียดแสนเกลียดจะได้ดิบได้ดี เกลียดแม่มันยังไง เธอก็เกลียดลูกมันร้อยเท่าพันเท่า เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าถึงยอดชายจะระแวงว่าอนงค์นางจะมีชู้หรือลักลอบได้เสียกับผู้ชายอื่น ก็ปรารถนานังผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นอยู่เสมอ ถึงได้พาเข้ามาอยู่ในบ้าน ให้บำเรอกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ตายไปแล้วก็ยังจะมีลูกของมันเป็นหอกข้างแคร่ ขวางหูขวางตาคอยจะชุบมือเปิบทรัพย์สมบัติของพ่อสามีเธออยู่อีก
“แต่พ่อสั่งเอาไว้แล้ว”
“คุณพ่อก็พามันไปอยู่เรือนคนใช้ทางด้านหลังสิคะ ย้ายจากกระท่อมสับปะรังเคมาอยู่เรือนคนใช้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“พิมพ์จันทร์” กำนันยศเรียกลูกสะใภ้เสียงหนัก
“หนูขอแนะนำคุณพ่ออีกอย่างนะคะ ให้มันทำความสะอาดห้องเอง มันเป็นขี้ข้าเหมือนคนอื่น จะมาทำตัวเสมอนายบ้านนี้ไม่ได้ จะใช้ให้คนโน่นคนนี้ทำงานรับใช้ไม่ได้หรอกนะคะ”
กำนันยศถึงกับถอนใจเมื่อได้ยินประโยคของลูกสะใภ้
“อีกอย่างฉันจะบอกแกเอาไว้ด้วยว่าอย่ามาตีตัวเสมอธนิดาลูกสาวของฉัน แกมันเป็นเพียงแค่ยาจก ไม่ใช่ดอกฟ้าเหมือนลูกฉัน” พิมพ์จันทร์หันไปถลึงตาใส่ ก่อนจะจูงมือของลูกสาวตัวน้อยให้เดินตามออกไป
ธนิดาหันมาเบ้ปากใส่อย่างชิงชัง ดาวเหนือเห็นแล้วรู้สึกไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้ว แต่เธอยังเด็กไม่รู้ว่าจะหนีไปอยู่ที่ไหน
“ผมก็ต้องขอตัวก่อนนะครับพ่อ ผมมีธุระ”
“ธุระของแกคือไปบ่อนน่ะเหรอ เพลาๆ ลงบ้างเถอะ ทั้งไก่ชน วัวชน แพ้ทีละหลายๆ แสน จะหมดตัวเอาได้” นี่คือสิ่งที่กำนันยศเป็นกังวลในขณะนี้
“เงินเรามีตั้งมากมาย จะแพ้เป็นแสนเป็นล้านขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วงหรอกครับ” ยอดชายตอบแล้วเดินลงจากบ้านไป เรียกลูกน้องคนสนิทมาขับรถให้อย่างหงุดหงิด
กำนันยศได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่ หันไปที่เด็กน้อยที่นั่งกอดกระเป๋าเอาไว้แน่นด้วยความเวทนา
“ตามปู่มานี่สิ” กำนันยศพาเด็กน้อยไปที่ห้องพัก
“สุรีเธอช่วยปัดกวาดเช็ดถูห้องให้ดาวเหนือด้วยนะ ต่อไปดาวเหนือจะมาอยู่บ้านใหญ่กับฉัน ฉันแจ้งทุกคนไปแล้วว่าดาวเหนือจะมาอยู่ในฐานะหลานสาวของฉันอีกคนเหมือนธนิดา ทุกคนต้องช่วยกันดูแลดาวเหนือ เพราะดาวเหนือถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณช่วยเหลือชีวิตฉันเอาไว้”
“ค่ะกำนัน” สุรียิ้มรับ พอลับหลังกำนันยศไปแล้ว สุรีก็ไปนำอุปกรณ์ทำความสะอาด ทั้งไม้กวาด ไม้ขนไก่ ผ้าขี้ริ้ว อุปกรณ์ถูพื้นมาให้กับเด็กน้อย
“ห้องของแก แกก็ทำเองแล้วกัน จะมาใช้คนในบ้านนี้ไม่ได้หรอกนะ แกไม่ได้เป็นนาย แต่เป็นแค่ขี้ข้าเข้าใจไหม” ถึงกำนันยศจะบอกว่ารับดาวเหนือเป็นหลานอีกคนอย่างเป็นทางการ แต่สุรีเป็นคนของพิมพ์จันทร์ นายสาวไม่ชอบใคร เธอก็ไม่ชอบคนนั้นด้วย
“ค่ะ” ดาวเหนือรับคำ เธอไม่อยากมีปากเสียงหรือมีปัญหากับใครให้มากความ อะไรทำได้ก็อยากจะทำเอง เขาไม่เต็มใจจะทำให้ เธอจะไปบังคับได้อย่างไรกัน เธอเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น
“ดีแล้ว คนอื่นเขาก็ยุ่งกัน ไม่มีเวลามารับใช้เด็กจรจัดอย่างแกหรอก เจียมกะลาหัวเอาไว้เสียด้วย” ประโยคของสุรีทำให้ดาวเหนือกำมือแน่น ถ้าไม่เพราะเธอเป็นกำพร้า โดนด่าแบบนี้เธอจะกระโดดกัดสุรีให้จมเขี้ยวเลย
ดาวเหนือกวาดห้องถูห้องจนเหนื่อย มองสำรวจห้องอีกครั้ง พบว่ามันสะอาดเอี่ยมแล้ว
ห้องพักของเธอกว้าง มีห้องน้ำในตัว มีตู้เสื้อผ้า มีเตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง ทำให้เด็กน้อยรู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อยก็มีที่ซุกหัวนอนดีๆ ไม่ใช่กระท่อมหลังเก่าที่มีรูรั้วเต็มไปหมด
เธอถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำอาบท่าและเดินออกไปจากห้อง กลิ่นของอาหารในห้องครัวทำให้เธอรู้สึกหิวจนต้องลูบท้องไปมา ไปชะเง้อคอมองก็เห็นว่าคนรับใช้ของบ้านกำลังทำอาหารกันอย่างแข็งขัน
“ว่างๆ ก็ไปเที่ยวทางใต้บ้างสิจ๊ะ พวกเรายินดีต้อนรับดาวกับครอบครัวเสมอจ้ะ” นาตยาเอ่ยชวน“ขอบคุณอาหมอกับอานาตมากนะคะ ถ้าได้มีโอกาสลงใต้จะไปเยี่ยมอานาตกับอาหมอแน่นอนค่ะ”“ผมเองก็ต้องขอบคุณมากๆ นะครับ” ติณห์เอ่ยขอบคุณสองสามีภรรยาด้วยเช่นกันที่ได้ช่วยเหลือภรรยาของเขาเอาไว้ จนคลอดลูกอย่างปลอดภัยดาวเหนือออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับลูกน้อยที่เกิดมาสุขภาพแข็งแรง ทั้งคลอดง่ายเลี้ยงง่าย“พี่สัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกให้ดี” เขาคิดถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองที่มีแค่บิดาเพียงคนเดียว ก็ไม่อยากที่จะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ปล่อยให้ลูกขาดพ่อหรือขาดแม่ แต่อยากให้ลูกมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์ อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มีครอบครัวที่อบอุ่น“ขอบคุณนะคะ ดาวมีพ่อก็เหมือนไม่มีพ่อ ดาวอยากจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่ากับแม่คนหนึ่งจะทำได้ ไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกขาดอะไรในชีวิตไป”ดาวเหนือคิดถึงมารดา หากท่านยังมีชีวิตอยู่ คงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน แต่ใครมีโอกาสก็ควรเลือกทำแต่สิ่งที่ดีๆ ให้กับตัวเองและคนรอบข้างก่อนจะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วดาวเหนือมองลูกน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเบาะสีหวานที่คนเป็นพ่อซื้
ข่าวดีของครอบครัวทำให้ติณห์และบิดาดีใจเป็นอันมากเมื่อดาวเหนือตั้งท้องลูกคนแรก ดาวเหนือตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยเปิด ในขณะที่เธอได้รับทุนทรัพย์จากสามีเปิดร้านเสริมสวยเป็นของตัวเอง และมีร้านอาหารและร้านขนมอยู่ใกล้ๆ กิจการไปได้สวยเพราะความใส่ใจของผู้บริหาร แม้ดาวเหนือจะอายุยังน้อยแต่ก็มีความรับผิดชอบสูงเธอรับช่างเสริมสวยเข้ามาช่วยงานในร้าน ทั้งช่างทำผม ช่างทำเล็บ ขัดผิวอบผิว แยกเป็นสัดส่วน มีสปาหน้าและสปาตัวด้วยส่วนร้านขนมก็มีพนักงานช่วยขายเพราะมีสูตรขนมตายตัว สามารถผลิตออกมาขายได้ทุกวันร้านอาหารนั้นดาวเหนือลงครัวทำบ้าง ให้พ่อครัวทำบ้าง เธอแวะเวียนไปดูแลกิจการต่างๆ สลับกันไปมา เพราะร้านอยู่ติดกัน ที่นี่ทำเลดีเป็นที่ดินที่ติณห์ซื้อเก็บเอาไว้เพราะเห็นว่าที่สวยเหมาะแก่การเปิดกิจการ เนื่องจากมีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก และยังอยู่ใกล้หน่วยงานราชการและย่านชุมชน“ทำงานหนักไปหรือเปล่า” ติณห์เอ่ยถามภรรยาสาว ก่อนที่ตัดสินใจจะรับเธอเข้ามาเป็นภรรยาอย่างเปิดเผย เขาก็เคยกังวล แต่ตอนนี้เขาไร้ซึ่งความกังวลแล้ว อาจเพราะดาวเหนือไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่เขาได้เคยเจอมาก่อนในชีวิต เธอดีงามและน่ารักเสมอ แถม
สองแม่ลูกมองหน้ากัน ก่อนจะหน้าแตกยับเยิน และไม่มีใครสนใจพวกหล่อนอีก ทำให้พิมพ์จันทร์ต้องดึงมือบุตรสาวออกมาจากงานเลี้ยง“เจ็บใจจังเลยค่ะคุณแม่” ธนิดาบ่นไปตลอดทาง เสียดายติณห์จับใจ ถ้ารู้ว่าเขารวยขนาดนี้ เธอจับเขาทำผัวไปแล้ว“ทำไมไฟในบ้านมืดขนาดนี้คะคุณแม่ ไฟดับหรือไง” ธนิดาเอ่ยกับมารดา“แม่ก็ไม่รู้ค่ะ” พอเข้าไปในบ้านสองแม่ลูกก็ต้องตกใจเมื่อเจอเข้ากับจดหมายเรียกค่าไถ่ ซึ่งตอนนี้มารดาโดนจับตัวไปแล้วความวุ่นวายเกิดขึ้นจนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมเมื่อคนที่จับตัวคุณหญิงพิมพ์พรรณมารดาของพิมพ์จันทร์ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ ส่วนธนิดาหลานสาวเพียงคนเดียวของท่าน กลับถูกเจ้าหนี้ของบ่อนจับไปกระทำย่ำยีธนิดาถูกช่วยออกมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียเลือดมาก ยอดชายที่จะบริจาคเลือดช่วยบุตรสาวก็ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าธนิดาไม่ใช่ลูก เขาคาดคั้นเอากับภรรยาจนรู้ว่าธนิดาเป็นลูกติดท้องของผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ยอมรับเป็นลูก เพราะตอนที่พิมพ์จันทร์คบกับยอดชายอยู่ ก็แอบได้เสียกับผู้ชายคนอื่นด้วย เธอจึงมาจับเขาทำผัว เพื่อจะให้รับเป็นพ่อของลูกยอดชายถึงกับเข่าทรุดที่รู้ว่าหลงเลี้ยงลูกคนอื่นมานานหลายปี“คุณยอดชายใช่ไหมครับ ผมขอ
“ก็ภรรยาของท่านประธานมาถึงแล้วน่ะค่ะ กำลังตามหาท่านประธานอยู่” ได้ยินดังนั้นติณห์ก็เดินไปดูในทันที เขาเห็นว่าดาวเหนือกำลังถูกหนุ่มๆ ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทยืนล้อมหน้าล้อมหลังกันอยู่ ต่างยิ้มแย้มหัวร่อต่อกระซิก เหมือนกับว่าเธอสนิทสนมกับพนักงานของเขาเป็นอย่างดี“ดาวเหนือ!” ประโยคเรียกขานของติณห์ทำให้ดาวเหนือสะดุ้งหันไปมอง เธอยิ้มให้คนเรียก แต่ต้องยิ้มค้างเมื่อเห็นใบหน้าไม่พอใจของเขา“มาทำอะไรที่นี่”“คะ?” ดาวเหนือทำหน้างงเมื่อได้ยินประโยคคำถามนั้น พร้อมด้วยมือหนาที่กระชากมือของเธอออกมาจากหนุ่มๆ ที่เธอกำลังหว่านเสน่ห์อยู่“ใครใช้ให้เธอมาที่นี่” ติณห์เอ่ยถาม“ก็พี่ติณห์เป็นคนบอกให้ดาวมาที่นี่เอง”“ดาวมาที่นี่เพราะพี่บอกอย่างนั้นเหรอ พี่ไปบอกเธอตอนไหน” ติณห์งงเป็นไก่ตาแตก“ก็พี่ติณห์ส่งชุดไปให้ดาว บอกให้มางานเลี้ยงของบริษัทที่โรงแรมนี้ บอกว่าจะเปิดตัวดาวในฐานะภรรยา”“พี่ไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ทำไมเธอต้องโกหกแบบนี้ด้วย แล้วเธอรู้เหรอว่าฉันเป็นใคร” ติณห์เอ่ยถามคนตรงหน้า กวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า“ดาวเองก็เพิ่งรู้ค่ะ”“เธอรู้แต่ไม่เคยปริปากเอ่ยถาม ต้องการอะไร”“ดาวไม่ได้ต้องการอะไรเลยนะคะ
การได้รู้ความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วสามีมีฐานะเช่นไรทำให้เธอเริ่มคิดมาก คนรวยก็ยังเป็นคนรวยอยู่วันยังค่ำ เขาคงกลัวว่าเธอจะไปเกาะความรวยของเขา กลัวว่าเธอจะไปเสวยสุขบนกองเงินกองทองของเขา จึงไม่อยากให้เธอรับรู้ติณห์นอนหลับไปแล้ว ในขณะที่ดาวเหนือค่อยๆ ขยับขึ้นไปบนเตียง มือน้อยโอบกอดเขาเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่มีอ้อมแขนที่กอดรัดกลับมาเหมือนเคย ทำให้เธอต้องค่อยๆ ดึงมือหนี จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่คู่ควรกับเขาเสียเหลือเกินที่เขาไม่พูดความจริงคงเพราะไม่ได้ต้องการเธอจริงๆ จู่ ๆ ความเสียใจก็ถาโถมเข้ามา ครั้งนี้สองแม่ลูกพูดจริงไม่ได้หลอกลวงเธอเหมือนก่อน“วันนี้พี่มีงานกะดึกที่บริษัท ดาวไม่ต้องรอกินข้าวนะ” เขาบอกเธอเมื่อกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน“ค่ะ” ดาวเหนือนอนคิดเรื่องของติณห์ทั้งคืน แล้วก็ได้คำตอบว่าเธอควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เขาจะทิ้งเธอไป ไม่อยากบอกความจริง เพราะเหตุผลอะไรก็ช่าง แต่เธอก็ควรยืนหยัดอยู่ให้ได้ หากวันใดจะไม่มีเขาดาวเหนือปรับอารมณ์ตัวเองได้แล้ว เธอก็เร่งทำงานของเธอให้ดี เวลาว่างเธอก็อ่านหนังสือทบทวนความรู้ของตัวเอง ปีหน้าจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกับคนอื่นเขาสักที ถ้าในสักวันเธอจะ
“เปล่าค่ะ ดาวก็แค่อยากรู้น่ะค่ะ”“เรื่องไหนที่พี่อยากให้รู้ พี่จะบอกเอง” ประโยคนั้นทำให้เธอนิ่งอึ้งไป นั่นสิเธอจะอยากรู้ไปทำไม แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าเธอเป็นภรรยาก็สมควรจะรู้ไม่ใช่เหรอ“อย่าถามเซ้าซี้อีก พี่ไม่ชอบ” ความสัมพันธ์อันแสนเปราะบางของเธอกับเขาทำให้เธอต้องปิดปากเงียบ และเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้การเจอสองแม่ลูกทำให้ดาวเหนือเริ่มที่จะรำคาญ ประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ นั้นทำให้เธออดไม่ไหว วันหนึ่งจึงสะกดรอยตามติณห์ไป เธอเห็นเขาเดินเข้าไปในบริษัทใหญ่โต ก็คิดว่าเขาคงเป็นพนักงานเดินเอกสารของที่นี่“นี่เราจะเชื่อสองคนแม่ลูกนั่นทำไมกันนะ” ถึงจะเป็นบริษัทใหญ่โต ติณห์ก็เป็นแค่พนักงานเดินเอกสาร เขาจะกลายเป็นผู้บริหารได้ยังไงกันดาวเหนือกำลังจะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับ คิดว่าเสียเวลาที่ตามติณห์มาถึงที่นี่ หากตอนนี้อยู่บ้านเธอคงทำงานได้เยอะแล้ว“สวัสดีครับท่านประธาน” คำเอ่ยทักทายของพนักงานรักษาความปลอดภัยทำให้ดาวเหนือหันขวับไปมอง เธอตกตะลึงเมื่อเห็นว่าติณห์กำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ในขณะที่อีกฝ่ายมีท่าทีนอบน้อมต่อติณห์ยิ่งนักเธอจึงรีบหลบ เขาอยู่ในชุดสูทดูดี เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อ
“เห็นว่าคุณติณห์จะเข้ากรุงเทพฯ เหรอคะ”นี่ก็อีกคน รู้เรื่องของเขาไปเสียหมด ติณห์มองธนิดาด้วยใบหน้านิ่งๆ เขาเห็นว่าเธอแอบไปพบกับผู้ชายนอกบ้าน จริงๆ แล้วสิ่งที่ธนิดาด่าว่าดาวเหนือ หล่อนทำเองทั้งหมด เหมือนกับว่าเธอเอาเรื่องของตัวเองมาด่าให้คนอื่นฟัง แต่โบ้ยไปให้อีกคนติณห์เป็นคนช่างสังเกต ดาวเหนือเองก
พิมพ์จันทร์เดินเข้าห้องอย่างหงอยเหงา เมื่อก่อนลูกสาวคือแก้วตาดวงใจ แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่อีกต่อไปแล้วกำนันยศ เดินมาดูติณห์ทำบ้านดินทุกวันจนเสร็จ“ฝีมือใช้ได้ สวยจริงเชียว คุณติณห์นี่เก่งจริงๆ” ชายชราเอ่ยชม“ไม่หรอกครับ ผมสร้างเอาไว้ซุกหัวนอนเท่านั้นเอง” ติณห์พูดอย่างถ่อมตัว“ขอฉันเข้าไปดูข้างในจะได้ไ
“ฉันไม่ยอม” พิมพ์จันทร์พูดเสียงกร้าว“ไม่ยอมแล้วคุณจะทำอะไรเหรอ”“นี่คุณชาย ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้ล่ะ”“ถ้าเงินที่ผมให้คุณใช้ไม่พอ คุณก็ไปขอแม่คุณก็แล้วกัน พ่อแม่คุณรวยเป็นคุณหญิงคุณนายไม่ใช่เหรอ สินสอดที่ให้ไปตั้งหลายล้านก็ขอมาใช้บ้างสิ”“นี่คุณยอดชาย ทำไมพูดจาทุเรศแบบนี้” พิมพ์จันทร์แทบจะกรีดร้อง มอ
คนที่แอบคิดอะไรเลยเถิดถึงกับหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ปกติแล้วเธอไม่เคยหวั่นไหวกับผู้ชายคนไหนแบบนี้มาก่อนติณห์ใบหน้าเรียวยาวได้รูป ริมฝีปากหยักหนา ดวงตาคมเข้มและค่อนข้างโต คิ้วเข้มยาวและเรียวไม่ยุ่งเหยิง ส่งให้ดวงตาของเขาดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น แต่ใบหน้าของเขากลับนิ่งเฉยติดจะเย็นชา ดวงตาของเขาก็เฉกเช่นเดี







