Share

บทที่ 10

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 07:47:01

“นั่น...นั่นเพราะ” เสียนฉิงเยว่ไม่เคยรู้สึกจนมุมเช่นนี้มาก่อน นางกะพริบตาครุ่นคิดหาทางออก แต่เมื่อหันไปสบตากับโหลวตงอวี้ผู้มีดวงตาดุดันข่มขู่ผู้คนให้หวาดกลัว นางพลันรู้สึกหายใจไม่ออกความคิดหรือก็ไม่โลดแล่นเช่นที่เคย

หญิงสาวเลื่อนเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอดเอาไว้ กระโปรงตัวยาวของนางปกปิดเรียวขาสั่นเทาเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน

“บุรุษที่เจ้าเล่นงานคืนนั้น” โหลวตงอวี้พลันเปลี่ยนเรื่อง “คือผู้ใด”

“เขาเป็นบุตรชายคหบดีตระกูลหวัง เพราะข้าไม่อยากเป็นอนุของเขา ดังนั้นจึงกุเรื่องวิญญาณแค้นขึ้นมา” นางเอ่ยออกมาพร้อม ๆ กับพยายามขับไล่อาการร้อนผ่าวที่กระบอกตาทั้งสองข้าง

ตั้งแต่ที่นางรู้ว่าหมดที่พึ่งพิงอย่างบิดามารดา นางก็ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองและพยายามหาทางหนีทีไล่ หากถูกผู้ใดรังแกนางจะแอบเอาคืนเงียบ ๆ อย่างสาสม

ต่อมานางแสร้งทำเป็นสตรีขี้ขลาดที่เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองผู้ใด อาศัยการเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ตัวนางสามารถยืนหยัดต่อไปอย่างไม่น่าอดสูเท่าใดนัก กระนั้นนางก็ไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้เช่นตอนนี้เลยจริง ๆ ผู้คนตั้งมากมายเหตุใดคนที่นางล่วงเกินต้องเป็นโหลวตงอวี้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งหดหู่ใจเหลือเกิน...

“เขาเป็นคู่หมายของเจ้าหรือ” คิ้วเข้มขมวดมุ่น

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ตอนนั้นท่านลุงและท่านป้าสะใภ้...รับปากยกข้าให้เขา แต่เพราะวันนั้นเขาถูกข้าแกล้งทำเป็นวิญญาณไปหลอกหลอนรังควาน ตระกูลหวังจึงคิดว่าข้าเป็นตัวอัปมงคล”

“แล้วทำไมจำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นเจ้า ในเมื่อเจ้ายังมีญาติผู้พี่ที่ยังไม่ออกเรือนอีกถึงสามคน” กล่าวจบชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วเสียเอง เพราะฉุกคิดขึ้นได้ว่านางไม่มีบิดามารดาและผู้ที่สามารถปกป้องนางได้แล้ว ดังนั้นนางจึงได้แต่ลุกขึ้นมาทำเรื่องแผลง ๆ เช่นวันนั้น “แล้วหลังจากนั้นเล่า”

เขาเปลี่ยนคำถามเสียเองโดยที่นางก็หากล้าขุ่นเคืองไม่

“หลังจากเรื่องในวันนั้นผู้คนในเมืองเสียนหยางก็คิดว่าข้าเป็นตัวอัปมงคลจึงไม่มีผู้ใดกล้ามาสู่ขอข้า ท่านป้าสะใภ้เองก็เลิกสนใจในตัวข้าโดยสิ้นเชิง”

โหลวตงอวี้เลิกคิ้วมองหน้าเจ้าจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ที่เพิ่งบอกว่าตัวเองเป็นตัวอัปมงคล ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “เจ้ายังจดจำคำพูดของข้าในวันนั้นได้หรือไม่”

เสียนฉิงเยว่เบิกตามองเขา คำพูดที่ว่าเขาจะแร่เนื้อเถือหนังนางแล้วค่อย ๆ กินน่ะหรือ!! ...เขาไม่ได้พูดจริงกระมัง

ในดวงตาของนางสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น

ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มแล้วค่อย ๆ ยื่นมือออกไปหานาง “มานี่สิ” ดวงตาคมจ้องเขม็งไปยังเจ้าจิ้งจอกน้อย

หญิงสาวตัวสั่นเล็กน้อยก่อนมองมือใหญ่นั้นอย่างลังเล “ท่านคงไม่คิดจะเอาชีวิตข้ากระมัง ข้าเป็นแค่หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ไร้ซึ่งพิษสง”

“เอาชีวิตเจ้าหรือ” เขาเลิกคิ้วถามทั้งยังมองนางราวกับสมองของนางโง่งมไปแล้ว “เหตุใดคนที่สามารถเปิดร้านใบชาได้โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องลงมือทำเอง ยังมองไม่ออกว่าข้าหาได้คิดร้าย เจ้าดูข้าตอนนี้สิ ข้ามิใช่อารมณ์ดียิ่งหรอกหรือ”

เสียนฉิงเยว่มองดูท่าทีเสแสร้งของชายหนุ่มแล้วเผลอค้อนเขาออกมาอย่างไม่รู้ตัว ปากบอกว่าไม่คิดร้าย แต่ทำเอานางกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง ประมุขโหลวช่างเก่งกาจยิ่ง!!

“เอาเถิดข้าไม่กลั่นแกล้งเจ้าแล้ว” โหลวตงอวี้ถอนหายใจออกมาราวคนกลัดกลุ้ม แต่ดวงตาวาววับด้วยแววขบขันนั้นกลับไม่ได้หายไปไหน “มานั่งตรงนี้” เขาตบลงยังข้างตัวทั้งยังรอคอยให้นางยินยอมขยับเข้ามาหาเขาด้วยตัวนางเอง

“ท่านคิดจะทำอะไร”

“เจ้ากลัวข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ” เขาเอ่ยถามทั้งยังจงใจขยับกายไปนั่งพิงหัวเตียง หันหน้ามามองหญิงสาวที่นั่งขดตัวอยู่ปลายเตียงอีกฝั่ง “มานั่งใกล้ ๆ ข้า แล้วข้าจะบอกว่าสมควรทำเช่นไรกับสิ่งที่เจ้าเคยทำกับข้าในอดีต” ไม่เอ่ยเปล่าเขายังคงตบลงไปยังข้างตัวแสดงท่าทียืนยันให้นางเข้าไปนั่งข้าง ๆ เขา

เสียนฉิงเยว่มองเขาด้วยท่าทีหวาดระแวง กระนั้นนางยังคงขยับกายเข้าไปหาเขา มองใบหน้าหล่อเหลาที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มนั้นแล้ว นางพลันสังหรณ์ว่านับจากวันนี้ชีวิตของนางในเมืองฉางอัน อย่าได้หวังว่าจะพานพบกับความสงบสุขอีกเลย!!!      

เสียนฉิงเยว่เดิมทีถูกบีบบังคับให้ไปเป็นอนุของผู้อื่น และนางไม่มีทางคัดค้านหรือขัดขืนการตัดสินใจของคนตระกูลเสียนแห่งเสียนหยาง ดังนั้นหญิงสาวจึงวางแผนให้ฝ่ายชายเป็นคนยกเลิกการหมั้นหมายเสียเอง

ทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่ายลุ่มหลงในอิสตรีและชอบเข้าไปขลุกอยู่ในหอนางโลม นางจึงปลอมตัวเป็นชายเข้าไปในหอนางโลมดังกล่าว ตั้งใจจะแกล้งทำเป็นวิญญาณของบิดามารดาที่ล่วงลับตามหลอกหลอนข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว เนื่องจากรู้มาว่าคนผู้นี้ขี้ขลาดตาขาวและหวาดกลัวภูตผีเป็นที่สุด

ในวันนั้นเสียนฉิงเยว่ติดสินบนนางโลมผู้หนึ่ง กระทั่งล่วงรู้ว่าบุตรชายคหบดีผู้นั้นอยู่ห้องไหนจึงรีบรุดไปยังห้องดังกล่าว ไม่คาดว่าวันนั้นนางกลับเข้าผิดห้องเสียได้!!!

“มาแล้วหรือ รินน้ำให้ข้าที”

เสียงแหบแห้งดังออกมาจากเตียงทำเอาเสียนฉิงเยว่แทบสะดุ้ง นางโลมที่นางติดสินบนบอกชัดว่าห้องนี้ไม่มีแขกอยู่ นางจึงหลบเข้ามาเพื่อเตรียมตัวแต่งเป็นวิญญาณไปหลอกผู้อื่น หาม่ว่าห้องดังกล่าวอยู่อีกฟาก เป็นนางเองนั่นแหละที่เข้าห้องผิดเสียเอง

“มัวชักช้าอะไรอยู่ ข้าบอกให้รินน้ำ” น้ำเสียงเริ่มกราดเกรี้ยวเสียนฉิงเยว่จึงได้แต่อาศัยความมืดรินน้ำแล้วยื่นเข้าไปยังม่านหน้าเตียง

“เหตุใดไม่จุดเทียน”

คำถามนั้นนางไม่ได้ตอบ และดูเหมือนคนที่นอนอยู่บนเตียงเองก็ไม่ได้คาดคั้นเช่นกัน มือใหญ่รวบมือของนางที่ถือถ้วยน้ำไปดื่ม นางสะดุ้งตกใจจนแทบเผลอปล่อยจอก โชคยังดีที่ตั้งสติทันจึงเพียงแค่แสร้งทำเป็นคล้อยตามไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ ถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคิดว่าอีกฝ่ายเองก็รอให้นางตายใจกระทั่งเข้าใกล้เขามากพอเช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 18

    “นั่นสินะ” อวี่ซินหยางเห็นด้วย เพียงแต่ความสงสัยใคร่รู้ของเขาไหนเลยจะห้ามได้ “ประมุขโหลวของพวกเราไม่เคยใส่ใจอิสตรีจริง ๆ จัง ๆ เลยสักครั้ง หากข้าไม่ได้ร่วมรับรู้พร้อม ๆ กับพวกเจ้าว่าเขาเองก็ไปหอนางโลมเป็นบางครา ข้ายังคงแอบคิดว่าเขาคงตายด้านไปแล้ว สตรีที่ทำให้เขาแสดงอารมณ์ออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ มิใช่จะปรากฏตัวขึ้นมาโดยง่าย หากไม่ทำความรู้จักเสียหน่อย ข้ารู้สึกเหมือนจะผิดต่อคุณธรรมในใจอย่างไรบอกไม่ถูก”“หืม” เหอหลี่คุนเลิกคิ้วราวไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “คุณธรรมในใจหรือ ไม่คิดว่าเจ้าจะรู้จักคำคำนี้” เอ่ยจบก็เดินขึ้นรถม้าไปปล่อยอวี่ซินหยางอ้าปากค้างเพราะหาคำมาโต้แย้งไม่ออก“เจ้าใช่เป็นสหายข้าหรือไม่ เหตุใดหาเรื่องค่อนแคะข้าอยู่เรื่อย!”อวี่ซินหยางเอ่ยจบก็เดินขึ้นรถม้าของตัวเองไปบ้าง ถึงอย่างนั้นอารมณ์ปลอดโปร่งก็ยังคงทำให้เขารู้สึกดียิ่ง เขาควรหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนคฤหาสน์ตระกูลเสียนหน่อยดีกว่า หาไม่คุณธรรมในใจที่เพิ่งจะผุดขึ้นมา อาจทำให้เขานอนตายตาไม่หลับ คิดได้ดังนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบาขณะสหายของโหลวตงอวี้กำลังสำราญใจกับเรื่องที่ค้นพบ ตัวชายหนุ่มเองกลับนั่งกุมขมับอยู่บนร

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 17

    เสียนเหวินนั้นยังพออะลุ่มอล่วยเพราะมาด้วยเรื่องการค้าเช่นกัน แต่เสียนชิงหรูกับเสียนชิงเซียงที่เข้ามาโดยไม่รู้จักกาลเทศะ ทั้งยังจงใจส่งสายตาหวานซึ้งให้คนในห้องนี่สิ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งขายหน้าจริงๆ!!!“คนนี้ไม่เหมือนคนอื่น นาง...” เสียนซีหลิวขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกเห็นใจในชะตากรรมของเสียนฉิงเยว่ ถึงอย่างนั้นสตรีขี้ขลาดทั้งยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตาผู้คนเช่นนั้น เขากลับรู้สึกสงสารเอ็นดูไม่ลงเลยจริง ๆ “บิดามารดาของนางจากไปตั้งแต่นางยังเล็กนัก ฐานะของนางในตระกูลคงไม่ใคร่จะได้รับการยอมรับเท่าไรนัก ดูจากท่าทางขี้อายและไม่ชอบออกมานอกคฤหาสน์นั้นแล้ว ข้ายังสงสัยว่านางอยู่ที่เสียนหยางเคยก้าวออกมาข้างนอกบ้างหรือไม่”โหลวตงอวี้แทบจะสำลักสุราที่เพิ่งจะจิบเข้าไป เสียนฉิงเยว่น่ะหรือขี้อายทั้งยังไม่กล้าออกมานอกคฤหาสน์! คิดแล้วให้นึกถึงวันที่ถูกนางวางยาแล้วจับถอดเสื้อผ้ามัดเอาไว้บนเตียงในหอนางโลม...“หากไม่เพราะได้รับการดูแลจากซวงเอ๋อร์...” รอยยิ้มอ่อนโยนของเสียนซีหลิวทำให้อวี่ซินหยางชะงัก“ซวงเอ๋อร์หรือ เจ้าตกลงปลงใจแล้วใช่หรือไม่ เป็นแม่นางหรูซวงดังคาด ข้าดูจากท่าทีร้อนใจของเจ้าวันนั้นก็พอจะเดาออก แ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 16

    เสียนซีหลิวเดินเข้ามาหานาง และเอ่ยถ้อยคำที่ทำเอาทั้งเสียนชิงหรูกับเสียนชิงเซียงต้องกำมือแน่นด้วยความอิจฉาริษยา เสียนเหวินเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่กลอกตา ชายหนุ่มขอตัวออกมาจากห้องโถงเดินตามเสียนฉิงเยว่ไปด้วยความห่วงใย ระหว่างนั้นไม่มีใครสังเกตเลยว่าเสียนฮูหยินยังคงมองไปยังประตูห้องโถงด้วยดวงตาครุ่นคิด ความรู้สึกคลางแคลงในตัวเสียนฉิงเยว่ นำพาความรู้สึกแสนเสียดายที่ทำให้นางรู้สึกอึดอัดมองดูบุตรชายคนโตช่วยพยุงเสียนหรูซวงเดินออกไปจากห้องโถงแล้ว เสียนฮูหยินได้แต่กลัดกลุ้ม ถึงอย่างนั้นแผ่นหลังของบุตรชายคนรองที่เดินตามเสียนฉิงเยว่ไปกลับทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย บางทีนางอาจพิจารณาให้สะใภ้เล็กของนาง เป็นหญิงสาวจากตระกูลเสียนแห่งเสียนหยางอีกคนก็เป็นได้...เสียนฉิงเยว่ยังไม่ทันได้ถึงห้องตัวเองก็ถูกเสียนเหวินรั้งตัวเอาไว้ เขาเดินนำหญิงสาวไปยังสระบัวขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากสวนด้านข้างเรือนพักของนาง ในมือมีกล่องเครื่องประดับที่นางจำได้ว่าเขาเป็นสัญลักษณ์จากร้านของตระกูลโหลว“วุ่นวายมาทั้งวัน นี่ให้เจ้า” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“พี่เหวินไม่น่าลำบากเลย ข้าก่อความยุ่งยากให้พวกท่าน รู้สึกผิดจริง ๆ” นางก

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 15

    “ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน” แต่จะค่อย ๆ ละเมียดชิมไปทีละน้อยๆ อย่างที่เคยพูดเอาไว้ จะได้ไม่เสียคำพูด เขาต่อประโยคนั้นในใจด้วยรอยยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวตัวสั่นและเย็นวาบไปทั้งกาย“อีกอย่าง”หญิงสาวชะงักเมื่อเขาเอ่ยประโยคถัดมา“เข็มเหล่านั้นอนุญาตให้เจ้าพกติดตัว แต่หากกล้าใช้กับข้าอีกครั้ง เจ้ารู้ผลที่ตามมาอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่” รอยยิ้มกว้างและมือที่ยื่นออกมาทำเอาเสียนฉิงเยว่ผวา“ข้าน้อยไม่กล้าแล้ว!!” นางกระโดดลงมาจากเตียงนอนก่อนวิ่งมายืนอยู่อีกฟากของห้อง มือน้อยคว้าซองเข็มของตนมากอดเอาไว้ในอกโหลวตงอวี้มองหญิงสาวที่มีท่าทีหวาดระแวงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาค่อย ๆ ก้าวลงมาจากเตียงก่อนปรายตามองหญิงสาวที่พยายามเก็บซองเข็มเข้าไปยังถุงลับในแขนเสื้อ “มานี่”“เจ้าคะ?” นางหันขวับไปมองแล้วส่งเสียงเป็นเชิงถาม“มาช่วยข้าแต่งตัว” พูดจบก็กางแขนออกให้นางดูเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อยของตน “ไม่มาหรือ เช่นนั้นครู่หนึ่งค่อยไปส่งเจ้าก็แล้วกัน” เอ่ยจบก็หมุนตัวตั้งท่าจะกลับขึ้นเตียงนอน“ข้าน้อยทำแล้ว ทำแล้ว” เสียนฉิงเยว่ปราดเข้าไปรั้งท่อนแขนของชายหนุ่มเอาไว้แน่นอนเขายิ้มกว้างก

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 14

    “รู้หรือไม่” เขาเอ่ยถามนางขึ้นด้วยท่าทีราวไม่ใส่ใจ “เจ้าวางยาข้าสองครั้ง หลังจากนั้นข้าต้องรักษาตัวอยู่นานกี่เดือน”หญิงสาวชะงักคิ้วเรียวเลิกขึ้นมองเขาอย่างหวาดหวั่น ดวงตาคู่งามมองไปยังประตูห้อง ไม่ทันให้เขาได้พูดต่อนางก็เตรียมจะกระโจนลงไปจากเตียงนอน เขาไม่บอกนางก็รู้ว่ายานั้นทำให้เขารู้สึกเช่นไร อีกทั้งยาเข็มที่สองจะทำให้เขาไม่อาจมีสัมพันธ์กับสตรีได้นานครึ่งปีเลยทีเดียวเรื่องนี้จะโทษนางได้อย่างไร ทั้งที่นางพยายามบอกเขาแล้วว่านางไม่ใช้สตรีในหอนางโลม เขายอมฟังนางเสียที่ไหน ล่วงเกินนางถึงเพียงนั้นจะไม่ให้นางโกรธเคืองได้อย่างไรกัน!!ท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มคว้าเอวคอดของหญิงสาว เหวี่ยงนางกลับมาจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับแผ่นอก นางครางออกมาเสียงเบาด้วยความเจ็บ กระนั้นกลับไม่อาจหยุดดิ้นรนและอ้อนวอน“ข้ากลัวแล้ว ท่านอย่าทำอะไรข้าเลย วันนั้นข้าโกรธจนลืมตัวจึงวางยาท่าน ข้าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายท่านเลยนะ”“ไม่มีเจตนาแล้วเจ้าจะหวาดหวั่นและคิดหนีไปไย”“ก็ท่าน...หนะ...น่ากลัวออกปานนี้”“กลัวข้าหรือ คิดว่าข้าจะทำอะไรหรือ”หญิงสาวชะงักแต่ก็ต้องอ้าปากค้างและเบิกตามองมือใหญ่ที่เริ่มลูบคลำไปทั่วร่างนาง “ท่านค

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 13

    ได้ยินหญิงสาวเอ่ยเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปทั้งร่าง เขาหรี่ดวงตาลงมองเพราะคิดว่าหญิงสาวทั้งสองมาเพื่อสังหารเขา แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด พวกนางไม่เพียงไม่ก้าวเข้ามาใกล้เตียงนอนแต่ยังถึงกับเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลังฉากกั้น และชุดที่นางเปลี่ยนนั้นเป็นชุดสีขาวที่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อน อีกทั้งเส้นผมยาวสลวยยังยุ่งเหยิงจนบดบังใบหน้าของพวกนางเอาไว้กว่าครึ่ง มองไม่ชัดว่าใบหน้านั้นมีลักษณะเช่นไร“ท่านว่าเอาเลือดไก่นี่ทาลงบนใบหน้าด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”“ดี ๆ” เสียงสนทนากันของหญิงสาวทั้งสองยิ่งทำให้เขาใคร่รู้ แต่ถึงจะพยายามเหลือบสายตามองก็ยากจะเข้าใจในการกระทำ ที่รับรู้คือร่างเล็กเดินหายเข้าไปยังกำแพงโหลวตงอวี้ไม่อาจพลิกร่างจึงได้แต่กลอกดวงตามองตามหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการพยายามแกล้งหลอกผู้อื่นว่าเป็นภูตผีวิญญาณความวุ่นวายด้านนอกได้ยินแว่วเข้ามา เสียงตะโกนแหกปากด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงวิ่ง เสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เสียงหัวเราะแผ่วเบาของพวกนาง พร้อมกับเสียงก่นด่าว่าบุรุษล้วนมักมากทั้งสิ้น ทำให้เขาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอดสงสัยไม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status