Share

บทที่ 11

last update publish date: 2026-01-10 07:47:05

ทันทีที่ดื่มน้ำจนหมดคนที่สมควรจะปล่อยมือกลับคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงตัวนางเข้าหาอย่างแรง เรี่ยวแรงของสตรีอย่างนางสามารถทานเรี่ยวแรงบุรุษได้ที่ไหนเล่า ร่างเล็กปลิวติดมือเขาโผขึ้นไปบนเตียงก่อนถูกอีกฝ่ายกดลงไปกับเตียงนอน เขาใช้ร่างทั้งร่างพันธนาการนางเอาไว้จนไม่อาจขยับ

ม่านหน้าเตียงบางพลิ้วปลิวขาดกระทั่งค่อยๆ ตกลงคลุมร่างคนทั้งสอง และชายส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งเดียวที่กั้นขวางระหว่างความอวบอิ่มของอิสตรีและบุรุษแปลกหน้า

เสียนฉิงเยว่ที่ไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษใดถึงขนาดใจเต้นไม่เป็นส่ำลมหายใจติดขัด ความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นทำให้นางดิ้นรนสุดชีวิต ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าส่งเสียงกรีดร้อง ด้วยรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เช่นใด

โหลวตงอวี้คุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้ ด้วยเพราะหนทางการก้าวขึ้นเป็นประมุขของตระกูลนั้นไม่ง่าย ดังนั้นเขาจึงไม่อาจไว้ใจผู้ใด

การถูกวางยาพิษ ถูกพยายามฆ่า เป็นสิ่งที่หลายปีมานี้สั่งสมจนเขาต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เช่นในเวลานี้แม้ว่าตัวเขาจะเพิ่งได้พักฟื้นหลังจากที่ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามประตูยมโลกมาแล้ว อีกทั้งร่างกายที่ยังคงอ่อนแรง กระนั้นเขากลับรับรู้ได้ในทันที่ที่มีผู้บุกรุกเข้ามาในห้อง

คนผู้นี้ไม่ใช่คนของเขาที่ออกไปดูแลการต้มยาอย่างแน่นอน... “เป็นผู้ใดส่งเจ้ามา” เขาคาดคั้นขณะมือควานไปทั่วร่างเพื่อหาอาวุธ ทว่าเมื่อแตะโดนความนุ่มหยุ่นที่บ่งบอกว่านางเป็นอิสตรี นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มชะงักลง “เจ้าเป็นอิสตรีหรือ”

น้ำเสียงประหลาดใจและสัมผัสของเขาทำให้นางโกรธกรุ่นจนสะบัดหลุดจากมือใหญ่ “ต่ำช้า!” ฝ่ามือเล็กสะบัดออกไปอย่างแม่นยำ เสียงชัดเจนจนแม้แต่นางเองก็ยังรู้สึกตกใจ เมื่อตั้งสติได้ตั้งใจจะหมุนตัวกระโดดออกมาจากเตียงชายหนุ่มกลับคว้าตัวนางเอาไว้ได้อีกครั้ง

“คิดหนีอย่างนั้นหรือ” เขาคว้านางเอาไว้ได้ด้วยอารมณ์โกรธกรุ่น ก่อนเหวี่ยงร่างเล็กลงไปบนเตียงแล้วพลิกกายคร่อมร่างที่กำลังดิ้นรน “อย่างไรที่นี่ก็เป็นหอนางโลมเสแสร้งไปไยเล่า สตรีในหอนางโลมเช่นเจ้าเคยทำอย่างไรเหตุใดไม่ทำเช่นนั้นเล่า!” เขากล่าวพร้อมกับยึดข้อมือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้

“นายท่าน”

เสียงเปิดประตูเข้ามายิ่งทำให้เสียนฉิงเยว่หวาดหวั่นจนแทบปล่อยโฮ “จุดเทียนแล้วเจ้าก็ออกไปเสีย!” น้ำเสียงแข็งกร้าวของคนที่คร่อมอยู่เหนือร่างทำให้นางตัวสั่นระริก

“แต่ว่า...” เอ่ยพร้อมกับท่าทีละล้าละลังเมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายหาได้นอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง

“ทำตามที่สั่ง!” มือใหญ่ข้างหนึ่งกระชากม่านบางพลิ้วที่คลุมบนใบหน้าหญิงสาวออก เขาต้องการเห็นใบหน้าของสตรีอาจหาญที่ก้าวเข้ามาในห้องของตน

“ขอรับ”

ไม่นานเสียงไฟก็สว่างวาบขึ้น จากนั้นประตูก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ใบหน้าของเสียนฉิงเยว่ซึ่งอยู่ห่างจากใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเพียงแค่ปลายนิ้วคั่นทำให้นางหัวใจว้าวุ่นกว่าเดิม นางยอมรับว่าไม่เคยพบบุรุษใดที่รูปหน้าช่างดูเหมาะเจาะราวกับถูกสลักออกมาจากหยกชั้นดี

ดวงตาคมดุดันโกรธกรุ่นของชายหนุ่มดูน่าหวาดกลัว จนนางเองก็ไม่กล้าจะสานสบตรงๆ ที่ทำได้เพียงหอบหายใจเข้าเพื่อตั้งสติ และพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการอันแข็งแกร่ง

            “แต่งกายเป็นบุรุษ?” รอยยิ้มเยาะหยันเผยออกมายังมุมปากของชายหนุ่ม “หรือคิดว่านี่จะช่วยให้รู้สึกน่าค้นหายิ่งขึ้น”

ไม่พูดเปล่ามือเขาดันข้อมือทั้งสองของนางขึ้นไปยึดเอาไว้เหนือศีรษะ กดมือทั้งสองของนางเอาไว้กับเตียงด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว ส่วนอีกมือใช้ลากไล้ลงมาตั้งแต่ใบหน้าของหญิงสาว พร้อมๆ กับใบหน้าที่ขยับเข้ามา จงใจพ่นลมหายใจอุ่นร้อนจากลมหายใจของตนไปยังส่วนที่เขาลากไล้ใบหน้าผ่าน

แม้มีเสื้อผ้ากีดขวางแต่ไอร้อนที่มีมากกว่าคนปกติ ทำให้เสียนฉิงเยว่รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังเป็นไข้ ถึงอย่างนั้นกำลังของชายหนุ่มที่มีไข้สูงก็ยังคงเหนือกว่านาง ดังนั้นหญิงสาวจึงไม่อาจดิ้นจนหลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย

“คุณชายท่านนี้ เห็นชัดว่าท่านไม่ได้มาเที่ยวหอนางโลมเพราะต้องการเรื่องอย่างว่า ท่าน...มีไข้สูง อย่างไรให้ข้าไปตามหมอให้ท่านดีหรือไม่”

น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวของนาง เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของอีกฝ่าย เขามองริมฝีปากอิ่มเรื่อเย้ายวนตรงหน้า มืออีกข้างที่ไล้ลงจากลำคอแผ่วเบา ลากผ่านลงมายังสีข้างซึ่งหน้าอกอวบอิ่มกำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจอันหนักหน่วง กลิ่นหอมละมุนจากเรือนกายนุ่มนิ่ม ทำให้ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มติดขัด

คิ้วเข้มขมวดแน่นราวกับกำลังต่อสู้กับความต้องการของตัวเอง ยิ่งในยามที่จังหวะหอบหายใจหนักหน่วงของคนทั้งคู่ ส่งผลให้หน้าอกของเขาแนบชิดเข้ากับความนุ่มหยุ่นอวบอิ่มของนาง ความอดทนของชายหนุ่มก็เริ่มลดน้อยลงทุกขณะ

ริมฝีปากหนาทาบลงไปยังปากอิ่มดังใจคิด เขาขยับชิดกายแกร่งของตนลงไปยังความนุ่มนิ่ม ซึ่งให้ความรู้สึกดีในทุกส่วนที่เขาสัมผัส ความไม่ยินยอมพร้อมใจของหญิงสาวสร้างความขุ่นเคืองใจให้เขาวูบหนึ่ง จุมพิตบีบบังคับเอาแต่ใจจึงหนักหน่วงยิ่งขึ้น

เสียนฉิงเยว่ลอบตระหนกจนแทบสิ้นสติ ความสามารถในการใคร่ครวญดับวูบลง ความร้อนขุมหนึ่งแล่นพล่านทั่วกาย ยิ่งในยามที่มือใหญ่ของเขาลูบไล้ลงไปตามอำเภอใจ นางดิ้นรนให้หลุดพ้นกระนั้นกลับยิ่งดูเหมือนเป็นการตอบสนองต่อสัมผัสอันแนบชิดของชายหนุ่ม

ร่างแกร่งที่ทาบทับเริ่มขยับไหว ความรู้สึกวูบวาบซาบซ่าน ทำให้คนทั้งคู่ลมหายใจติดขัด สัมผัสอันไร้เดียงสาของหญิงสาวพานให้ชายหนุ่มหลุดการควบคุม จากตอนแรกเพียงคิดจะกลั่นแกล้งคน ตอนนี้มือใหญ่กลับดึงรั้งสายคาดเอวของหญิงสาวออก พร้อมกับสอดมือเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อละมุนที่อยู่ภายใต้เอี๊ยมตัวบาง

เสียงประท้วงอู้อี้อย่างไม่ยินยอมกลืนหายไปกับจุมพิตเร่าร้อนของจอมบงการที่ไม่ยอมรามือ กระทั่งไม่นานเรี่ยวแรงของหญิงสาวถดถอย จากที่เคยดิ้นรนกลับหลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจรวยรินด้วยฤทธิ์สัมผัสที่นางไม่คุ้นเคย

ชายหนุ่มกดจุมพิตหนักหน่วงไล่เรื่อยลงมายังลำคอขาวผ่อง ผิวกายของนางทำให้สติของเขาเตลิด มือใหญ่ลูบไล้สำรวจทุกตารางนิ้วที่เขาลากผ่าน บีบเคล้นบางครั้งหนักหน่วง บางครั้งผ่อนปรน กระทั่งจุมพิตร้อนแรงไล่เรื่อยลงไปจนถึงความอวบอิ่มที่เผยออกมาหลังจากที่สายคาดเอวถูกดึงออก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 144 จบ

    เสียนซีหลิวยืนอยู่รั้งท้ายมองผ่านความมืดที่มีแสงจากด้านนอกรำไรสาดเข้าไป แม้มองไม่ชัดกระนั้นเขากลับสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องหอ บัดนี้ร่างอรชรได้เดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างโหลวตงอวี้“ข้ากลับก่อน อีกเจ็ดวันค่อยพบกันที่คฤหาสน์ตระกูลเสียน”“ค่อยพบกัน” โหลวตงอวี้ตอบก่อนจะมองเสียนซีหลิวหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบที่มาเยือนหลังจากความวุ่นวายทำให้โหลวตงอวี้ถอนหายใจ “การก่อกวนนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้าย” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมองหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างเขาในความมืด“พวกเขาเล่นสนุกกันพอแล้วหรือ” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ก็ไม่นับว่าเลวร้าย ข้ายังกังวลว่าคนอย่างคุณชายอวี่จะมาแอบอยู่ใต้เตียงจริงๆ เสียอีก”“ไม่คิดว่าพบเขาไม่กี่ครั้งเจ้ากลับรู้จักซินหยางดีถึงเพียงนี้”ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงเบา “เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้ว” โหลวตงอวี้อุ้มเสียนฉิงเยว่ขึ้นแล้วเดินตรงไปที่เตียง“เดี๋ยว เวลาอะไรกัน” นางถามเขาด้วยความงุนงง“ก็เวลาแก้ปัญหาอย่างไรเล่า มิใช่กังวลเรื่องขยายตระกูลโหลวหรอกหรือ ข้ากำลังช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเล่า”“อย่างไรเล่า” นางยังคงไม่เข้าใจ“ก็คลอดบุตรชายบุตรสาวให้ข้าอย่างละสองคน เช่นนี้ก็นับว่าจ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 143

    เสียนฉิงเยว่รับจอกสุรามาก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรากับเจ้าบ่าวของตนตามประเพณี สุรารสแรงแผดเผาทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น โหลวตงอวี้ยกนิ้วขึ้นคลึงหน้าผากนาง “นี่นับว่าเป็นการแสดงออกอะไรกัน สุรารสเลิศเจ้ากลับเอาแต่ขมวดคิ้ว”“แรงมาก”“นารีแดง...ส่งมาจากเสียนหยาง ใต้เท้ามู่ให้คนไปขุดมาจากเรือนเล็กของคฤหาสน์ตระกูลเสียน เสียนฮั่วลุงของเจ้าบอกว่ามารดาและบิดาของเจ้าฝังเอาไว้เพราะตั้งใจจะใช้ในงานมงคลของเจ้า” โหลวตงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้จึงขอร้องใต้เท้ามู่ให้ส่งม้าเร็วมาที่ฉางอัน”เสียนฉิงเยว่สบตาของโหลวตงอวี้ ดวงตาของนางเริ่มเอ่อคลอ “ข้าไม่เคยรู้เลย”“แน่ละเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เจ้าเพิ่งจะเกิด ลุงของเจ้าเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ กว่าจะจดจำได้ว่าฝังเอาไว้ที่ไหนเขาต้องวาดแผนผังขึ้นมาถึงห้าครั้ง”เสียนฉิงเยว่ซบใบหน้าลงไปกับซอกคอของเขา ซับน้ำตาเข้ากับคอเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อยให้หลั่งรินออกมา “ข้าจะร้องไห้ไม่ได้นี่เป็นวันมงคล ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่อยากให้ข้าร้องไห้”โหลวตงอวี้ลูบหลังลูบไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “หิวแล้วกระมังให้ข้าปรนนิบัติฮูหยินกินข้าว” เขาอมยิ้

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 142

    พิธีไหว้ฟ้าดินตามฤกษ์มงคลเริ่มต้นขึ้น แม่สื่อส่งเสียงบอกขั้นตอนต่างให้เจ้าบ่าวเข้ามารับแพรแดงซึ่งอีกฟากมีเจ้าสาวถืออยู่กระทั่งคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปยังโถงประธานของงาน ซึ่งยามนี้มีประมุขตระกูลเหลียน ตระกูลเหอ และตระกูลอวี่ทำหน้าที่อยู่ เนื่องจากญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นไม่มีผู้อาวุโส โหลวตงอวี้จึงขอร้องให้บิดาของสหายทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชายแทน ส่วนเสียนจวินและเสียนฮูหยินนั้นรับหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเสียนฉิงเยว่มองไม่เห็นสิ่งใด เว้นก็เพียงแต่ชายชุดสีแดงของตัวเองและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางได้ยินเสียงตะโกนของแม่สื่อและสาวใช้ที่พยุงข้างกายกระซิบบอกให้นางหันซ้ายขวา หมุนตัวหน้าหลัง กระทั่งก้มลงคำนับฟ้าดิน ต่อมาก็คำนับญาติผู้ใหญ่ ไม่นานก็มีเสียงตะโกนบ่าวสาวคำนับกันเอง“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ!!”ที่ไหนกันเล่า...เสียงตะโกนนั้นเพียงบอกให้นางมารอที่ห้องซึ่งอยู่ในเรือนหอต่างหาก เพราะในเวลานี้เสียนฉิงเยว่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าบ่าวยังคงต้องต้อนรับแขกเหรื่อมากมายด้านนอก อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ยามที่กำหนดเอาไว้เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ดังนั้นโหลวต

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 141

    “คำพูดเช่นนี้ได้มาจากว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าหรือ นางสอนสิ่งใดเจ้าบ้างเล่า”โหลวฟางอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความลังเลฉายออกมาจากแววตาคู่งาม ก่อนที่เสียนเหวินจะทันได้ตั้งตัวหญิงสาวก็ใช้มือสองข้างจับมือของเขา รั้งให้เขาเอียงตัวลงก่อนที่นางจะเขย่งปลายเท้าขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปกดจุมพิตที่ข้างแก้มของเสียนเหวินดูเหมือนเขาจะไม่คาดคิดจริงๆ จึงยังมีท่าทีตกตะลึงและมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็งราวกับไม่เคยเห็นโหลวฟางอี๋กัดปากแน่น มองดูใบหน้าเหม่อลอยของชายหนุ่มนางพลันรู้สึกเคอะเขิน นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ในยามที่ริมฝีปากของนางกำลังจะแตะแก้มอีกข้างของเขา เสียนเหวินกลับขยับและเอียงใบหน้าเข้าหานางแทนจุมพิตที่สมควรประทับลงยังข้างแก้ม กลับเบนเป้าหมายไปยังริมฝีปากที่จงใจหันมา“ทะ...ท่าน!” นางเบิกตามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พอจะถอยห่างเสียนเหวินกลับคว้านางเอาไว้ได้ทั้งตัว“อย่าทำเช่นนี้อีก” เขากระซิบแต่กลับกดจุมพิตลงมายังริมฝีปากอิ่มที่ยังคงถูกเม้มแน่น ลมหายใจของหญิงสาวถูกเสียนเหวินดูดกลืนด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน มือน้อยที่คว้าจับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสั่นเทา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 139

    ครั้งก่อนเจรจาทางการค้าจบลงตรงที่เขาปฏิเสธที่จะให้ทายาทตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง ผูกตั๋วเงินของร้านแลกเงินสาขาฉางชุน สาเหตุก็เพราะอีกฝ่ายยืนยันจะพบนางให้ได้ พอโหลวตงอวี้ปฏิเสธคนผู้นั้นถึงกับมาดักพบนางกลางทางระหว่างที่นางนั่งรถมาออกมาจากคฤหาสน์ โชคยังดีที่ตอนนั้นเสียนฮูหยินออกมากับนางด้วย จึงมีผู้อาวุโส

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 136

    แม้แต่เสียนเหวินเองยังรู้จักเสียนฉิงเยว่ เขาเล่า...มัวทำอะไรอยู่ กระทั่งตัวตนของเสียนหรูซวงเขาเองยังไม่อาจมองทะลุ ฉากหน้าอันงดงามปิดบังเขาเอาไว้จนมองไม่ออกถึงความเป็นจริง มองไม่ออกถึงกลลวงและเล่ห์กลของอิสตรี ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากอภัยให้เสียนหรูซวง อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็ยังเคยรู้สึกอย่างปกป้องใ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 135

    นางส่ายหน้า ชายหนุ่มจึงเลื่อนใบหน้าไปจุมพิตลำคอขาวผ่อง นางหดคอเล็กน้อยก่อนจะกะพริบตามองเขาด้วยท่าทีงงงัน “จำได้แล้วหรือยัง”นางขมวดคิ้ว เขาจึงเลื่อนใบหน้าเข้ามาอีกครั้งจุมพิตลึกล้ำสอดแทรกเข้ามาในความคิด ดูดดึงพลังชีวิตและช่วงชิงลมหายใจของเสียนฉิงเยว่ไปจนสิ้น “ไม่ว่าเจ้าจะจดจำข้าได้หรือไม่ ข้าก็รัก

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 133

    เมื่อลงจากรถม้าเสียนฉิงเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านใบชาส่างเล่อด้วยความรู้สึกคุ้นเคย จินเอ๋อร์และหวนเอ๋อร์กระซิบบอกนางเมื่อเห็นโหลวตงอวี้ชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาทักทายสหาย จากนั้นถามไถ่เสียนเหวินเกี่ยวกับการเดินทาง เพียงแต่กับนางเขากลับยิ้มให้โดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาสักประโยคเสียนฉิงเยว่หน้าบึ้ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status