Partager

บทที่4 ปีนเกลียว

last update Date de publication: 2024-10-25 10:26:29

“พ่อมีคนมาหา”

ทรงพลลูกชายคนเดียวของทรงยศจอมอันธพาลในย่านนี้ที่ใครๆก็รู้จักดีเดินนำหน้าน่านน้ำขึ้นมาทีเรือนไม้ในห้องทำงานคนเป็นพ่อด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจพอสมควรเพราะน้อยครั้งนักที่คนของไร่เพชรพนาจะมาที่นี่แถมวันนี้ยังเป็นพ่อเลี้ยงของไร่เป็นคนมาเองด้วย

“อ้าว..พ่อเลี้ยงทำไมถึงมาที่นี่กะทันหันได้หรือตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายที่ให้ผม..อย่างว่าแหละน้าเด็กหนุ่มไฟแรงคนกรุงเทพอย่างคุณหรือจะมาทำสวนทำไร่”

ทรงยศเสี่ยใหญ่ร่างท้วมรีบเข้ามาทักทายน่านน้ำหน้าระรื่นที่เห็นพ่อเล้ยงหนุ่มมาหาถึงที่ในยามเย็นเช่นนี้

“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเสี่ยก็อย่าคิดเองเออเองสิครับ...ผมไม่ได้อยากมาเหยียบที่นี่แต่ที่ต้องมาเพราะผมจะมาถามให้แน่ใจว่าสวนป่าของผมที่ถูกไฟไหม้เสี่ยไม่เกี่ยวข้องใช่หรือเปล่าครับเพราะผมคิดว่าคนอย่างเสี่ยคงจะไม่ใช้วิธีหมาลอบกัด”

น่านน้ำยืนจ้องหน้าทรงยศด้วยสายตาและท่าทีที่ไม่ได้ให้ความเคารพเท่าไรเพราะเขาเชื่อว่าฝีมือการเผาสวนป่าก็คงไม่พ้นเป็นคนของทรงยศเพราะเป็นคนเดียวที่อยากได้ที่ของเขานักหนาและขึ้นชื่อเรื่องการเล่นสกปรกเป็นที่สุดด้วยไร่หลายที่ในจังหวัดน่านทรงยศก็ได้มาจากการคดโกงหรือไม่ก็ใช้อำนาจเงินและอิทธิพลของตัวเองเพื่อให้ได้มาสิ่งที่ต้องการทั้งนั้นถึงคนอื่นจะกลัวในอำนาจของทรงยศเพียงใดแต่เขาก็ไม่เคยคิดกลัวคนแบบนี้แม้แต่น้อย

“หึ่..ตรงไปตรงมาดี”

สีหน้าของเสี่ยใหญ่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นเพราะรู้สึกว่ากำลังถูกเด็กปีนเกลียวถึงที่ ทางด้านทรงพลก็เริ่มยืนกอดอกจ้องน่านน้ำเขม็งด้วยไม่ชอบใจที่ชายหนุ่มมาวางท่าทำเก่งในถิ่นของตัวเอง

“จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวผมขอไม่ตอบ...แต่ถ้าอะไรที่ผมอยากจะได้มันจะต้องได้ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไรก็ตาม”

ทรงยศก้าวเข้ามาประชิดตัวของน่านน้ำก่อนจะว่าด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“เสี่ยจะอยากได้อะไรของใครหรือใช้วิธีไหนก็เรื่องของเสี่ยแต่อย่ามาอยากได้ในสิ่งที่ผมไม่อยากให้เพราะผมจะไม่มีทางยอมง่ายๆแน่แล้วถ้าผมจับได้คาหนังคาเขาว่าใครเล่นสกปรกผมไม่เอาไว้แน่”

ฟึ่บบ..  น่านน้ำว่าจบทรงพลก็ทนไม่ไหวกระชากคอเสื้อของคนที่ปากดีเต็มแรงในฐานที่กล้าก้าวร้าวกับพ่อของเขา

“มึงขู่ใครวะ”

ปึก..“ ทำไมวะ”

น่านน้ำผลักคนที่ทำกิริยาต่ำทรามจนกระเด็นไปที่พื้นทำทรงพลเสียหน้าต่อหน้าลูกน้องและพ่อของตัวเองมากจึงผุดลุกวาดหมัดไปที่หน้าของน่านน้ำจนพ่อเลี้ยงหนุ่มหน้าหัน

พลั้ก..ปัก  ตุบ ตับ

ตอนนี้สองหนุ่มเลยรัวหมัดกันชุลมุนจนทรงยศต้องสั่งให้ลูกน้องจับแยกเพราะไม่อยากให้มีเรื่องมีราวใหญ่โตและเขากับลูกก็จะต้องเสียเวลาไปโรงพักกันอีก

“กลับไปได้แล้วพ่อเลี้ยง”

เมื่อคนของทรงยศจับแยกทั้งสองได้ทรงยศก็รีบไล่น่านน้ำให้กลับไป

“หึ่..”

น่านน้ำหยิบหมวกที่ล่วงพื้นกลับมาใส่เช่นเดิมทั้งยังมองจ้องไปยังทรงพลด้วยแววตาแข็งกร้าวไม่เกรงกลัวก่อนจะหันหลังเดินออกไป

“อย่าให้กูเจอมึงอีกนะ”

ทรงพลสะบัดตัวออกจากมือของคนของพ่อตนเขาตะโกนตามหลังไวๆของน่านน้ำด้วยความโมโหสุดขีด

“ถ้าฉันไม่จับแยกแกเละไปแล้ว”

ทรงพลตวาดลูกชายตัวดีที่ฝีมือไม่ถึงแล้วยังทำเก่งที่เขาต้องจับแยกเพราะรู้ว่าหากสู้กันไปมากกว่านี้ต้องมีใครเจ็บตัวหนักแล้วเรื่องก็จะถึงโรงถึงศาลเขาไม่ค่อยชอบไปที่แบบนั้นเท่าไรนัก

“พ่อไม่ให้คนรุมกระทืบมันล่ะ”

ทรงพลยังเคืองใจคนเป็นพ่อที่ปล่อยให้เขาต่อยอยู่กับน่านน้ำสองคนอยู่ได้ทั้งที่พ่อเลี้ยงหนุ่มนั่นมาที่นี่คนเดียว

“ขี้เกียจหาเรื่องเข้าตัวโว้ย..แล้วฉันถามแกหน่อยเรื่องไฟไหม้สวนป่าที่ไร่เพชรพนาฝีมือแกใช่ไหม”

คนที่กำลังฟึดฟัดมองค้อนเคืองใจคนเป็นพ่อคราแรกตอนนี้เริ่มหลบสายตาไม่พูดไม่จาอะไรจนทรงยศรู้ได้ว่าหากลูกชายมีอาการเช่นนี้ก็ไม่ต้องเค้นคำตอบกันแล้วคงจะจริงอย่างที่เขาคิด

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำอะไรที่ฉันไม่ได้สั่ง”

ทรงยศกัดฟันกรอดถลึงตามองลูกชายตัวดีด้วยอาการไม่พอใจหนักเขาตะหงิดใจอยู่แล้วเชียวว่าทำไมสวนป่าของไร่เพชรพนาถึงได้ไฟไหม้ติดกันที่เดิมๆ

“ผมก็แค่อยากทำให้มันรู้ว่าถ้ามันไม่ยอมขายที่ง่ายๆก็จะถูกแกล้งก่อกวนแบบนี้”

“โถ่โว้ย..ทีหลังไม่ต้องเสือกฉันมีแผนของฉันอยู่แล้วต่อจากนี้หยุดไปยุ่งอะไรที่ฉันไม่ได้สั่ง”

“ครับ”

ทรงยศยืนเท้าเอวส่ายหัวกับลูกชายตัวดีที่ทำอะไรไม่ค่อยได้อย่างใจไอ้ที่สั่งทำไม่ค่อยได้ไอ้ที่ไม่อยากให้ทำเสนอหน้าทำจนเขาปวดหัว

“เย็นมากแล้วพ่อเลี้ยงยังไม่เข้าบ้านอีกเหรอคะพี่อุ่น”

วันหนึ่งเก็บกระเป๋าเข้าห้องแม่บ้านเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ยักจะเห็นพ่อเลี้ยงหนุ่มกลับมาที่บ้านเสียที

“คงมีธุระหลายที่มั้งเดี๋ยวพี่ต้องกลับก่อนคุณหนึ่งอยู่ได้ใช่ไหมคะ”

ไออุ่นเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเธอก็เคยได้ยินแม่ตัวเองพูดอยู่บ่อยๆว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกลับบ้านไม่ค่อยตรงเวลา

“ค่ะ..”

หลังจากไออุ่นกลับไปแล้ววันหนึ่งก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทำตัวให้ชินกับห้องเล็กๆที่ชั้นล่างข้างในสุดของบ้านเกิดมาเธอไม่เคยนอนห้องเล็กเท่านี้มาก่อนแต่ยังดีที่ยังมีห้องน้ำในตัวเอาไว้ให้

"เป็นอะไรของแกหน้าหงิกหน้างอมันทั้งวันแล้ว"

ดอกสร้อยยืนกวาดบ้านเห็นลูกสาวนั่งชันเข่าเท้าคางหน้าหงิกหน้างอตั้งแต่กินข้าวเย็นด้วยกันแล้วจึงต้องถามเสียหน่อยเพราะรำคาญหูรำคาญตากับอาการของลูกสาวตัวเองเหลือเกิน

"ก็แม่อะ..ถ้าให้ฉันไปเป็นแม่ครัวให้พ่อเลี้ยงป่านนี้อีนังหน้าขาวนั่นก็ไม่ได้มาอยู่บ้านเดียวกับพ่อเลี้ยงหรอก"

คนถูกถามหันมาตอบแม่ตนด้วยอาการกระฟัดกระเฟียดนึกเคืองใจที่แม่ตัวเองห้ามไม่ให้ไปเป็นแม่ครัวให้พ่อเลี้ยงหนุ่มจนตอนนี้มีแม่ครัวสาวสวยมาทำหน้าที่นั้นไปเสียได้

"ช่วยฉันอยู่ในครัวที่ไร่ก็พอแล้วฉันรู้นะแกคิดอะไรอยู่อย่ากระดี๊กระด๊าออกหน้าออกตาให้มากนักฉันกับพ่อแกจะอาย"

ดอกสร้อยวางไม้กวาดยืนเท้าเอวนึกว่าลูกเธอจะเลิกอารมณ์เสียกับเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้วเสียอีกเธอรู้ว่าเอื้องฟ้าชอบพ่อเลี้ยงหนุ่มจึงไม่อยากให้ลูกสาวไปอยู่ใกล้มากนักเพราะรู้ว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ได้คิดพิสวาสลูกเธอแม้แต่น้อยอีกอย่างหากลูกเธอไปทำอาการหึงหวงพ่อเลี้ยงออกหน้าออกตาให้คนอื่นเห็นก็จะขายหน้ามาถึงเธอกับสามีการที่ให้ลูกอยู่แต่ในครัวของไร่นี่เป็นวิธีที่ปรามลูกเธอได้ดีที่สุดแล้ว

"หุ้ย!"

เอื้องฟ้าผุดลุกสะบัดก้นหนีคนเป็นแม่เข้าไปในห้องเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่เธอถึงไม่คิดยินดีที่เธอชมชอบคนอย่างพ่อเลี้ยงหากสนับสนุนให้เธออยู่ใกล้พ่อเลี้ยงหนุ่มป่านนี้แม่เธอคงจะได้ขึ้นเป็นแม่เลี้ยงของไร่พ่อกับแม่ของเธอก็จะสบายไปด้วย

"อ้าว..มันเป็นอะไรของมันนังลูกคนนี้"

คำอ้ายกลับเข้าบ้านมาหลังฟ้ามืดเห็นหลังไวๆของลูกสาวก็ต้องหันไปขมวดคิ้วกับคนเป็นภรรยา

"ก็ไม่พอใจที่พ่อเลี้ยงจ้างแม่ครัวคนใหม่น่ะสิ"

"ใครล่ะแม่ครัวคนใหม่"

"เห็นว่าเป็นญาติอุไรมันแถมยังสาวยังสวยฉันก็ยังไม่ได้เห็นแต่เอื้องมันไปเห็นมาตอนเอาปิ่นโตไปไว้บ้านพ่อเลี้ยง"

"เฮ่อะ!.."

คำอ้ายส่ายหัวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายนิสัยของลูกสาวรู้ได้เลยว่าหากเอื้องฟ้าไม่ได้เป็นลูกของเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการไร่ป่านนี้ไม่มีใครคิดอยากจะสนทนาด้วยนักหรอก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่35 ตอนจบ

    "ครับคุณป้า..เธอมาหาผมแล้วครับ...ผมขออนุญาตดัดนิสัยสักหน่อยนะครับ"น่านน้ำรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าวันหนึ่งจะมาที่นี่เพราะวิริยาโทรมาอธิบายกับเขาทุกอย่างว่าวันหนึ่งเข้าใจผิดเรื่องอะไรและตอนนี้เขาก็ไม่คิดถือโทษเธอแล้วแต่อยากจะแกล้งเพื่อดัดนิสัยหญิงสาวบ้างจะได้รู้ว่าการถูกพูดหรือกระทำไม่ดีใส่มันรู้สึกอย่างไร และก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ลืมโทรไปย้ำกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นหมอสายน้ำเอื้องฟ้าหรือไออุ่นว่าถ้าวันหนึ่งไปขอความช่วยเหลืออะไรห้ามช่วยทุกอย่างวันหนึ่งขับรถมาถึบ้านพ่อเลี้ยงหนุ่มได้เธอก็ลองเข้าครัวอีกสักตั้งเพราะยังไงก็จะพยายามง้อน่านน้ำให้สำเร็จ หญิงสาวอยู่ในครัวนานสองนานเพื่อที่จะทำปลาทับทิมนึ่งและน้ำจิ้มรสเด็ดที่น่านน้ำนั้นชอบเมื่อทำเสร็จนำมาวางที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยน่านน้ำก็กลับมาพอดี"กลับมาแล้วเหรอคะหนึ่งเตรียมอาหารเย็นไว้ให้พ่อเลี้ยงพึ่งเสร็จเลยนะคะ""ผมมีปิ่นโตของผมแล้ว.."คนตัวโตชูปิ่นโตเถาใหญ่ที่ถือกลับมาจากโรงครัวในไร่ให้วันหนึ่งได้เห็น จนวันหนึ่งเริ่มหน้าเจื่อนอีกครั้งที่ถูกน่านน้ำปฏิเสธอาหารของเธอ"อ่อ...ถ้าคุณอยากจะอยู่ที่นี่ก็อยู่ไปผมจะไปนอนที่บ้านท้ายไร่""ถ้าถึงขนาดที่ไม่อยากจะอยู่

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่34 ง้อ

    วันต่อมา"ยัยหนึ่งไปอิตาลีค่ะคุณแม่"เช้านี้ทุกคนในบ้านต่างก็ต้องปวดหัวกันอีกรอบเมื่อวันหนึ่งเลือกที่จะหนีไปอิตาลีโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวคนในบ้านก่อนได้แต่เพียงเขียนจดหมายเอาไว้ให้เท่านั้น"หลานคนนี้นี่มีอะไรทำไมไม่พูดกันนะ"นฤดีบ่นอุกด้วยดูท่าหลานเธอจะทำอะไรตามอำเภอใจตัวเองใหญ่แล้ว"ใครเลี้ยงก็เหมือนคนนั้นแหละครับ""อย่าพึ่งซ้ำเติมกันได้ไหมตาเดช"สิทธิเดชไม่วายหยอกคนเป็นแม่เล่นในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเพราะไม่ได้ห่วงอะไรลูกสาวมากนักด้วยไฟล์บินก็เช็กได้ว่าไปที่ไหนที่พักก็น่าจะหาไม่ยากเช่นกันนฤดีที่ทนกังวลใจต่อไปไม่ไหวเธอจึงเลือกที่จะติดต่อทอฝันเพื่อที่จะขอคุยกับเฟื่องฟ้าถึงสถาณการณ์ที่น่าอึดอัดในตอนนี้"ไม่ต้องห่วงหรอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วเค้าสองคนแต่งงานกันแล้วนี่"เฟื่องฟ้าเห็นหน้านฤดีได้ก็รีบเอ่ยให้เพื่อนเธอนั้นหายกังวลเพราะตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรน่าห่วงแล้ว"หา...แต่งตอนไหน"คำพูดของเฟื่องฟ้าทำนฤดีไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเพราะเรื่องแต่งงานหลานเธอไม่เห็นเคยพูดให้ฟังสักคำ"ค่อยไปถามหลานสาวตัวเองเองแล้วกัน""ฉันงงไปหมดแล้วตอนนี้""เอาเป็นว่าไม่นานเดี๋ยวสองคนนั้นก็ลงเอยกันด้วยดี"เฟื่องฟ้าบ

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่33 อกหัก

    นฤดีจำต้องทำตัวเป็นนางเล่าเรื่องให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้กระจ่างถึงความจริงว่าเธอและวันหนึ่งไม่ได้ไปบวชอย่างที่ว่าแต่พาหลานไปหาคู่ตามคำทำนาย วิริยาได้ฟังทั้งหมดก็แทบจะลมจับเธอว่าแล้วว่ามันมีอะไรแปลกๆตั้งแต่แรก"คุณแม่ไม่ได้ไปบวชแต่พาหลานไปหาคู่เหรอคะ!...คุณแม่จะพายัยหนึ่งงมงายเกินไปแล้วนะคะ""ผมว่าแล้วจะต้องมีเรื่องอะไรให้ปวดหัว"สิทธิเดชยิ้มอย่างไม่คิดอะไรเพราะเขาคิดเผื่อใจเอาไว้แต่แรกแล้วว่าแม่ตนต้องพาลูกสาวไปทำอะไรพิเลนๆอีกแน่แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ"เอาน่าจะว่าอะไรแม่ก็ช่างเถอะ...แต่ตอนนี้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องยัยหนึ่งก่อนว่าเป็นอะไรถึงได้หนีกลับมาดื้อๆแบบนี้""หนึ่งลูก..คุณย่ากลับมาแล้วนะลูกออกมาคุยกันหน่อยได้หรือเปล่า""หนึ่งอยากอยู่คนเดียวอย่าพึ่งมายุ่งกับหนึ่งได้ไหมคะ"เมื่อคุยกันจบทั้งวิริยาและนฤดีก็มาเคาะห้องของวันหนึ่งแต่ก็ต้องเดินกลับไปด้วยสีหน้าที่ผิดหวังกันทั้งคู่เพราะทำยังไงเจ้าของห้องก็ไม่ยอมออกมาคุยได้"คุณแม่แน่ใจนะคะว่ายัยหนึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครจริงๆ"วิริยาเชื่อว่าวันหนึ่งต้องมีปัญหาใหญ่ไม่อย่างนั้นไม่มีอาการเป็นแบบนี้แน่ถึงจะไม่ได้เลี้ยงลูกอยู่ตลอดเวลาเหมือนแม่สามี

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่32 เสียใจ

    "หนึ่ง.. จะไปไหนแล้วร้องให้ทำไม"สายน้ำที่ขับรถATVคันเก่งจะไปดูแกะในฟาร์มช่วงสายขณะที่กำลังขับไปที่ฟาร์มเห็นว่าเป็นวันหนึ่งเดินอยู่จึงได้เข้าไปทักแต่เขาก็ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นน้องสาวตนนั้นร้องให้จนหน้าตาแดงก่ำไปหมด"พี่สายพาหนึ่งออกไปจากไร่ได้ไหมคะ..ฮือๆๆ"มือเรียวยกปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะกระโดดขึ้นหลังรถหมอหนุ่ม จนสายน้ำต้องละงานไปก่อนและพาวันหนึ่งมาสงบอารมณ์ที่คลินิกของเขา"เป็นอะไรบอกพี่ได้หรือเปล่า"สายน้ำเอ่ยถามคนตัวเล็กที่เอาแต่กอดหมอนร้องให้อยู่บนโซฟาโดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลง"หนึ่ง..ฮึก..ฮือๆๆ..เสียใจขออยู่เงียบๆ..ฮือๆๆ""โอเคๆ..งั้นก็พักที่นี่ก่อนแล้วกันพี่จะไปตรวจเจ้าแกะที่ฟาร์มต่อ""ฮือๆ..อย่าบอกใครนะคะ..ฮือๆ..ๆ..ว่าหนึ่งอยู่ที่นี่""ได้พักให้สบายใจได้เลย"ถึงสายน้ำจะคาใจกับอาการเสียใจของวันหนึ่งพอสมควรแต่ก็ไม่เลือกที่จะเค้นถามอะไรในเมื่อคนอย่างวันหนึ่งถึงขั้นร้องให้ฟูมฟายขออยู่คนเดียวคงเป็นเรื่องปวดใจมากแน่คิดว่ารอให้น้องสาวของเขาอารมณ์เย็นลงแล้วค่อยคุยจะดีกว่าน่านน้ำคุยกับกวินตราจนหญิงสาวสบายใจจนกลับไปได้ตอนนี้ก็เป็นฝ่ายน่านน้ำที่กังวลใจเพราะหาแม่ครัวตัวเล็กของตัวเองไม่เจอโท

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่31 มีลูก

    "หนึ่งว่าบ้านพ่อเลี้ยงน่าอยู่มากๆแล้วที่นี่ดูน่าอยู่มากกว่าอีกนะคะบ้านหลังเล็กๆกับวิวที่สวยสุดยอดเลย"วันหนึ่งเดินดูรอบบ้านด้วยท่าทีตื่นเต้นบ้านหลังเล็กนี้เหมือนบ้านพักในฝันที่เคยเคยคิดอยากจะสร้างก็ว่าได้"ผมสร้างที่นี่เพื่อเอาไว้พักผ่อนเงียบๆ...แต่เป็นเพราะงานที่ยุ่งก็เลยไม่ได้มานานแล้ว""หนึ่งขอมาที่นี่บ่อยๆได้ไหมคะ""ได้อยู่แล้ว...ผมว่าจะให้คุณแบ่งเวลามาทำความสะอาดที่นี่บ้างแต่ไม่ได้ใช้ฟรีผมจะให้เงินพิเศษเพิ่ม""ว้า.. นึกว่าอยากพามาสวีทแต่อยากให้มาทำงานบ้านซะงั้น""เบื่อที่จะเป็นแม่ครัวแม่บ้านให้ผมแล้วหรือไง""เปล่าค่ะ...ได้อยู่ใกล้พ่อเลี้ยงหนึ่งเป็นอะไรก็ได้ค่ะ"พ่อเลี้ยงหนุ่มวาดมือหนายีหัวทุยเล่นด้วยท่าทีเอ็นดูคนตัวเล็กเป็นพิเศษที่ขยันหยอดคำหวานกับเขาได้ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน"ถ้าไม่เกิดเรื่องซะก่อนคุณคงได้ไปสมัครเรียนแล้ว""ไว้รอไปสมัครตอนเค้าเปิดรับอีกทีก็ได้ค่ะหนึ่งไม่รีบ...แต่ดูท่าเหมือนพ่อเลี้ยงจะรีบกว่าหนึ่งนะคะ""คุณอายุยังน้อยถ้าเรียนได้วุฒิสูงๆยังสร้างประโยชน์อะไรได้มากกว่ามาทำงานเป็นแม่บ้านดีไม่ดีคุณอาจจะกลายเป็นบัญชีฝีมือดีหรือไม่อาจจะบริหารองค์กรใหญ่ๆได้เลยก็ได้"น่านน

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่30 เข้าใจผิด

    "พี่เอื้อง..หยุดฟังหนึ่งก่อน""ไม่ฟัง"เอื้องฟ้าสะบัดมือของวันหนึ่งทิ้ง"หนึ่งกับพี่สายเป็นลูกพี่ลูกน้องกันค่ะ"วันหนึ่งจึงต้องโพร่งประโยคสำคัญออกมาเพื่อรั้งให้เอื้องฟ้านั้นฟังเธอให้ได้และมันก็ได้ผลเอื้องฟ้าหันมาขมวดคิ้วมองหน้าวันหนึ่งด้วยท่าทีแปลกใจกับสิ่งที่เธอได้ยินเมื่อครู่"ว่าไงนะ"“เรื่องมันอาจจะยาวสักหน่อยแต่หนึ่งจะเล่าความจริงให้พี่เอื้องฟังค่ะ”วันหนึ่งใช้เวลาอธิบายตั้งแต่ว่าเธอเป็นใครและมาทำอะไรที่นี่รวมถึงภาพเมื่อครู่ที่เอื้องฟ้าเห็นเธอกับสายน้ำไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าพี่น้อง"เชื่อเรื่องดวงขนาดนี้เลยเหรอ"เอื้องฟ้าพอจะเข้าใจได้เรื่องที่วันหนึ่งกับสายน้ำเป็นอะไรกันแต่มาแปลกใจตรงที่หญิงสาวเชื่อเรื่องดวงมากจนทิ้งชีวิตคุณหนูมาเป็นแม่ครัวอยู่บ้านไร่เพียงเพราะคำทำนายของหมอดู"ค่ะ..คุณย่ากับหนึ่งเดินตามดวงกันมานานแล้วพวกเราเชื่อเรื่องนี้กันมากจริงๆ""ก็คงจะจริงไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ทิ้งชีวิตคุณหนูมาลำบากแบบนี้หรอก...แล้วหมอสายน้ำล่ะเดินตามดวงอะไรด้วยหรือเปล่า""ไม่เกี่ยวค่ะพี่สายน้ำแค่อยากหาที่สงบอยู่เท่านั้นหนึ่งก็พึ่งรู้ว่าพี่สายน้ำอยู่ที่นี่วันที่พี่สายน้ำพาหนึ่งไปฉีดวัคซีนวัว

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่13 พยายามลืม

    น่านน้ำกลับมาถึงเพนท์เฮ้าส์ของตนที่เคยอยู่ก็นึกถึงเรื่องราวเก่าๆทุกผืนที่ในเพนท์เฮ้าส์แห่งนี้เคยมีกวินตราได้เคยอยู่เฟอร์นิเจอร์ทุกตัวหรือของตกแต่งก็เป็นสิ่งที่หญิงสาวเลือกทั้งหมด น่านน้ำทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาสีครีมตัวใหญ่ก่อนจะถอนหายใจอ่อนเขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้รู้สึกสบายขึ้นก่อนจะลุกเก็บรูปคู่ของเข

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่12 แฟนเก่า

    "เป็นยังไงบ้างคะคุณหนูงานบ้านงานครัวทำไหวหรือเปล่าคะ"อุไรยกอาหารเย็นสำรับใหญ่มาวางกลางโต๊ะอาหารหลังจากที่ไออุ่นไปรับวันหนึ่งมาทานข้าวเย็นที่นี่เมื่อเห็นหน้าคุณหนูตัวเล็กได้ก็ไม่วายอยากจะรู้ว่าวันหนึ่งไหวกับงานบ้านงานครัวหรือเปล่า"สบายมากค่ะป้าไรหนึ่งสนุกมากค่ะที่ได้ทำอาหาร""แน่ใจนะว่าไม่ได้ทำอะไรของ

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่11 ใจดำ

    "คนพวกนั้นทำไมใจจืดใจดำแบบนี้นะ"ขณะนั่งรถกลับสาวเจ้าก็บ่นอุกถึงเรื่องที่พึ่งเจอ"คราวหลังอย่าหาเรื่องใส่ตัวคนพวกนั้นเป็นคนของเสี่ยทรงยศเจ้าของที่ตลาดขึ้นชื่อว่าเป็นอันธพาล""ถึงว่าล่ะ..แต่หนึ่งไม่กลัวหรอกค่ะ"วันหนึ่งคิดเอาไว้แล้วว่าคนพวกนี้ไม่พ้นอันธพาลและมีอิทธิพลที่นี่ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าวางมาดกันขน

  • เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง   บทที่6 เข้าใจผิด

    "แม่หนูจะไปไหนล่ะน่ะ"คำอ้ายขับรถกระบะตอนเดียวสีน้ำตาลคันเก่ามาทางที่จะไปฟาร์มแกะเมื่อเห็นมีผู้หญิงตัวเล็กเดินจูงจักรยานอยู่ตรงหน้าจึงรีบขับมาเทียบจอดถาม"อ๋อ..คือหนึ่งจะเอาปิ่นโตไปส่งพ่อเลี้ยงที่ฟาร์มแกะน่ะค่ะคุณลุง"วันหนึ่งหันมาตอบตอบคนที่ถามพร้อมยกมือปาดเหงื่อสองสามครั้งและส่งยิ้มร่าอย่างเป็นมิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status