LOGINความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขายังคงนิ่งเรียบไม่มีการพัฒนาสักนิดเดียว หนำซ้ำควินตันมักชอบพูดแขวะแก้มหวานบ่อยครั้งในหลายเรื่องอย่างกับคนเกลียดมานาน จนบางครั้งเธอไม่เข้าใจเลยตัวเองทำอะไรผิดนักหนาแค่แต่งงานตามคำขอร้องของผู้มีพระคุณถึงขั้นโดนขนาดนี้เลย
“รีบ ๆ หน่อยสิ”
“ค่ะ” ตอบรับพร้อมวิ่งตามหลังควินตันไปยังลานจอดรถ เขาต้องการให้เธอเร็วขนาดไหนกันนะนี่ก็เร็วสุดแล้ว ทำไงได้ล่ะเธอไม่ได้ขายาวเหมือนเขาสักหน่อยขนาดวิ่งยังเทียบไม่ได้กับการเดินธรรมดาของอีกฝ่าย
“ว้าย!” ด้วยความรีบร้อนแก้มหวานเผลอสะดุดเท้าตัวเองและคิดว่าต้องล้มแน่นอนจึงปิดตาสนิท แต่ดันไม่ใช่อย่างที่คิดเมื่ออยู่ ๆ มีแขนกำยำของใครบางคนโอบเอวคอด ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอระหง
“จะอยู่ในท่านี้อีกนานไหม ฉันเมื่อยแขน” เสียงเข้มของควินตันทำให้เธอลืมตาขึ้นและเผลอสบดวงตาคู่คม
“คุณควินตัน” เสียงหวานเอ่ยเรียกเจ้าของแขนแกร่งแผ่วเบา ในใจรู้สึกขอบคุณเขาเหลือเกินไม่ได้ปล่อยให้เธอหกล้มคะมำ ทว่านาทีถัดมาร่างเล็กลงไปกองกับพื้นเพราะถูกคนตัวโตปล่อยแบบไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ” เธอร้องเสียงหลงพลางทำหน้าเหวอ
“รีบขึ้นรถ” สั่งเสร็จ ควินตันเดินอ้อมไปฝั่งคนขับทิ้งคนตัวเล็กไว้ตรงนั้นโดยเธอไม่ทันเห็นเขาแอบยิ้มมุมปากอย่างขบขันกับหน้าตาและท่าทางของเธอ
“ผู้ชายคนนี้ใจร้ายชะมัด” เธอพยุงร่างลุกขึ้นพร้อมปัดเศษฝุ่นตามเรือนร่าง เอื้อมมือเปิดประตูรถและขึ้นไปนั่งด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม
“รัดเข็มขัดด้วย” ปรายตามองคนข้างกาย
“อ๋อค่ะ” เธอเพิ่งรู้สึกตัวขณะนี้ยังไม่รัดเข็มขัด ระหว่างกำลังจะคว้าเข็มขัดนิรภัยแต่ช้าไปกว่าควินตันโน้มตัวมาหาเธอและหยิบสายเข็มขัดนิรภัย
วินาทีนั้นเธอแทบจะกลั้นหายใจทีเดียว กลิ่นกายอันอบอุ่นทำให้สดชื่นทำเอาใจดวงน้อยเต้นระรัวแทบปะทุออกนอกอก
กว่าแก้มหวานจะรู้สึกตัวอีกครั้งตอนควินตันกลับไปนั่งเหมือนเดิมและสตาร์ทรถขับไปสนามบินเพื่อส่งบุพการีกลับอิตาลี
แม้ภายในรถจะตกอยู่ในความเงียบ แต่หญิงสาวกลับได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นดังเหลือเกินจนกลัวเขาจะได้ยินเช่นกัน ขืนเป็นอย่างนั้นคงได้อับอายแน่นอน
แก้มหวานชำเลืองมองคนข้างกายยอมรับเลยว่าเขาหล่อมาก ถ้าเขาจะไปเป็นดาราคงเป็นได้สบาย ๆ แต่เสียดายมาเป็นหมอ
“มองอะไร”
“เปล่าค่ะ” รีบก้มหน้างุดอย่างไว เขารู้ได้ไงเธอแอบมองทั้งที่ยังไม่ได้หันมาด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นเธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นอีกเลย
“ชอบฉันเหรอ”
“ไม่ใช่นะคะ” ปฏิเสธทันขวับ เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด
“งั้นหย่ากับฉันสิ”
“คุณควินตันไปบอกคุณแม่เองเถอะค่ะ”
“เหอะ!!”
หลังจากนั้นทั้งคู่ไม่ได้สนทนากันอีกเลย กระทั่งถึงสถานที่มุ่งหมายก่อนเดินเข้าไปข้างในด้วยกัน
“ควิน หนูหวาน” ขอบฟ้าเอ่ยเรียกลูกชายและลูกสะใภ้ แก้มหวานเดินไปสวมกอดหญิงวัยกลางคนที่เธอรักดั่งมารดา
“มาช้านะควิน” เดย์ตันหันไปกล่าวกับน้องชายข้างกายที่มาช้ากว่าตัวเองเกือบสิบนาที
“ต้องโทษยัยนั่นมัวแต่ชักช้า”
“ควินทำไมเรียกน้องแบบนั้น น้องมีชื่อ” ขอบฟ้าเอ็ดบุตรชายคนเล็ก สำหรับแก้มหวานเธอชินแล้วเขาเรียกเช่นนั้นก็ตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาไม่เคยเรียกชื่อเธอสักครั้ง ค่อนข้างแปลกแต่จริง
“คุณแม่ครับ ผมอยากหย่า”
สิ้นคำพูดควินตันทุกคนในบริเวณนั้นต่างตกอยู่ในความเงียบซึ่งแทบไม่อยากจะเชื่อว่าควินตันจะพูดออกมาในเวลานี้
“ควินตัน”
“ผมอยากหย่าครับ” เขามองมารดาก่อนปรายตามองผู้เป็นพ่อเพื่อขอให้ช่วยเกลี้ยกล่อมแม่
“ผมไม่ได้รักเธอ”
“เฮ้อ” ความจริงขอบฟ้าเตรียมใจบ้างแล้วแหละ เรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นแต่คาดไม่ถึงลูกชายจะพูดในเวลาเช่นนี้
“คุณแม่ครับ”
“ควิน” การ์เลตแตะบ่าควินตันแผ่วเบาเพราะกลัวเจ้าลูกชายคนเล็กจะทำให้ภรรยาโมโห แต่ดันคิดผิดเมื่อขอบฟ้าพูดบางอย่าง
“แม่อนุญาตให้ควินหย่ากับหนูหวานได้ แต่มีข้อแม้ควินต้องมีลูกกับหนูหวานให้แม่หรือถ้าภายในหนึ่งปีควินไม่สามารถรักหนูหวาน แม่จะให้ควินหย่ากับหนูหวานทันที” เธอขอเพียงเท่านี้หวังสักวันลูกชายจะเข้าใจในเหตุผลของตนเอง
“ครับ ผมตกลง” ก็ดีกว่าต้องใช้ชีวิตคู่กับแก้มหวานไปตลอด เมื่อแม่ยื่นข้อเสนอขั้นนี้เขายินดีรับมัน ไม่ใช่ว่าเขาจะมีลูกกับเธอแต่เขาจะไม่มีทางรักเธอซึ่งเข้าเงื่อนไขข้อสองของมารดา ฉะนั้นเมื่อครบหนึ่งปีเขาจะรีบหย่าทันที
“ตกลงตามนี้นะควิน”
“ครับคุณแม่” คงดีที่สุดสำหรับเขา ไม่ต้องทนใช้ชีวิตคู่กับคนไม่รัก เพราะเขาไม่สามารถรักใครได้อีกนอกจากเธอคนนั้นคนเดียว
“เอาละพ่อกับแม่ต้องรีบไปแล้ว” การ์เลตเอ่ยตัดบท
“เดินทางปลอดภัยนะครับคุณพ่อคุณแม่” เดย์ตันกล่าวกับบุพการี ระหว่างนั้นแอบเหลือบมองแก้มหวานที่เงียบสักพัก ใจหนึ่งก็สงสารน้องสะใภ้แต่อีกใจเข้าใจน้องชายดีเพราะอะไรถึงอยากหย่า
“เดินทางปลอดภัยนะคะคุณพ่อคุณแม่” แก้มหวานเอ่ยกับท่านทั้งสอง ในน้ำเสียงของเธอแอบสั่นเล็กน้อย
“หนูหวาน” ขอบฟ้าดึงร่างเล็กมากอดพลางลูบแผ่นหลังเล็กเบา ๆ อย่างปลอบโยนจิตใจ
“ฮึก ฮือ” อ้อมกอดแสนอบอุ่นของหญิงวัยกลางคนทำเธอหลั่งน้ำตาด้วยความคิดถึงมารดาผู้ล่วงลับเมื่อสองเดือนก่อน นอกจากขอบฟ้าแล้วเธอไม่เหลือใครอีกเลย
“เชื่อแม่นะสักวันเฮียเขาต้องรักหนู” กระซิบให้ได้ยินสองคน
“ค่ะ” เธอไม่ได้ปรารถนาความรักจากเขาสักหน่อย เพียงแค่ตอบรับคำพูดของขอบฟ้า
“เดย์ถ้าเดหลีคลอดเมื่อไร ไว้แม่กับพ่อมาใหม่” ขอบฟ้าหันไปกล่าวกับลูกชายคนโต
“ครับคุณแม่”
“ส่วนควินแต่งงานแล้วอย่าลืมพาหนูหวานไปเที่ยวบ้าง”
“ผมไม่รับปากครับ”
“เฮ้อ ลูกคนนี้จริง ๆ เลย” ขอบฟ้าส่ายหัวไปมาเชื่องช้า
“ไปกันเถอะคุณ” การ์เลตเอ่ยกับภรรยา ก่อนทั้งคู่จะกล่าวลาหนุ่มสาวเป็นครั้งสุดท้ายและเข้าไปข้างใน
“กลับเอง” ว่าจบควินตันหมุนตัวเดินจากไปทันใด ไม่เหลียวมองแก้มหวานแม้แต่หางตา
“เฮ้อ” เธอพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่ง
“ปกติควินเป็นแบบนี้ประจำเหรอ”
“คะ” เธอลืมไปเลยเดย์ตันพี่ชายของสามีในนามยังยืนอยู่ตรงนี้
“เฮียหมายถึงว่าควินใจร้ายกับหวานแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”
“ไม่เชิงหรอกค่ะ” เผยยิ้มแก่คนตรงหน้า
“ถ้ามีอะไรให้เฮียช่วยก็บอกนะ”
“ขอบคุณนะคะ” อย่างน้อยพี่ชายสามีไม่ได้ใจร้ายเหมือนควินตัน
“ว่าง ๆ ไปบ้านเฮียได้นะครับ เดหลีคงดีใจถ้าได้เจอน้องสะใภ้”
“ได้ค่ะ” คราวก่อนงานแต่งเธอกับควินตัน ภรรยาของเดย์ตันไม่ได้ไปร่วมงานเพราะแพ้ท้องหนัก
“แล้วกลับยังไง เฮียไปส่งไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ หวานมีธุระต่อ”
“อืม เฮียไปก่อนนะ”
“ค่ะ” แก้มหวานมองตามแผ่นหลังเดย์ตันจนลับหาย แล้วพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งจากนั้นย่างเท้าไปนั่งยังเก้าอี้บริเวณนั้น
“คุณคงอยากหย่ากับหวานมากสินะ”
สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายของคนกำลังยืนชมความสวยงามของคลื่นทะเลเบื้องหน้า นานแค่ไหนแล้วนะที่เหตุการณ์เลวร้ายในอดีตค่อย ๆ เลือนรางออกจากสมองถูกแทนที่ด้วยความรักของควินตันมอบให้ เธอแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำสิ่งเหล่านั้นเคยผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงระยะหนึ่งหลายปีผ่านมานี้ เธอมีความสุขมากได้อยู่ร่วมกับควินตันและลูกสองคนซึ่งเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ พวกเขาไม่เคยทำให้เธอเดียวดายสักนิด“เวย์ คาร่า”แก้มหวานหันมองลูกทั้งสองกำลังก่อทรายสร้างปราสาท เธอเคยเห็นภาพเหล่านั้นในห้วงความฝันตอนหลับใหลจากภาวะเจ้าหญิงนิทรา คาดไม่ถึงสิ่งนั้นจะเป็นเหมือนตัวบอกเหตุการณ์ในอนาคตตอนฟื้นหลังจากสลบเป็นเดือน สิ่งแรกที่เธอมองหาคือลูกทั้งสองคนแต่พอได้เห็นเวกัสในวัยหนึ่งขวบกว่า เธอแอบเศร้านิดหน่อย นั่นหมายความว่าเด็กผู้หญิงที่เธอเคยเห็นในความฝันดันไม่มีอยู่จริงเพราะเหตุนั้นจึงไม่ปฏิเสธการมีลูกคนที่สองอย่างควินตันขอร้อง เนื่องจากเธออยากเจอเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอไม่เคยบอกหรือเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย“ทำอะไรตรงนี้ครับ” ควินตันเดินมาสวมกอดแก้มหวานจากด้านหลัง ริมฝีปากหยักประทับจูบหนัก ๆ ข้างพวงแก้มขาวเนียน“ไปไหนมาคะ” เอี้ยวคอมองหน้า
อุ๊บ อ้วก แหวะเสียงเอะอะดังสนั่นจากห้องน้ำ ปลุกร่างเล็กบนเตียงขนาดคิงไซซ์สะดุ้งจากการหลับใหล แก้มหวานลืมตาขึ้นเชื่องช้าพลางวาดวงแขนข้างกายก่อนพบความว่างเปล่า“ไม่อยู่เหรอ”อ้วก อ้วก แหวะเสียงอาเจียนดังต่อเนื่องจากห้องน้ำ ทำให้แก้มหวานฉุกคิดขึ้นได้และเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงตรงไปยังที่มาของเสียง“เฮียควิน” เธอมองแผ่นหลังกว้างของสามีซึ่งเขากำลังโก่งคออาเจียนหน้าอ่างล้างหน้าที่มีกระจกบานใหญ่ ไม่รอช้าช่วยลูบแผ่นหลังแกร่ง“หวานครับ เฮียไม่ไหว” ควินตันหมุนตัวหันมาโอบกอดแก้มหวาน ซบหน้ากับไหล่บอบบาง เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะราวกับรอบกายเคลื่อนไหว“ไปหาหมอดีไหมคะ” สองสามวันมานี้ควินตันอาเจียนทุกเช้า บางครั้งก็เหม็นกลิ่นอาหารจนเธอรู้สึกสงสารสามีเหลือเกิน“ไม่เป็นไรครับ เฮียพักนิดหน่อยคงดีขึ้น”“ออกไปข้างนอกกันเถอะ” เธอพยุงคนตัวโตออกจากห้องน้ำไปยังปลายเตียง“มานั่งตรงนี้สิครับ” เขาตบพื้นที่ว่างด้านข้างให้เธอนั่งลง“ไปหาหมอดีไหมคะ เฮียควินเป็นแบบนี้สองสามวันแล้ว หวานเป็นห่วง” พูดพลางหย่อนก้นนั่งลง“ไม่ดีกว่าแค่อยู่ใกล้หวานก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว” เอียงศีรษะซบหัวไหล่ภรรยาสาวก่อนกุมมือเรียว“หวานเป็นห่วงนี
ควินตันอุ้มคนตัวเล็กที่นอนขี้เซาออกจากห้องน้ำหลังจากพาไปชำระร่างกาย แล้ววางบนเตียงอย่างทะนุถนอมก่อนแต่งกายให้เธอเรียบร้อยจากนั้นตนเองไปแต่งตัวต่อและกลับมานอนตะแคงข้างมองหน้าแม่ของลูก“ขอบคุณที่กลับมานะครับ” จุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลา หากเหตุการณ์ครั้งนั้นพรากเธอไปจากเขา หัวใจของเขาคงพังยับเยินไม่มีชิ้นดีแน่นอนและคงรู้สึกผิดกับเธอตลอดกาลสิ่งที่เขาทำตอนนี้แม้อาจจะไม่สามารถชดเชยในอดีตที่ผ่านมา ทว่าสิ่งเหล่านั้นเขาจะนำมาเป็นบทเรียนไว้คอยเตือนใจไม่ให้ทำผิดซ้ำกับเธออีกครั้งคนเราสามารถทำผิดกันได้อยู่ที่ว่าพร้อมปรับปรุงเพื่อคนรักหรือไม่“เฮียรักหวาน” ควินตันโอบกอดคนตัวเล็กก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรา หลังจากเจ็บปวดมานานจากนี้ชีวิตเขาและเธอจะเต็มไปด้วยความสุข ขอแค่เธออยู่เคียงข้างไม่ว่าอุปสรรคใดพร้อมฝ่าฟันไปด้วยกันสองสัปดาห์ต่อมา เท้าเล็กบังเอิญเดินผ่านห้องทำงานของควินตันและเห็นว่าประตูเปิดแง้มไว้จึงหยุดชะงัก เธอเดินเข้าข้างในเพราะได้ยินเสียงของตกแรงมากเนื่องจากควินตันเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้หญิงสาวมองไปยังภาพวาดที่คว่ำหน้าบนพื้น ไม่รอช้าจะหยิบขึ้นมาดูและเป็นอย่างเธอคาดเดาไว้ไม่ผิด ภาพนั้นคือภาพวาด
หลังจากแก้มหวานฟื้นจากภาวะเจ้าหญิงนิทรา เธอรักษาตัวอยู่ที่เกาะส่วนตัวระยะหนึ่ง ก่อนกลับอยู่เรือนหอตามเดิม ชายหนุ่มให้เธอย้ายมาอยู่ด้วยกันส่วนธุรกิจร้านดอกไม้เธอไปดูแลเป็นครั้งคราวคราแรกควินตันไม่อยากให้แก้มหวานทำงาน เพราะสามารถเลี้ยงเธอกับลูกได้อย่างสบาย แต่เธอปฏิเสธเนื่องจากการเปิดร้านดอกไม้คือสิ่งที่ใฝ่ฝันและรัก เขาเลยยอมตามใจแอ๊ด!ควินตันละสายตาจากแท็บเล็บในมือพลางช้อนตามองภรรยาที่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนด้วยหน้าตาแง่งอน เธอเดินมานั่งข้างเขา“ทำหน้าแบบนี้เพราะลูกชายตัวดีใช่ไหม” ว่าพลางวางของในมือและยกมือหนาแตะแก้มขาวเนียน“ใช่ค่ะ เหมือนลูกไม่ต้องการหวานแล้ว” ตั้งแต่เวกัสเริ่มมีห้องเป็นของตัวเอง เด็กน้อยไม่กลัวการนอนคนเดียว แถมยังไม่สนใจแม่อย่างแก้มหวาน คนติดลูกแบบเธออดน้อยใจไม่ได้“หวาน” เอ่ยเรียกด้วยเสียงสุดเซ็กซี่ สายตาหื่นกามชำเลืองมองลำคอระหงก่อนมองเนินอกคืนนี้เธอใส่ชุดนอนเดรสกระโปรงสายเดี่ยว ปลุกความดิบเถื่อนในตัวควินตันได้ดี คนอดอยากมานานอยากจะกลืนกินคนตัวเล็กเสียประเดี๋ยวนี้ ก่อนหน้านี้ต้องหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รังแกเธอเพราะเพิ่งหาย แต่คืนนี้เขาต้องทบต้นทบดอกที่สำคัญเขาอยา
“คุณควินตันคะ กอดแน่นไปแล้ว” หมัดเล็กทุบแผ่นหลังกว้างแผ่วเบา“ขอโทษครับ เฮียดีใจไปหน่อย” ควินตันปล่อยคนตัวเล็กเป็นอิสระ ส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์แก่แม่ของลูก คนกำลังมองถึงขั้นใจเต้นตึกตักเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขายิ้มเช่นนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มเบือนไปอีกทาง ก่อนหยุดชะงักกับลูกชายตัวน้อยกำลังนอนหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดู‘เขาคงรู้แล้วสิว่าเวย์เป็นลูกของเขา’ เธอพูดในใจพลางเหลือบมองเขานิดหน่อย“มีอะไรครับ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ฝ่ามือใหญ่ประคองดวงหน้าสวยพร้อมประสานสายตาคมกับดวงตากลมโต“เรื่องเวย์ค่ะ คุณรู้แล้วใช่ไหม” เอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“เฮียรู้แล้วครับ ขอโทษที่เมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจหวานเลย” ว่าพลางทาบริมฝีปากอุ่นลงบนหน้าผากกลมกลึง เขาจะไม่ขอย้อนเวลากลับไปอดีตแต่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด“หวานผิดเองที่ไม่เคยบอกคุณ”“อย่าโทษตัวเองนะครับ” นิ้วเรียวแกร่งลูบปากอมชมพูอย่างหลงใหล เขาอยากชิมความหวานจากปากนุ่มนี้จังแต่ต้องหักห้ามใจเพราะเธอเพิ่งฟื้นขึ้น หนำซ้ำยังมีหลายเรื่องที่อยากพูดคุย“หวานหิว” อยู่ ๆ แก้มหวานบอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คนตัวโตทำหน้าเหวอก่อนเผยยิ้มเอ็นดูแก่ภรรยาสาว“เฮียไปเอาอาหารมาให้นะค
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งทำให้ผ่อนคลายแก่คนได้ฟัง แสงแดดในช่วงสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่มีร่างอรชรของแก้มหวานหลับสนิทบนเตียงขนาดคิงไซซ์วันนี้ควินตันมีความจำเป็นต้องออกจากเกาะ จึงไม่ได้มานั่งเฝ้าคนตัวเล็กดั่งวันวาน นางพยาบาลเข้ามาเปลี่ยนถุงน้ำเกลือเสร็จก็จากไป ปล่อยให้แก้มหวานพักผ่อนตามสบายโดยทุกคนในบ้านต่างไม่มีใครล่วงรู้ ขณะนี้เปลือกตาบางของคนบนเตียงเริ่มขยับทีละนิด นาทีต่อมาตามด้วยนิ้วเรียว“อื้อ แสบตา” เธอรีบปิดตาอีกครั้งหลังจากลืมตาขึ้นพบกับแสงสว่างจ้าไม่คุ้นเคย พยายามเบิกขึ้นใหม่ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานหลายนาทีเพราะยังไม่ชินกับบรรยากาศรอบกาย“นี่ที่ไหน” นัยน์ตาคู่หวานมองเพดานห้องแปลกตาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนความรู้สึกตอนนี้ราวกับตัวเองหลับใหลไปนาน ไม่รู้ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำไมทุกอย่างถึงดูเปลี่ยนและเหตุการณ์ในสมองกลับเลือนราง“ทะเลเหรอ” ปรายตามองข้างนอกหน้าต่าง เธออยากพยุงกายลุกขึ้นนั่งทว่าร่างกายอ่อนล้าเหลือเกินเหมือนไม่ได้ขยับนานเธอกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งมีแค่ความว่างเปล่า ไม่มีใครสักคนเลยพอจะสอบถามหรือพูดคุย ขณะนี้ทั้งสับสนและมึนงง“มี้” เสียงเล็กแสนคุ้นเคยเดินเข้ามาพร
“อื้อ” แก้มหวานไม่กล้าขัดขืนคนตัวโตยอมให้เขาจูบง่ายดาย มือเรียวจิกเล็บบนโซฟาอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำแสนป่าเถื่อนของคนเหนือร่างแควก!ฝ่ามือหยาบกร้านฉีกเสื้อสายเดี่ยวออกเป็นสองชิ้น ไม่รอช้าโน้มหน้าคลอเคลียดอกบัวตูม ปลายลิ้นสากเลียวนตรงเนินอกอวบอิ่มและไม่วายดูดแรง ๆ จนเกิดรอยแดงหลายจุด“อื้อ คุณควิน
ร่างเล็กถูกวางบนเตียงขนาดใหญ่อย่างอ่อนโยน ตามด้วยควินตันแนบกายแกร่งบนตัวเธอ ทั้งคู่สบตากันโดยไม่เปล่งประโยคใดนอกจากเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอและเขานิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมปรกใบหน้าขาวเนียนไปทัดหู จากนั้นจูบพรมทั่วดวงหน้าสวยหวานก่อนหยุดยังปากนุ่ม เขาเม้มปากนุ่มทั้งล่างและบนก่อนสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากสาวแ
เครื่องปรับอากาศราคาแพงให้ความเย็นฉ่ำทั่วห้องนอนส่งผลให้คนบนเตียงขนาดคิงไซซ์กอดกันกลมแทบหลอมเป็นร่างเดียวกัน บทรักเมื่อคืนทำเอาคนทั้งคู่ไร้เรี่ยวแรง“อื้อ” แก้มหวานปรือตาขึ้นทีละนิดในเวลาบ่ายสามของวัน บิดกายไปมาก่อนรับรู้ถึงของหนักตรงเอวคอดกิ่วเมื่อก้มหน้ามองพบกับแขนกำยำของผู้ชายที่ขึ้นชื่อเป็นสามี







