LOGINความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขายังคงนิ่งเรียบไม่มีการพัฒนาสักนิดเดียว หนำซ้ำควินตันมักชอบพูดแขวะแก้มหวานบ่อยครั้งในหลายเรื่องอย่างกับคนเกลียดมานาน จนบางครั้งเธอไม่เข้าใจเลยตัวเองทำอะไรผิดนักหนาแค่แต่งงานตามคำขอร้องของผู้มีพระคุณถึงขั้นโดนขนาดนี้เลย
“รีบ ๆ หน่อยสิ”
“ค่ะ” ตอบรับพร้อมวิ่งตามหลังควินตันไปยังลานจอดรถ เขาต้องการให้เธอเร็วขนาดไหนกันนะนี่ก็เร็วสุดแล้ว ทำไงได้ล่ะเธอไม่ได้ขายาวเหมือนเขาสักหน่อยขนาดวิ่งยังเทียบไม่ได้กับการเดินธรรมดาของอีกฝ่าย
“ว้าย!” ด้วยความรีบร้อนแก้มหวานเผลอสะดุดเท้าตัวเองและคิดว่าต้องล้มแน่นอนจึงปิดตาสนิท แต่ดันไม่ใช่อย่างที่คิดเมื่ออยู่ ๆ มีแขนกำยำของใครบางคนโอบเอวคอด ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอระหง
“จะอยู่ในท่านี้อีกนานไหม ฉันเมื่อยแขน” เสียงเข้มของควินตันทำให้เธอลืมตาขึ้นและเผลอสบดวงตาคู่คม
“คุณควินตัน” เสียงหวานเอ่ยเรียกเจ้าของแขนแกร่งแผ่วเบา ในใจรู้สึกขอบคุณเขาเหลือเกินไม่ได้ปล่อยให้เธอหกล้มคะมำ ทว่านาทีถัดมาร่างเล็กลงไปกองกับพื้นเพราะถูกคนตัวโตปล่อยแบบไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ” เธอร้องเสียงหลงพลางทำหน้าเหวอ
“รีบขึ้นรถ” สั่งเสร็จ ควินตันเดินอ้อมไปฝั่งคนขับทิ้งคนตัวเล็กไว้ตรงนั้นโดยเธอไม่ทันเห็นเขาแอบยิ้มมุมปากอย่างขบขันกับหน้าตาและท่าทางของเธอ
“ผู้ชายคนนี้ใจร้ายชะมัด” เธอพยุงร่างลุกขึ้นพร้อมปัดเศษฝุ่นตามเรือนร่าง เอื้อมมือเปิดประตูรถและขึ้นไปนั่งด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม
“รัดเข็มขัดด้วย” ปรายตามองคนข้างกาย
“อ๋อค่ะ” เธอเพิ่งรู้สึกตัวขณะนี้ยังไม่รัดเข็มขัด ระหว่างกำลังจะคว้าเข็มขัดนิรภัยแต่ช้าไปกว่าควินตันโน้มตัวมาหาเธอและหยิบสายเข็มขัดนิรภัย
วินาทีนั้นเธอแทบจะกลั้นหายใจทีเดียว กลิ่นกายอันอบอุ่นทำให้สดชื่นทำเอาใจดวงน้อยเต้นระรัวแทบปะทุออกนอกอก
กว่าแก้มหวานจะรู้สึกตัวอีกครั้งตอนควินตันกลับไปนั่งเหมือนเดิมและสตาร์ทรถขับไปสนามบินเพื่อส่งบุพการีกลับอิตาลี
แม้ภายในรถจะตกอยู่ในความเงียบ แต่หญิงสาวกลับได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นดังเหลือเกินจนกลัวเขาจะได้ยินเช่นกัน ขืนเป็นอย่างนั้นคงได้อับอายแน่นอน
แก้มหวานชำเลืองมองคนข้างกายยอมรับเลยว่าเขาหล่อมาก ถ้าเขาจะไปเป็นดาราคงเป็นได้สบาย ๆ แต่เสียดายมาเป็นหมอ
“มองอะไร”
“เปล่าค่ะ” รีบก้มหน้างุดอย่างไว เขารู้ได้ไงเธอแอบมองทั้งที่ยังไม่ได้หันมาด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นเธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นอีกเลย
“ชอบฉันเหรอ”
“ไม่ใช่นะคะ” ปฏิเสธทันขวับ เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด
“งั้นหย่ากับฉันสิ”
“คุณควินตันไปบอกคุณแม่เองเถอะค่ะ”
“เหอะ!!”
หลังจากนั้นทั้งคู่ไม่ได้สนทนากันอีกเลย กระทั่งถึงสถานที่มุ่งหมายก่อนเดินเข้าไปข้างในด้วยกัน
“ควิน หนูหวาน” ขอบฟ้าเอ่ยเรียกลูกชายและลูกสะใภ้ แก้มหวานเดินไปสวมกอดหญิงวัยกลางคนที่เธอรักดั่งมารดา
“มาช้านะควิน” เดย์ตันหันไปกล่าวกับน้องชายข้างกายที่มาช้ากว่าตัวเองเกือบสิบนาที
“ต้องโทษยัยนั่นมัวแต่ชักช้า”
“ควินทำไมเรียกน้องแบบนั้น น้องมีชื่อ” ขอบฟ้าเอ็ดบุตรชายคนเล็ก สำหรับแก้มหวานเธอชินแล้วเขาเรียกเช่นนั้นก็ตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาไม่เคยเรียกชื่อเธอสักครั้ง ค่อนข้างแปลกแต่จริง
“คุณแม่ครับ ผมอยากหย่า”
สิ้นคำพูดควินตันทุกคนในบริเวณนั้นต่างตกอยู่ในความเงียบซึ่งแทบไม่อยากจะเชื่อว่าควินตันจะพูดออกมาในเวลานี้
“ควินตัน”
“ผมอยากหย่าครับ” เขามองมารดาก่อนปรายตามองผู้เป็นพ่อเพื่อขอให้ช่วยเกลี้ยกล่อมแม่
“ผมไม่ได้รักเธอ”
“เฮ้อ” ความจริงขอบฟ้าเตรียมใจบ้างแล้วแหละ เรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นแต่คาดไม่ถึงลูกชายจะพูดในเวลาเช่นนี้
“คุณแม่ครับ”
“ควิน” การ์เลตแตะบ่าควินตันแผ่วเบาเพราะกลัวเจ้าลูกชายคนเล็กจะทำให้ภรรยาโมโห แต่ดันคิดผิดเมื่อขอบฟ้าพูดบางอย่าง
“แม่อนุญาตให้ควินหย่ากับหนูหวานได้ แต่มีข้อแม้ควินต้องมีลูกกับหนูหวานให้แม่หรือถ้าภายในหนึ่งปีควินไม่สามารถรักหนูหวาน แม่จะให้ควินหย่ากับหนูหวานทันที” เธอขอเพียงเท่านี้หวังสักวันลูกชายจะเข้าใจในเหตุผลของตนเอง
“ครับ ผมตกลง” ก็ดีกว่าต้องใช้ชีวิตคู่กับแก้มหวานไปตลอด เมื่อแม่ยื่นข้อเสนอขั้นนี้เขายินดีรับมัน ไม่ใช่ว่าเขาจะมีลูกกับเธอแต่เขาจะไม่มีทางรักเธอซึ่งเข้าเงื่อนไขข้อสองของมารดา ฉะนั้นเมื่อครบหนึ่งปีเขาจะรีบหย่าทันที
“ตกลงตามนี้นะควิน”
“ครับคุณแม่” คงดีที่สุดสำหรับเขา ไม่ต้องทนใช้ชีวิตคู่กับคนไม่รัก เพราะเขาไม่สามารถรักใครได้อีกนอกจากเธอคนนั้นคนเดียว
“เอาละพ่อกับแม่ต้องรีบไปแล้ว” การ์เลตเอ่ยตัดบท
“เดินทางปลอดภัยนะครับคุณพ่อคุณแม่” เดย์ตันกล่าวกับบุพการี ระหว่างนั้นแอบเหลือบมองแก้มหวานที่เงียบสักพัก ใจหนึ่งก็สงสารน้องสะใภ้แต่อีกใจเข้าใจน้องชายดีเพราะอะไรถึงอยากหย่า
“เดินทางปลอดภัยนะคะคุณพ่อคุณแม่” แก้มหวานเอ่ยกับท่านทั้งสอง ในน้ำเสียงของเธอแอบสั่นเล็กน้อย
“หนูหวาน” ขอบฟ้าดึงร่างเล็กมากอดพลางลูบแผ่นหลังเล็กเบา ๆ อย่างปลอบโยนจิตใจ
“ฮึก ฮือ” อ้อมกอดแสนอบอุ่นของหญิงวัยกลางคนทำเธอหลั่งน้ำตาด้วยความคิดถึงมารดาผู้ล่วงลับเมื่อสองเดือนก่อน นอกจากขอบฟ้าแล้วเธอไม่เหลือใครอีกเลย
“เชื่อแม่นะสักวันเฮียเขาต้องรักหนู” กระซิบให้ได้ยินสองคน
“ค่ะ” เธอไม่ได้ปรารถนาความรักจากเขาสักหน่อย เพียงแค่ตอบรับคำพูดของขอบฟ้า
“เดย์ถ้าเดหลีคลอดเมื่อไร ไว้แม่กับพ่อมาใหม่” ขอบฟ้าหันไปกล่าวกับลูกชายคนโต
“ครับคุณแม่”
“ส่วนควินแต่งงานแล้วอย่าลืมพาหนูหวานไปเที่ยวบ้าง”
“ผมไม่รับปากครับ”
“เฮ้อ ลูกคนนี้จริง ๆ เลย” ขอบฟ้าส่ายหัวไปมาเชื่องช้า
“ไปกันเถอะคุณ” การ์เลตเอ่ยกับภรรยา ก่อนทั้งคู่จะกล่าวลาหนุ่มสาวเป็นครั้งสุดท้ายและเข้าไปข้างใน
“กลับเอง” ว่าจบควินตันหมุนตัวเดินจากไปทันใด ไม่เหลียวมองแก้มหวานแม้แต่หางตา
“เฮ้อ” เธอพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่ง
“ปกติควินเป็นแบบนี้ประจำเหรอ”
“คะ” เธอลืมไปเลยเดย์ตันพี่ชายของสามีในนามยังยืนอยู่ตรงนี้
“เฮียหมายถึงว่าควินใจร้ายกับหวานแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”
“ไม่เชิงหรอกค่ะ” เผยยิ้มแก่คนตรงหน้า
“ถ้ามีอะไรให้เฮียช่วยก็บอกนะ”
“ขอบคุณนะคะ” อย่างน้อยพี่ชายสามีไม่ได้ใจร้ายเหมือนควินตัน
“ว่าง ๆ ไปบ้านเฮียได้นะครับ เดหลีคงดีใจถ้าได้เจอน้องสะใภ้”
“ได้ค่ะ” คราวก่อนงานแต่งเธอกับควินตัน ภรรยาของเดย์ตันไม่ได้ไปร่วมงานเพราะแพ้ท้องหนัก
“แล้วกลับยังไง เฮียไปส่งไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ หวานมีธุระต่อ”
“อืม เฮียไปก่อนนะ”
“ค่ะ” แก้มหวานมองตามแผ่นหลังเดย์ตันจนลับหาย แล้วพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งจากนั้นย่างเท้าไปนั่งยังเก้าอี้บริเวณนั้น
“คุณคงอยากหย่ากับหวานมากสินะ”
เครื่องปรับอากาศราคาแพงให้ความเย็นฉ่ำทั่วห้องนอนส่งผลให้คนบนเตียงขนาดคิงไซซ์กอดกันกลมแทบหลอมเป็นร่างเดียวกัน บทรักเมื่อคืนทำเอาคนทั้งคู่ไร้เรี่ยวแรง“อื้อ” แก้มหวานปรือตาขึ้นทีละนิดในเวลาบ่ายสามของวัน บิดกายไปมาก่อนรับรู้ถึงของหนักตรงเอวคอดกิ่วเมื่อก้มหน้ามองพบกับแขนกำยำของผู้ชายที่ขึ้นชื่อเป็นสามีทางนิตินัยและพฤตินัยกำลังโอบรัดราวกลัวเธอจะหายเธอพยายามจะยกแขนของเขาอย่างระมัดระวังด้วยความกลัวจะทำเขาตื่นจากการหลับใหล แต่เรี่ยวแรงในเวลานี้ช่างน้อยนิดเหลือเกิน“คุณควินตันคะ” เธอหมายจะปลุกคนตัวโตเพื่อขอร้องให้เขาปล่อยตัวเองเป็นอิสระ“อื้อ” เสียงทุ้มร้องคำรามในลำคอ จากนั้นดึงเธอมาแนบอกกว้าง ขณะนี้ใบหน้าจิ้มลิ้มห่างกับอกเปลือยเปล่าเพียงไม่กี่คืบส่งผลให้เธอเผลอเงยหน้ามองอกล่ำสัน‘ขนาดหลับยังหล่อเลย’นิ้วเรียวสัมผัสทั่วแผ่งอกเปลือยเปล่าก่อนสะดุดกับรอยฟันที่เธอกัดเขาเมื่อคืนทำเอาหน้าขาวใสเป็นสีแดงระเรื่อ แทบไม่อยากเชื่อเลยเธอกับเขาจะผ่านเรื่องสุดเร่าร้อนด้วยกัน“คุณควินตันคะ” เธอตัดสินใจเรียกเขาอีกครั้ง เพราะไม่อาจทนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากับเขาสองต่อสอง อีกทั้งรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะป่
ร่างเล็กถูกวางบนเตียงขนาดใหญ่อย่างอ่อนโยน ตามด้วยควินตันแนบกายแกร่งบนตัวเธอ ทั้งคู่สบตากันโดยไม่เปล่งประโยคใดนอกจากเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอและเขานิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมปรกใบหน้าขาวเนียนไปทัดหู จากนั้นจูบพรมทั่วดวงหน้าสวยหวานก่อนหยุดยังปากนุ่ม เขาเม้มปากนุ่มทั้งล่างและบนก่อนสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากสาวแล้วกวาดต้อนชิมความหวานอย่างคนหิวกระหายในรสชาติ“เพิ่งเคยจูบกับฉันเป็นครั้งแรกด้วยใช่ไหม” นิ้วยาวลูบกลีบปากอวบอิ่มแผ่วเบา“ค่ะ” ตอบรับอย่างเขินอาย จูบของเธอคงแย่มากสินะเขาถึงได้ถามอย่างนั้น คิดแล้วอดน้อยใจไม่ได้ ทำไงได้ล่ะเธอไม่เก่งเรื่องพวกนี้สักหน่อยคงไม่แปลกถ้าเขาจะมองว่ามันตลก“งั้นอย่าไปทำแบบนี้กับใคร ฉันไม่ชอบ” กระซิบข้างหูคนตัวเล็ก แก้มหวานถึงกับร้อนผ่าวในประโยคนั้น“หวานไม่ทำหรอก” ตอบเสียงแผ่วแต่คนเหนือร่างได้ยินชัดเจน เขากดจูบแก้มนวลหนัก ๆ อย่างมันเขี้ยวก่อนเลื่อนตัวลงไปต่ำเพื่อตักตวงชิมความหวานจากสองเต้าสวย ลิ้นร้อนลากไล้เลียวนทั่วยอดถันสีหวานสลับการดูดดื่ม“อื้อ” แก้มหวานยกหลังมือขึ้นปิดปากตัวเอง เพื่อข่มเสียงร้องอันน่ารังเกียจแต่ไม่วายเล็ดลอดออกมาอยู่ดี“ไม่ต้องอายครางออกมาเลย ฉัน
“อื้อ” แก้มหวานไม่กล้าขัดขืนคนตัวโตยอมให้เขาจูบง่ายดาย มือเรียวจิกเล็บบนโซฟาอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำแสนป่าเถื่อนของคนเหนือร่างแควก!ฝ่ามือหยาบกร้านฉีกเสื้อสายเดี่ยวออกเป็นสองชิ้น ไม่รอช้าโน้มหน้าคลอเคลียดอกบัวตูม ปลายลิ้นสากเลียวนตรงเนินอกอวบอิ่มและไม่วายดูดแรง ๆ จนเกิดรอยแดงหลายจุด“อื้อ คุณควินตันทำแบบนี้กับหวานทำไมคะ”คำถามของคนตัวเล็กกลับไร้คำตอบจากปากหยักได้รูป ชายหนุ่มไม่เข้าใจเหตุผลของตนเองเช่นกันทำไมถึงอยากทำแบบนี้กับเธอ เขารู้เพียงแค่ว่ารู้สึกพลุ่งพล่านอยากปลดปล่อยกับคนใต้ร่าง“อย่านอนนิ่งเหมือนท่อนไม้ ช่วยมีอารมณ์กับฉันเหมือนกับที่เธอนอนกับคนอื่นหน่อย” ถึงจะเคยตั้งปณิฐานไว้จะไม่แตะต้องตัวเธอ แต่วินาทีนี้ชายหญิงอยู่ใกล้กันคงไม่ต่างกับแม่เหล็กและโลหะดึงดูดเข้าหากัน“หวานไม่เคยนี่คะ” ตอบเสียงแผ่ว เธอทราบหน้าที่ภรรยาต้องตอบสนองอารมณ์สามี แต่จะให้ทำไงได้ก็เธอไม่เคยมาก่อนจึงไม่รู้ต้องปฏิบัติอย่างไรถึงจะถูกใจอีกฝ่าย“ฉันไม่เชื่อหรอก ขนาดนี้แล้วยังจะหลอกกันอีกเหรอหรือเธออยากได้เงิน เอาอย่างนี้ดีไหมถ้าเธอทำให้ฉันถูกใจฉันจะให้เงินก้อนหนึ่งถือว่าเป็นค่าตัวดีไหม”“ไม่เอาค่ะ” เพราะถูกต
แก้มหวานออกจากสนามบินเมื่อใกล้เวลาทำงาน เธอไม่อยากไปสายเดี๋ยวจะโดนตัดเงินถึงร้านจะจ้างเป็นรายวันก็เถอะ“สวัสดีค่ะพี่โรส” เธอยกมือไหว้เจ้าของร้านก่อนเดินเข้าไปหลังร้านเพื่อล้างจาน แม้ไม่ใช่งานสมเกียรติแต่เป็นงานซื่อสัตย์สุจริตสามารถเลี้ยงชีพได้ผ่านไปสองชั่วโมงแก้มหวานยังคงวุ่นวายกับกองจานเปรอะเปื้อนเท่าภูเขา อดแปลกใจไม่ได้ทำไมวันนี้จานค่อนข้างเยอะกว่าทุกวัน กระทั่งเจ้าของร้านเดินมาหาหญิงสาว“หวาน”“คะ” เธอหันหลังไปมอง“ช่วยพี่หน่อยสิ”“มีอะไรหรือเปล่าคะ” แก้มหวานมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย สีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนมีเรื่องซีเรียส“หวานรับปากมาก่อนสิว่าจะช่วย”“พี่โรสบอกมาก่อนสิคะ” เธอไม่อยากรับปากใครส่ง ๆ ในเรื่องที่ยังไม่รู้อีกฝ่ายต้องการอะไร“พอดีเกิดปัญหานิดหน่อย หวานช่วยไปดูแลแขกหน่อยสิคนนี้เขาเป็นรายใหญ่ของร้าน พี่ไม่อยากเสียเครดิต”“ไม่เอา” อีกฝ่ายไม่ทันอธิบายมากนัก แก้มหวานปฏิเสธทันที“ช่วยพี่หน่อยเถอะหวาน ถือว่าพี่ขอร้อง”“หวานเคยบอกแล้วนี่คะ หวานไม่ทำงานแบบนั้นแล้วคนอื่นไปไหนหมดคะ” เธอถามอย่างสงสัย“อยู่นั่นแหละหวาน แต่เอ่อ เสี่ยเขาต้องการให้หวานไปดูแล หวานไม่ต้องห่
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขายังคงนิ่งเรียบไม่มีการพัฒนาสักนิดเดียว หนำซ้ำควินตันมักชอบพูดแขวะแก้มหวานบ่อยครั้งในหลายเรื่องอย่างกับคนเกลียดมานาน จนบางครั้งเธอไม่เข้าใจเลยตัวเองทำอะไรผิดนักหนาแค่แต่งงานตามคำขอร้องของผู้มีพระคุณถึงขั้นโดนขนาดนี้เลย“รีบ ๆ หน่อยสิ”“ค่ะ” ตอบรับพร้อมวิ่งตามหลังควินตันไปยังลานจอดรถ เขาต้องการให้เธอเร็วขนาดไหนกันนะนี่ก็เร็วสุดแล้ว ทำไงได้ล่ะเธอไม่ได้ขายาวเหมือนเขาสักหน่อยขนาดวิ่งยังเทียบไม่ได้กับการเดินธรรมดาของอีกฝ่าย“ว้าย!” ด้วยความรีบร้อนแก้มหวานเผลอสะดุดเท้าตัวเองและคิดว่าต้องล้มแน่นอนจึงปิดตาสนิท แต่ดันไม่ใช่อย่างที่คิดเมื่ออยู่ ๆ มีแขนกำยำของใครบางคนโอบเอวคอด ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอระหง“จะอยู่ในท่านี้อีกนานไหม ฉันเมื่อยแขน” เสียงเข้มของควินตันทำให้เธอลืมตาขึ้นและเผลอสบดวงตาคู่คม“คุณควินตัน” เสียงหวานเอ่ยเรียกเจ้าของแขนแกร่งแผ่วเบา ในใจรู้สึกขอบคุณเขาเหลือเกินไม่ได้ปล่อยให้เธอหกล้มคะมำ ทว่านาทีถัดมาร่างเล็กลงไปกองกับพื้นเพราะถูกคนตัวโตปล่อยแบบไม่ทันตั้งตัว“อ๊ะ” เธอร้องเสียงหลงพลางทำหน้าเหวอ“รีบขึ้นรถ” สั่งเสร็จ ควินตันเดินอ้อมไปฝั่งคนขับทิ้งคนตัวเล็
“เหอะ ไม่ผิดอย่างที่ฉันคาดไว้” ควินตันชำเลืองมองกล่องกำมะหยี่สีแดงบนตักแก้มหวาน แค่นหัวเราะในลำคอซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ในนั้นคือสิ่งใด“คุณแม่ให้มาค่ะ” เธอบอกเสียงแผ่วเบา“แล้วทำไมไม่ปฏิเสธล่ะ เธอเองก็อยากได้ไม่ใช่เหรอ” ควินตันหันมองคนข้างกายสลับกับมองท้องถนนระหว่างขับรถกลับบ้าน“หวานปฏิเสธไปแล้วค่ะ แต่คุณแม่ไม่ยอม”“งั้นเหรอ” ถามราวไม่เชื่อคำอธิบายจากปากคนตัวเล็ก“เพื่อความสบายใจของคุณควินตัน งั้นหวานคืนให้คุณก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยื่นกล่องกำมะหยี่แก่เขาอย่างไม่ลังเล เธอไม่ปรารถนารับมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ฉะนั้นตัดปัญหาโดยการให้เขา“แน่ใจนะ”“ค่ะ” คนอย่างเธอคำไหนคำนั้น แม้จะเกิดมาจนแต่มารดามักสอนไม่ให้ทำตัวเป็นคนกลับกลอก อย่าหวังที่อยากจะได้ของคนอื่น“อย่าให้ฉันได้ยินว่าเธอฟ้องแม่ฉันล่ะ”“ไม่ต้องห่วงค่ะ หวานไม่ทำแบบนั้นหรอก”“ดี” ควินตันคว้ากล่องเครื่องเพชรมาวางบนตักแกร่ง จากนั้นสนใจขับรถต่อโดยไม่สนทนากับแก้มหวานอีกเลย กระทั่งรถแล่นเข้าจอดในรั้วบ้าน“พรุ่งนี้เช้าเตรียมอาหารให้ฉันก่อนไปทำงานด้วย” คนกำลังจะเปิดประตูลงจากรถหยุดชะงัก“คุณควินตันอยากทานอะไรเหรอคะ หวานจะได้ทำถูก” เธอมองคู่สนทนาอย่า







