LOGINแก้มหวานออกจากสนามบินเมื่อใกล้เวลาทำงาน เธอไม่อยากไปสายเดี๋ยวจะโดนตัดเงินถึงร้านจะจ้างเป็นรายวันก็เถอะ
“สวัสดีค่ะพี่โรส” เธอยกมือไหว้เจ้าของร้านก่อนเดินเข้าไปหลังร้านเพื่อล้างจาน แม้ไม่ใช่งานสมเกียรติแต่เป็นงานซื่อสัตย์สุจริตสามารถเลี้ยงชีพได้
ผ่านไปสองชั่วโมงแก้มหวานยังคงวุ่นวายกับกองจานเปรอะเปื้อนเท่าภูเขา อดแปลกใจไม่ได้ทำไมวันนี้จานค่อนข้างเยอะกว่าทุกวัน กระทั่งเจ้าของร้านเดินมาหาหญิงสาว
“หวาน”
“คะ” เธอหันหลังไปมอง
“ช่วยพี่หน่อยสิ”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” แก้มหวานมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย สีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนมีเรื่องซีเรียส
“หวานรับปากมาก่อนสิว่าจะช่วย”
“พี่โรสบอกมาก่อนสิคะ” เธอไม่อยากรับปากใครส่ง ๆ ในเรื่องที่ยังไม่รู้อีกฝ่ายต้องการอะไร
“พอดีเกิดปัญหานิดหน่อย หวานช่วยไปดูแลแขกหน่อยสิคนนี้เขาเป็นรายใหญ่ของร้าน พี่ไม่อยากเสียเครดิต”
“ไม่เอา” อีกฝ่ายไม่ทันอธิบายมากนัก แก้มหวานปฏิเสธทันที
“ช่วยพี่หน่อยเถอะหวาน ถือว่าพี่ขอร้อง”
“หวานเคยบอกแล้วนี่คะ หวานไม่ทำงานแบบนั้นแล้วคนอื่นไปไหนหมดคะ” เธอถามอย่างสงสัย
“อยู่นั่นแหละหวาน แต่เอ่อ เสี่ยเขาต้องการให้หวานไปดูแล หวานไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอก พี่ให้เงินพิเศษกว่าคนอื่นแน่”
“หวานไม่ทำค่ะ” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วหมุนตัวล้างจานต่อ
“หวานพี่ขอร้องล่ะ แค่นั่งพูดคุยเฉย ๆ เองไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวใด ๆ”
“ทำไมต้องเป็นหวานคะ” เธอข้องใจเหลือเกินจึงหันไปถามเจ้าของร้าน เพราะค่อนข้างแปลกอีกฝ่ายคะยั้นคะยอไม่เลิก
“เอ่อ พี่ยอมรับก็ได้ คือเสี่ยเขาเคยเห็นหวานครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกเอ็นดู”
“แต่หวานไม่อยากทำ” เธอลำบากใจเหลือเกินต้องปฏิเสธเจ้าของร้าน อย่างน้อยเขาเป็นคนให้งานเธอทำและยังจ่ายเงินค่าจ้างทุกวันตามคำขอเธอด้วย
“ขอร้องละหวาน แค่ช่วยชงเหล้าให้เสี่ยเท่านั้น เสี่ยถามอะไรก็ตอบไม่ต้องทำอะไรมากเลย ให้พี่กราบหวานก็ได้”
“อย่าค่ะพี่โรส” แก้มหวานหมุนตัวไปประคองเจ้าของร้านซึ่งตั้งท่าจะย่อตัวลงทำตามคำพูด
“หวานตกลงแล้วใช่ไหม”
“แค่ชงเหล้าเฉย ๆ ใช่ไหมคะ”
“ใช่ ๆ หวาน”
“ก็ได้ค่ะ” ทำไงได้เธอไม่มีทางเลือกมากนัก วันต่อไปต้องมาทำงานอยู่ดีกลัวว่าถ้าไม่ช่วยครั้งนี้จะมองหน้ากันไม่ติด
“งั้นไปเปลี่ยนเสื้อกันเถอะ”
“ต้องเปลี่ยนเสื้อด้วยเหรอคะ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูง
“เปลี่ยนสิหวาน ชุดของหวานตอนนี้ไม่เหมาะสมจะไปนั่งหน้าร้านสักเท่าไร”
“ก็ได้ค่ะ” แก้มหวานก้มหน้ามองตัวเองในชุดลำลอง เสื้อแขนสั้นกับกางเกงขายาวก่อนตอบตกลงเจ้าของร้าน จากนั้นเดินตามหลังไปห้องแต่งตัว
เธอใช้เวลาในการแต่งตัวใหม่ไม่นาน หญิงสาวในเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงยีนขาสั้น ปล่อยผมยาวสลวยเต็มแผ่นหลังเล็กและทาลิปสติกสีแดงเลือดนก ดึงดูดเพศตรงข้ามเป็นอย่างดี
‘ไม่อยากทำเลย’ เธอพูดในใจแล้วเดินไปโต๊ะจุดหมาย
เท้าเล็กชะงักเมื่อเห็นหน้าเสี่ยที่เป็นคนเจาะจงอยากให้เธอมานั่งชงเหล้าคือใคร หน้าจิ้มลิ้มถึงขั้นซีดเผือด ก้มมองพื้นด้วยความหวาดกลัว
“มานั่งนี้สิ” ชายวัยกลางคน รูปร่างอ้วนท้วน กวักมือเรียกหญิงสาวให้นั่งข้างกายตนเอง แก้มหวานยืนนิ่งเหมือนเดิมกระทั่งเสี่ยสั่งให้สาวข้างกายไปลากแก้มหวานมานั่งด้วยกัน
“ทำตัวตามสบายไม่ต้องกลัวหรอก”
“ค่ะ” ตอบรับเสียงอ่อน เธอพยายามระงับความหวาดกลัวแล้วจัดการรินเหล้าให้ชายวัยกลางคน
มุมหนึ่งภายในร้านยังคงมีสองหนุ่มนั่งดื่มเหล้าและพูดคุยกันเรื่องทั่วไปตามประสาคนไม่ค่อยได้เจอกัน
“ไอ้ควินมึงแต่งงานแล้ว ไม่เห็นพาเมียมาแนะนำให้เพื่อนรู้จักเลย” ไคเลอร์เพื่อนสนิทควินตันว่าพลางกระดกเหล้าขึ้นดื่ม
“ไม่จำเป็น” เอ่ยเสียงเรียบ
“ทำไมวะ กูอยากเห็นหน้าเมียมึงบ้างจะสวยแค่ไหน” คราวก่อนไม่ได้ไปงานแต่งควินตันเนื่องจากต้องบินไปดูงานต่างประเทศ
“ไม่สวย” ควินตันตอบแบบไม่สบอารมณ์
“งกฉิบหาย กูรู้ว่ามึงหวง”
“กูไม่ได้หวง” จ้องเขม็งเพื่อนสนิทข้างกาย
“เออ ๆ เรื่องของมึง” ไคเลอร์ไม่อยากทะเลาะกับเพื่อนจึงตัดบท ก่อนกวาดสายตามองรอบร้าน ทันใดนั้นสะดุดเข้ากับสาวสวยคนหนึ่งนั่งรินเหล้าให้ชายแก่
“สวยชะมัด คนหรือนางฟ้าวะนั่น”
“อะไรของมึงไอ้ไคล์” จู่ ๆ เพื่อนเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“มึงดูนั่นไอ้ควินผู้หญิงที่ไหนวะสวยชะมัด กูมาที่นี่บ่อยไม่เคยเจอแต่ดูเหมือนตาแก่นั่นพยายามลวนลามน้องเขาเลย” ไคเลอร์สะกิดเพื่อนให้ดูเบื้องหน้า ควินตันลุกขึ้นพรวดทันทีและตรงไปยังโต๊ะนั้นที่มีสาวสวยตามคำเพื่อนบอก
“เฮ้ยไอ้ควินจะไปไหน” ไคเลอร์เดินตามควินตันอย่างไม่เข้าใจ กระทั่งเพื่อนคว้าข้อมือเล็กของสาวสวย ทุกคนทั้งโต๊ะหันมามองเป็นตาเดียวกันรวมถึงไคเลอร์มองเพื่อนอย่างฉงนเพราะปกติไม่เคยเห็นสนใจผู้หญิงคนไหนเลย
“คุณควินตัน” แก้มหวานเบิกตากว้างอยู่ ๆ คนที่เข้ามาดึงแขนเธอคือใคร
“จะทำอะไรเกรงใจกันบ้างดิ” ปรายตามองคนตรงหน้าอย่างเหยียดหยามกับการแต่งตัวของเธอ
“ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจ” เธอพยายามจะอธิบายให้เขาฟัง ไม่คิดเลยเขาจะมาอยู่ที่นี่
“ไม่ต้องพูด” กระชากแขนเรียวให้เดินตามหลังแต่ต้องชะงัก
“จะพาหนูหวานไปไหน” เสี่ยแก่ร่างท้วมดึงข้อมือเล็กไว้
“อย่ายุ่งกับเมียกู!!” เขาบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน ปรายตามองมืออวบจับแก้มหวาน จากนั้นปัดออกอย่างแรงก่อนลากคนตัวเล็กไปด้วยกันโดยไม่สนใจเสียงเอะอะโวยวาย
“รัดเข็มขัดให้เรียบร้อย” ควินตันเปิดประตูรถและยัดร่างเล็กเข้าข้างใน
“ไอ้ควินนี่มันอะไร” ไคเลอร์วิ่งตามหลังเพื่อน
“มึงกลับเองนะไอ้ไคล์ไว้กูชดใช้ให้วันหลัง”
“เดี๋ยวสิ! ผู้หญิงคนนี้คือใคร” ปรายตามองคนในรถ
“คนที่กูแต่งงานด้วย” ว่าจบควินตันเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ โดยทิ้งไคเลอร์ไว้ตรงนั้นแล้วออกรถทันใด
“เมียมันเหรอวะ”
รถหรูกำลังมุ่งหน้าสู่เรือนหอซึ่งควินตันขับเร็วเกินกว่ากำหนด อารมณ์ของเขาขณะนี้กำลังเดือดพล่านแทบอยากฉีกร่างแก้มหวานเป็นชิ้น ๆ เขาเองไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันทำไมรู้สึกเช่นนั้น แค่เห็นเธอแต่งกายเช่นนั้นแล้วยังจะนั่งคลอเคลียชายแก่
“คุณควินตันคะ” เอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“อะไร!!” เขาหันมาตะคอกเธอ
“ขับช้าหน่อยได้ไหมคะ หวานกลัว” เธอนั่งตัวสั่นด้วยความกลัวความเร็วของรถที่ชายหนุ่มขับ เกรงจะเกิดอุบัติเหตุแม้เวลานี้ถนนค่อนข้างโล่งก็ตามแต่เผื่อไว้ดีที่สุด
“หุบปาก!!” เขาไม่สนใจคำพูดคนตัวเล็กยังคงเร่งความเร็วรถ จนกระทั่งควินตันขับรถเข้าในรั้วบ้านและเดินไปฝั่งหญิงสาว
“ลงมา” เขาเปิดประตูรถพร้อมสั่งเสียงเข้ม ท่าทางเชื่องช้าของแก้มหวานยิ่งทำให้เขาโมโหเพิ่มขึ้นทวีคูณ เขาไม่รีรอรีบกระชากเธอให้ลงจากรถจนตัวแทบปลิวแล้วพาเข้าไปในบ้าน ก่อนเหวี่ยงเธอไปยังโซฟากลางบ้าน
“โอ๊ย!” คนไม่ทันตั้งตัวกับการกระทำของควินตันถึงขั้นร้องเสียงหลง
“เธอนี่มันเป็นผู้หญิงยังไงกันแน่วะ คราวก่อนเด็กหนุ่ม คราวนี้ก็รุ่นราวคราวพ่อ ชีวิตเธอขาดผู้ชายไม่ได้เลยใช่ไหม”
“คุณพูดเรื่องอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน
“อย่ามาทำไขสือ” ควินตันคร่อมร่างเล็ก ตรึงแขนขาวเนียนกับโซฟา
“คุณควินตันเมาเหรอคะ” กลิ่นแอลกอฮอล์แตะจมูกทำให้เธอรับรู้เขาดื่ม
“เหล้าแค่นั้นไม่ทำให้ฉันเมาหรอก”
“แล้วคุณทำแบบนี้กับหวานทำไม” เธอหมายถึงเขามาคร่อมตนเองทำไม ไหนว่ารังเกียจไม่อยากแตะต้องเธอไง
“ทำไมฉันจะทำกับเธอไม่ได้เธอเป็นเมียฉันนะ” นัยน์ตาคมเหลือบมองทรวงอกอวบอั๋นแทบทะลักออกนอกเสื้อสายเดี่ยว ทำเอาเขารู้สึกหายใจติดขัด เลือดในกายพลุ่งพล่าน แถมยังลืมคำปรามาสเคยต่อว่าเธอก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
“ก็คุณเป็นคน…อุ๊บ” เสียงหวานกลืนหายลงในลำคอเมื่อถูกริมฝีปากหยักได้รูปทาบกับกลีบปากอวบอิ่ม
สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายของคนกำลังยืนชมความสวยงามของคลื่นทะเลเบื้องหน้า นานแค่ไหนแล้วนะที่เหตุการณ์เลวร้ายในอดีตค่อย ๆ เลือนรางออกจากสมองถูกแทนที่ด้วยความรักของควินตันมอบให้ เธอแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำสิ่งเหล่านั้นเคยผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงระยะหนึ่งหลายปีผ่านมานี้ เธอมีความสุขมากได้อยู่ร่วมกับควินตันและลูกสองคนซึ่งเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ พวกเขาไม่เคยทำให้เธอเดียวดายสักนิด“เวย์ คาร่า”แก้มหวานหันมองลูกทั้งสองกำลังก่อทรายสร้างปราสาท เธอเคยเห็นภาพเหล่านั้นในห้วงความฝันตอนหลับใหลจากภาวะเจ้าหญิงนิทรา คาดไม่ถึงสิ่งนั้นจะเป็นเหมือนตัวบอกเหตุการณ์ในอนาคตตอนฟื้นหลังจากสลบเป็นเดือน สิ่งแรกที่เธอมองหาคือลูกทั้งสองคนแต่พอได้เห็นเวกัสในวัยหนึ่งขวบกว่า เธอแอบเศร้านิดหน่อย นั่นหมายความว่าเด็กผู้หญิงที่เธอเคยเห็นในความฝันดันไม่มีอยู่จริงเพราะเหตุนั้นจึงไม่ปฏิเสธการมีลูกคนที่สองอย่างควินตันขอร้อง เนื่องจากเธออยากเจอเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอไม่เคยบอกหรือเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย“ทำอะไรตรงนี้ครับ” ควินตันเดินมาสวมกอดแก้มหวานจากด้านหลัง ริมฝีปากหยักประทับจูบหนัก ๆ ข้างพวงแก้มขาวเนียน“ไปไหนมาคะ” เอี้ยวคอมองหน้า
อุ๊บ อ้วก แหวะเสียงเอะอะดังสนั่นจากห้องน้ำ ปลุกร่างเล็กบนเตียงขนาดคิงไซซ์สะดุ้งจากการหลับใหล แก้มหวานลืมตาขึ้นเชื่องช้าพลางวาดวงแขนข้างกายก่อนพบความว่างเปล่า“ไม่อยู่เหรอ”อ้วก อ้วก แหวะเสียงอาเจียนดังต่อเนื่องจากห้องน้ำ ทำให้แก้มหวานฉุกคิดขึ้นได้และเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงตรงไปยังที่มาของเสียง“เฮียควิน” เธอมองแผ่นหลังกว้างของสามีซึ่งเขากำลังโก่งคออาเจียนหน้าอ่างล้างหน้าที่มีกระจกบานใหญ่ ไม่รอช้าช่วยลูบแผ่นหลังแกร่ง“หวานครับ เฮียไม่ไหว” ควินตันหมุนตัวหันมาโอบกอดแก้มหวาน ซบหน้ากับไหล่บอบบาง เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะราวกับรอบกายเคลื่อนไหว“ไปหาหมอดีไหมคะ” สองสามวันมานี้ควินตันอาเจียนทุกเช้า บางครั้งก็เหม็นกลิ่นอาหารจนเธอรู้สึกสงสารสามีเหลือเกิน“ไม่เป็นไรครับ เฮียพักนิดหน่อยคงดีขึ้น”“ออกไปข้างนอกกันเถอะ” เธอพยุงคนตัวโตออกจากห้องน้ำไปยังปลายเตียง“มานั่งตรงนี้สิครับ” เขาตบพื้นที่ว่างด้านข้างให้เธอนั่งลง“ไปหาหมอดีไหมคะ เฮียควินเป็นแบบนี้สองสามวันแล้ว หวานเป็นห่วง” พูดพลางหย่อนก้นนั่งลง“ไม่ดีกว่าแค่อยู่ใกล้หวานก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว” เอียงศีรษะซบหัวไหล่ภรรยาสาวก่อนกุมมือเรียว“หวานเป็นห่วงนี
ควินตันอุ้มคนตัวเล็กที่นอนขี้เซาออกจากห้องน้ำหลังจากพาไปชำระร่างกาย แล้ววางบนเตียงอย่างทะนุถนอมก่อนแต่งกายให้เธอเรียบร้อยจากนั้นตนเองไปแต่งตัวต่อและกลับมานอนตะแคงข้างมองหน้าแม่ของลูก“ขอบคุณที่กลับมานะครับ” จุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลา หากเหตุการณ์ครั้งนั้นพรากเธอไปจากเขา หัวใจของเขาคงพังยับเยินไม่มีชิ้นดีแน่นอนและคงรู้สึกผิดกับเธอตลอดกาลสิ่งที่เขาทำตอนนี้แม้อาจจะไม่สามารถชดเชยในอดีตที่ผ่านมา ทว่าสิ่งเหล่านั้นเขาจะนำมาเป็นบทเรียนไว้คอยเตือนใจไม่ให้ทำผิดซ้ำกับเธออีกครั้งคนเราสามารถทำผิดกันได้อยู่ที่ว่าพร้อมปรับปรุงเพื่อคนรักหรือไม่“เฮียรักหวาน” ควินตันโอบกอดคนตัวเล็กก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรา หลังจากเจ็บปวดมานานจากนี้ชีวิตเขาและเธอจะเต็มไปด้วยความสุข ขอแค่เธออยู่เคียงข้างไม่ว่าอุปสรรคใดพร้อมฝ่าฟันไปด้วยกันสองสัปดาห์ต่อมา เท้าเล็กบังเอิญเดินผ่านห้องทำงานของควินตันและเห็นว่าประตูเปิดแง้มไว้จึงหยุดชะงัก เธอเดินเข้าข้างในเพราะได้ยินเสียงของตกแรงมากเนื่องจากควินตันเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้หญิงสาวมองไปยังภาพวาดที่คว่ำหน้าบนพื้น ไม่รอช้าจะหยิบขึ้นมาดูและเป็นอย่างเธอคาดเดาไว้ไม่ผิด ภาพนั้นคือภาพวาด
หลังจากแก้มหวานฟื้นจากภาวะเจ้าหญิงนิทรา เธอรักษาตัวอยู่ที่เกาะส่วนตัวระยะหนึ่ง ก่อนกลับอยู่เรือนหอตามเดิม ชายหนุ่มให้เธอย้ายมาอยู่ด้วยกันส่วนธุรกิจร้านดอกไม้เธอไปดูแลเป็นครั้งคราวคราแรกควินตันไม่อยากให้แก้มหวานทำงาน เพราะสามารถเลี้ยงเธอกับลูกได้อย่างสบาย แต่เธอปฏิเสธเนื่องจากการเปิดร้านดอกไม้คือสิ่งที่ใฝ่ฝันและรัก เขาเลยยอมตามใจแอ๊ด!ควินตันละสายตาจากแท็บเล็บในมือพลางช้อนตามองภรรยาที่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนด้วยหน้าตาแง่งอน เธอเดินมานั่งข้างเขา“ทำหน้าแบบนี้เพราะลูกชายตัวดีใช่ไหม” ว่าพลางวางของในมือและยกมือหนาแตะแก้มขาวเนียน“ใช่ค่ะ เหมือนลูกไม่ต้องการหวานแล้ว” ตั้งแต่เวกัสเริ่มมีห้องเป็นของตัวเอง เด็กน้อยไม่กลัวการนอนคนเดียว แถมยังไม่สนใจแม่อย่างแก้มหวาน คนติดลูกแบบเธออดน้อยใจไม่ได้“หวาน” เอ่ยเรียกด้วยเสียงสุดเซ็กซี่ สายตาหื่นกามชำเลืองมองลำคอระหงก่อนมองเนินอกคืนนี้เธอใส่ชุดนอนเดรสกระโปรงสายเดี่ยว ปลุกความดิบเถื่อนในตัวควินตันได้ดี คนอดอยากมานานอยากจะกลืนกินคนตัวเล็กเสียประเดี๋ยวนี้ ก่อนหน้านี้ต้องหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รังแกเธอเพราะเพิ่งหาย แต่คืนนี้เขาต้องทบต้นทบดอกที่สำคัญเขาอยา
“คุณควินตันคะ กอดแน่นไปแล้ว” หมัดเล็กทุบแผ่นหลังกว้างแผ่วเบา“ขอโทษครับ เฮียดีใจไปหน่อย” ควินตันปล่อยคนตัวเล็กเป็นอิสระ ส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์แก่แม่ของลูก คนกำลังมองถึงขั้นใจเต้นตึกตักเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขายิ้มเช่นนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มเบือนไปอีกทาง ก่อนหยุดชะงักกับลูกชายตัวน้อยกำลังนอนหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดู‘เขาคงรู้แล้วสิว่าเวย์เป็นลูกของเขา’ เธอพูดในใจพลางเหลือบมองเขานิดหน่อย“มีอะไรครับ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ฝ่ามือใหญ่ประคองดวงหน้าสวยพร้อมประสานสายตาคมกับดวงตากลมโต“เรื่องเวย์ค่ะ คุณรู้แล้วใช่ไหม” เอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“เฮียรู้แล้วครับ ขอโทษที่เมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจหวานเลย” ว่าพลางทาบริมฝีปากอุ่นลงบนหน้าผากกลมกลึง เขาจะไม่ขอย้อนเวลากลับไปอดีตแต่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด“หวานผิดเองที่ไม่เคยบอกคุณ”“อย่าโทษตัวเองนะครับ” นิ้วเรียวแกร่งลูบปากอมชมพูอย่างหลงใหล เขาอยากชิมความหวานจากปากนุ่มนี้จังแต่ต้องหักห้ามใจเพราะเธอเพิ่งฟื้นขึ้น หนำซ้ำยังมีหลายเรื่องที่อยากพูดคุย“หวานหิว” อยู่ ๆ แก้มหวานบอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คนตัวโตทำหน้าเหวอก่อนเผยยิ้มเอ็นดูแก่ภรรยาสาว“เฮียไปเอาอาหารมาให้นะค
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งทำให้ผ่อนคลายแก่คนได้ฟัง แสงแดดในช่วงสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่มีร่างอรชรของแก้มหวานหลับสนิทบนเตียงขนาดคิงไซซ์วันนี้ควินตันมีความจำเป็นต้องออกจากเกาะ จึงไม่ได้มานั่งเฝ้าคนตัวเล็กดั่งวันวาน นางพยาบาลเข้ามาเปลี่ยนถุงน้ำเกลือเสร็จก็จากไป ปล่อยให้แก้มหวานพักผ่อนตามสบายโดยทุกคนในบ้านต่างไม่มีใครล่วงรู้ ขณะนี้เปลือกตาบางของคนบนเตียงเริ่มขยับทีละนิด นาทีต่อมาตามด้วยนิ้วเรียว“อื้อ แสบตา” เธอรีบปิดตาอีกครั้งหลังจากลืมตาขึ้นพบกับแสงสว่างจ้าไม่คุ้นเคย พยายามเบิกขึ้นใหม่ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานหลายนาทีเพราะยังไม่ชินกับบรรยากาศรอบกาย“นี่ที่ไหน” นัยน์ตาคู่หวานมองเพดานห้องแปลกตาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนความรู้สึกตอนนี้ราวกับตัวเองหลับใหลไปนาน ไม่รู้ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำไมทุกอย่างถึงดูเปลี่ยนและเหตุการณ์ในสมองกลับเลือนราง“ทะเลเหรอ” ปรายตามองข้างนอกหน้าต่าง เธออยากพยุงกายลุกขึ้นนั่งทว่าร่างกายอ่อนล้าเหลือเกินเหมือนไม่ได้ขยับนานเธอกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งมีแค่ความว่างเปล่า ไม่มีใครสักคนเลยพอจะสอบถามหรือพูดคุย ขณะนี้ทั้งสับสนและมึนงง“มี้” เสียงเล็กแสนคุ้นเคยเดินเข้ามาพร
ร่างเล็กถูกวางบนเตียงขนาดใหญ่อย่างอ่อนโยน ตามด้วยควินตันแนบกายแกร่งบนตัวเธอ ทั้งคู่สบตากันโดยไม่เปล่งประโยคใดนอกจากเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอและเขานิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมปรกใบหน้าขาวเนียนไปทัดหู จากนั้นจูบพรมทั่วดวงหน้าสวยหวานก่อนหยุดยังปากนุ่ม เขาเม้มปากนุ่มทั้งล่างและบนก่อนสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากสาวแ
เครื่องปรับอากาศราคาแพงให้ความเย็นฉ่ำทั่วห้องนอนส่งผลให้คนบนเตียงขนาดคิงไซซ์กอดกันกลมแทบหลอมเป็นร่างเดียวกัน บทรักเมื่อคืนทำเอาคนทั้งคู่ไร้เรี่ยวแรง“อื้อ” แก้มหวานปรือตาขึ้นทีละนิดในเวลาบ่ายสามของวัน บิดกายไปมาก่อนรับรู้ถึงของหนักตรงเอวคอดกิ่วเมื่อก้มหน้ามองพบกับแขนกำยำของผู้ชายที่ขึ้นชื่อเป็นสามี
“อื้อ” แก้มหวานไม่กล้าขัดขืนคนตัวโตยอมให้เขาจูบง่ายดาย มือเรียวจิกเล็บบนโซฟาอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำแสนป่าเถื่อนของคนเหนือร่างแควก!ฝ่ามือหยาบกร้านฉีกเสื้อสายเดี่ยวออกเป็นสองชิ้น ไม่รอช้าโน้มหน้าคลอเคลียดอกบัวตูม ปลายลิ้นสากเลียวนตรงเนินอกอวบอิ่มและไม่วายดูดแรง ๆ จนเกิดรอยแดงหลายจุด“อื้อ คุณควิน







