Share

เข้าสู่เหมันต์

last update publish date: 2026-10-02 20:49:03

“ทางนั้น สองคนนั้นอยู่ทางนั้น” ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนดังลั่นให้กลุ่มคนที่เหลือพร้อมถือดาบ กระบี่ และคบเพลิงตามเราสองแม่ลูกทั่วทั้งป่า และพวกเขาก็เจอเราที่อยู่ห่างไปในระยะไม่ไกลมากนัก มีพงหญ้าขนาดใหญ่ปกคลุมเป็นย่อมๆ ท่านแม่เลยตัดสินใจถึงข้าไปแอบในพงหญ้านั้นแม้มันจะมีกิ่งไม้หนามอยู่ประปรายก็ตาม จนได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งใกล้เข้ามา ทว่ากลับเบาลงไปภายในเวลาไม่นาน

“เฮ้ย แยกกันตามหาสิ ไอ้สองแม่ลูกนั่นไปไหนได้ไกลหรอก”

“ขอครับ” แค่เสียงตอบรับก็ดังเสียงสะท้อนทั่วป่า เสียงเดินกระจายไปหลากหลายทิศทาง ยังดีที่สวรรค์ยังเข้าข้างให้พวกเขาละความสนใจพุ่มไม้นี้ไป

“ท่านแม่เราจะทำอย่างไรดี แล้วท่านพ่อ ขะ.... ขะ.... เขา”

“ในเมื่อพ่อเจ้าเลือกแล้วข้าเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้เราต้องรอด ไม่สิ......เจ้าต่างหาก”

“ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร ท่านจะเป็นแบบท่านพ่อไปอีกคนหนึ่งไม่ได้เจ้าค่ะ” ข้ารีบรั้งไว้ทันที เพราะรู้ว่าท่านแม่คงยอมเสี่ยงอย่างแน่นอน ข้าจะให้นางทำเช่นนี้ไม่ได้

“เด็กโง่ ถ้าข้าไม่ทำแบบนั้นแล้วเจ้าจะรอดได้ยังไง ข้าดีใจมากที่มีเจ้าเป็นลูกสาวข้า” นางคว้าข้าไปกอด ยิ่งทำให้ข้าน้ำตานองหน้ายิ่งกว่าเก่า ภาพท่านพ่อยังติดตาไม่หาย ท่านแม่กลับต้องมาเสี่ยงอีกครั้ง

“เจ้าอยู่ตรงนี้นี่แหละ เดี๋ยวข้าจะล่อพวกมันไปอีกทาง อยู่นิ่งๆ จนกว่าพวกมันจะไปกันหมด”

“ไม่ได้ ท่านแม่จะทำแบบนี้ไม่ได้ เราต้องรอดสิเจ้าค่ะ ท่านอย่าทำอย่างนี้เลย”

“ข้ารักเจ้านะอวี้ชิง ขอให้ชีวิตต่อจากนี้ไปขอให้พบแต่ความสุข”

“ท่านแม่ อย่า!!” ไม่ทันไรท่านแม่ก็ออกไปเปิดเผยที่อยู่ของตน นาทีนั้นข้าใจสลายทันใด

“อวี้ชิง หนีไปลูก รีบวิ่งไป” ตะโกนไปทางลาดลงเขาที่คดเคี้ยว จงใจหลอกล่อกลุ่มนักฆ่าพวกนั้นแล้ววิ่งออกไปให้ใกล้จากข้าที่อยู่ที่พุ่มไม้ ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็โดนกลุ่มนักฆ่าล้อมรอบล้อมซ้ายขวาไว้

“ท่านเองหรือ ถานเฉินซี”

“ใช่ แล้วพวกเจ้านั่นแหละ ทำไมต้องมาสังหารพวกเรา”

“ช่วยไม่ได้ สามีท่านพูดเองว่ายอมตายดีกว่าเป็นทรราช พวกเราเลยสนองความต้องให้ แต่ถ้าอยากจะรอดก็เอาป้ายคำสั่งทหารสูงสุดมา”

“ป้ายคำสั่งทหารสูงสุด?? หลี่หงปั๋วสินะที่เป็นคนบงการ นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่ต้องการป้ายคำสั่งนี้แล้ว”

“ฮูหยิน ถ้าท่านเอามาข้าพวกเราก็ถอยกลับไป ถ้าไม่....ท่านก็เตรียมใจตามแม่ทัพหนานกงได้เลย”

“ป้ายนั้นไม่ได้อยู่ที่ข้า ข้าไม่รู้หรอกมันอยู่ที่ไหน”

“เช่นนั้นท่านก็ไร้ประโยชน์ ท่านตามสามีท่านไปน่าจะดี’ ’ ปลายดาบแหลบคมปาดลงที่คอท่านแม่ข้าทันใด เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วอาณาบริเวณ จนใบหน้าข้าเองรู้สึกได้ ยามที่ร่างนั้นล้มลงภาพตรงหน้าที่สยดสยองนั้นมันตรึงตราจนข้าชะงัก พูดไม่ออก จะส่งเสียงก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นข้าคงเป็นรายต่อไป

“ลูกพี่ แล้วเด็กนังเด็กนั่นจะเอาอย่างไร”

“ปล่อยมันไปเถอะ ตัวแค่นั้นไม่นานคงจะตายในป่า พวกเรา....กลับ" หลังจากที่กลุ่มนั้นกลับไปยังทางที่มา ข้าจึงก้าวออกมาจากพุ่มไม้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนทั้งน้ำตาของตนและเลือดของร่างตรงหน้าที่แน่นิ่งไปแล้ว ทั้งกายและใจข้าสั่นระริกกว่าเก่าเพราะในตอนนี้ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทั้งจวนที่อาศัย พ่อแม่ที่รักข้า มันไม่เหลือแล้ว

“ท่านแม่!!!!! ทำไมทำเช่นนี้กัน ท่านฟื้นกลับมาได้ไหม ข้าขอร้อง” เขย่าร่างนั้นไปมาแล้วไม่มีเสียงตอบรับ จนสุดท้ายก็ถอดใจไปซบหน้าลงบนแขนทั้งน้ำตา รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ขอมันเป็นไปไม่ได้ แต่อยากให้เกิดปาฏิหาริย์แม้ไม่มีความหวังเลยก็ตามที

ในที่สุดจนข้ามีสติคิดแม้น้ำตาไหลอย่างต่อเนื่องแค่ไหนก็คิดได้ว่าไม่ควรปล่อยร่างท่านแม่ไว้ได้นาน จึงลากร่างไร้วิญญาณนี้พาดพิงไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ในท่านั่งหลังตรงคอพับตกลงทั้งยังดวงตาไม่ปิดสนิท

“ท่านแม่ อย่างนี้ไม่งามเลยเจ้าค่ะ ข้าช่วยนะเจ้าคะ” สองมือนี้ฉีกชายกระโปรงเป็นทางยาวเพื่อปกปิดรอยแผลเหวอะหวะที่เลือดยังคงไหลอยู่ที่คอ เพราะท่านแม่เป็นคนรักสวยรักงามมาก สภาพในตอนนี้ถ้าส่องกระจกละก็ คงไม่ชอบตนเองแบบนี้อย่างแน่นอน

“ก่อนข้าจะจากไปข้าขอปิ่นท่านนะเจ้าค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงดูข้ามาจนถึงตอนนี้ ข้านี่ไร้ประโยชน์เสียจริง เกิดในตระกูลแม่ทัพกลับจับดาบหรือกระบี่ไม่เป็น ช่วยท่านกับท่านพ่อก็ไม่ได้ สุดท้ายนี้ขอให้วิญญาณท่านและท่านพ่อสถิตในแดนสวรรค์ เต็มไปด้วยสุขไร้ทุกข์เข็ญ โปรดวางใจในตัวข้า ข้าจะนำมันผู้นั้นมาสังเวยแก่พวกท่านให้จงได้ ลูกขอลาก่อนเจ้าค่ะ ลูกทำดีที่สุดได้เท่านี้”

ข้าในท่านั่งคุกเข่า มือประสานกันวางบนพื้น ก้มศีรษะลงหน้าผากจรดหลังมือเพื่อเคารพผู้ที่จากไป เมื่อจบการเคารพนี้มือข้าลูบตาให้หลับลงแล้วคว้าปิ่นปักผมไม้ที่ประดับด้วยพลอยสีชาดเป็นกลีบดอกไม้ มีมุกสีขาวชมพูอยู่ตรงกลางพร้อมทองที่หลอมแล้วสลักเป็นกิ่งและดอกไม้เล็กๆ แซมอยู่ ห้อยโซ่สีทองสองเส้นที่ปลายมีมุกกลมและหยกสีแดงอยู่ด้วยกันออกมา

ปิ่นนี้ถือเป็นปิ่นประจำตัวของท่านแม่แล้วยังเป็นของต่างหน้าอีกด้วย แล้วข้าก็จากมาเดินเตร็ดเตร่อย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครดี ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านกายมาทำเอาสั่นจนปวดกราม เสียงท้องร้องด้วยความหิวโหยก็ดังออกมา เดินไปได้ไม่กี่ก้าวขาเริ่มอ่อนแรงจนทรุดลงดวงตาปิดสนิทในที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว(ต่อ)

    “ไม่ได้!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!!” ชายชราแผดเสียงดังลั่นจนรู้สึกปวดหู พร้อมกับยืนขึ้นกำลังลุกเดินหนีไป เป็นภรรยาของเขาที่ปรามเขาไว้แล้วให้อยู่ฟังต่อ“ข้ารู้ดี การกระทำเช่นนี้คือการหลอกลวงเบื้องสูง มีโทษประหาร ทว่าพวกท่านก็น่าจะรู้ดีว่ายามนี้ผู้ปกครองฝ่ายในคือฮองเฮาหลี่ นางโหดเหี้ยม ปกครองอย่างทารุณ ผู้ใดไม่เป็นไปตามที่นางต้องการย่อมโดนลงโทษจนบาดเจ็บเจียนตาย พวกท่านจะส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกเช่นนั้นหรือ” คำพูดเช่นนี้ทำให้พวกเขาหยุดชะงักนิ่ง เพราะมันคือความจริงที่เจียงหลีกำลังเผชิญอยู่“แล้วเจ้าต้องการอะไร ทำไมต้องการใช้ชื่อลูกสาวข้า” หลังจากพวกเขานั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สักพัก ฝ่ายชายเลยประเด็นอีกครั้ง“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ข้าแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกท่านก็ไม่ต้องรับโทษจากการเลือกนางกำนัล ชนะทั้งสองฝ่าย ไม่ดีหรือ จ้าวซินเหยียน แต่เล็กจนโตไม่เคยออกนอกจวนแม้ครึ่งก้าว ย่อมไม่มีใครรู้ว่านางหน้าตาเช่นไร ข้าไม่พูด พวกท่านไม่พูด ผู้ใดจะล่วงรู้”“ถ้าแม่นางคิดเห็นเช่นนั้น พวกเราขอปรึกษาสักครู่” พวกเขาเดินออกไปปล่อยให้นั่งรอต่อไป มันมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาไม่ยินยอม ชื่อเสียงวงศ์ตระก

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว

    เวลานี้ในราชสำนักมีขั้วอำนาจอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ ฮ่องเต้ หานกว่างเสี้ยว สกุลหานที่ปกครองเมืองเจียงหลีมาช้านาน กับ ฮองเฮา หลี่เจียฉิน บุตรสาวของหลี่หงปั๋วที่ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจจากนางสนมฐานะปานกลางสู่มงกุฎหงส์นี้ได้เพราะอำนาจจากบิดาของตน ทำให้ราชสำนักเองต้องแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นกัน“คนมุงดูอะไรกัน ไม่ใช่ว่าประกาศจับข้าหรอกนะ” ในเมืองที่ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยอย่างพลุกพล่าน ตลอดแถวถนนนี้มีแผงร้านค้าจับจองพื้นที่จนไม่มีที่ว่าง ทว่ากลับมุมหนึ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมากคือ ที่ปิดป้ายประกาศ มันคงเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเลยตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ“ขอโทษนะ ขอโทษนะ” ข้าฝ่าด่านผู้คนเข้ามาเพื่ออยู่ใกล้กันใบประกาศที่สุด ในนั้นระบุไว้ว่าตำหนักของฮองเฮารับคัดเลือกนางกำนัลประจำตำหนัก นี่แหละหนทางในการแก้แค้นของข้าภายในหกปีที่ข้าใช้ชื่อเยว่เหยานั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่ฆ่าล้างสกุลหนานกงจนสองให้ปีให้หลังฮองเฮาเหอ เหอจวินหลิง ได้สวรรคตไป หลี่หงปั๋วก็กดดันฮ่องเต้ให้ลูกสาวตนเป็นฮองเฮาได้สำเร็จ ไม่นานนางคงจะกุมอำนาจราชสำนักไว้จนหมดแน่นอน ...ช่างเถอะใครสนกันว่าราชสำนักจะเป็นตายร้ายดี

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

    “เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ “ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน” “อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว “ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว” “เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว” “ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป “ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก” “ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” “ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน” “ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง “พอได้แล้ว ไปกินขะ.

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่

    “ข้ามาอยู่ที่ตำหนักได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอยู่ที่เตียงนอนทรงวงกลมกลางตำหนักสีทองและฟ้าที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับด้วยผ้าแพรสีเข้มล้อมรอบ ภายในตำหนักมีชั้นเก็บตำราหกชั้นเรียงรายอยู่มุมห้อง ภาพสุดท้ายของเขาคือกำลังเสพสุขอยู่ที่หอคณิกาแล้วมีชายสองคนบุกเข้ามา ถ้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นเหล่าพี่น้องอย่างองค์รัชทายาทและน้องสี่แน่นอน “ตื่นแล้วหรือ ลูกตัวดี” คนเป็นแม่รีบเดินมาพร้อมจับใบหูของลูกชายตัวแสบดึงลงสุดแรงจนใบหูแดงก่ำ อีกฝ่ายต้องเอามือประคบ “อะไรกันเสด็จแม่ ข้าแค่ร่ำสุรา ไม่ได้มีสิ่งอื่นเลย” “แต่รู้ไหมว่าเสด็จพ่อเจ้าทนข้อครหาจากเหล่าขุนนางไม่ได้ เป็นถึงราชวงศ์กลับประพฤติตนเช่นนั้น พวกขุนนางถึงขึ้นตั้งข้อหาปลดตำแหน่งเจ้า อับอายสิ้นดี” “เสด็จแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ไปหอคณิกาอีกแล้ว” เขาทรุดตัวลงต่อหน้า กอดขา ส่งสายตาอ้อนวอนแม่ของตนหวังให้ใจเย็นลงและไม่ให้เสด็จพ่อทราบเหตุการณ์ในวันนี้ “ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็สายไปแล้ว เสด็จพ่อเจ้ากำลังคัดเลือกหญิงงามที่เหมาะสมเพื่อจัดงานอภิเษกให้เจ้า เพื่อทีเจ้าจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา” “ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามีสัญญาอภิเษกกับอวี้ชิงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตำ

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ(ต่อ)

    วันรุ่งขึ้นยายปลุกข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างให้ออกมาวิ่งรอบป่าไผ่ นั่งสมาธิใกล้ลำธาร แต่ข้าดันแอบหลับเสียจนได้ จึงโดนปลุกด้วยน้ำจากในลำธารสาดกระเซ็นมาโดนกายด้วยกระบี่ที่ตวัดในลำธารแล้วจึงตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะฝึกวิชากระบี่ ยิงธนู การใช้มีดสั้น วรยุทธ์ต่างๆ ไปเรื่อยทั้งวัน ตกเย็นยายก็สอนวิชาพิษไหนจะการค้าขายกับข้าอีก ส่วนงานบ้านงานเรือนนั้นแน่ว่า.....ข้าทำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ยิบย่อยไปหมด ซื้อที่ร้านอาหารกินเอาจะง่ายกว่าไหม ทั้งยังอุดหนุนกิจการคนอื่นอีก...“อัครเสนาบดีหลี่ ท่านจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อข้าแทบพลิกแผ่นดินหาป้ายคำสั่งนั่นแล้วก็ไม่เจอ” ชายคนนั้นผู้ที่ฆ่าล้างสกุลหนานกงเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่นายต้องการคืออะไร แต่บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาแทบจะรื้อจวนหาแล้วก็ยังไม่พบ“ในเมื่อใช้ป้ายคำสั่งนั้นไม่ได้คงต้องใช้แผนสำรอง เจ้าตามข้ามา” เขาเอ่ยเป็นนัยเพื่อให้ผู้ที่บังคับรถม้าที่พวกเขานั่งสนทนากันอยู่นั้น พาไปที่ชายแดนเมืองเจียงหลี ที่แห่งนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ มีคนอาศัยอยู่นับร้อยคนได้ ต่างปลูกเรือนใกล้ชิดติดกันขนาบสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดินแล้วยังเป็นตลาดที่ให้คนมาจับจ่ายกั

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ

    “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามาเป็นหลานข้าก็แล้วกันนะ เยว่เหยา” “เช่นนั้น ท่านมีนามว่าอะไร” “ข้าชื่อ เจียอี ดีเหมือนกันข้าเองก็แก่เต็มทน ไม่มีลูกหลานไว้ดูแล คงต้องฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้วละ” “เจ้าค่ะ” “เยว่เหยา เจ้ากินข้าวได้แล้ว” เมื่อปรับความเข้าใจแล้ว ต่างฝ่ายต่างจับตะเกียบทานข้าวกัน พูดคุยถามไถ่กันจนรู้ว่าพ่อแม่ของนางถูกฆ่าตายจากคนที่ปองร้าย แต่ยายกลับไม่รู้ว่าพ่อแม่นางคือใคร “กินข้าวเสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้ว” “เจ้าค่ะ” “ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะกับข้าก็ได้ ที่นี่ไม่ใช่วังเสียหน่อย” “แต่ว่าข้าทำงานบ้านไม่เป็น คงต้องรบกวนท่านยายแล้ว” “ไม่เป็นไร เจ้ายังเด็กสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมาก ตามมา” ยายเรียกให้นางตามมาสำรวจภายในเรือนหลังนี้ตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ตนอยู่นั้นที่โปร่งโล่งเพราะมีหน้าต่างถึงสองบาน ฟูกนอนและผ้าห่มสีขาวบนที่นอนไม้ที่อยู่ซ้ายบนของห้อง ส่วนที่เหลือก็เป็นตู้เก็บของต่างที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ สูงระดับเอวของเจ้าของบ้าน ในกลางวันอากาศในวันที่มีแดดคงจะดีมาก เมื่อเดินออกมาตรงกลางเรือนนี้เป็นเหมือนส่วนกลางที่เอาไว้รับแขกมีโต๊ะสูงสี่เหลี่ยมพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status