Home / รักโบราณ / เล่ห์แค้น ชายาสาม / เข้าสู่เหมันต์(ต่อ)

Share

เข้าสู่เหมันต์(ต่อ)

last update publish date: 2026-10-03 23:46:39

กลับมาที่จวนสกุลหนานกง หานเจ๋อหลินเมื่อทราบข่าวจากบ่าวจวนแม่ทัพเขารีบควบม้าพร้อมกับซือหมิงมุ่งตรงไปที่จวนทันที ทว่ากลับไม่ทันการมองดูจากภายนอกนั้นเงียบสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทว่าเมื่อประตูจวนเข้าเขาถึงกับผงะ ตอนนี้ทั้งจวนเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณนับร้อยนอนแน่นิ่ง ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดบางจุดเลือดรวมกันราวกับแอ่งน้ำเล็กๆ บ้างเปรอะเปื้อนตามประตู กำแพงต่างๆ ยามนี้เริ่มส่งกลิ่นคาวคลุ้งเตะจมูกจนอยากอาเจียนเลยเชียว พวกเราตามหาร่างเจ้าของจวนจนพบว่าร่างของแม่ทัพนั้นนั่งคุกเข่าลงกับพื้นคอพับลงทั้งที่ในมือขวาของเขานั้นกำดาบไว้อย่างแน่นหนา ทั่วร่างมีแผลพรุนทั้งตัว เหตุการณ์ในยามนี้ช่างน่าหดหู่เหลือเกิน

“ท่านอ๋อง ข้าไม่พบร่างของฮูหยินกับอวี้ชิงพ่ะย่ะค่ะ”

“พวกนางคงวิ่งหนีออกไปแน่ ไป รีบตามหากันเถอะ’ ’ พวกเขาก็ควบม้าเข้าป่าไปตามเส้นทาง จนไปพบร่างร่างหนึ่งที่พิงอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่เลยตัดสินใจลงไปดูเพื่อให้แน่ใจ

“ท่านอ๋อง ฮูหยินหนานกงจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

“มีแค่คนเดียวหรือ อวี้ชิงล่ะ”

“ไม่พบพ่ะย่ะค่ะ”

“ตามหาต่อไป เพื่อทีนางจะไปไม่ไกล รุ่งขึ้นข้าจะแจ้งเรื่องนี้ต่อราชสำนัก”

“แล้วร่างของฮูหยินท่านจะทำเช่นไร”

“เดี๋ยวข้าจะบอกให้คนมานำร่างไปแล้วกัน ข้ามั่นใจว่าอวี้ชิงนางยังไม่ตายแน่นอน เริ่มตามหานางได้เลย”

“พ่ะย่ะค่ะ วันรุ่งขึ้นกระหม่อมจะให้คนช่วยตาหานางอีกแรง” ที่จริงอ๋องฉินยังไม่มั่นใจว่านางยังไม่ตายหรือไม่ แต่ถ้ายังไม่เห็นศพนาง เขาก็ไม่ปักใจเชื่อเด็ดขาด ยังตั้งมั่นต่อไปว่านางยังมีชีวิตอยู่

ในวันรุ่งขึ้นข่าวการฆ่าล้างสกุลแม่ทัพใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วเมือง ผู้คนมากมายมาล้อมรอบยืนดูที่จวนหนานกงส่งเสียงจอแจเต็มไปด้วยความใคร่รู้และสงสัยว่าต้นสายปลายเหตุของเหตุการณ์นี้เป็นเช่นไร เจ้าหน้าที่ขนร่างออกมาทีละคนเรียงกันจนมาถึงร่างเจ้าของจวนและภรรยาของเขาที่นำมาจากในป่า

ทหารหลวงจากราชสำนักควบม้าตรงม้ายังหน้าจวนนับสิบคน กล่าวถึงราชโองการของฮ่องเต้เพื่อให้เจ้าหน้าที่นั้นน้อมรับ

“รับราชโองการ”

“สกุลหนานกงทำคุณต่อแผ่นดินมาหลายชั่วอายุคน ทั้งยังมีคุณธรรม ศีลธรรมอันดีงาม ทำตามหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง ทว่าบัดนี้เกิดเหตุจลาจลฆ่าล้างสกุล ถึงเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ หลังจากจบพิธีนำป้ายวิญญาณของทั้งสองเก็บไว้ที่หอบรรพชนสกุลหนานกง และสลักชื่อไว้ที่วัดหลวง ไว้อาลัยเจ็ดวัน ส่วนสินทรัพย์ในจวนนี้กลับคืนสู่เจ้าของ ถ้ายืนยันว่าอวี้ชิงสกุลหนานกงนั้นยังมีชีวิตอยู่”

“น้อมรับราชโองการ” ขบวนม้าที่ประกาศราชโองการจากไป ปล่อยให้เจ้าหน้าที่บางคนยังสับสนอยู่

“หมายความว่ายังไง คุณหนูหนานกงยังไม่ตายอย่างนั้นหรือ แล้วสินทรัพย์นี้อีก” หนึ่งในคนงานนั้นกล่าวออกมาด้วยความสงสัย เพราะเขาคิดว่าไม่นานกรมคลังต้องยึดทรัพย์สินกลับราชสำนัก ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น แล้วไหนจะทายาทจวนนี้ที่หายไปอย่างลึกลับอีก

**********

ในยามที่ตะวันคล้อยลับขอบฟ้า เสียงแมลงพากันร้องระงม ลมพัดพาให้ต้นไผ่ลู่ลม ใกล้กันนั้นยังมีเสียงธารน้ำใสเล็กๆ ไหลเย็น มีหินวางเรียงเล็กใหญ่ตามระดับ อยู่ข้างๆ เรือนเล็กหลังหนึ่งที่ทำจากไผ่เขียวทั้งเรือน แบ่งเป็นสามส่วนในแนวยาวที่เท่ากัน ด้านซ้ายเป็นห้องครัวไว้ประกอบอาหาร ตรงกลางเป็นประตูเรือนหลักที่ผลักแล้วเดินไปทางขวาจะพบห้องนอนที่เด็กสาวอยู่นั้นสลบไสลอยู่ ในขณะที่หญิงชราได้ประกอบอาหารอยู่นั้น เด็กสาวดูเหมือนจะได้สติจากกลิ่นอาหารที่ลอยลมมา

“อ้าวหนู ตื่นแล้วหรือ มาทานข้าวสิ”

“ไม่ต้องหน้าข้าอย่างนั้น ไม่งั้นข้าจะช่วยเจ้าทำไมกัน” เขากล่าวบอกนางเมื่อนางจ้องเขาตาด้วยใบหน้าที่งุนงงสงสัย กลับยอมทานแต่โดยดี

“เจ้าน่ะชื่ออะไร พ่อแม่เจ้าอยู่ไหนกัน หญิงตัวคนเดียวกลางป่ากลางเขาแบบนี้มันอันตรายนะรู้ไหม” ตะเกียบในมือต้องหยุดชะงักเพราะหญิงชราผมขาวโพลน รูปร่างผอม เนื้อหนังหย่อนคล้อยตามกาลเวลา ทว่ากลับยังแข็งแรง คล่องแคล่ว หน้าตาดูเป็นมิตร เอ่ยถามนางเกี่ยวกับพ่อแม่ ภาพในวันวานยังติดตาไม่หาย ไม่สิ....เหตุการณ์มันพึ่งเกิดเมื่อวานนี่เอง

“พ่อแม่ข้าตายหมด ข้าไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่ไปไหนแล้ว” เสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความหดหู่ดังขึ้น พร้อมน้ำตาที่ไหลมาไม่ขาดสายทำให้หญิงชรานั้นต้องลุกไปกอดปลอบพร้อมกับพูดจาหว่านล้อมให้เย็นลง ภาพที่หญิงชราทำให้เขาอดสงสารนางไม่ได้

“งั้นเอาอย่างนี้ อย่างไรเสียข้าไม่มีลูกซ้ำสามีข้าก็ตายไปนานแล้ว ต่อจากไปนี้เจ้าอยู่กับข้าแล้วกัน”

“ได้หรือเจ้าคะ”

“ได้สิ ว่าแต่เจ้าล่ะ ชื่อแซ่อะไร” คำถามนี้ทำให้นางต้องหยุดคิด เพราะถ้านางพูดออกไปโต้งๆ ว่าชื่อแซ่ที่แท้จริงคืออะไร อาจทำให้ชีวิตนางไม่ปลอดภัยได้ นางจึงอยากได้ชื่ออื่น ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น สายตานางได้มองออกไปบนฟากฟ้า พลางเห็นพระจันทร์เสี้ยวจึงคิดออก

“เยว่เหยา ข้ามีนามว่าเยว่เหยา”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว(ต่อ)

    “ไม่ได้!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!!” ชายชราแผดเสียงดังลั่นจนรู้สึกปวดหู พร้อมกับยืนขึ้นกำลังลุกเดินหนีไป เป็นภรรยาของเขาที่ปรามเขาไว้แล้วให้อยู่ฟังต่อ“ข้ารู้ดี การกระทำเช่นนี้คือการหลอกลวงเบื้องสูง มีโทษประหาร ทว่าพวกท่านก็น่าจะรู้ดีว่ายามนี้ผู้ปกครองฝ่ายในคือฮองเฮาหลี่ นางโหดเหี้ยม ปกครองอย่างทารุณ ผู้ใดไม่เป็นไปตามที่นางต้องการย่อมโดนลงโทษจนบาดเจ็บเจียนตาย พวกท่านจะส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกเช่นนั้นหรือ” คำพูดเช่นนี้ทำให้พวกเขาหยุดชะงักนิ่ง เพราะมันคือความจริงที่เจียงหลีกำลังเผชิญอยู่“แล้วเจ้าต้องการอะไร ทำไมต้องการใช้ชื่อลูกสาวข้า” หลังจากพวกเขานั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สักพัก ฝ่ายชายเลยประเด็นอีกครั้ง“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ข้าแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกท่านก็ไม่ต้องรับโทษจากการเลือกนางกำนัล ชนะทั้งสองฝ่าย ไม่ดีหรือ จ้าวซินเหยียน แต่เล็กจนโตไม่เคยออกนอกจวนแม้ครึ่งก้าว ย่อมไม่มีใครรู้ว่านางหน้าตาเช่นไร ข้าไม่พูด พวกท่านไม่พูด ผู้ใดจะล่วงรู้”“ถ้าแม่นางคิดเห็นเช่นนั้น พวกเราขอปรึกษาสักครู่” พวกเขาเดินออกไปปล่อยให้นั่งรอต่อไป มันมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาไม่ยินยอม ชื่อเสียงวงศ์ตระก

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว

    เวลานี้ในราชสำนักมีขั้วอำนาจอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ ฮ่องเต้ หานกว่างเสี้ยว สกุลหานที่ปกครองเมืองเจียงหลีมาช้านาน กับ ฮองเฮา หลี่เจียฉิน บุตรสาวของหลี่หงปั๋วที่ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจจากนางสนมฐานะปานกลางสู่มงกุฎหงส์นี้ได้เพราะอำนาจจากบิดาของตน ทำให้ราชสำนักเองต้องแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นกัน“คนมุงดูอะไรกัน ไม่ใช่ว่าประกาศจับข้าหรอกนะ” ในเมืองที่ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยอย่างพลุกพล่าน ตลอดแถวถนนนี้มีแผงร้านค้าจับจองพื้นที่จนไม่มีที่ว่าง ทว่ากลับมุมหนึ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมากคือ ที่ปิดป้ายประกาศ มันคงเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเลยตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ“ขอโทษนะ ขอโทษนะ” ข้าฝ่าด่านผู้คนเข้ามาเพื่ออยู่ใกล้กันใบประกาศที่สุด ในนั้นระบุไว้ว่าตำหนักของฮองเฮารับคัดเลือกนางกำนัลประจำตำหนัก นี่แหละหนทางในการแก้แค้นของข้าภายในหกปีที่ข้าใช้ชื่อเยว่เหยานั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่ฆ่าล้างสกุลหนานกงจนสองให้ปีให้หลังฮองเฮาเหอ เหอจวินหลิง ได้สวรรคตไป หลี่หงปั๋วก็กดดันฮ่องเต้ให้ลูกสาวตนเป็นฮองเฮาได้สำเร็จ ไม่นานนางคงจะกุมอำนาจราชสำนักไว้จนหมดแน่นอน ...ช่างเถอะใครสนกันว่าราชสำนักจะเป็นตายร้ายดี

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

    “เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ “ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน” “อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว “ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว” “เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว” “ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป “ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก” “ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” “ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน” “ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง “พอได้แล้ว ไปกินขะ.

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่

    “ข้ามาอยู่ที่ตำหนักได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอยู่ที่เตียงนอนทรงวงกลมกลางตำหนักสีทองและฟ้าที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับด้วยผ้าแพรสีเข้มล้อมรอบ ภายในตำหนักมีชั้นเก็บตำราหกชั้นเรียงรายอยู่มุมห้อง ภาพสุดท้ายของเขาคือกำลังเสพสุขอยู่ที่หอคณิกาแล้วมีชายสองคนบุกเข้ามา ถ้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นเหล่าพี่น้องอย่างองค์รัชทายาทและน้องสี่แน่นอน “ตื่นแล้วหรือ ลูกตัวดี” คนเป็นแม่รีบเดินมาพร้อมจับใบหูของลูกชายตัวแสบดึงลงสุดแรงจนใบหูแดงก่ำ อีกฝ่ายต้องเอามือประคบ “อะไรกันเสด็จแม่ ข้าแค่ร่ำสุรา ไม่ได้มีสิ่งอื่นเลย” “แต่รู้ไหมว่าเสด็จพ่อเจ้าทนข้อครหาจากเหล่าขุนนางไม่ได้ เป็นถึงราชวงศ์กลับประพฤติตนเช่นนั้น พวกขุนนางถึงขึ้นตั้งข้อหาปลดตำแหน่งเจ้า อับอายสิ้นดี” “เสด็จแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ไปหอคณิกาอีกแล้ว” เขาทรุดตัวลงต่อหน้า กอดขา ส่งสายตาอ้อนวอนแม่ของตนหวังให้ใจเย็นลงและไม่ให้เสด็จพ่อทราบเหตุการณ์ในวันนี้ “ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็สายไปแล้ว เสด็จพ่อเจ้ากำลังคัดเลือกหญิงงามที่เหมาะสมเพื่อจัดงานอภิเษกให้เจ้า เพื่อทีเจ้าจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา” “ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามีสัญญาอภิเษกกับอวี้ชิงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตำ

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ(ต่อ)

    วันรุ่งขึ้นยายปลุกข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างให้ออกมาวิ่งรอบป่าไผ่ นั่งสมาธิใกล้ลำธาร แต่ข้าดันแอบหลับเสียจนได้ จึงโดนปลุกด้วยน้ำจากในลำธารสาดกระเซ็นมาโดนกายด้วยกระบี่ที่ตวัดในลำธารแล้วจึงตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะฝึกวิชากระบี่ ยิงธนู การใช้มีดสั้น วรยุทธ์ต่างๆ ไปเรื่อยทั้งวัน ตกเย็นยายก็สอนวิชาพิษไหนจะการค้าขายกับข้าอีก ส่วนงานบ้านงานเรือนนั้นแน่ว่า.....ข้าทำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ยิบย่อยไปหมด ซื้อที่ร้านอาหารกินเอาจะง่ายกว่าไหม ทั้งยังอุดหนุนกิจการคนอื่นอีก...“อัครเสนาบดีหลี่ ท่านจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อข้าแทบพลิกแผ่นดินหาป้ายคำสั่งนั่นแล้วก็ไม่เจอ” ชายคนนั้นผู้ที่ฆ่าล้างสกุลหนานกงเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่นายต้องการคืออะไร แต่บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาแทบจะรื้อจวนหาแล้วก็ยังไม่พบ“ในเมื่อใช้ป้ายคำสั่งนั้นไม่ได้คงต้องใช้แผนสำรอง เจ้าตามข้ามา” เขาเอ่ยเป็นนัยเพื่อให้ผู้ที่บังคับรถม้าที่พวกเขานั่งสนทนากันอยู่นั้น พาไปที่ชายแดนเมืองเจียงหลี ที่แห่งนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ มีคนอาศัยอยู่นับร้อยคนได้ ต่างปลูกเรือนใกล้ชิดติดกันขนาบสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดินแล้วยังเป็นตลาดที่ให้คนมาจับจ่ายกั

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ

    “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามาเป็นหลานข้าก็แล้วกันนะ เยว่เหยา” “เช่นนั้น ท่านมีนามว่าอะไร” “ข้าชื่อ เจียอี ดีเหมือนกันข้าเองก็แก่เต็มทน ไม่มีลูกหลานไว้ดูแล คงต้องฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้วละ” “เจ้าค่ะ” “เยว่เหยา เจ้ากินข้าวได้แล้ว” เมื่อปรับความเข้าใจแล้ว ต่างฝ่ายต่างจับตะเกียบทานข้าวกัน พูดคุยถามไถ่กันจนรู้ว่าพ่อแม่ของนางถูกฆ่าตายจากคนที่ปองร้าย แต่ยายกลับไม่รู้ว่าพ่อแม่นางคือใคร “กินข้าวเสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้ว” “เจ้าค่ะ” “ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะกับข้าก็ได้ ที่นี่ไม่ใช่วังเสียหน่อย” “แต่ว่าข้าทำงานบ้านไม่เป็น คงต้องรบกวนท่านยายแล้ว” “ไม่เป็นไร เจ้ายังเด็กสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมาก ตามมา” ยายเรียกให้นางตามมาสำรวจภายในเรือนหลังนี้ตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ตนอยู่นั้นที่โปร่งโล่งเพราะมีหน้าต่างถึงสองบาน ฟูกนอนและผ้าห่มสีขาวบนที่นอนไม้ที่อยู่ซ้ายบนของห้อง ส่วนที่เหลือก็เป็นตู้เก็บของต่างที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ สูงระดับเอวของเจ้าของบ้าน ในกลางวันอากาศในวันที่มีแดดคงจะดีมาก เมื่อเดินออกมาตรงกลางเรือนนี้เป็นเหมือนส่วนกลางที่เอาไว้รับแขกมีโต๊ะสูงสี่เหลี่ยมพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status