تسجيل الدخولหวังฉิงชวน สาวสวยจากศตวรรษที่ 21 นักศึกษาคณะศิลปะการแสดงและการละคร ซึ่งจะต้องเขียนบทละครแนวพีเรียดย้อนยุคเพื่อผลิตซีรีย์เรื่องยาว 40 ตอนจบ และยังเป็นผลงานภาคบังคับที่นักศึกษาทุกคนจะต้องทำบทละครเพื่อขออนุมัติจบการศึกษา หญิงสาวจึงนำเกร็ดประวัติของท่านหญิงธิดาลูกเจ้าเมือง จากยุคจ้านกว๋อ มาเขียนบทละคร ทว่าประวัติของท่านหญิงผู้นั้นเป็นของปลอมที่ถูกทำขึ้นในยุคนั้น เป็นเหตุให้หวังฉิงชวนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับชีวิต เมื่อเธอเกิดหัวใจวายกะทันหัน ครั้นฟื้นขึ้นมาอีกครั้งดวงวิญญาณของเธอกลับอยู่ในร่างของท่านหญิงหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนผู้วายชนม์ เธอถูกกลับมาในเหตุการณ์ของท่านหญิงที่นำประวัติของนางมาทำเป็นบทละคร เพื่อล่วงรู้เหตุการณ์จริงในอดีตที่เกิดขึ้น และเธอกลับมาเพื่อผูกวาสนากับจอมโจรเยี่ยคัง ซึ่งมีอดีตเป็นถึงองค์ชายเฉินคัง องค์ชายห้าแคว้นหมิ่นเย่ว วาสนาผูกพันลึกซึ้งเกิดขึ้นกับคนทั้งสอง และสัญญารักมั่นจากหัวใจที่พี่คังมีต่อเฉียนเฉียน นำหวังฉิงชวนให้หวนกลับคืนสู่อ้อมกอด องค์ชายเฉินคังแห่งแคว้นหมิ่นเย่วอีกครั้งเพื่อครองคู่ไปชั่วนิจนิรันดร์
عرض المزيدยุคอดีตหอเทพธิดาเมืองอูเจี๋ยนยามนี้ภายในหอเทพธิดาเพิ่งเสร็จสิ้นพิธีบูชาไปได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม กลิ่นกำยานหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลิ่นดอกไม้นานาพรรณหอมตลบอบอวล ด้วยเทพธิดาโปรดปรานดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมทุกชนิดและตรงหน้าแท่นทำพิธีปรากฏบุรุษสูงใหญ่อาภรณ์ขาว เกศานิลกาฬรับกับดวงเนตรคู่สวย กำลังนั่งคุกเข่าขอพรจากเทพธิดาอูเจี๋ยนด้วยความรักและคิดถึงคนที่อยู่ในหัวใจอยู่ทุกค่ำคืน คำอ้อนวอนจากหัวใจกำลังพรั่งพรูออกจากปากบุรุษคนดังกล่าว“ข้าน้อยเฉินคัง ขออ้อนวอนเทพธิดาอูเจี๋ยน ฝากคำรักมั่นและสัญญาของหัวใจไปถึงฉิงชวนฮูหยินของข้าที่สถิตอยู่สวรรค์เบื้องบน คำรักมั่นที่สัญญาไว้จะมิวันแปรเปลี่ยนไปจากหัวใจของข้าน้อย ขอเทพธิดาได้โปรดนำคำรักของข้านี้มอบให้แก่นางได้ล่วงรู้ หากแม้นเทพธิดาและสวรรค์เบื้องบนเมตตา ขอให้ข้าน้อยได้พบดวงวิญญาณของนางสักเพียงครั้งด้วยเถิด”คำอธิษฐานเพียรเฝ้าอ้อนวอนอยู่ในห้วงคำนึงขององค์ชายหนุ่มรูปงามดวงเนตรสีนิลกาฬทอดสายตาจับจ้องอยู่แต่ภาพวาดตรงหน้า ซึ่งเป็นผู้ลงมือวาดกับมือด้วยความโหยหาและอาลัยรักเป็นยิ่งนัก ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็ม
9 เดือนผ่านไปมณฑลฝูเจี๋ยนมณฑลฝูเจี้ยนหรือ มณฑลฮกเกี้ยนเป็นมณฑลชายฝั่งทะเลที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน อาณาเขตทางภาคเหนือติดกับมณฑลเจ้อเจียง ภาคใต้ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ภาคตะวันออกติดกับช่องแคบไต้หวัน ฝูเจี้ยนมาจากอักษรนำหน้าชื่อเมืองสองเมืองรวมกันคือฝูโจวและเจี้ยนโอว ชื่อนี้ได้รับการตั้งในสมัยราชวงศ์ถังในยุคสมัยจ้านกว๋อซึ่งเจ็ดแคว้นใหญ่เรืองอำนาจอยู่ในขณะนั้น มณฑลฝูเจี๋ยนก็คือแคว้นหมิ่นเย่ว ซึ่งรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในยุคโบราณจวบจนกระทั่งปัจจุบันก็ยังรุ่งเรืองเปลี่ยนผันไปตามยุคสมัยที่ผ่านไปภายใต้เรืองร่างงามระหงของหวังฉิงชวน ที่กำลังยืนอยู่บริเวณท่าเทียบเรือฉวนโจว อันเมืองท่าเก่าแก่มีอายุพันกว่าปีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเลในยุคโบราณ ดวงตาคู่สวยกำลังเหม่อมองน้ำทะเลสีครามอยู่ตรงเบื้องหน้าภาพในความฝันที่มิอาจลืมเลือนไปจากความทรงจำและจากหัวใจของฉิงชวนไปได้เลย บุรุษรูปร่างสูงใหญ่สวมอาภรณ์ขาว เส้นผมสีดำสนิทยาวจนถึงกลางหลังยืนถือตำราอยู่บนเรือ กำลังสอนหนังสือให้แก่สตรีสาวแสนงามและน้องชายตัวน้อยบนเรือซึ่งเป็นของเจ้าเมืองอูเจี๋ยน
“เฉียนเฉียน! เฉียนเฉียนลืมตาขึ้นมาสิเจ้า! เจ้าจะทำกับข้าเช่นนี้ไม่ได้นะ! เฉียนเฉียน! เฉียนเฉียน!!!!!”แปะ! หยาดน้ำตาหลั่งรินออกจากขอบหางตาของใบหน้าสวยของหญิงสาว“เฉียนเฉียน!เฉียนเฉียน!”เสียงเรียกที่ค้นหูเป็นอย่างดียังคงดังขึ้นอยู่ชิดริมหูไม่คลาดคราเปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ กลอกกลิ้งไปมา พร้อมขนตางอนยาวเริ่มกะพริบขึ้นติดต่อกัน ก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ ภาพอันพร่าเลือนค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นพร้อมเพดานเบื้องบนปรากฏอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตจับอยู่ที่หลอดไฟสีนวลอ่อนๆ กระจายไปทั่วทั้งเพดานครั้นมองไปทางด้านข้างเสาเหล็กสำหรับแขวนขวดยารักษาอาการของคนป่วยพร้อมสายระโยงระยางต่อตรงเข้ากับท่อนแขนขาวผ่องซึ่งอยู่ในชุดของคนไข้ในโรงพยาบาลของกรุงปักกิ่งดวงตากลมโตดั่งตากวางมองไปทั่วห้องก่อนจะเห็นทิวทัศน์ของเมืองใหญ่ในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้ามากมายตั้งตระหง่านอยู่นอกประตูกระจก“นะ..นี่..นี่..ฉัน..ฉันกลับมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไง! ทะ...ทำไม!...”ฉิงชวนนอนพึมพำอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความรู้สึกสับสนจน
พร้อมเสียงของเฉินคังดังก้องขึ้นมาทันที“รีบพาออกไปจากที่นี่! สกัดพิษเอาไว้อย่าให้แพร่กระจาย”สิ้นเสียงของเฉินคังเสิ่นข่ายรีบอุ้มร่างไร้วิญญาณออกจากบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ติดตามด้วยองครักษ์คนอื่นๆ รีบประคองร่างของคนที่เหลือออกไปตามคำสั่ง คงเหลือเพียงฉิงชวนและเฉินคังเท่านั้นที่อยู่ภายในบริเวณนั้น “เฉินจิ้น! ปล่อยเฉียนเฉียนของข้าเดี๋ยวนี้!”เสียงตวาดดังกระหึ่ม ดวงเนตรเข็งกร้าวลุกโชนอย่างน่าสะพรึงกลัว แต่มิอาจทำอะไรได้ไปมากกว่านี้ ด้วยเพราะเป็นห่วงฮูหยินของตนเป็นยิ่งนักในขณะที่ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตกตะลึงไปตามๆกัน ครั้นเห็นบุรุษสองคนที่มีหน้าตาประดุจพิมพ์เดียวกันจนแยกไม่ออกเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉิงชวนได้แต่มองหน้าของคนทั้งสองสลับไปสลับมาอยู่เช่นนั้น“นะ...นี่...มันอะไรกันรัชทายาทของหมิ่นเย่วเหตุใดจึงมีสองพระองค์”ฉิงชวนเอ่ยออกมาด้วยความงุนงง พร้อมเสียงหัวเราะกึกก้องของเฉินจิ้นดังขึ้นด้วยความขบขัน“เจ้ากล้ามากนักนะ!ที่บุกเข้ามาในวังของข้า อุตสาห์รอดตายมาจากโรคระบาดที่อู
เมืองหลิวนิง ณ.เรือนรับรองหวังฮูหยิน ในยามนี้หวังฉิงชวนยังคงนอนหมดสติอยู่ภายในห้องนอนใหญ่ของหวังฮูหยินเข้าสู่วันนี้เป็นวันที่สามแล้ว โดยมีหวังฮูหยินเฝ้าคอยดูแล ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวตลอดจนดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง หวังฮูหยินมั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าสตรีที่มีความงดงามลึกล้ำผู้นี้แท้
ในขณะที่อาหลงยืนสังเกตสถานการณ์รอบตัวที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ก่อนจะตัดสินใจถามออกไป “ข้าสามารถจะไปได้หรือยัง”เสียงนั่นเลียบๆเคียงๆ ถามกลับไป “ยัง!”เฉินคังตอบกลับไปห้วนสั้น เล่นเอาอีกฝ่ายใจหล่นลงไปที่ตาตุ่มทันที “ข้าไม่ได้บอกว่าจบคำถามจะไปได้เยี่ยงไร ยังตอบในสิ่งที่ข้าอยากรู้ไม่หมด”จอมโจรหนุ่มตอบ
บริเวณท่าเทียบเรือ ร่างสันทัดของอาหลงนั่งจิบน้ำชาอยู่บนตั่ง อันเป็นสถานที่สำหรับลูกค้าผู้มั่งคั่งซึ่งเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองจิ้งโจวมานั่งชื่นชมและดื่มด่ำท้องทะเลกว้างยามเมื่อเรือได้แล่นออกจากท่า หากแต่ในยามนี้เลยเวลาที่เรือจะต้องแล่นออกจากเมืองอันหยวนมากว่าครึ่งชั่วยามแล้ว แต่ก็ยังไม่ปรากฏว่าจะ
หอหยวนเจา ผู้คนมากมายทั้งชายและหญิงต่างเดินทางเข้ามาเลือกหาซื้อเครื่องประดับสวมใส่ในวันนี้มากกว่าทุกวัน ตั้งแต่เช้าในขณะผู้ที่นำสินค้ามาขายก็มีมากกว่าทุกวันเช่นเดียวกันอย่างน่าประหลาดจริงเชียว ท่ามกลางดวงเนตรสีนิลกาฬของเฉินคังกำลังยืนมองอยู่ด้านนอกกับผลงานการออกแบบหอหยวนเจาด้วยฝีมือของตนเอง

















