Beranda / โรแมนติก / เศษรักเมียจำนน / บทที่ 2 เขาไม่ใช่อดีตแต่เธอคือขวากหนาม

Share

บทที่ 2 เขาไม่ใช่อดีตแต่เธอคือขวากหนาม

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 16:37:27

เวลาผ่านมาจวบจนสองทุ่ม รถของสามียังไม่กลับเข้าบ้าน เธอที่เป็นภรรยาของเขามาสามปีแล้วก็นั่งรอเขาตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน จวบจนวันนี้ก็ว่าได้ แม้ใจนึกอยากตัดขาด แต่เธอก็ทำไม่ได้เพราะเขาก็คือพ่อของน้องพิณเช่นเดียวกัน

         หากไม่รักกันก็ห่วงใยกันในฐานะพ่อของลูกก็ยังดี

         ...เธอคิดแค่นั้น

         “แม่ขา...พ่อขาทำไมยังไม่กลับคะ น้องพิณอยากให้พ่อขาเล่านิทานให้ฟัง” เด็กหญิงวัยสามขวบตัวป้อมวิ่งลงมาจากด้านบนพร้อมกับหนังสือนิทาน เพื่อถามผู้เป็นแม่ว่าเมื่อไหร่พ่อของเธอจะกลับ

         “พ่อขาทำงานค่ะลูก ให้แม่ขาเล่าให้ฟังดีไหมคะ”พิมพ์พลอยพูดกับลูกสาวด้วยเสียงน่ารัก แม้ว่าจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนเป็นพ่อนั้นอยู่ที่ใด

         ตั้งแต่แต่งงานมา ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาจะบอกเธอว่าอยู่ไหนทำอะไร แล้วจะกลับเมื่อไหร่ เธอเป็นแค่เมียที่เฝ้าบ้าน และทำงานบ้านให้เขาเท่านั้น สังคมของเขาล้วนไม่มีเธออยู่ในนั้น เพื่อนของเขาเธอไม่รู้จักสักคนเดียว ราวกับว่าอับอายที่จะพาเธอออกไปพบหน้าหรือแนะนำให้เหล่าเพื่อน ๆ รู้จักอย่างนั้น

         เมียที่ไม่เชิดหน้าชูตาอย่างเธอก็ทำได้แค่นี้สินะ ทำได้แค่รอ...

         “แม่ขาโทรหาพ่อขาให้หน่อยได้ไหมคะ น้องพิณคิดถึงพ่อขาแย้ววว” แววตาออดอ้อนอย่างใสซื่อของเด็กน้อยทำเอาพิมพ์พลอยไม่กล้าทำลายความหวังของลูกสาว เธอลูบหัวของน้องพิณเบา ๆ แล้วกดเบอร์โทรออกไปหาชายผู้เป็นสามี

         เสียงรอสายอยู่นานเขาก็ไม่ยอมรับ เธอโทรกลับไปอีกสองรอบ เขาก็ตัดสาย เธอมองหน้าลูกสาวที่มองมาหาแม่อย่างมีความหวัง แล้วก็ใบหน้าหม่นเศร้านั้นทำให้เธออยากตบหน้าชายผู้นี้สักครั้งหากมีโอกาส

         “พ่อขาไม่ยอมรับใช่ไหมคะ” เสียงสั่นเครือของลูกสาวทำเอาหัวอกคนเป็นแม่เจ็บปวด เธออยากให้ครอบครัวอบอุ่น เลี้ยงดูลูกด้วยความรัก ไม่ใช่พ่อแม่ที่เกลียดกันแล้วความทรมานตกมาอยู่กับลูกเช่นนี้

         เธอดึงลูกสาวมากอดไว้แน่น กลั้นก้อนสะอื้นไว้ในอกไม่ให้ลูกรู้ว่าเธอก็เสียใจเช่นกันที่เขาไม่รับโทรศัพท์เช่นนี้

         “เห้ย...ไอ้ภัทร กูเห็นโทรศัพท์มึงดังหลายรอบละ ทำไมไม่รับวะ” จักรทิพย์ หรือ ร้อยตำรวจเอกจักรทิพย์หรือสารวัตจักรถาม เพราะตั้งแต่แต่งงาน นับวันได้เลยที่มันจะไม่ดื่มเหล้า ไม่รู้จะตายด้วยตับแข็งก่อนหรือแก่ตาย

“เมียกูโทรมาช่างเถอะ ไม่มีอะไรแค่ถามจะกลับเมื่อไหร่” เขาว่าปัดไป เพราะรำคาญไม่อยากได้ยินเสียง

เสียงที่ไพเราะเสนาะหูของเธอคือเสียงครางบนเตียงยามเขาเมาเท่านั้น

         “ไอ้ห่า...เมียโทรมาก็ควรรับบ้าง เกิดไม่สบายมีเรื่องด่วนอะไร เมียมึงขับรถไม่ได้ไม่ใช่เหรอ” จักรทิพย์เตือนเพื่อนด้วยความหวังดี คนเรามักมองข้ามเรื่อง ๆ เล็กน้อย รู้ตัวอีกทีก็ไม่อาจจะยื้อคนที่รักให้อยู่รอแล้ว เขาพบมาหลายคดี บ้างฆ่าตัวตาย บ้างอุบัติเหตุ บ้างก็หัวใจวายตาย เพราะคนที่บ้านละเลยแบบนี้

         “ไอ้นี่ทำตัวเป็นแม่กูอีกคนละ ป่วยก็เรียกรถพยาบาลดิวะ เรียกกูจะช่วยรักษาได้หรือไง ถ้าช่วยให้สบายตัวว่าไปอย่าง”

         ณัฐภัทรไม่เคยแยแสเรื่องเกี่ยวกับเมียที่เขาไม่ได้รักคนนี้เท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะป่วยจะสบายดี เขาก็จิกใช้เธอทำงานบ้านเหมือนเดิม เพราะว่าเธอเลือกแล้ว เลือกที่จะเป็นเมียทาสอย่างที่คุณตาของเธอเลือกเอง

         หึ...ลูกสาวยังบริสุทธิ์ส่งเข้าปากเสือเองช่วยไม่ได้

         ...ต้องโง่แค่ไหนถึงเชื่อว่าเขาจะหน้ามืดปล้ำยายเด็กนั่น

         “เออ...กูจะคอยสมน้ำหน้า รอวันที่มึงน้ำตาเช็ดหัวเข่า” จักรทิพย์เห็นมาเยอะแล้ว

ตอนอยู่ไม่เห็นค่า วันหน้าไม่เห็นเขาแล้วมีอยู่จริง’

         ชายหนุ่มยิ้มมุมปากให้กับมุขเฟื่อน ๆ ของเพื่อนหนุ่ม ยายเด็กนั่นจะไปที่ไหนรอด คุณตาอุตส่าห์ส่งมาให้ตกนรกทั้งเป็นแบบนั้น ความรู้ก็ไม่มี เรียนจบม.ปลายก็บังคับให้แต่งงาน โคตรโบราณเลย

         ขณะที่กำลังดื่มกันอยู่นั้นผู้หญิงในชุดสีดำกำมะหยี่ ประดับเลื่อมที่สะท้อนกับแสงไฟจนโดดเด่นอยู่กลางฟลอร์เต้นตรงกลางเวที เรียกสายตาของณัฐภัทรให้หยุดนิ่ง จักรทิพย์เองเมื่อเห็นเพื่อนมองไม่วางตาจึงมองบ้าง แล้วก็สะดุดกับผู้หญิงที่เพื่อนมอง

         “แฟนเก่า?”

         ใช่แฟนเก่าไอ้เพื่อนตัวดีนี่แหละ ที่เป็นเพื่อนกับเมียไม่รู้อีท่าไหนได้เพื่อนเป็นเมียแทน จนต้องมานั่งแดกเหล้าทุกวันนี้

         “ถ่านไฟเก่าเหรอวะไอ้ภัทร”

         “ไม่ใช่สักหน่อย” ณัฐภัทรกระดกเหล้าสีอำพันมองเนตรนภาไม่วางตา เธอสวยขึ้นกว่าเมื่อสามปีก่อนมากนัก ตอนนี้น่าจะเรียนจบแล้ว และเขาได้ข่าวว่าเธอคบกับหนุ่มไฮโซคนอื่นอยู่ แต่ไม่เห็นเงาของไอ้หมอนนั่น

‘หรือจะเลิกกันแล้ว?’

ดวงตาของณัฐภัทรมีประกายความหวังเล็ก ๆ

         ร่างกำยำของณัฐภัทรยืนขึ้น แล้วถือแก้วเหล้าไปด้วยหมายอยากเข้าไปทักทาย เพราะไม่ได้เจอกันมานานแล้ว แต่เพื่อนหนุ่มกับรั้งไว้ก่อน

         “ไอ้ห่า...อย่าเล่นกับไฟ...เดี๋ยวได้บ้านแตก” จักรทิพย์ห้ามเพื่อน เพราะได้ข่าวเกี่ยวกับเนตรนภามาบ้างเหมือนกัน แต่ว่าเขาไม่อยากจะพูดให้เพื่อนตัวเองฟังก็เท่านั้น

         “หึ...กูรู้น่า”

         แล้วเขาก็รั้งมันไว้ไม่ได้ มันก็เข้าไปทักกับแฟนเก่า แล้วก็กอดคอเต้นกันอย่างนัวเนียตรงกลางหน้าเวที นึกแล้วสงสารลูกเมียมันเหลือเกิน ที่ได้ผัวเหี้ยพ่อเลวอย่างเพื่อนเขา

         เห้อ!

         พิมพ์พลอยกล่อมลูกจนหลับแล้วเธอก็ยังลงมารอเขาด้านล่าง เพราะหากล็อกประตูก็กลัวว่าเขาจะเปิดเข้ามาไม่ได้ แล้วคนที่ไม่ชอบพกกุญแจบ้านก็จะต่อว่าเธอเอาอีก จวบจนเวลาผ่านไปถึงหกโมงเช้า ร่างของสามีเพิ่งจะย่างกรายเข้ามาในบ้าน คนที่รอจนหลับบนโซฟาสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตู

         เธอเป็นคนขี้กลัว อยู่กับลูกสองคนก็กลัวขโมย แต่จะล็อกบ้านสามีก็หาเรื่อง มีครั้งหนึ่งเขาโมโหจนผลักเธอล้มเพราะมาเปิดประตูช้า ทำเอาเธอแอบไปร้องไห้เพียงลำพังคนเดียว

         ณัฐภัทรไม่ได้สนใจว่าภรรยานอนรออยู่หรือไม่ เขาคุยโทรศัพท์มาจากที่จอดรถแล้วก็ยังไม่วางสาย

         “ครับเนตร ถึงบ้านแล้วครับ”

         เนตร? เมื่อได้ยินชื่อนี้อีกครั้งหัวใจของพิมพ์พลอยรู้สึกจุกแน่นในอก เธอเกลียดเพื่อนคนนี้เข้าไส้ แต่ทำไมเขากับเพื่อนชั่วคนนั้นยังติดต่อกัน

         “เนตรก็ขับรถดี ๆ นะครับ ไว้นัดกันใหม่ครับ”

         เสียงที่คุยกับอดีตแฟนของตัวเองหวานหยดย้อยแบบไม่เคยเป็นกับเธอมาก่อน ความน้อยเนื้อต่ำใจก่อตัวขึ้นเป็นสายหัวใจพลันรู้สึกบีบคั้นอย่างรุนแรง เธออยากกระชากโทรศัพท์ของเขาปาทิ้ง แล้วก็อาละวาดให้บ้านแตก

         ....แต่เธอไม่มีสิทธิ์...

         “คิดถึงเสมอครับ” คำสุดท้ายที่เขาพูดแล้วก็วางสายด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า ทำให้หัวใจของพิมพ์พลอยแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี

         เขาจะทำร้ายหัวใจเธออีกนานไหม?

         “ไปอยู่ที่ไหนมาคะ” เธอแค่นคำถามและควบคุมอารมณ์อย่างที่สุดเพื่อพูดออกไปโดยให้น้ำเสียงธรรมดาที่สุดไม่เจือด้วยความโกรธ

         ใช่เธอพยายามมีเหตุผลกับคนไร้เหตุผลอย่างเขา

         “มันธุระอะไรของเธอที่ต้องรู้ มีหน้าที่ดูแลบ้านเลี้ยงลูกก็เลี้ยงไป อย่ามาสาระแนเรื่องของฉัน” เขายกเสื้อสูทพาดที่บ่าแล้วหันหลังขึ้นห้อง แต่ทว่ากลับต้องยั้งเท้าอยู่ก่อนเมื่อได้ยินเสียงถัดมา

         “คุณกลับไปคุยกับเนตรนภาเหรอคะ” เธอกำหมัดแน่นจนเกือบสั่นไปทั้งตัว จำได้ดีว่าชีวิตในนรกขุมนี้เพื่อนรักของเธอมอบให้

         “เหอะ...กล้าพูดถึงเพื่อนไม่กระดากปาก แย่งของรักของเขามาแล้วยังมาถามอีกเหรอ” เขามองท่าทางหยิ่งยโสของภรรยาแล้วกลอกตาสามรอบด้วยความระอาใจ

         ผู้หญิงหน้าไม่อาย!

         “ฉันบอกคุณรอบที่พันแล้วว่าฉันไม่ได้แย่ง ฉันไม่ได้ต้องการคุณ...แต่...”

         “แต่...บังคับให้คุณตามาบอกให้ฉันรับผิดชอบ...บ้านเธอมันหิวเงิน แม่เธอก็ผู้หญิงสำส่อน ส่วนเธอก็อยากได้ของเพื่อน ดีนะครอบครัวไร้ยางอาย เข้ากันดี”

         “หยุดด่าว่าคนอื่นสักที!”

         “ทำไม...แตะต้องไม่ได้เลยใช่ไหม...หึ สูงส่งมาจากไหน กับอีแค่ข้าราชการเกษียณจน ๆ ที่ทำตัวเหมือนขอทานเร่ขายหลาน เหอะ! มีอะไรให้น่าสรรเสริญ”

         พิมพ์พลอยทนให้เขาดูถูกครอบครัวมานานแล้ว แต่เธอพูดอะไรไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่พูดเรื่องเลิก ทั้งแม่เขาและคุณตาล้วนไม่ยอมไม่อยากให้หลานมีปมด้อย โดยไม่สนว่าเธอจะเป็นหรือตาย  

         “เลิกคุยกับเนตรนภาซะ” เธอตัดสินใจพูดในสิ่งที่คนเป็นเมียควรพูด

         “มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง สำเหนียกตัวเองด้วยนะ”

         “สิทธิ์เป็นเมียไงล่ะ คุณแต่งงานกับฉันนะ”

         “เหอะ...กล้าเอามาอ้าง”

         “ปล่อยให้เรื่องของคุณกับเนตรเป็นอดีตไป ก่อนที่ฉันจะรังเกียจคุณไปมากกว่านี้” ต่อให้เป็นเมียที่ไม่ต้องการเธอก็มีศักดิ์ศรีในความเป็นเมียเหมือนกัน

         ณัฐภัทรเดินลงมาหาเธอพร้อมเอานิ้วชี้ยื่นไปจิ้มที่สมองกลวง ๆ ของผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเมีย

         “เขาไม่ใช่อดีต ส่วนเธอคือขวากหนามของเราจำเอาไว้!!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เศษรักเมียจำนน   บทส่งท้าย

    พิมพ์พลอยไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาเสียทีเดียว ไปค้างบ้านโน้นบ้าง บ้านคุณตาบ้างสลับกันไป กลัวคุณตาเหงา แต่เสาร์อาทิตย์จะอยู่บ้านคุณตาเป็นหลัก เพราะตอนมีปัญหาก็มีคุณตาคอยช่วยเหลือ พอเขาเข้ามาดีด้วยเธอจะทิ้งคุณตาได้อย่างไร ทั้งที่คุณตาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงก็ตาม ณัฐภัทรยังทำหน้าที่พ่อที่ดี และตามจีบเธออย่างต่อเนื่อง เขาขยันเซอร์ไพรส์เธอทุกวัน ของขวัญไม่ได้ขาด วันสำคัญของเธอล้วนเป็นวันสำคัญของเขาไปด้วย พิมพ์พลอยใช้เวลาพัฒนาคาเฟ่พิพิณให้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักเที่ยวสายคาเฟ่ และช่วงวันหยุดคนจะมากเป็นพิเศษ เธอใช้กำไรส่วนหนึ่งมาต่อเติมที่นั่งชิล ที่ถ่ายรูปเช็กอิน และเพิ่มมุมในสวนให้ดูน่าเข้ามาพักผ่อนมากขึ้น และเธอจ้างผู้จัดการร้านดูแลงานให้เธออีกที ณัฐภัทรใช้เวลาในตอนเช้าไปส่งลูกสาว เขาอุ้มลูกทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะตอนที่เดินไม่ได้กลัวเหลือเกินว่าสองมือนี้จะไม่ได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยของเขาอีกแล้ว หลังจากพยายามทุกทางจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง เขาก็อยากชดเชยเวลาที่หายไปของลูกสาวและภรรยาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แม่ขา...ไข่เจียวได้หรือยังคะ” เด็กหญิงพิพิณถือช้อนรอคอ

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 22 ผัวกลับใจ

    เด็กหญิงตัวน้อยยังคงทำหน้าที่เป็นกามเทพให้พ่อกับแม่ และอ้อนขอให้แม่มาค้างที่บ้านของพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ “ทำไมอยากค้างบ้านพ่อล่ะคะ” คนเป็นแม่มาถึงพร้อมกับชุดนักเรียนก็ซักไซ้ลูกสาวทันที ไม่รู้คิดยังไงงอแงไม่กลับบ้านเสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ให้มาอยู่ตั้งหลายวันแล้วยังไม่จุใจอีกหรือไง “ก็บ้านพ่อขาอยู่ใกล้กว่า แล้วก็ไม่ต้องตื่นเช้าค้า...” เด็กน้อยตอบหน้าซื่อ แต่รู้ดีว่านี่น่าจะเป็นแผนของคนเป็นพ่อแน่ ๆ เธอก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดนักเรียนของลูกสาวไปเก็บ แล้วก็เดินกลับมายังห้องเดิมของเธอเมื่อก่อน ห้องนี้มีความทรงจำหลายอย่าง มันมีความเจ็บปวดอยู่ในความทรงจำนั้นด้วย เธอมองไปแล้วก็รู้สึกว่าความทุกข์เมื่อผ่านมาแล้วก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย ตอนที่เผชิญกับความยากลำบากจะเป็นจะตายให้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วมองย้อนกลับก็รู้สึกขำตัวเอง ขำให้ความหัวอ่อนให้ผู้ใหญ่ชักจูงทั้งไม่กล้าดื้อรั้นด้วยยังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว มองความทุกข์เมื่อวันวานเป็นเรื่องธรรมดาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เธอนั่งลงที่เตียงที่ดูเหมือนสะอาดอยู่เสมอ เพ

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 21 ความหวังของพิพิณ

    แล้วคืนนั้นเธอก็ทนรบเร้าจากลูกสาวไม่ได้ จึงต้องให้เขานอนกับลูก ส่วนเธอก็ไปนอนกับคุณแม่ของเขาในห้องของตัวเอง เมื่อจะเข้านอน คุณแม่ของเขาก็จับมือเธออยากนั่งคุยปรับทุกข์กันก่อน “แม่ขอโทษนะพลอย ที่ผ่านมาแม่ก็ละเลยหนู ให้หนูต้องทนกับลูกชายแย่ ๆ ของแม่” ณัฐสุดาหากตัวเองไม่ตามใจลูกชาย แล้วดูแลลูกสะใภ้อย่างดี คงไม่เกิดเรื่องราวมากมายอย่างนี้ คงไม่มีใครต้องทรมานกันและกัน “มันคงเป็นโชคร้ายของหนูค่ะ ที่เจอเขา” “หนูกลับไปไม่ได้แล้วใช่ไหมลูก” ไม่ใช่ลูกชายคนเดียวของเธอเท่านั้นที่รอคอยพิมพ์พลอย แต่เป็นแม่สามีอย่างเธอด้วยที่รอคอยให้พิมพ์พลอยกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกัน “เรื่องของเราสองคนมันมาไกลมากแล้วค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะกลับไปเพื่ออะไรเหมือนกัน นอกจากพิพิณ ลูกเป็นเหตุผลเดียวที่พลอยยังไม่ใจร้ายกับเขาไปมากกว่านี้ เพราะหากตัดรอนไปเลย คนที่เจ็บปวดไม่พ้นพิพิณ การเห็นลูกเศร้า พลอยเองก็ไม่สบายใจ รอยยิ้มของพิพิณคือสิ่งที่พลอยอยากเห็นที่สุด” เธอตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ จะกลับหรือไม่กลับนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอเพียงแค่เหตุผลเดียว แต่พิพิณก็คือเหตุผลทั้งหมดในการที่เธอฮึดสู้

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 20 ไม่มีใครอยากเป็นภาระ

    พิมพ์พลอยกลับไป ณัฐภัทรก็คล้ายคนมีอาการซึมเศร้าทันที เขาไม่ทำอะไรเอาแต่เฝ้ารอที่หน้าประตู กระทั่งโทรหายังไม่กล้า ความรู้สึกที่เคยทำร้ายเธอเมื่อก่อนมันทำให้เขาเจ็บปวดใจ เหมือนตัวเองกำลังมีคนเอามีดมาทิ่มแทงหัวใจ เพียงแค่เธอไม่สนใจหรือไม่ใส่ใจเขาแล้วเท่านั้น เขาเคยร้ายกับเธอสุดขั้ว แต่เธอยังพูดดีกับเขาได้นับว่าเมตตาคนเลว ๆ อย่างเขามากแล้ว เมื่อคราวนี้เขาเป็นฝ่ายรอบ้างกลับรู้สึกว่าเวลาแต่ละนาทีนั้นทำไมมันดูเชื่องช้านัก เขาไม่กินข้าว รู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อยากไปหาพลอยกับลูก แต่ก็มองสภาพตัวเองก็ร้องไห้ออกมาทั้งทุบตีขาตัวเองที่มันยังไม่ยอมมีกำลังเดินได้เสียที “ทำไม...ทำไม...ทำไมชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้...ฮื้อ ฮื้อ...!!!” เขาทั้งโวยวายและทุบตีตัวเอง ทำเอาณัฐสุดาที่คุยงานอยู่ในห้องทำงานในบ้านต้องรีบวางสายออกมาหาลูกชาย “ภัทร...อย่าลูก...อย่าทำร้ายตัวเอง” ลูกชายเธออาการทรุดหนักอารมณ์แปรปรวนเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้าตอนที่ต้องอยู่คนเดียว เธอเองก็ต้องดูแลลูกชายกับต้องทำงานที่บริษัทไปด้วยรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมาก “ฮึก...แม่ครับ...ทำไม ทำไมผมต้องเป็

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 19 คิดถึงไข่เจียว

    วันถัดมาเป็นพิมพ์พลอยที่มารับลูกสาวของเธอเอง เพราะว่าลูกสาวโทรมาอ้อนว่านอนไม่หลับไม่มีแม่คอยเล่านิทานให้ฟัง แต่แท้ที่จริงก็คือคุณพ่อนั้นเป็นคนบงการลูกสาวตัวเอง ทั้งอ้อนวอนอยู่ในที จนเด็กสาวที่อยากมีพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันจึงตกลงร่วมมือแต่โดยดี ณัฐภัทรนั่งอยู่ในรถเข็นด้วยชุดใหม่ที่คิดว่าตัวเองหล่อที่สุด และเฝ้ามองไปยังหน้าประตูบ้านเช่นเดิมอย่างใจจดใจจ่อ จนณัฐสุดาระอาใจกับลูกชายตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ขัดต่อความวาดหวังของเขา เพราะว่าคนเรามักจะอยู่ด้วยความหวัง ให้ลูกชายได้มีสิทธิ์หวังบ้างไม่มากก็น้อย เพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจ ช่วงใกล้เที่ยงหลังจากที่พิมพ์พลอยจัดการงานที่ร้านจนเสร็จแล้วและให้เด็กในร้านดูแล ทั้งฝากกับคุณป้าแม่บ้านช่วยดูอีกแรง จึงปลีกเวลามารับลูกสาวตัวน้อยได้ เธอแวะซื้อกระเพาะปลาเจ้าเด็ดมาฝากคุณแม่ของเขาด้วย ตอนนี้เธอขับรถเป็นแล้วหลังจากฝึกมายาวนาน และสอบใบขับขี่ผ่านจนได้ จึงยืมรถคันเก่าของคุณตามารับลูกสาว แต่เมื่อมาถึงหน้าบ้านของเขา มันกลับเกเรเสียอย่างนั้น ทั้งที่คุณตาทักท้วงแล้ว แต่เป็นเธอเองที่ไม่อยากเอารถคันใหม่ที่ราคาแพงมาเสี่ยงกับมือใหม่อย่างเธอ

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 18 เฝ้ารอ

    พิพิณกว่าจะกล้าเข้าหาคุณพ่อได้ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อเห็นคุณย่าเอาโจ๊กถ้วยใหม่ให้คุณพ่อ เด็กน้อยก็รู้สึกอยากกินบ้าง “คุณย่าขา...น้องพิณกินได้ไหม” เด็กน้อยชี้ไปยังถ้วยโจ๊กของคุณพ่อ แล้วก็มองมันอย่างอยากกินตามประสาเด็ก “ได้ค่ะน้องพิณคนเก่งของย่า” คนเป็นย่าป้อนโจ๊กคำเล็ก ๆ ให้กับหลานสาวตัวน้อย เมื่อเห็นหลานกินได้เธอก็อมยิ้ม “อร่อยไหมครับลูก” ชายหนุ่มนั่งมองลูกสาวกินโจ๊กแล้วก็น้ำตาคลอ เขาอยากมองดูลูกเติบโต อยากเลี้ยงลูกด้วยสองมือของตัวเอง อยากอุ้ม อยากพาไปทำอะไรตั้งหลาย อย่าง แต่ตอนนี้มันเหมือนเป็นแค่ความฝันไปแล้ว เขาต้องนั่งรถเข็น แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องนั่งไปถึงเมื่อไหร่ มือข้างที่ไม่ต้องใส่สายน้ำเกลือยกขึ้นปาดน้ำตามที่ไหลลงมาตามร่องแก้มหยดแล้วหยดเล่า อย่างห้ามมันไม่อยู่ เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่าเวลามันมีค่าขนาดนี้ เวลาที่เขาทำเรื่องไร้สาระมากมาย แต่กลับไม่เคยดูแลลูกกับเมียให้ดี มีเวลาหาความสุขใส่ตัวมากมาย แต่ไม่เคยมีเวลาทำให้ลูกและเมียมีความสุข เขารู้สึกว่าตัวเองโง่จริง ๆ มือที่อ่อนล้าโรยแรงยกขึ้นลูบที่หัวเล็ก ๆ ของลูก กระทั่งแรงจะเหนี่ยวรั้งล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status