Masuk第 三 章
จื่อหลงมองคนร่างบางค่อยๆ กระเสือกกระสนลงจากม้าด้วยความทุลักทุเล เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงได้เร้นกายหายตัวจากไปอย่างเงียบทางด้านหลังของโรงเตี้ยมทำเอาไว้เผื่อเวลาฉุกเฉิน ในเมืองนี้เขาคือเจ้าของกิจการโรงแรมและภัตคารชั้นยอดแถมร้านรับแลกตั๋วแลกเงินที่อยู่ติดกัน สถานที่นั้นยังโอ่อ่าจนเป็นที่เลื่องลือในการทำมาค้าขาย ฝั่งตรงกันข้ามคือหอดนตรี ที่รวมเอาเหล่าสาวงามมากความสามารถในด้านดนตรีมาไว้บรรเลงเพลงโดยไม่มีการซื้อขายทางโลกีย์เด็ดขาด นั่นเพราะทั้งสามแห่งเขาเอาไว้แลกเปลี่ยนจากเงินสกปรกให้กลายเป็นเงินที่ขาวสะอาดนั่นเอง ทุกอย่างจึงถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง
"นายท่าน"ปู้เฉินรีบเข้ามาหาทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้น
"จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือไม่"
"เรียบร้อยทั้งหมดแล้วขอรับ ห้องของเสนาฟ่านอยู่ด้านในสุดไม่ปะปนกับผู้ใดทั้งสิ้น"
"ดีแล้ว เจ้าไปเถอะ อ้ออย่าลืมสั่งอาหารเตรียมเอาไว้ให้เขาด้วย"
"ขอรับ"ปู้เฉินออกไปแล้ว เขายืนแอบอยู่ตรงมุมระเบียง ด้านในของผ้าม่านสีสวย มองดูเหล่าทหารและขุนพลฉั่วที่กำลังสอบถามฟ่านเสวียนด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรๆ ข้าสบายดี โชคดีที่มีคนผู้หนึ่งช่วยเหลือเอาไว้ได้"ฟ่านเสวียนรีบบอก ขุนพลฉั่วเดินวนรอบตัวของเขาแล้วถามด้วยความสงสัย
"เขามีชื่อหรือไม่"
"แน่นอน ข้าสอบถามชื่อเอาไว้แล้ว ท่านขุนพลอย่าได้กังวลไปเลย"ฟ่านเสวียนพยักหน้ายิ้มแย้มใบหน้าขาวมีรอยเปื้อนฝุ่นแต้มอยู่ตรงปลายจมูกและข้างแก้มใส มือของจื่อหลงที่แอบดูอยู่ถึงกับคันยุบยิบอยากเอื้อมไปเช็ดคราบสกปรกออกให้
"น่าแปลกแล้วเหตุใดเขาจึงไม่รั้งรอที่จะเข้ามาด้านในด้วยล่ะ"
"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ระหว่างที่ลงจากม้าเขาก็หายไปแล้ว"
"ชื่อเสียงเขามีนามว่ากระไร ท่านเสนาบอกข้าได้หรือไม่"
"เขาแซ่เหวิน นามจื่อหลง"
"จื่อหลง? "ขุนพลฉั่วชะงักแล้วรีบเงยหน้าขึ้นมองฟ่านเสวียน
"ท่านขุนพลอย่าคิดมากไป เขามิใช่ขุนโจรนั่นแน่ๆ ข้าสาบานเลย เขาดูท่าทางเหมือนพ่อค้าวาณิช หรือคุณชายทั้งหลายที่ท่องยุทธภพ"
"แต่ว่า"ขุนพลฉั่วยังไม่คลายใจ ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินบทสนทนาจึงกระแอมนำมาก่อนเพื่อให้ทุกคนรู้ตัวว่าเขากำลังเดินมาด้านล่าง
"ใต้เท้าทั้งหลาย เป็นข้าน้อยเองขอรับ ข้ายินดีจริงๆ ที่มีขุนนางจากเมืองหลวงมาพักที่โรงเตี้ยมข้าน้อยได้"จื่อหลงรีบทักทายและเชื้อเชิญเพื่อมิให้ทุกคนผิดสังเกต ฟ่านเสวียนเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าคนที่ช่วยเหลือเขาเป็นผู้ใด
"เจ้าเป็นเจ้าของโรงเตี้ยมแห่งนี้หรือ"
"ขอรับเป็นข้าน้อยเอง""เขาก้มลงประสานมืออย่างนอบน้อม ขุนพลฉั่วสำรวจคนที่ค้อมตัวลงจนถ้วนทั่ว เลยไปถึงด้านหลังที่คาดว่าจะเป็นเสี่ยวเอ้อร์ของที่นี่
"อ้อเป็นเจ้าหรอกหรือที่ช่วยเหลือท่านเสนาเอาไว้"
"ขอรับเป็นข้าน้อยเอง"เขาผงกหัวรับ
"ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือ ถ้าเช่นนั้นเจ้ามารับเอารางวัลไปเถอะ"
"ข้าน้อยมิกล้า ข้าน้อยมิกล้า คนประสบเหตุข้าย่อมต้องเข้าช่วยเหลือ มิได้คำนึงถึงว่าจะเป็นผู้ใด ดังนั้นรางวัลจึงมิจำเป็นขอรับ"เขารีบบอก ขุนพลฉั่วจึงวางถุงเงินเอาไว้บนโต๊ะเช่นนั้น
"เช่นนั้นก็จงนำข้าวปลาอาหารมาให้เต็มเต็มที่ และจัดห้องให้ข้ากับท่านเสนาคนละห้อง ส่วนเหล่าทหารให้นอนห้องละสองคน ห้องเจ้ามีเพียงพอหรือไม่"
"แน่นอนขอรับ ข้าน้อยจะรีบสั่งคนให้ไปจัดเตรียมเดี๋ยวนี้"เขารีบรับคำแล้วสั่งคนงานสามสี่คนให้รีบไปจัดการ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาแจ้งว่าห้องพักจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นขอข้าขึ้นไปพักก่อนได้หรือไม่ท่านขุนพล ข้ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยจริงๆ "ฟ่านเสวียนรีบบอก เขาเองรู้สึกอ่อนล้าและเหนียวตัว ขุนพลฉั่วก็รู้ดีว่า ฟ่านเสวียนมิเคยตรากตรำดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนผายมือออกทันที
"เชิญ ให้คนนำท่านเสนาเข้าพักด้วย เอาล่ะพวกเจ้าเองก็พักผ่อนกันตามสบาย อย่าลืมจัดเวรยามคอยตรวจตรารักษาความปลอดภัยด้วยล่ะ"เขาสั่งทหารทุกคน สายตาทอดมองแผ่นหลังบางของฟ่านเสวียนไปจนลับสายตา
"ภายในห้องพักที่ใหญ่โตโอ่อ่า บัดนี้มีอ่างน้ำร้อนฉุยอยู่ด้านหลังฉากกั้นพร้อมกับเครื่องหอมที่วางเอาไว้บนโต๊ะด้านข้าง เขาชะโงกหน้าเข้าไปดูแล้วต้องยิ้มกว้างเพราะถูกใจเหลือเกิน แถมห้องก็กว้างขวางพอควรดูท่าทางแล้วจะพักสบายเป็นแน่ กว่ากลุ่มของขุนพลฉั่วจะลงมือสืบเรื่องขุนโจรจวิ้นจื่อหลงก็น่าจะเป็นพรุ่งนี้ เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะเหตุใดจึงให้เขาตามมาด้วย เขาไม่ได้เก่งกาจทางการต่อสู้ ดีแต่ใช้สมองเท่านั้นร่างกายบอบบางเช่นนี้จะไปช่วยเหลืออะไรได้มากมายแค่ไหนกันเชียว เขากลับคิดเกรงใจว่าหากเขามาด้วยจะเหมือนเป็นการควบคุมการทำงานของท่านขุนพลเสียมากกว่า คิดแล้วก็ให้อ่อนใจ เขาเดินไปด้านหลังฉากกั้นสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าปอดแล้วถอดเสื้อผ้าออกจนหมดสิ้น ก้าวขาหย่อนตัวลงแช่น้ำอุ่นเอนหลังพิงกับขอบอ่างหลับตานิ่ง หารู้ไม่ว่ามีกลุ่มควันพุ่งเป็นสายเล็กๆ เข้ามาปะปนในอากาศจนทำให้หลับสนิทโดยไม่รู้ตัว ทิ้งช่วงเอาไว้เพียงครึ่งก้านธูป ร่างสูงใหญ่จึงค่อยๆ แง้มประตูลับจากผนังด้านข้างที่ฝังชั้นวางหนังสือลงไป
"ดูต้นทาง"จื่อหลงสั่งปู้เฉินสั้นๆ จากนั้นก็ปิดประตูห้องลับจนสนิทเหมือนเดิม เขาเดินไปช้าๆ หยุดลงตรงอ่างคนที่หลับสนิทเพราะควันสลบ นั่งด้านข้างเพื่อมองใบหน้าเรียวจนอิ่มหนำ มือหนาวักน้ำทำความสะอาดเนื้อตัวให้คนหลับจนสะอาดสะอ้าน มือใหญ่สั่นน้อยๆ ยามแตะต้องผิวเนื้อละเอียดละมุนมือ เขาไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าตนเองกลั้นหายใจเอาไว้นานแค่ไหนกระทั่งลงมือจุ่มแขนตนเองลงไปในน้ำที่เริ่มคลายร้อนช้อนใต้ขาอ่อนและแผ่นหลังนุ่มเนียนขึ้น
"เจ้านี่น๊า รู้หรือไม่ว่าใจร้ายแค่ไหน อย่างน้อยจดจำคนที่เจ้าเคยช่วยเหลือเอาไว้สักนิดก็ยังดี มิใช่ลืมเลือนกันเสียขนาดนี้"เขาเอ่ยเบาๆ เมื่ออุ้มร่างเปลือยขึ้นมาจากน้ำนำไปวางบนเตียงนอน เขาบรรจงเช็ดน้ำจากร่างเล็กจนแห้ง แล้วสวมเสื้อตัวกลางและกางเกงให้จนเรียบร้อย เสียงกุกกักทำให้รู้ว่าปู้เฉินกำลังจะขออนุญาตเข้ามาภายในห้อง เขาจึงเดินไปหมุนรูปปั้นสิงโตหยกตัวเล็กๆ ที่อยู่บนสุดที่มือเอื้อมถึง ประตูจึงค่อยเปิดออก
"มาแล้วขอรับ"
"อืมสิ่งที่ข้าสั่งให้เจ้าทำเรียบร้อยดีหรือไม่"
"ทุกอย่างเป็นไปตามที่สั่ง บัดนี้ข่าวว่าจอมโจรจวิ้นจื่อหลงไปปรากฏที่หมู่บ้านท้ายเมืองแล้วขอรับ"
"ดีแล้ว เขาจะได้อยู่นี่ไปอีกหน่อย"
"นายท่านเหตุใดจึงไม่บอกท่านเสนาล่ะขอรับว่าเป็นคนที่เขาเคยช่วยเหลือมาก่อน"
"ข้าคือโจรกบฏ ถ้าข้าบอกมีหรือจะรอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้ อีกอย่างเขาเป็นถึงเสนากลาโหม อย่าให้เขาลำบากใจเลยจะเป็นการดี"
"นี่ถ้าคุณหนูรองทราบเรื่องจะเกิดอะไรขึ้น"
"ช่างศิษย์น้องเถอะ ตอนนี้เจ้าหาทางป่วนเมือง แต่จงระวังอย่าทำร้ายชาวบ้านเข้า และหลีกเลี่ยงมิให้เกิดการบาดเจ็บได้เข้าใจหรือไม่"
"แต่ข้าคิดว่า เรื่องนี้มิใช่เรื่องดีเลยขอรับเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ทางที่ดีเราหาหนทางอื่นจะดีหรือไม่"ปู้เฉินกังวลในสีหน้า
"อย่าคิดมากน่า ถ้าเจ้าทำตามที่ข้าบอกมันจะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้อยู่ที่นี่สักครึ่งเดือน ก่อนที่จะย้ายกลับเมืองหลวง"จื่อหลงก้มลงมองใบหน้าเรียวที่ยังหลับสนิทด้วยความเอ็นดู เขามิเคยลืมเด็กน้อยผู้หนึ่งที่ยื่นหมั่นโถวสองลูกในมือส่งให้ เมื่อยามที่เขาเร้นกายหนีกลับมาบ้านเกิด เมื่อรู้ข่าวที่มีคนลอบส่งให้กับอาจารย์ และพอไปถึงบ้านที่ถูกกวาดล้างก็พบทหารที่ยังคงตรวจสอบภายในบ้านสองสามคน เมื่อพบเขาจึงพยายามไล่จับตัว เขายังโชคดีที่หนีรอดออกมาได้อีกครั้ง ยามนั้นเขาทั้งสกปรกและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วน สภาพจึงไม่น่าดูนัก เขานั่งหอบพึงกำแพงร้างเด็กน้อยผู้หนึ่งแต่งกายด้วยผ้าแพรชั้นดีใบหน้ากลมมนขาวสะอาดราวกับซาลาเปานุ่มนิ่ม ทำให้รู้ว่าหาใช่ชาวบ้านธรรมดาไม่ ใบหน้าเล็กก้มลงมองเขาแล้วยิ้มให้ ฟันสองซี่ด้านบนที่ยิ้มส่งมาให้หักหายไปทำให้ดูน่าตลก ยื่นหมั่นโถวส่งมาให้ทั้งสองมือ ครั้งแรกเขาลังเลที่จะรับมัน แต่ใบหน้าเล็กกลับยัดมันใส่มือเขา
"กินสิ ข้าให้"
"ไม่เป็นไร"เขาตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"กินเถอะ ถ้าเจ้าไม่อิ่มข้ายังมีอีกนะ"ใบหน้าเล็กๆ ส่งยิ้มให้อีกครั้ง พร้อมกับทรุดตัวลงมานั่งเบียดเขาที่เนื้อตัวสกปรกไม่น้อย เขาพยายามจะถอยห่างเพราะกลัวจะไปทำให้อีกฝ่ายสกปรกตามไปด้วย แต่คนตัวเล็กกว่ากลับขยับเข้ามาใกล้เอียงหน้ามองเขาด้วยความสงสัย
"เจ้ามาจากไหนหรือ แล้วจะไปที่ไหน แล้วทำไมถึงไม่มีอาเตี๋ย อาเหนียงเล่า"เขาเงยหน้าจากหมั่นโถวในมือแล้วหันมามองคนที่ยังนั่งเบียดข้างๆ ด้วยดวงตาคลอด้วยน้ำตา
"ข้าไม่มีอาเตี๋ย อาเหนียง"
"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ"ร่างเล็กยกตัวขึ้นพยายามโอบรอบคอเขาเพื่อปลอบใจ ทันใดนั้นเองเขาทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งเพราะน้ำเสียงห้าวๆ ดังขึ้นเหนือหัว
"เจ้าเด็กขอทานจะทำอะไรคุณชายของข้า ออกไปไอ้เด็กสกปรก"ไม้อันใหญ่ทุบตีลงบนหลังเขาทันที
"อย่า อย่าทำเขา เขาไม่ได้ทำข้านะ ออกไปอย่าตี"น้ำเสียงเล็กๆ คอยห้ามปราบมิให้ชายตัวสูงตีทั้งยังเอาตัวเข้าบังจนได้รับบาดเจ็บโดยมิตั้งใจอีกด้วย
"โอ๊ยย!! อย่าตี ฮือออ อย่าตีเขา พวกเจ้าใจร้าย"
"คุณชายบาดเจ็บตรงไหน ออกมาขอรับ อย่าเข้าไปใกล้ มันจะทำอันตรายคุณชายได้นะขอรับ"
"พวกเจ้าใจร้าย เขาเป็นเด็กเหมือนข้านะ เขาจะทำอะไรได้ อย่าตี ห้ามตีนะ"เสียงเล็กๆ คอยห้ามปราบและกันตัวเขาเอาไว้ เขาจับแขนเล็กเอาไว้ให้อยู่นิ่ง
"ไม่ตีแล้วขอรับ คุณชายออกมาจากเด็กขอทานนั่นก่อนเถอะขอรับ"ดูท่าทางแล้วคนผู้นั้นคงจะเป็นพี่เลี้ยงของอีกฝ่ายแน่นอน เด็กชายตัวเล็กยืนร้องไห้ใช้สองมือเช็ดน้ำตาไปมา ยอมถอยออกห่างจากเขาแต่โดยดี
"เอาเขากลับบ้านด้วยได้หรือไม่ เขาไม่ทำอันตรายหรอก พวกเจ้าดูสิเขาตัวโตกว่าข้านิดเดียว ข้าจะขออนุญาตท่านพ่อเอง"
"มิได้ขอรับ เด็กขอทานพวกนี้ไม่ปลอดภัย มาเถอะคุณชายกลับบ้านกับข้าน้อยดีกว่า"เด็กน้อยนั่นยังไม่ยอมเดินจากมา กลับดิ้นลงจากอ้อมแขนของพี่เลี้ยง
"ปล่อยข้าก่อน ข้าจะเอาเงินให้เขาไปซื้อกินข้าว เขาไม่มีอาเตี๋ย ไม่มีอาเหนียง"พี่เลี้ยงจึงยินยอมแต่โดยดี เด็กน้อยผู้นั้นเดินเข้ามาหาเขาทั้งที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตา แบมือเล็กๆ ส่งก้อนเงินให้สองก้อน
"เจ้าเอานี่ไป เก็บมันไว้ใจเวลาเจ้าหิวนะ ข้าชื่อลู่ฟ่านเสวียน ถ้าเจ้าเจออาเตี๋ยอาเหนียงแล้วกลับมาเล่นกับข้านะ แล้วก็อันนี้เก็บเอาไว้ด้วยเวลาเจอกันข้าจะได้รู้ว่าเป็นเจ้ายังไงล่ะ"เด็กน้อยส่งหยกพู่อันเล็กรูปเสือมาให้ เขาเอื้อมมือไปรับแล้วเก็บเอาไว้ในอกเสื้อ พี่เลี้ยงเมื่อเห็นว่าใช้เวลานานจึงเข้ามาอุ้มเพื่อกันให้ห่างจากขอทานน้อย
"ไปเถอะขอรับป่านนี้นายท่านสงสัยแย่แล้วว่าคุณชายหายไปไหน เจ้าเองก็เหมือนกัน อย่าได้กลับมาที่นี่เพื่อรบกวนคุณชายของข้าอีกเข้าใจไหม"เขาพยักหน้าช้าๆ มองร่างเล็กที่ถูกอุ้มอยู่หันกลับมาโบกมือลาให้เขาช้าๆ
#เรื่องมันมีปมโฮ๊ะๆๆๆ คอมเม้นก็เหมือนน้ำมันถ้ามีเยอะๆ ก็เท่ากับมีแรงขับดันให้เครื่องสตาร์ทติดให้กำลังใจคอมเม้นกันเยอะๆ นะคะ ติชมหรือแสดงความคิดเห็นกันได้เลยค่ะ ไรท์ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นเลยจ้า
"นั่นลูกข้านะ ข้าจะให้เขากลับจวนเมื่อใดก็ได้ อึ๊ก!!!"เสนาลู่ส่งเสียงข่มขู่"แต่นั้นเป็นฟูเหรินข้า ตายก็ฝังที่สกุลข้า อึ๊ก!!"องค์รัชทายาทได้ยินก็ส่ายหน้าไปมา ด้วยข่าวลือที่ลือกันทั้งวังหลวงว่า พ่อขาลูกเขยนี้หาได้ถูกตากันไม่ เจอกันครั้งใดย่อมมีสงครามน้ำลายขนาดย่อยให้เป็นข่าวเสมอ"หมายความว่า เจ้าจะไม่ให้ลูกฟ่านกลับ เอิ๊ก! กลับจวนข้าหรือ""กลับสิ เขากลับ แต่ขอข้าเข้าหอก่อน ไว้ข้าอารมณ์ดีเมื่อไหร่ข้าจะไปส่ง""เจ้าคนต่ำทราม เจ้าจะแยกพ่อแยกลูกกันรึ อ๊อก เอิ้กกก"เสนาลูกทำท่าจะอาเจียนแต่กลืนลงลำคอเอาไว้แทน"เฮ่ย! นั่นเป็นภรรยาข้านะ ท่านจะแยกยวนยางรึ ไม่อายหรือไร อ๊อกกก"ปู้เฉินเห็นว่าศึกน้ำลายนี่คงอีกยาวไกล เขาจึงแจ้งแก่ทุกคนว่าให้ดื่มกินได้เต็มที่ ส่วนเจ้าบ่าวคงเมาหนักมากแล้วและถึงเวลาเข้าหอได้แล้ว ครั้งแรกทุกคนไม่ยินยอม ทว่าอวี้หนี่ออกมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าท่าทางจื่อหลงเมาจนไม่สามารถดื่มกินได้อีกแล้วจึงจะพากลับเข้าหอ"ไม่ได้!""เข้าหอไม่ได้นะ"เสนาลู่ดึงแขนเสื้อของจื่หลงเอาไว้ เขาประคองตัวแทบไม่อยู่จึงดูเหมือนกอดเอวของจื่อหลงเอาไว้ ฝ่ายจื่อหลงเองก็ยืนไม่อยู่เซไปด้านหลังล้มลงโดยมีเสนาลู่ทับอยู่ด้
"เจ้าค่ะ อีกอย่างข้างนอกมีกงกงจากในวัง นำของขวัญมามอบให้เจ้าค่ะ"อวี้หนี่ทำท่านึกขึ้นได้"หือ จากองค์ใด"เสนาลู่ขมวดคิ้ว"จากลู่กุ้ยเฟยเจ้าค่ะ""อ้อพระสนมนั่นเอง ไปๆ เจ้าออกไปรับ""ขอรับ"ฟ่านเสวียนตอบคำแล้วเดินนำหน้าอวี้หนี่ออกไปด้านนอก"รบกวนกงกงแล้ว เหตุท่านจึงมิบอกบ่าวรับใช้เล่า ท่านต้องมายืนรอให้เสียเวลา"ฟ่านเสวียนรีบเข้าไปประคองแขนกงกงคนสนิทของลู่กุ้ยเฟย"ไม่เป็น พะย่ะค่ะ เหล่านู๋มาพร้อมกับขบวนเกี้ยวรับเจ้าสาว เห็นเช่นนั้นบ่าวจึงรีบเดินมาก่อน นี่เป็นของจากพระสนมพะย่ะค่ะ กงกงยื่นหีบขนาดใหญ่แทบจะอุ้มไว้ในมือไม่ไหวยื่นให้ฟ่านเสวียน"พระสนมยังกล่าว่า เนื่องจากพระนางออกจากวังมามิได้จึงได้แต่ฝากคำอวยพรมาให้ ขอให้พิธีสมรสราบรื่น มีแต่ความสุขพะย่ะค่ะ""ขอบใจท่านกงกงมากที่นำความมาบอก เด็กๆ"ฟ่านเสวียนมิได้เอ่ยปากว่าต้องการสิ่งใดทว่า บ่าวรับใช้รู้งานนำถุงที่มีน้ำหนักไม่น้อยปักดิ้นเงินงดงามส่งให้ถึงมือกงกง"นี่เป็นค่าเหนื่อยเล้กน้อย ขอท่านกงกงรับไว้ด้วยเถอะ""เกรงใจแล้ว เกรงใจแล้ว กระหม่อมมิบังอาจ""รับไปเถอะ ถือเสียว่าเป็นค่าเสียเวลาของท่าน"กงกงผู้เฒ่ายิ้มจนปากกว้าง"ขอบพระทัยพระชายา ขอบพระทั
จื่อหลงเดินกระวนกระวาย คอยชะเง้อดูแดดด้านนอกเพื่อคำนวณเวลา ปากคอยถามปู้เฉินที่แต่งชุดดูดีกว่าทุกๆวัน เอวคาดด้วยสายรัดเอวสีแดง สื่อให้เห็นว่าเป็นคนของฝั่งเจ้าบ่าว ตัวของจื่อหลงเองแต่งชุดสีแดงมีลวดลายมังกรสีทองปักอยู่ เดินวนไปมา"ม้าล่ะ"ปู้เฉินเหลือกตามองเพดาน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"ยามเหม่าแล้วขอรับ""อีกหนึ่งชั่วจะยามซื่อ ตรวจดูทุกอย่างอย่าให้ผิดพลาด"จื่อหลงย้ำอีกครั้ง ปู้เฉินอุบอิบอยู่ในลำคอเบาๆ 'ครั้งที่ร้อยแล้วขอรับ'"เจ้าว่าอะไรนะ"จื่อหลงหันหน้ามาจากบานหร้าต่างเขม้นมองหน้าอิดโรยของปู้เฉิน"ปละ เปล่าขอรับ ข้าบอกว่าทุกอย่างล้วนแต่ไม่มีผิดพลาดแน่นอนขอรับ"ปู้เฉินหางคิ้วกระตุกเพ่งมองใบหน้าคล้ายดอกทานตะวันของจื่อหลงด้วยความรู้สึกอยากจะถอนหายใจแรงๆเข้าใส่ ทว่าคนอย่างเขามิอาจจะทำเช่นนั้นได้ ดูหรือตั้งแต่วันกำหนดงานพิธี ต่อให้มีคนจากในวังมาช่วยงาน และมีคนของสำนักอีก แต่ดูเหมือนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ ด้วยคำสั่งที่ว่า "ทุกอย่างต้องได้ ทุกอย่างต้องมี ทุกอย่างต้องไม่ผิดพลาด" ดังนั้น ทั้งเขาและพ่อบ้านของจวนสกุลลู่จึงมิอาจละเลยให้บ่าวรับใช้ทำกันเอง นั่นคือที่มาของใบหน้าอิดโรยเช่นนี้ จื่อหลง
"หนิ..นี่ท่าน ไหนบอกมาลูกข้าเอาเปรียบเจ้าเช่นไร"พอกันทีกับอ๋องผู้นี้ ไม่มีความเกรงใจอีกแล้ว นั่นลูกชายเขา แถมตอนนี้ยังต้องตกเป็นเจ้าสาว! เจ้าสาวเชียวนะแค่คิดลมก็จับอีกแล้ว เขารีบลุกขึ้นจากเตียงมากระชากแขนฟ่านเสวียนให้ซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเอง"มานี่ เจ้าออกไปก่อน เด็กๆ เด็กๆ อยู่ไหน มาพาตัวคุณชายใหญ่ไปห้องของข้าเดี๋ยวนี้"สิ้นเสียงและเวลาผ่านไปจนเขารู้สึก"เด็กๆหายหัวไปไหนกันหมด"เสนาลู่หนวดกระดิกซ้ำ เมื่อเขาหันมามองร่างสูงใหญ่ก็ต้องตาขุ่นเขียว เพราะเจ้าเขยตัวแสบนั่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยืนแคะเล็บราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือตน"บอกมา คนของข้าหายไปไหนหมด""หวกเขางานคงยุ่งขอรับ""งานยุ่งบิดาเจ้าสิ"เพียงเขาสบถออกมาก็สะดุ้งเอง เพราะบิดาของเจ้าลูกเขยนี่อยู่เหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน"ข้าพูดผิด งานยุ่งหาเจ้าสิ"เสนาลู่กลับคำทันที"บอกมาคนไปไหนหมด""คนที่อยู่ระแวกนี้ล้วนแต่เหนื่อยอยากพัก ข้าเลยให้เขาหลับพักผ่อนเต็มที่ ส่วนคนที่ตกแต่งจวนด้านนอก ข้าก็ให้ปู้เฉินนำทหารมาช่วยแล้ว ท่านพ่อตาอย่าได้เกรงใจๆ"คราวนี้เขารู้สึกควันร้อนๆกรุ่นอยู่เหนือศีรษะตัวเอง หางตากระตุกไม่หยุด"ข้า...ข้า..ข้าจะพูดอย่างไร
"เอาวางไว้ตรงนั้น นั่นๆ หยุดๆ เจ้าระวังมือหน่อย ของพระราชทานเชียวนะ นี่ๆ ข้าบอกเจ้าไว้ว่าเช่นไร บอกให้เตรียมเอาไว้ตรงนั้นอย่างไรเล่า"เสียงเอะอะดังไปทั่วจวนอัครเสนาลู่ พ่อบ้านแห่งจวนได้แต่หมุนตัวไปมาราวกับลูกข่าง แน่นอน ยามนี้ฟ่านเสวียนนั่งอยู่ในเรือนของตัวเอง ก้มหน้านิ่ง คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือท่านอัครเสนาผู้เป็นบิดา"แทนที่จะกลับมาให้ไว เจ้ามัวทำอะไรอยู่ หรือลืมบิดาคนนี้ไปแล้ว"เสนาลู่มองบุตรชายคนเดียวของตนด้วยสายตายากจะบรรยาย วันนี้ในจวนต่างวุ่นวายเพื่อตระเตรียมพิธีพระราชทานสมรสให้จวิ้นอ๋อง แน่นอน อันที่จริงถ้าเป็นชาวบ้านสามัญเช่นพวกเขาและต้องแต่งงานกับบุรุษ ทางจวนของเขาต่างหากที่ต้องส่งเกี้ยวไปรับตัวเจ้าสาว แต่ในเมื่อมีราชโองการ เขาจึงต้องให้บุตรชายตนเองกลายเป็นถูกส่งเกี้ยวมารับตัวเจ้าสาวแทน แค่คิดหนวดสีขาวปนเทาก็เริ่มกระตุกอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาต้องพ่ายแพ้เล่ห์เหลี่ยมให้แก่จวิ้นอ๋องผู้นั้น แค่คิดอาการปวดตึงต้นคอก็เริ่มขึ้นอีกแล้ว เขายกมือขึ้นนวดต้นคอตัวเองเบาๆ มองกลุ่มมวยผมที่อยู่ในกวานหยกสีขาว ใบหน้าขาวนวลก้มต่ำจนมองไม่เห็น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ"ข้า..ข้า"ฟ่านเส
"พะ..พวกเรา ออก เอ่อ..ออกไปกันก่อนเถอะ"อวี้หนี่รีบบอก ปู้เฉินถึงกับเม้มปากกลั้นหัวเราะหยักหน้าเร็วๆ พลางนึกในใจว่านายท่านของเขาช่างใจร้อนเสียจริง"ไปเถอะ พวกเขาไม่เขินอายพวกเรากลับอายแทน"ปู้เฉินหัวเราะเบาๆค่อยประคองคนรักจากไปให้ไกลจากเสียงหยาบโลนนั่น"จะ..จื่อหลง ข้าได้ยินเสียงคน อื้ออ"ฟ่านเสวียนได้ยินเสียงพูดภายนอกทำให้อารมณ์กระสันต์สะดุด จื่อหลงจับเรียวคางบังคับให้หันมาสบตาเขาแล้วประกบริมฝีปากเข้าหาแน่นใช้ลิ้นร้อนล่อลวงให้อีกฝ่ายหลงลืมเสียงภายนอก เขากระแทกบั้นเอวย้ำๆให้อีกฟ่านเสวียนเคล้มไปกับท่วงทำนองรัก ฟ่านเสวียนเองก็ยอมถูกให้อีกฝ่ายชักนำแต่โดยดี"จื่อหลง ฮ๊าา อืออ "ราวกับปีนขึ้นสู่ยอดเขาแล้วดิ่งตัวลงมาจากหน้าผา หัวใจของฟ่านเสีวยนเต้นรัวแรง ความรู้สึกผ่าวร้อนภายในช่องทางบวกกับความคับแน่นหล่อหลอมให้เขากำลังจะละลาย ยิ่งจื่อหลงกระแทกปลายสุดของตนเองเข้ากับจุดเสียวยิ่งทำให้เขากระเด้งตัวสอดรับแรงบดอัด"อ่าาาห์ รัดข้าอีก ข้างในของเจ้าร้อนตอดรัดจนข้ายากจะทานไหว"จื่อหลงกระซิบแหบพร่า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีมืดมิดราวกับท้องทะเลยามค่ำคืน ริมฝีปากร้อนชื้นบดขยี้ริมฝีปากบวมฉ่ำราวกับดูดกลืนพลังวิญญาณข
"ข้าจะรีบไปทูลเสด็จพ่อ"จื่อหลงเตรียมขับพลังเพื่อจะใช้กำลังภายในเหินย่นระยะเวลาติดที่ว่าปู้เฉินจับข้อศอกเอาไว้เสียก่อน "นายท่านประเดี๋ยวก่อนเถอะขอรับ อย่าลืมว่าคุณชายฟ่านอาการพึ่งทุเลานะขอรับ"เรื่องของฟ่านเสวียนสามารถหยุดความใจด่วนใจเร็วของจื่อหลงเอาไว้ เขาชะงักแล้วหันมามองหน้าปู้เฉิ
จื่อหลงเดินทอดน่องไปช้าๆ คล้ายไม่สนใจเรื่องราวใดๆรอบตัว ครั้นเจอดอกไม้ส่งกลิ่นหอม ก็หยุดนิ่งเอื้อมมือแตะกลีบดอกนั่น ทันใดนั้นเขาหักดอกไม้ดอกที่ชูช่องดงามขึ้นมามองให้ใกล้มากขึ้น แล้วขยี้มันจนแหลกคามือแล้วโยนทิ้ง ใบหน้าเรียบเฉยหากแววตาเหี้ยมโหดดุดัน กระทั่งว่าถ้าผู้ใดได้เห็นคงแขนขาอ่อนแรงเป็นแน่ จื่อ
ตอนนี้พวกเจ้าทั้งคู่กลับไปคิดเมื่อตกลงแล้วก็มาบอกข้าเถอะ ข้าสัญญาว่าเด็กคนนี้จะเป็นบุตรคนแรกของสกุล หากเป็นหญิงเขาจะได้เป็นท่านหญิงหากเป็นชายเขาจะได้ครองตำแหน่งซื่อจื่อ ตัวข้าไม่เคยคิดจะผิดสัจจะ ขอเพียงพวกเจ้าอย่าคิดตื้นเขินเท่านั้นก็พอแล้ว เอาล่ะข้าไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วเรื่องของลูกคนนี้ข้าก็แค่หวั
จื่อหลงถูกเบิกตัวเข้าเฝ้ายังท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางในราชสำนัก และยังถูกประกาศแต่งตั้งเป็นจวิ้นหวังจื่ออ๋องรับรู้โดยทั่วกันทั้งใต้หล้า ครั้งแรกรัชทายาทคัดค้านเพราะท่าทีองอาจสง่างามดูฉลาดหลักแหลมมากกว่าตัวเขามากมายนัก แต่พอได้ฟังคนผู้เป็นน้องของตนเองประกาศแน่วแน่ว่ายินดีรับใช้พระบิดาและรัชทายาทเช่นเข




![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


