Beranda / โรแมนติก / เสน่หา ซ่อนเร้น / ตอนที่ 7 คำเชิญที่เสี่ยง...

Share

ตอนที่ 7 คำเชิญที่เสี่ยง...

last update Tanggal publikasi: 2024-11-06 21:15:47

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ รู้สึกเหมือนหัวของฉันหนักอึ้งและร่างกายของฉันอ่อนล้าอย่างประหลาด ฉันขยับตัวเล็กน้อยเพื่อพยายามระลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความงุนงงว่าฉันกลับมาถึงหอพักได้อย่างไร

ขณะที่ฉันกำลังพยายามเรียกสติกลับมา ประตูห้องพักก็เปิดออกอย่างเบามือ ฉันหันไปมองเห็นซาร่า เพื่อนร่วมห้องของฉันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ลิลลี่ เธอโอเคหรือเปล่า?” ซาร่าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

“ฉันเห็นเธอดูไม่ค่อยดีเลยเมื่อคืนนี้ ตอนที่ครูพีทอุ้มเธอกลับมาที่หอพัก”

ฉันชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของซาร่า

“ครูพีท... อุ้มฉันกลับมาที่หอพักงั้นเหรอ?”

ฉันถามกลับด้วยเสียงที่ยังคงแหบพร่า หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘ครูพีท’ ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวานค่อยๆ ทยอยกลับมาในหัวของฉันทีละเล็กทีละน้อย

“ใช่ เธอสลบไป ฉันตกใจมากเลยอะ” ซาร่าพูดพลางนั่งลงข้างเตียงของฉัน

“ฉัน... ฉันไม่ค่อยแน่ใจ” ฉันตอบกลับเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน

“ฉันคงรู้สึกเหนื่อยมากน่ะ...”

“เธอแน่ใจนะ เมื่อวานเธอหน้าแดงมากเลยตอนที่ครูอุ้มเธอกลับมาน่ะ”

ฉันพยายามยิ้มเพื่อให้ซาร่าเบาใจ “ฉันสบายดี แค่เหนื่อยนิดหน่อย แต่ไม่เป็นอะไรหรอก”

แต่ในใจของฉันกลับเต็มไปด้วยความอาย ฉันเริ่มระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ได้ชัดเจนขึ้น ครูพีททำให้ฉันรู้สึกถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนเกินกว่าที่ฉันเคยสัมผัส ร่างกายของฉันตอบสนองต่อการสัมผัสของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนกระทั่งฉันรู้สึกหมดแรงและทุกอย่างก็มืดลง

ฉันหน้าแดงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ราวกับว่าความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้กำลังกลับมาเล่นงานฉันอีกครั้ง ฉันพยายามซ่อนความอายและปิดบังความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเขินอาย แต่มันกลับยากขึ้นเมื่อซาร่ายังคงมองฉันด้วยสายตาที่เป็นห่วง

“ลิลลี่ เธอดูเหมือนจะเป็นไข้เลยนะ” ซาร่าพูดพลางเอื้อมมือมาแตะหน้าผากของฉัน

“หน้าเธอแดงมาก วันนี้เธอควรพักผ่อนดีกว่ามั้ย?”

“ฉันไม่เป็นไร...” ฉันพยายามฝืนยิ้ม และพยายามลุกขึ้น

“นอนไปเลยนะ เดี๋ยวฉันลาครูให้” ซาร่าไม่ยอมและดันตัวฉันลงไปนอนบนเตียง

“เดี๋ยวบ่ายฉันมานะ” ซาร่าลุกขึ้น พร้อมกับหยิบกระเป๋านักเรียนเตรียมเดินออกจากห้อง

“ห้ามดื้อนะ!!” ซาร่าหันมาดุ ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้า เธอจึงยอมปิดประตูห้อง

หลังจากเช้าที่เต็มไปด้วยความสับสน ฉันนอนพักอยู่ในห้องพยายามรวบรวมความคิดและฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนล้าของตัวเอง

‘แค่เมื่อวานฉันยังแทบแย่ ถ้าบทเรียนสำคัญของครู...ฉันจะเป็นยังไงเนี่ย’

ฉันเผลอคิดฟุ้งซ่าน จนหน้าเริ่มร้อนระอุอีกครั้ง การสัมผัสของครูเมื่อคืนทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำของฉันชัดเจนเกินกว่าทุกวัน

ในช่วงบ่าย ฉันได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ ตามด้วยเสียงของซาร่าที่คุ้นเคย “ลิลลี่ ฉันเอาข้าวมาให้เธอ”

ฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ รู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงในร่างกายก่อนจะเดินไปเปิดประตู ซาร่ายืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับรอยยิ้มและถุงข้าวในมือ

“ขอบคุณมากเลย” ฉันพูดพลางรับถุงข้าวและขนมจากเธอ

“กินเยอะๆ นะจะได้มีแรง” ซาร่าพูดพร้อมกับยิ้มให้ฉัน ก่อนจะเข้ามานั่งบนเตียงข้างๆ ฉัน ขณะที่ฉันกำลังเปิดถุงข้าว

“จริงสิ เมื่อตอนบ่ายฉันเจอครูพีทด้วย” ซาร่าแกะถุงขนมมันฝรั่งออกและหยิบมันใส่ปาก

ฉันหยุดมือที่กำลังจะหยิบช้อน หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อของครูพีท

“ครูพีทเหรอ? เขาว่าอะไรฉันรึเปล่า?”

“ไม่นะ เขาดูเป็นห่วงเธอ ถามฉันว่าเธอเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ขอไลน์เธอด้วย” ซาร่าเคี้ยวมันฝรั่งตุ้ยๆ

หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่า "ขอไลน์" ความคิดหลายอย่างพุ่งเข้ามาในหัว ฉันไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ ทั้งดีใจและกังวลปะปนกันไป

“แล้ว..เธอให้ไปรึเปล่า?” ฉันถามเสียงเบา รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า

“ฉันให้ไปนะ เพราะดูเหมือนครูอยากติดต่อกับเธอเรื่องงานประกวดบทวรรณคดีด้วยน่ะ” ซาร่าบอกด้วยท่าทางไม่เดือดร้อน

ฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่มากขึ้นบนใบหน้า หัวใจของฉันเต้นรัวขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้ดีว่าครูพีทต้องการติดต่อฉันด้วยเหตุผลอะไร

“แต่ฉันบอกครูไปนะว่า ห้ามใช้งานเธอหนักจนเป็นลมเหมือนเมื่อวานอีก”

“ขอบคุณนะ ที่เป็นห่วงฉัน” ฉันพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ถ้ามีอะไรที่จะให้ช่วยก็บอกฉันนะ” ซาร่าฉีกยิ้มกว้างให้ฉัน ฉันพยักหน้าเบาๆ รู้สึกขอบคุณในความเป็นห่วงของเธอ

หลังจากซาร่าออกจากห้อง ฉันนั่งมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ รู้สึกถึงความคาดหวังและความตึงเครียดที่ปะปนกันไป

เสียงเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเห็นข้อความใหม่จากไลน์ที่ฉันไม่รู้จัก แต่ในใจฉันรู้ดีว่าเป็นใคร

“เป็นยังไงบ้างลิลลี่ ครูเป็นห่วงเธอมากหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ หวังว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นแล้วนะ”

ฉันอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจของฉันยังคงเต้นแรง ความรู้สึกทั้งหลายปะทุขึ้นในใจ ฉันไม่แน่ใจว่าควรตอบอย่างไร แต่ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองจากการพิมพ์ตอบกลับไปได้

“ขอบคุณค่ะครู ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ” ฉันตอบกลับ

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงเตือนอีกครั้งจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ครูพีทตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ดีใจที่เธอรู้สึกดีขึ้นแล้ว วันเสาร์นี้ครูจะชวนเธอไปดูนิทรรศการภาพถ่ายวรรณคดีที่หอศิลป์ใน เธอว่างไหม?”

หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นเมื่ออ่านข้อความนั้น ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าครูพีทจะชวนฉันไปดูนิทรรศการด้วยกัน ความคิดหลายอย่างผุดขึ้นในหัว ทั้งความตื่นเต้นและความกังวล แต่ฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธความปรารถนาที่จะใช้เวลาใกล้ชิดกับเขาได้

“ว่างค่ะครู” ฉันพิมพ์ตอบกลับ

ครูพีทตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ดีมาก ครูจะมารับเธอที่หน้าหอพักเวลา 10 โมงเช้า อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมนะ”

“ได้ค่ะครู” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ความรู้สึกที่อยากจะใช้เวลาอยู่กับครูพีทมีมากเกินกว่าจะห้ามตัวเองได้อีก

หลังจากที่ฉันส่งข้อความตอบกลับ ฉันนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดลง ความรู้สึกหลายอย่างท่วมท้นในใจ ทั้งความดีใจ ความตื่นเต้น และความกังวล ฉันรู้ว่าคำเชิญนี้อาจนำไปสู่บางสิ่งที่ฉันไม่สามารถควบคุมได้ แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่สามารถหันหลังกลับได้อีกแล้ว

วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ฉันจะได้ใช้เวลาอยู่กับเขา ท่ามกลางศิลปะและวรรณคดีที่เราทั้งคู่หลงใหล ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ในขณะนี้ ฉันรู้แค่ว่าฉันต้องการที่จะได้อยู่ใกล้เขา... แม้ว่ามันจะเสี่ยงแค่ไหนก็ตาม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 61 จุดเริ่มต้นแห่งรักนิรันดร์

    ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมหรูใจกลางลอนดอนเต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาอันอบอุ่นของผู้คนที่แต่งกายอย่างสง่างาม ผ้าปูโต๊ะสีขาวเรียบหรูตัดกับแสงไฟระยิบระยับ พ่อเฮนรี่และพ่อของครูพีทยืนอยู่ด้านหน้าเวที ทั้งสองทักทายแขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจเสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ จากวงออร์เคสตราที่มุมห้อง เพิ่มความหรูหราให้กับบรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ แขกที่มาร่วมงานล้วนแต่งกายงดงามในชุดทางการ ผู้หญิงในชุดราตรียาวสวยหรู ส่วนผู้ชายในสูทตัดเย็บอย่างประณีตฉันยืนอยู่ด้านหลังม่านด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนประหม่า สวมชุดราตรีสีขาวงาช้างที่ออกแบบมาเพื่อฉันโดยเฉพาะ ผ้าซาตินเนื้อดีจับเดรปอย่างประณีต โอบรับช่วงเอวให้ดูคอด ก่อนชายกระโปรงจะบานออกเล็กน้อยอย่างอ่อนช้อย ผมยาวของฉันถูกเกล้าเป็นมวยต่ำ ประดับด้วยไข่มุกเล็กๆ ที่จัดวางอย่างละเมียดละไม ต่างหูเพชรระยิบระยับที่แม่เลือกให้อย่างพิถีพิถัน ยิ่งช่วยขับความงดงามของลุคนี้ให้สมบูรณ์แบบฉันสูดลมหายใจลึก พยายามสงบจิตใจขณะเสียงพูดคุยจากห้องจัดเลี้ยงดังแว่วเข้ามาเสียงกระซิบและเสียงหัวเราะเบาๆ ของแขก

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 60 คู่หมั้น (3)

    “พี่พีท!!”เสียงอุทานของลิลลี่ดังขึ้น ดวงตาคู่สวยของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นผมยืนอยู่ตรงหน้าผมกลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ เมื่อเห็นสีหน้าทั้งงุนงงและไม่เชื่อสายตาของเธอ“ว่าไงครับ?คู่หมั้นของผม” ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ พลางส่งยิ้มให้เธอ“ทะ...ทำไม?” ลิลลี่ยังคงอึ้งจนแทบพูดไม่ออก คำถามที่เต็มไปด้วยความสงสัยปรากฏชัดในสายตาของเธอ“ยังจะปฏิเสธผมอีกมั้ย?” ผมถามยั่วเย้า รอยยิ้มของผมยิ่งกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าที่แดงซ่านของเธอผมยื่นมือขึ้น ลูบแก้มเธอเบาๆ ราวกับต้องการย้ำเตือนให้เธอรู้ว่านี่คือความจริง ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวอ่อนนุ่มของเธอ ความคิดถึงที่เก็บสะสมมานานพลุ่งพล่านขึ้นมาจนผมแทบระงับไว้ไม่อยู่“คิดถึงจะแย่แล้ว เธอล่ะ คิดถึงฉันมั้ย?”“คือ...หนู...งงไปหมดแล้ว...” ลิลลี่ยังคงมึนงง เธอพึมพำเหมือนยังไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น“หนูไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยคะ?” ดวงตาคู่สวยจ้องมองผมด้วยความไม่แน่ใจ มือเรียวเล็กเอื้อมมาสัมผัสที่ตัวผมเบาๆ ราวกับต้องการพิสูจน์ผมยิ้มอ่อนให้เธอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้ กดจูบลงบนริมฝีปากบางของเธอด้วยความอ่อนโยน ความคิดถึงทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านจูบนั้นริมฝีปากของเราส

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 59 คู่หมั้น (2)

    เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ความคิดถึงคำพูดของแม่เมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังถูกบังคับให้พบกับว่าที่คู่หมั้น และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ ฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ขัดจังหวะความคิดในหัว ก่อนที่แม่บ้านจะเปิดประตูเข้ามา พร้อมสาวใช้ประจำตัวของฉันที่เดินตามหลัง“คุณหนูคะ คุณหญิงสั่งให้เราเตรียมตัวให้คุณดูดีที่สุดค่ะ” แม่บ้านพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความนอบน้อม“ดูดีที่สุด?” ฉันทวนคำในใจอย่างขมขื่น ราวกับคำสั่งนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกที่กำลังต่อต้าน“วันนี้คุณหญิงบอกว่ามีแขกคนสำคัญจะมาเยี่ยมค่ะ”สาวใช้พูดเสริม ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า และหยิบชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวออกมาชุดที่พวกเธอเลือกเป็นเดรสที่ดูเรียบหรู ตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีเงินที่เข้ากัน ทุกอย่างดูงดงามและเหมาะสมเกินกว่าจะปฏิเสธพวกเธอช่วยฉันแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน เส้นผมยาวสลวยถูกจัดเป็นลอนคลายอย่างอ่อนหวาน และเกล้าครึ่งศีรษะอย่างประณีต ใบหน้าของฉันได้รับการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 58 คู่หมั้น (1)

    ชีวิตฉันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเหมือนตกอยู่ในฝันที่ทั้งสวยงามและวุ่นวายไปพร้อมกัน หลังจากได้รับรางวัลนักเขียนบทวรรณคดีดีเด่น งานเขียนและโปรเจกต์ใหม่ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ฉันพยายามจัดการทุกอย่างอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ตัวเองและแสดงให้แม่เห็นว่าฉันสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเองเวลาผ่านไปเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือการติดต่อกับครูพีท เรายังคงแลกเปลี่ยนข้อความและวิดีโอคอลกันเสมอ ทุกครั้งที่ฉันเหนื่อยล้าหรือรู้สึกท้อแท้ คำพูดที่แสนอบอุ่นของเขาก็เหมือนแรงผลักดันที่ช่วยให้ฉันยืนหยัดต่อไปแต่แล้ววันที่ฉันไม่เคยคาดคิดก็มาถึง...เย็นวันศุกร์ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ฉันเพิ่งกลับมาจากงานสัมมนาวรรณกรรม ใบหน้าฉันยังคงประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ จากคำชื่นชมที่ได้รับในวันนี้ แต่เมื่อฉันเปิดประตูห้องพักเข้าไป ฉันต้องชะงัก“แม่?” ฉันเรียกด้วยความประหลาดใจ“แม่มาได้ไงคะ?”“ลิลลี่ ไปกับแม่เดี๋ยวนี้” แม่พูดเสียงนิ่ง แต่หนักแน่น ก่อนจะลุกขึ้นเดินนำออกจากห้องพักไป ทิ้งฉันไว้กับความงุนงง แต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินตามไปไม่นานนัก แม่ก็พาฉันมาถึงบ้านของพ่อเฮนรี่ บ้านหล

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 57 บทใหม่ของชีวิต (2)

    ทันทีที่ฉันเปิดประตู ใบหน้าคุ้นเคยก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าของฉัน“พี่พีท!!”เสียงของฉันแทบจะหลุดเป็นเสียงกรี๊ดด้วยความตกใจและดีใจสุดขีด ราวกับว่าเวลาในตอนนั้นหยุดนิ่ง มีเพียงสายตาของเราที่สบกัน และหัวใจของฉันที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมาครูพีทโน้มตัวลงมาจูบฉันอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากร้อนทาบลงอย่างแนบแน่น มือใหญ่ประคองใบหน้าฉันไว้มั่น ก่อนจะดันตัวฉันเข้ามาในห้องพร้อมปิดและล็อคประตูเขาดันฉันไปชิดกับผนัง ริมฝีปากกดจูบอย่างเร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนา ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก ไล่ต้อนและดูดดุนลิ้นของฉันอย่างลึกซึ้ง จนหัวใจฉันเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะมือของเขาสอดเข้ามาใต้เสื้อของฉัน ปลดตะขอบราออกด้วยมือเพียงข้างเดียว อีกมือเลื่อนขึ้นมาสัมผัสอกอวบอิ่ม คลึงเบา ๆ จนยอดถันชูชันตอบรับต่อสัมผัสอันร้อนแรง“อื้ม..”ฉันครางเบา ๆ ในลำคอ ความเสียวซ่านพุ่งผ่านทุกอณูเมื่อปลายนิ้วของเขาบีบคลึงยอดถันกระตุ้นอารมณ์ให้พลุ่งพล่านฉันดึงเสื้อของเขาออกจากศีรษะอย่างรวดเร็ว มือบางลูบไล้ไปตามลอนกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามของเขา เราสบตากันชั่วครู่ก่อนริมฝีปากจะประกบกันอีกครั้ง จูบกันอย่างดูดดื่ม ราวกับไม่มีสิ่งใดในโ

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 56 บทใหม่ของชีวิต (1)

    เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูใจกลางลอนดอน ผู้คนในชุดทางการต่างลุกขึ้นยืนปรบมือแสดงความยินดี ฉันยืนอยู่บนเวทีด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ มือข้างหนึ่งถือรางวัล “นักเขียนบทวรรณคดีดีเด่นแห่งปี” ส่วนอีกข้างยกขึ้นโบกมือให้กับผู้คนที่มาร่วมงานฉันไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตในวัยเพียง 19 ปี จะพาฉันมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ในฐานะนักเขียนรุ่นใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งผู้อ่านและนักวิจารณ์ นิตยสารชื่อดังต่างพูดถึงฉันในฐานะคนรุ่นใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในเจเนอเรชันเดียวกันหลังจากการมอบรางวัลสิ้นสุดลง ฉันเดินลงจากเวทีด้วยรอยยิ้ม ทีมงานของผู้จัดงานพาฉันไปยังห้องรับรองเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์กับนักข่าวระหว่างเดิน ฉันพยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมสติและเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความคึกคัก แต่ในใจของฉันกลับรู้สึกสงบนิ่ง พร้อมที่จะเล่าถึงเส้นทางที่พาฉันมาถึงจุดนี้“คุณลิลลี่ อลิสา วัฒนชัย” มิเชล ผู้สัมภาษณ์คนแรกจาก The London Chronicle สำนักข่าววรรณกรรมชื่อดังแห่งลอนดอนกล่าวขึ้น ขณะนั่งลงตรงข้ามฉันในห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างหรูหรา“คุณกลายเป็นบุคค

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 48 หนึ่งสัปดาห์สุดท้ายในความทรงจำ (1)

    ฉันยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของตัวเอง มองกระเป๋าเดินทางที่ยังไม่ได้เริ่มเก็บอะไรเลย ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ฉันจะต้องออกเดินทางไปอังกฤษตามคำสั่งของแม่ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนใหม่ ที่พัก หรือแม้กระทั่งกำหนดการเดินทาง ฉันไม่เคยรู้สึกถูกกำหนดชีวิตแบบนี้มาก่อน และมันทำให้ฉันรู้

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 46 ความลับในเงามืด

    หลังจากลิลลี่กลับไปแล้ว บ้านพักเล็ก ๆ ของผมกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องทำงาน ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ก้มมองเอกสารปึกใหญ่ที่นักสืบจากอังกฤษส่งมาให้เมื่อเช้านี้มันเป็นข้อมูลที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความจริงบางอย่างที่ผมไม่เคยคาดคิด และมันกำลังเปิดเผยภาพรวมของเก

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 35 คำสารภาพใต้แสงตะวัน

    เสียงคลื่นที่กระทบชายฝั่งเบา ๆ สลับกับสายลมอ่อน ๆ ที่พัดเข้ามา ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสกับแสงแดดที่ไม่ร้อนเกินไป มันเป็นวันที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการมาเที่ยวทะเลฉันและครูพีทตัดสินใจออกมาพักผ่อนในวันหยุดนี้ เขาพาฉันมาเที่ยวทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก หลังจากเรื

  • เสน่หา ซ่อนเร้น   ตอนที่ 34 เงาจากอดีต (จบ)

    เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับสนิทแสงแดดอ่อน ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่างห้อง สัมผัสกับผิวหน้าของฉันอย่างอ่อนโยน ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พลางรู้สึกถึงความอบอุ่นรอบ ๆ ตัว ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงบเมื่อฉันตื่นเต็มตา ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...นี่ไม่ใช่ห้องของฉัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status