หน้าหลัก / โรแมนติก / เสน่หาค่ำคืนนั้น / บทที่ 8 เสน่หาค่ำคืนนั้น

แชร์

บทที่ 8 เสน่หาค่ำคืนนั้น

ผู้เขียน: อิงวรา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 12:56:44

ภัททิราเดินตามผู้จัดการไร่เข้าไปยังเรือนไม้สักหลังงาม ชายหนุ่มพาเธอเดินเข้ามาตรงห้องโถงกลางบ้านซึ่งเป็นห้องรับแขก ก่อนผายมือเชื้อเชิญให้เธอนั่ง สักพักก็มีหญิงชราท่าทางใจดีคนหนึ่งเดิน

ยิ้มแย้มออกมา ภัททิราจึงรีบยืนขึ้นยกมือไหว้แสดงความเคารพ

“คุณแพทครับนี่ป้าอิ่ม เป็นแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของบ้านหลังนี้”

“สวัสดีค่ะป้าอิ่ม” ภัททิรากล่าวพร้อมส่งยิ้มสดใส ป้าอิ่มมองเธอด้วยความเอ็นดู

“สวัสดีค่ะคุณแพท”

“ป้าอิ่ม ผมฝากดูแลคุณแพทด้วยนะ เดี๋ยวผมเข้าไปดูความเรียบร้อยก่อน วันนี้คนงานเก็บส้มล็อตใหญ่” ปกรณ์หันไปกล่าวกับป้าอิ่ม ก่อนหันกลับมาหาภัททิรา “ผมขอตัวนะครับคุณแพท”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณปกรณ์ที่อุตส่าห์ไปรับ”

“ด้วยความยินดีครับ เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว” ภัททิราส่งยิ้มให้ปกรณ์พลางมองผู้จัดการไร่เดินออกไป

“คุณแพทรับน้ำอะไรดีคะ เดี๋ยวป้าให้เด็กเตรียมให้” ภัททิราทำหน้าครุ่นคิดก่อนเอ่ยตอบออกมา

“มาสวนส้มก็ต้องกินน้ำส้มสิคะ”

“เป็นตัวเลือกที่ดีมากค่ะ ส้มสวนเราอร่อยมาก” ป้าอิ่มลากเสียงยาวทำเอาหญิงสาวหัวเราะสดใสออกมา “รอสักครู่นะคะเดี๋ยวป้ามา ส่วนพ่อเลี้ยงกำลังติดคุยธุระสำคัญอยู่ อีกสักพักก็ลงมาค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่ป้าอิ่มชี้แจง

ป้าอิ่มเดินออกไปจากห้องรับแขกเพื่อไปสั่งให้เด็กรับใช้ภายในบ้านเตรียมน้ำส้มให้แขกคนสำคัญ ระหว่างนั้นภัททิราจึงถือวิสาสะชะเง้อมองสำรวจภายในบ้าน

บ้านหลังนี้มองจากภายนอกก็เหมือนบ้านไร่ธรรมดา แต่ทว่าภายในถูกตกแต่งอย่างงดงาม มี

เตาผิงไฟฟ้าตั้งตระหง่าน เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ ทำให้ได้กลิ่นอายบ้านสไตล์ยุโรป

ภัททิรามองไปรอบ ๆ ด้วยความชื่นชมในรสนิยมของเจ้าของบ้าน

พลันนัยน์ตาคู่สวยก็ไปสะดุดเข้ากับรูปถ่ายที่ตั้งโชว์อยู่ภายในตู้ไม้สัก ซึ่งเธอมองไม่ถนัดนัก จึงลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้

สิ่งที่เห็นทำให้ร่างบางชาวาบไปทั่ว

สรรพางค์กาย ภาพของกันติชาเพื่อนรักถ่ายร่วมกับกฤษณ์ดนัยผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้า รูปถ่ายในแต่ละช่วงวัยของกันติชาตั้งแต่เล็กจนโต รวมไปถึงภาพวันงานรับปริญญาที่ภัททิราไม่ได้มาร่วมด้วย เพราะเธอประสบอุบัติเหตุขาหักที่สกีรีสอร์ต ต้องพักรักษาตัวอยู่กับมารดาเป็นเวลาหลายเดือน มิเช่นนั้นเธอก็คงมีโอกาสได้เจอกฤษณ์ดนัย และคงไม่มาลงเอยเช่นนี้

ตั้งแต่คบหากับกันติชา เธอไม่เคยพบหน้า

ค่าตาของกฤษณ์ดนัยเลย ช่วงปิดเทอมกันติชามักชวนเธอมาเที่ยวบ้าน แต่ภัททิราก็ไม่เคยมา เพราะต้องเดินทางไปเยี่ยมมารดาที่ต่างประเทศในช่วงปิดภาคเรียนทุกครั้ง หญิงสาวพอจะจำได้ลาง ๆ ว่าบิดาของเพื่อนรักทำไร่อะไรสักอย่างอยู่ทางภาคเหนือ ทว่าเธอก็เกือบลืมไปแล้ว จนกระทั่งวันนี้

“คุณแพทขา ป้ามีขนมมาด้วย คุณแพทลองทานดูนะคะ”

เสียงป้าอิ่มดึงสติเธอให้กลับคืนมา หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนโต๊ะมากอดเอาไว้ด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ทำเอาหญิงชรามองตามด้วยความงุนงง

ภัททิราเดินออกจากห้องรับแขก มุ่งหน้าสู่ประตูบ้าน ก่อนออกวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ทิศทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่กลางดงต้นส้ม ยืนหายใจหอบโกยอากาศเข้าปอด ก่อนจะเซไปยืนพิงต้นส้มที่อยู่ใกล้ ๆ โดยมีสายตาคนงานหลายสิบคู่จ้องมองมาด้วยความสงสัย

และทันใดนั้น…

“คิดจะวิ่งหนีออกจากสวนส้มเป็นพันไร่เนี่ยนะ” เสียงเข้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก หญิงสาวหันไปมองด้วยความสับสนระคนตกใจ ก็เห็นพ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่เปี่ยมรักกำลังกระโดดลงจากรถเอทีวี ก่อนหันไปส่งสัญญาณให้กลุ่มคนงานออกไปจากตรงนั้น ซึ่งคนงานชายหญิงทั้งหมดก็รีบออกไปอย่างรู้หน้าที่

“นี่คุณตั้งใจหลอกแพทมาที่นี่เหรอคะ”

ภัททิราโพล่งออกมาทันทีที่คนงานเดินห่างออกไปพอสมควร

“ผมไม่ได้หลอก ผมตั้งใจจะจ้างคุณจริง ๆ” กฤษณ์ดนัยเอ่ยพร้อมก้าวเข้ามาหาหญิงสาว

“แพทคงรับงานนี้ไม่ได้”

“ทำไม” เขาถามเสียงเข้ม พร้อมจับไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้า

“คุณก็น่าจะรู้” หญิงสาวมองชายหนุ่มนัยน์ตาเศร้า แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้

“แล้วเรื่องของเราล่ะ” เสียงเข้มอ่อนลง พร้อมส่งสายตาเว้าวอน

“เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ เราสองคนเมา แพทไม่โกรธคุณหรอกค่ะ คุณไม่ต้องมารู้สึกผิดหรือแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย” พูดจบหญิงสาวก็รีบก้มหน้าหลบดวงตาคู่คม

“มันไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบบ้าบออะไรทั้งนั้น แพท ผมจะไม่อ้อมค้อมนะ โต ๆ กันแล้ว เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่เราเมาก็จริง แต่ผมยังมีสติดี ผมชอบคุณ และผมรู้ว่าคุณก็ชอบผม” คำกล่าวของเขาจี้ใจดำเธออย่างแรง มันทำให้เธอรู้สึกราวกับยืนอยู่บนทางแยก ไม่ว่าจะเลือกทางใด เธอก็ต้องเจ็บ

“แต่ว่า…” พ่อเลี้ยงหนุ่มเห็นท่าทางลังเลของเธอก็พอมองออกว่า หญิงสาวกำลังมีเรื่องกังวลที่ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจได้

“ถ้าคุณเป็นห่วงเรื่องกี้ ผมบอกได้เลยว่าไม่มีปัญหา ผมรู้จักลูกสาวผมดี” กฤษณ์ดนัยพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาจริงจัง ทำให้หญิงสาวต้องหยุดคิด เขาจึงตัดสินใจกล่าวต่อเพื่อเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับเธอ

“แพทครับ คุณให้โอกาสผมได้พิสูจน์ได้ไหม ระหว่างนี้คุณก็อยู่ที่นี่ทำงานให้ผมไปด้วย เมื่อถึงวันหนึ่งที่เรามั่นใจเรื่องของเราแล้ว เราค่อยไปบอกกี้ด้วยกัน ผมรับรองว่ากี้จะต้องยินดีกับเราแน่นอน”

“แล้วถ้าถึงวันนั้น คุณเกิดเปลี่ยนใจ และคิดได้ว่ามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ...”

“แพท ผมอายุขนาดนี้แล้ว ถ้าผมแยกไม่ออก ป่านนี้ผมคงมีเมียเป็นโขยงแล้ว” คำกล่าวติดตลกของพ่อเลี้ยงหนุ่มทำเอาคนฟังถึงกับหลุดยิ้มออกมา

“ก็ได้ค่ะ แต่ว่ามีข้อแม้นะคะ”

“ข้อแม้อะไร” กฤษณ์ดนัยนิ่งฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ห้ามให้ใครรู้เรื่องของเรา แพทจะอยู่ที่นี่ในฐานะลูกจ้างชั่วคราวของคุณ”

“โอเค”

“งั้นก็ตกลงค่ะ”

สิ้นเสียงหวาน ใบหน้าหล่อเหลาก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนดึงเธอเข้ามากอด ทำเอาคนตัวเล็กที่ยังไม่ทันตั้งตัวร้องออกมาด้วยความตกใจ

“อ๊าย!!! คุณกฤษณ์ เดี๋ยวคนเห็น ปล่อยแพทนะ” หญิงสาวร้องโวยวาย พร้อมทุบกำปั้นลงบนแผ่นหลังกว้าง ชายหนุ่มจึงยอมปล่อย

“ขอโทษที ลืมตัว แต่ถ้าคนไม่เห็นก็กอดได้เนอะ” เขาพูดพลางโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ส่งสายตากรุ้มกริ่ม จนเธอหน้าแดงปลั่งด้วยความเขิน

“ไม่ต้องมาแกล้งแพทเลยค่ะ จะกลับบ้านได้ยัง แพทร้อน”

เมื่อเห็นคนตัวเล็กอายม้วนจนต้องเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ก่อนคว้าข้อมือบางให้เดินไปด้วยกัน พอไปถึงรถเอทีวีที่จอดอยู่ ภัททิราก็ยืนมองเก้ ๆ กัง ๆ ชายหนุ่มจึงจัดการยกร่างบางลอยหวือขึ้นไปนั่ง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นประจำที่ และสตาร์ทเครื่องยนต์ขับออกไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 24 เสน่หาค่ำคืนนั้น (จบ)

    4 ปีผ่านไป‘พาเพลินค่าเฟ่’ ร้านอาหารและคาเฟ่แห่งไร่เปี่ยมรัก เปิดให้บริการมาแล้วร่วมปี โดยมีภัททิราเป็นผู้ดูแล หญิงสาวแวะเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยเป็นประจำทุกวัน และในบางครั้งเธอก็จะพาเด็กหญิงเพลินมาศตัวน้อยติดสอยห้อยตามมาด้วย ความน่ารักสดใส ช่างพูดช่างเจรจา ทำให้เด็กน้อยกลายเป็นขวัญใจของลูกค้าไปโดยปริยาย ลูกค้าบางคนถึงขนาดลงทุนขับรถข้ามจังหวัด เพื่อมาทักทายหนูน้อยเพลินมาศโดยเฉพาะภัททิราจึงมีหน้าที่พาลูกสาวออกจากห้องทำงานหลังร้าน มาพูดคุยทักทายลูกค้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ภัททิราพาลูกสาวมาทำงานด้วย เพื่อพบปะเหล่าแฟนคลับที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน“คูมแม่ขา น้องเพลินอยากกิงเค้ก” เด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาเอาหน้าซบตักมารดา พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน“หนูกินไปแล้วนี่คะลูก” ภัททิรายกมือขึ้นเช็ดคราบครีมสีขาวที่มุมปากลูกสาว “หนูดื่มน้ำส้มที่ย่าอิ่มทำให้หรือยังคะ”“ดื่มแย้วค่ะ”“งั้นก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวเราต้องกลับบ้านไปทานข้าวเย็น”“คูมแม่ขา….” เมื่อหนูน้อยไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ทว่าผู้เป็นมารดาก็ต้องใจแข็ง เพราะก่อนออกจากบ้านได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะได้กินเค้กแสนอร่อยเพียงแค่หนึ่ง

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 23 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ในที่สุดความเจ็บปวดของว่าที่คุณแม่ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการออกมาลืมตาดูโลกของทารกน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังเด็กหญิงเพลินมาศ ลูกสาวคนเล็กของพ่อเลี้ยงกฤษณ์ดนัย และภรรยาคนสวยนั้น เป็นที่รักของทุกคนในไร่เปี่ยมรัก หน้าตาผิวพรรณนั้นได้รับมรดกจากพ่อและแม่ เป็นส่วนผสมที่ลงตัว จะเรียกว่าไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้เมื่อออกจากโรงพยาบาล ทุกคนก็เดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่ไร่เปี่ยมรัก พร้อมกับสมาชิกคนใหม่เมื่อภัททิรากลายเป็นคุณแม่เต็มตัว ในตอนแรกที่อยู่โรงพยาบาลเธอก็แอบรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ก็ได้สามีคอยให้กำลังใจ ไหนจะป้าอิ่มและทุกคนในบ้านคอยช่วยเหลือ ออกแนวจะแย่งกันช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะใคร ๆ ต่างก็หลงรักทารกน้อยตอนนี้หนูน้อยเพลินมาศอายุได้สามเดือน เริ่มจดจำเสียงทุกคนในบ้านได้ หากเป็นคนคุ้นเคยทารกน้อยก็จะส่งเสียงอ้อแอ้โต้ต้อบ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนทั้งรักทั้งหลง โดยเฉพาะกฤษณ์ดนัยที่นับวันยิ่งเห่อลูกสาวตัวน้อย ถึงขนาดพักงานบริหารไร่เปี่ยมรัก เพื่อจะใช้เวลาอยู่กับลูกเมีย โดยแต่งตั้งให้ปกรณ์เป็นผู้รักษาการแทน“แพทจ๋า น้องเพลินหิว” กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามาในห้องเลี้ยงเด็กชั้นล่าง ขณะที่ภัททิราก

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 22 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    คเชนทร์พากันติชาไปพักผ่อนที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนป้าอิ่มและเด็กรับใช้ก็พากันเดินทางกลับไร่เปี่ยมรัก เหลือเพียงพ่อเลี้ยงหนุ่มที่คอยเฝ้าคนรักไม่ยอมห่างเวลาล่วงเลยไปจนได้เวลานอนของว่าที่คุณแม่ แต่ทว่าเธอก็ยังนอนลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวสะอาดตา พลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมา พร้อมสองมือที่วางอยู่บนหน้าท้องนูนลูบไล้ขับกล่อมทารกน้อยที่กำลังเคลื่อนไหวไม่ยอมหลับยอมนอนเช่นเดียวกัน“เป็นอะไรครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว นอนไม่หลับเหรอ หืม” กฤษณ์ดนัยลุกจากโซฟาเบด เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ยกมือขึ้นใช้ข้อนิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มนวลเบา ๆ“มีความสุขค่ะ” ภัททิราส่งยิ้มจนตาหยี “แล้วก็นอนไม่หลับด้วย ปกติคุณต้องนอนกอดแพท พอนอนคนเดียวแพทไม่ชิน”กฤษณ์ดนัยยิ้มเอ็นดูภรรยา ก่อนลุกขึ้นปลดล็อกที่กั้นเตียงคนไข้ ขึ้นไปนอนเบียดร่างเล็กบนเตียง เธอก็ขยับตัวพลิกตะแคงหันหลังให้เขาอย่างรู้งาน เพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนสวมกอดเธอเช่นเดียวกับทุกคืน“แพท”“ขา”“ผมรักคุณมากนะ”“แพทก็รักคุณค่ะ”“เราแต่งงานกันเถอะ”“...” ไม่มีเสียงตอบรับใดจากคนในอ้อมกอด ภัททิรานิ่งเงียบไ

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 21 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ภัททิราฟื้นคืนสติขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา โดยมีกฤษณ์ดนัยและป้าอิ่ม รวมถึงเด็กรับใช้ที่ตามมาด้วยยืนรายล้อมอยู่รอบเตียงคนไข้เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก ภาพบาดใจที่อยู่ในความทรงจำก็หวนกลับมา ทำให้ดวงหน้าสวยเริ่มเหยเก นัยน์ตาคู่หวานเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาป้าอิ่มและเด็กรับใช้เห็นแบบนั้นก็รีบแย่งกันพูดเพื่ออธิบายความให้ภัททิราเข้าใจ แต่เสียงดังระงมที่เกิดขึ้นนั้นฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะมัวแต่แย่งกันพูด พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงหมดความอดทน“ทุกคน ออกไปให้หมด ผมอยากอยู่กับเมียตามลำพัง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มพร้อมหันไปตวัดสายตาดุใส่ ข้ารับใช้ที่อยู่มานานนั้นรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังโกรธ ป้าอิ่มจึงรีบลากเด็กรับใช้ทั้งสองออกไปเมื่ออยู่กันตามลำพัง ภัททิราก็ปล่อยโฮออกมาดังลั่น นอกจากความเสียใจแล้ว ยังมีฮอร์โมนภายในร่างกายที่กระหน่ำซ้ำเติมให้เธออ่อนไหวยิ่งขึ้น กฤษณ์ดนัยรีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบ พลางลูบแผ่นหลังบอบบาง“แพท แพท คนดีครับ ฟังผมก่อนนะ” เสียงนุ่มทุ้มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน พยายามกล่อมให้เธอสงบลง “แพทกำลังเข้าใจผิดนะ สิ่งที่คุณเห็นมันไม่มีอะไรเลย คุณฟังผมอธิบายก่อนได้ไ

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 20 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ผ่านไปกว่าสองเดือน ตอนนี้อายุครรภ์ของภัททิราเข้าสู่เดือนที่ห้า อาการวิงเวียนเริ่มบรรเทาเบาบางลงไปมาก หน้าท้องแบนราบก็เริ่มนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใครต่อใครก็ต่างคาดเดาว่ากฤษณ์ดนัยจะต้องได้ลูกสาว เพราะภัททิรานั้นตั้งแต่ท้องก็สวยวันสวยคืน ขนาดที่ว่าออกไปโรงพยาบาลทั้งที่ท้องเริ่มโตขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ก็ยังไม่วายมีหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว ทำเอาคนเป็นสามีต้องคอยทำหน้ายักษ์ ส่งรังสีอำมหิตผ่านทางแววตาไปให้บรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นและก็เป็นดังเช่นที่หลายคนคาดไว้จริง ๆ จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งล่าสุด ก็พบว่าลูกน้อยในครรภ์ของภัททิราเป็นเพศหญิง ทำเอาทุกคนในบ้านดีใจกันยกใหญ่ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยความทั้งรักและห่วงเมีย ก็ย้ายมาปักหลักทำงานที่บ้าน จะแวะเวียนไปออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ในแต่ละวันภัททิราจึงได้อยู่ใกล้ชิดกฤษณ์ดนัยตลอดเวลาช่วงหลังมานี้ภัททิราชอบออกไปเดินเล่นรับลม และชมแปลงดอกไม้ใกล้กับศาลาหน้าบ้าน เมื่อว่าที่คุณพ่อเห็นแบบนั้นก็จ้างบริษัทรับเหมาเข้ามาจัดการทุบห้องด้านหน้าบ้าน สร้างเทอร์เรซยื่นออกไปให้มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจ้างนักจัดสวนมาเนรมิตสวนดอกไม้ริม

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 19 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ภัททิราได้รับการตรวจโดยละเอียดจากสูตินรีแพทย์ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา ตอนแรกหญิงสาวก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะชัดเจนผ่านเครื่องอัลตราซาวนด์ ความรู้สึกตื้นตันยินดีก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง รวมไปถึงสายใยแห่งความรักและความผูกพันก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในใจ ว่าที่คุณแม่เกิดบ่อน้ำตาแตกร้องไห้ด้วยความดีใจ ทำให้ว่าที่คุณพ่อต้องคอยปลอบอยู่นานสองนานและในวันต่อมาแพทย์ก็อนุญาตให้ภัททิรากลับบ้านได้ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยดูแลทุกฝีก้าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข็นรถนั่งของว่าที่คุณแม่ลงมาถึงประตูทางออก ก็มีรถตู้สีดำคันหรูป้ายแดงขับเข้ามาจอด จากนั้นก็มีพลขับชายซึ่งเป็นคนขับรถของไร่เปี่ยมรักลงมาเปิดประตูให้ กฤษณ์ดนัยประคองหญิงสาวขึ้นรถอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะขึ้นมานั่งเคียงข้างเมื่อรถขับออกมาได้สักพักเธอจึงหันไปถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย“คุณกฤษณ์ซื้อรถใหม่เหรอคะ”“ครับ ผมซื้อให้คุณ เวลาไปไหนมาไหนจะได้นั่งสบาย ชอบไหมครับคุณแม่” เขาถามพร้อมเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ยิ้มด้วยความพอใจ“ชอบมากเลยค่ะ เป็นเบาะที่นั่งสบายสุด ๆ สบายจนแพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status