LOGIN- งานกาล่า -
ห้องแต่งตัวระดับวีไอพีของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอบอวลไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วมาจากห้องแกรนด์บอลรูมด้านนอก ค่ำคืนนี้คืองานดินเนอร์การกุศลและประมูลอัญมณีระดับไฮเอนด์ที่รวมเอาเหล่ามหาเศรษฐี ไฮโซ และสื่อมวลชนชั้นนำอย่างแน่นหนา ทว่า สิ่งที่ทำให้ทีมงานในห้องแต่งตัวถึงกับหยุดหมุน ไม่ใช่แค่สร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าหลายสิบล้านบนคอของ ปรางค์นลิน... แต่คือการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งในลุคใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด ภาม ยืนถอนหายใจยาวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บอย่างประณีตแบรนด์ดังที่ปรางค์เป็นคนสั่งตัดด่วนพิเศษ เข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่และช่วงไหล่กว้างของเขาได้อย่างไร้ที่ติ ปกเสื้อผ้าไหมสีดำเงาจับแสงไฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในตัดกับไทหูกระต่ายสีดำทรงเนี้ยบ ปรับเปลี่ยนจากอดีตตำรวจสายโหดให้กลายเป็นบุรุษชั้นสูงทรงอิทธิพลที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายและเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจ ประตูห้องกั้นส่วนตัวเปิดออก ปรางค์นลินก้าวออกมาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ผ้าไหมเงาวับทิ้งตัวยาวลากพื้น แหวกข้างสูงเผยเรียวขาสวยท้าทายสายตา คอระหงสวมสร้อยเพชรเม็ดงามที่ส่งประกายระยิบระยับแข่งกับแสงไฟ ทว่า นัยน์ตาคู่สวยของซูเปอร์โมเดลสาวกลับไม่ได้สนใจเพชรบนคอตัวเองเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอหยุดกึกลงที่ร่างสูงของภาม ปรางค์คลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ นัยน์ตาพราวระยับด้วยความทึ่งและความตื่นเต้นอย่างเปิดเผย เธอเดินส้นสูงสี่นิ้วตรงเข้ามาหาเขา หยุดยืนตรงหน้าแล้วยื่นมือเรียวสวยไปจัดขอบปกสูททักซิโด้ของชายหนุ่มอย่างถือสิทธิ์ "บอดี้การ์ดของใครคะเนี่ย... หล่อจนทำเอานางแบบ อย่างปรางค์แทบดับบนรันเวย์เลย" เสียงหวานกระซิบเชิงเย้าแหย่ นัยน์ตาสาวสวยจ้องสบตาคมกริบของภามในระยะประชิด "สวมทักซิโด้ขึ้นมากเลยนะคะ คุณหมีหน้านิ่ง" ภามหลุบสายตามองใบหน้าสวยคมที่แต่งแต้มอย่างประณีต กลิ่นหอมฟิโรโมนประจำตัวของเธอซึมซาบเข้าสู่ประสาทสัมผัสของเขาอีกครั้ง แม้ใจจะสั่นไหวกับความงดงามตรงหน้า แต่ภามก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นจับข้อมือเล็กของเธอให้ละออกอย่างสุภาพ "ผมสวมชุดนี้เพื่อเนียนไปกับแขกในงานตามยุทธวิธีครับ ไม่ได้มาเดินแบบ" ภามตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "และคืนนี้คนเยอะมาก พื้นที่ริมแม่น้ำมีจุดอับสายตาหลายจุด คุณปรางค์ต้องอยู่ในระยะสายตาของผมตลอดเวลา ห้ามเดินไปไหนคนเดียวเด็ดขาด" "ถ้าเดินตามติดขนาดนี้... คนในงานเขาจะไม่คิดว่าเป็นบอดี้การ์ดหรอกนะคะ" ปรางค์เอียงคอ ยิ้มยวนอย่างซุกซน "เขาจะคิดว่าคุณภามเป็น 'สามี' ที่มาคอยเฝ้าภรรยามากกว่า" คำว่าสามีทำให้อดีตตำรวจหนุ่มกระตุกคิ้วเบาๆ นัยน์ตาคมฉายแววดุขึ้นทันตา "คุณปรางค์..." "โอเคค่ะ ไม่หยอกแล้ว" ปรางค์หัวเราะในคอ ควงแขนแกร่งภายใต้เสื้อทักซิโด้ของภามไว้อย่างเป็นธรรมชาติ "พร้อมออกไปขโมยซีนคนทั้งงานกับปรางค์หรือยังคะ?" ภามมองแขนเรียวที่เกาะเกี่ยวแขนเขาไว้ แน่นอนว่าตามหลักรักษาความปลอดภัย มันทำให้การชักปืนสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้แร็กเกตสูทช้าลงไปเสี้ยววินาที แต่เมื่อมองเห็นสายตาอ้อนแกมบังคับของปรางค์นลิน เขาก็จำต้องยอมปล่อยให้เธอควงแขนออกไปแต่โดยดี เมื่อบานประตูกระจกของห้องแกรนด์บอลรูมเปิดออก เสียงดนตรีออเคสตราและแสงไฟสปอตไลต์นับร้อยดวงก็ส่องสว่างจับจ้องมายังคนทั้งคู่ เสียงชัตเตอร์จากนักข่าวที่รออยู่ด้านนอกดังกึกก้อง สายตาทุกคู่ของบรรดาแขกเหรื่อ ไฮโซ และมหาเศรษฐีต่างหันมามองเป็นตาเดียว ปรางค์นลินเดินก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ สมเกียรติซูเปอร์โมเดลเบอร์ต้น แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนในงานฮือฮาและกระซิบกระซาบกันมากที่สุด คือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ทรงพลังข้างกายเธอ ที่ยืนตระหง่านและเคียงข้างเธอดั่งราชสีห์คุ้มกันควีน ท่วงท่าการเดินอันมั่นคง นัยน์ตาคมกริบที่แสกนมองรอบทิศทางอย่างเย็นชา ส่งให้ภามดูโดดเด่นและเต็มไปด้วยปริศนาจนไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวาย "สายตาคุณภามตอนนี้... เหมือนพร้อมจะยิงทุกคนที่มองปรางค์เลยนะคะ" ปรางค์กระซิบข้างหูเขา ขณะฉายรอยยิ้มงดงามให้กล้องสื่อมวลชน "ผมกำลังมองหาผู้สงสัยครับ ไม่ได้มองตากล้อง" ภามตอบเสียงต่ำ นัยน์ตาสแกนผ่านชั้นลอยและมุมมืดข้างเวที "มีชายสองคนในชุดสูทสีเทาตรงโซนวีไอพีชั้นสอง... สายตาของพวกเขาไม่ได้มองเพชรบนคอคุณ แต่มองที่จังหวะการเดินของคุณตลอดเวลา" ความเฉียบแหลมด้านการสังเกตของภามทำให้ปรางค์นลินรู้สึกอบอุ่นและมั่นใจในความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ทุกก้าวเดินบนรันเวย์ประมูลอัญมณีของเธอเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ แสงไฟจับจ้องสร้อยเพชรบนคอระหง ทว่าหัวใจของปรางค์กลับจดจ่ออยู่กับชายหนุ่มหน้านิ่งที่ยืนอารักขาอยู่ข้างเวทีตลอดเวลา จนกระทั่งงานประมูลจบลง และเข้าสู่งานอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่าน พัดเอาความตึงเครียดของงานออกไปเล็กน้อย ปรางค์นลินปลีกตัวจากบรรดาผู้บริหาร เดินเลี่ยงออกมาสูดอากาศตรงระเบียงหินอ่อนริมน้ำ โดยมีภามเดินตามหลังมาติดๆ ไม่ห่างเกินหนึ่งก้าว "เหนื่อยจังเลยค่ะ..." ปรางค์ทอดกายพิงเข้ากับราวกั้นหินอ่อน แสงไฟจากเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยาสะท้อนนัยน์ตาคู่สวยของเธอจนเป็นประกาย ปรางค์ถอดรองเท้าส้นสูงออกถือไว้ในมือข้างหนึ่ง ถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ภามก้าวเข้ามายืนข้างเธอ นัยน์ตายังคงสอดส่องพื้นที่รอบๆ แต่เมื่อเห็นนางแบบสาวทอดสายตามองสายน้ำด้วยความเหนื่อยล้า ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจเขาก็ค่อยๆ ฉายออกมา "ทำงานหนักขนาดนี้ทุกวันเลยเหรอครับ?" ภามถามเสียงทุ้มเบา "ค่ะ..." ปรางค์หันมามองเขา ยิ้มบางๆ "ชีวิตซูเปอร์โมเดลดูเหมือนจะสวยหรู แต่เบื้องหลังมันเต็มไปด้วยความกดดัน สายตาจับจ้อง และความระแวง... ยิ่งพอมีเรื่องขู่ฆ่าเข้ามา ปรางค์แทบไม่ได้นอนหลับสนิทเลยสักคืน" ดวงตาของเธอฉายแววอ่อนแอวูบหนึ่งอย่างที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นบนรันเวย์ ภามรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมากระตุกหัวใจเขา ความรู้สึกอยากปกป้องผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาจากคำสั่งจ้างอีกต่อไป แต่มาจากความรู้สึกข้างในใจของเขาเอง "คุณจะปลอดภัยนะครับ..." ภามเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน "ตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครทำอันตรายคุณได้เด็ดขาด" ปรางค์สบนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น หัวใจของเธอพองโตด้วยความอบอุ่น ปรางค์ก้าวเข้ามาหาเขาอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ยั่วยวนด้วยความซุกซน แต่เป็นความชิดใกล้ที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง เธอวางมือลงบนแผงอกกว้างของภาม สัมผัสถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่นิ่งสงบและมั่นคงของเขา "ขอบคุณนะคะ... คุณภาม" ปรางค์กระซิบ นัยน์ตาสาวสวยช้อนขึ้นมองริมฝีปากหยักได้รูปของเขาในระยะประชิด "รู้ไหมคะว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมา... ปรางค์เฝ้าคอยวันที่ได้กลับมายืนข้างๆ คุณแบบนี้มาตลอด" คำพูดนั้นทำให้ภามชะงัก ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย "ห้าปี? คุณพูดเรื่องอะไร..." ทว่ายังไม่ทันที่ภามจะได้เอ่ยถามจบ สัญชาตญาณความปลอดภัยของเขาก็กระตุกตื่นตัวขึ้นอย่างแรง! เงาดำร่างหนึ่งเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วออกจากเงามืดของต้นไม้ใหญ่ข้างระเบียง พร้อมกับแสงโลหะวาบของมีดพกสั้นที่พุ่งตรงมาทางแผ่นหลังของปรางค์นลิน! "ระวัง!" ภามตะโกนเสียงดุ รวบเอวบางของปรางค์นลินเข้ามาแนบชิดอก หมุนตัวใช้แผ่นหลังแกร่งของตนเองบดบังเธอไว้พร้อมรับแรงปะทะทันที! เสียงคมมีดเฉือนผ่านเนื้อผ้าสูททักซิโด้หรูบริเวณหัวไหล่ของภามดัง ฉึด! รอยแผลยาวถลอกจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเปรอะเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน! "คุณภาม!" ปรางค์ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ นัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเลือดของบอดี้การ์ดหนุ่ม ภามไม่แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งสงคราม เขาวาดเท้าเตะเข้าที่ข้อซอกของชายชุดดำจนมีดพกหลุดร่วงลงพื้น ก่อนจะตวัดหมัดขวาอันทรงพลังชกเข้าที่ขากรรไกรของศัตรูอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงจนร่างนั้นลอยกระเด็นไปกระแทกกับพื้นหินอ่อนหมดสติทันที! เสียงความวุ่นวายดังกึกก้องไปทั่วระเบียง ภามสูดหายใจเข้าลึก กดบาดแผลที่ไหล่ซ้ายไว้ นัยน์ตาคมมองตรวจเช็คร่างกายของปรางค์นลินด้วยความวิตกสูงสุด "คุณปรางค์! เป็นอะไรไหมครับ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?!" ภามจับไหล่เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ปรางค์มองบาดแผลที่มีเลือดไหลซึมบนไหล่ของเขา น้ำตาแห่งความซาบซึ้งและปวดใจคลอเบ้า นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองสบตาเขา "ปรางค์ไม่เป็นไรค่ะ... แต่คุณภาม เลือดออก..." ภามดึงร่างบางของปรางค์เข้ามากอดไว้แน่นในอ้อมกอดอันอบอุ่นและปลอดภัย เสียงลมหายใจกระแทกกระทั้น ของเขาเต้นรัวชิดใบหูเธอ ในวินาทีที่เห็นมีดพุ่งเข้ามา ภามรู้ดีว่าบาดแผลบนไหล่นี้เปรียบไม่ได้เลยกับความกลัวที่จะต้องสูญเสียเธอไป "ช่างมัน... แค่คุณปลอดภัยก็พอแล้ว" ภามกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหูเธอ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้น การปะทะกันครั้งนี้ทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของภามพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง และยืนยันชัดเจนว่า... สำหรับภามแล้ว ปรางค์นลินไม่ใช่แค่ 'ผู้ว่าจ้าง' อีกต่อไปเสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกเพนต์เฮาส์ดูคล้ายจะเงียบหายไปในเสี้ยววินาทีเมื่อคำพูดของพีทสิ้นสุดลง บรรยากาศภายในห้องกว้างตกอยู่ในความเงียบอันน่าสะพรึงและตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ภาม นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ตัวเกร็งแข็งดั่งหินผา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเรียบเฉยบัดนี้สั่นระริกด้วยความเจ็บปวด ฝันร้ายในอดีตที่หวนกลับมาแทงฉีกหัวใจเขาอย่างรุนแรง ภาพหมวดมีนาที่สิ้นใจในอ้อมกอดของเขาพร้อมเลือดสีแดงฉานกลางงานเลี้ยงเมื่อห้าปีก่อน ซ้อนทับเข้ากับภาพของ ปรางค์นลิน ที่เพิ่งผ่านพ้นคมมีดของมือสังหารมาได้อย่างเฉียบพลัน อาการ PTSD ที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ กำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ลมหายใจของภามติดขัด ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ เหงื่อเย็นผุดซึมตามแผงอกและลำคอ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปอีกครั้งบดขยี้สติสัมปชัญญะของเขาจนแทบควบคุมไม่ได้ ปรางค์นลินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอันน่ากลัวนั้นในทันที เธอไม่สนเรื่องโทรศัพท์หรือชื่อของศัตรูในอดีต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังถูกความทรงจำอันเลวร้ายกัดกิน ปรางค์รีบขยับตัวขึ้นมานั่งทับบ
เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำลงมาริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างพร่ามัวไปพร้อมกับเสียงหวอของรถรักษาความปลอดภัย กานต์และทีมบอดี้การ์ดเสริมบุกเข้าควบคุมพื้นที่หรูอย่างรวดเร็ว มือสังหารชุดดำที่สลบไสลบนพื้นถูกล็อกตัวและลากออกไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้แขกเหรื่อในงานตื่นตระหนก "มึงต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ภาม เลือดมึงออกเยอะมาก!" พีทเข้ามาประคองเพื่อนสนิท พลางมองบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของภามด้วยสีหน้าเครียดจัด "กูไม่ไปโรงพยาบาล" ภามตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบยังคงสแกนพื้นที่รอบตัวด้วยสัญชาตญาณเข้มงวด "ถ้าไปโรงพยาบาล นักข่าวจะรู้เรื่อง และศัตรูอาจจะตามไปเก็บงาน รถตู้พาคุณปรางค์กลับเพนต์เฮาส์เดี๋ยวนี้ ที่นั่นมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบถ้วน" "แต่คุณภามคะ... เลือดคุณไหลไม่หยุดเลยนะ!" ปรางค์นรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือเรียวสวยที่เคยแต่งเล็บสีสดใสบัดนี้เปื้อนคราบเลือดของภาม เธอจับแขนขวาของเขาไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปวดใจ ภามหันมามองใบหน้าสวยคมที่บัดนี้ซีดเผือด เขา
- งานกาล่า -ห้องแต่งตัวระดับวีไอพีของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอบอวลไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วมาจากห้องแกรนด์บอลรูมด้านนอก ค่ำคืนนี้คืองานดินเนอร์การกุศลและประมูลอัญมณีระดับไฮเอนด์ที่รวมเอาเหล่ามหาเศรษฐี ไฮโซ และสื่อมวลชนชั้นนำอย่างแน่นหนาทว่า สิ่งที่ทำให้ทีมงานในห้องแต่งตัวถึงกับหยุดหมุน ไม่ใช่แค่สร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าหลายสิบล้านบนคอของ ปรางค์นลิน... แต่คือการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งในลุคใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดภาม ยืนถอนหายใจยาวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บอย่างประณีตแบรนด์ดังที่ปรางค์เป็นคนสั่งตัดด่วนพิเศษ เข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่และช่วงไหล่กว้างของเขาได้อย่างไร้ที่ติ ปกเสื้อผ้าไหมสีดำเงาจับแสงไฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในตัดกับไทหูกระต่ายสีดำทรงเนี้ยบ ปรับเปลี่ยนจากอดีตตำรวจสายโหดให้กลายเป็นบุรุษชั้นสูงทรงอิทธิพลที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายและเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจประตูห้องกั้นส่วนตัวเปิดออก ปรางค์นลินก้าวออกมาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ผ้าไหมเงาวับทิ้งตัวยาวลากพื้น แหวกข้างสูงเผยเรียวขาสวยท้าทายสายตา คอระหงสวมสร้อยเพชรเม็ดงามที่ส
เสียงหัวใจของภามเต้นตึกตักเป็นจังหวะหนักรัวอยู่เบื้องบน แผงอกกว้างทอดทับแนบชิดกับเรือนร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีเขียวมรกต ลมหายใจอุ่นจัดของเขารดระบายอยู่ข้างขมับของปรางค์นลินอย่างสม่ำเสมอแต่ติดขัดด้วยความตึงเครียด ภายในห้องฟิตติ้งที่เคยสว่างไสว บัดนี้สลัวลงเล็กน้อยเมื่อสปอตไลต์บางดวงถูกภามใช้เท้าถีบปลั๊กออกเพื่อลดจุดสังเกตจากภายนอกเรือนร่างของทั้งสองแนบชิดทุกสัดส่วนใต้ร่มเงาของโต๊ะแต่งตัวและโซฟาหนา แผ่นหลังเปลือยเปล่าของปรางค์สัมผัสเข้ากับพรมหนานุ่มและท่อนแขนแกร่งของภามที่ช้อนรองหลังเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและดอกมะลิประจำตัวนางแบบสาวละมุนอบอวลอยู่เต็มปอดของชายหนุ่ม กระตุ้นสัญชาตญาณความรู้สึกให้ตื่นตัวจนร้อนผ่าวไปทั้งร่างแม้ภามจะพยายามตั้งสติและจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ช่องระบายอากาศและมุมกระจกด้านนอก ทว่าความใกล้ชิดชนิดที่ลมหายใจแลกเปลี่ยนกันในระยะไม่ถึงเซนติเมตร ก็ทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มยากจะละเลยความเย้ายวนตรงหน้าได้ปรางค์นลินช้อนตามองใบหน้าคมคายตรงหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่บานประตูด้วยความเคร่งขรึม ทว่าอัตราการเต้น
สตูดิโอถ่ายแบบและฟิตติ้งเสื้อผ้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานครเนืองแน่นไปด้วยความวุ่นวายยามบ่าย ทั้งทีมงาน ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ และสไตลิสต์ต่างเดินขวักไขว่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างรีบร้อน เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากห้องสตูดิโอใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ภาม ยังคงยืนตระหง่านดุจประติมากรรมหินผาอยู่ตรงมุมห้อง นัยน์ตาคมกริบของอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ลดละ สายตาของเขาวิเคราะห์ทุกทิศทางอย่างถี่ถ้วน ทั้งทางเข้าออกฉุกเฉิน มุมอับของม่านกั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตึกฝั่งตรงข้าม รวมถึงพฤติกรรมของทีมงานทุกคนที่เข้าใกล้บริเวณห้องฟิตติ้ง สัญชาตญาณระวังภัยของเขากำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง เพราะจดหมายขู่ฉบับล่าสุดระบุชัดเจนว่าศัตรูอาจลงมือในสถานที่ทำงานของเป้าหมาย "คุณภามคะ... คุณปรางค์เรียกให้เข้าไปข้างในห้องฟิตติ้งค่ะ" เสียงของสไตลิสต์สาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มประหม่า ขณะชี้มือไปทางห้องแต่งตัวส่วนตัว VIP ที่ปิดม่านมิดชิด ภามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?" ภามถามเสียงเรียบ มือข้างห
แสงแดดแรกของวันทอดผ่านบานกระจกนิรภัยกรองแสงของเพนต์เฮาส์หรู ภามตื่นขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันอรุณรุ่ง สัญชาตญาณอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษสั่งให้เขานอนหลับเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งตื่นตัวรับรู้ทุกเสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมถึงคอ พร้อมกางเกงสแล็กสีดำทรงเนี้ยบ กำลังเดินตรวจเช็กระบบเซนเซอร์ประตู สัญญาณเตือนภัยที่กระจก และมุมอับรอบห้องกว้างใหญ่อีกครั้งเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้ความเงียบสงบในห้องถูกทำลายลงเมื่อประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก ปรางค์นลินก้าวเท้าออกมาในชุดคลุมผ้าไหมสีครีมตัวยาว สายรัดเอวผูกไว้หลวมๆ เผยให้เห็นขอบชุดนอนลูกไม้สีไวน์แดงด้านใน แสงแดดยามเช้าตกกระทบเรือนร่างระหงจนดูราวกับภาพวาดชิ้นเอก กลิ่นหอมอบอุ่นยามเช้าของเธอคละคลุ้งในอากาศ ทลายความตึงเครียดของห้องลงในพริบตา"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณหมีหน้านิ่ง ตื่นเช้าจังเลยนะคะ"ปรางค์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความเย้าหยอกตั้งแต่แรกเห็น เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อชงกาแฟ จงใจรินกาแฟดำเข้มข้นใส่แก้วทรงสูงใบหนึ่ง แล้วถือเดินตรงมาหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบนิ่งอยู่ตรงมุมห







