Share

ตอนที่5

last update publish date: 2026-09-23 20:47:38

เสียงหัวใจของภามเต้นตึกตักเป็นจังหวะหนักรัวอยู่เบื้องบน แผงอกกว้างทอดทับแนบชิดกับเรือนร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีเขียวมรกต ลมหายใจอุ่นจัดของเขารดระบายอยู่ข้างขมับของปรางค์นลินอย่างสม่ำเสมอแต่ติดขัดด้วยความตึงเครียด ภายในห้องฟิตติ้งที่เคยสว่างไสว บัดนี้สลัวลงเล็กน้อยเมื่อสปอตไลต์บางดวงถูกภามใช้เท้าถีบปลั๊กออกเพื่อลดจุดสังเกตจากภายนอก

เรือนร่างของทั้งสองแนบชิดทุกสัดส่วนใต้ร่มเงาของโต๊ะแต่งตัวและโซฟาหนา แผ่นหลังเปลือยเปล่าของปรางค์สัมผัสเข้ากับพรมหนานุ่มและท่อนแขนแกร่งของภามที่ช้อนรองหลังเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและดอกมะลิประจำตัวนางแบบสาวละมุนอบอวลอยู่เต็มปอดของชายหนุ่ม กระตุ้นสัญชาตญาณความรู้สึกให้ตื่นตัวจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง

แม้ภามจะพยายามตั้งสติและจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ช่องระบายอากาศและมุมกระจกด้านนอก ทว่าความใกล้ชิดชนิดที่ลมหายใจแลกเปลี่ยนกันในระยะไม่ถึงเซนติเมตร ก็ทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มยากจะละเลยความเย้ายวนตรงหน้าได้

ปรางค์นลินช้อนตามองใบหน้าคมคายตรงหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่บานประตูด้วยความเคร่งขรึม ทว่าอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งผ่านแผงอกหนาแน่นมายังหน้าอกของเธอกลับเร่งสปีดจนตึกตักไม่หยุด ริมฝีปากกระจับสีชมพูระเรื่อของปรางค์คลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ขึ้นทีละน้อย ก่อนที่เธอจะเอียงศีรษะขยับริมฝีปากเข้าไปชิดใบหูของเขา

"หัวใจเต้นแรงขนาดนี้..."

เสียงหวานทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงลม

"เพราะกลัวภัยคุกคามข้างนอก หรือเพราะกำลังหลอกกอดปรางค์อยู่กันแน่คะ... คุณหมี?"

คำหยอกเย้าเย้ายวนทำเอาภามชะงักกึก เขาลดสายตากลับลงมาสบตากับเธอ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุและเคืองขุ่นเล็กน้อยที่นางแบบสาวไม่รู้จักเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ทว่าเมื่อมองเห็นแววตาพราวระยับเปี่ยมเสน่ห์ที่จ้องมองเขาอย่างเปิดเผย ความรู้สึกหงุดหงิดกลับทลายกลายเป็นความร้อนผ่าวในอก

"เวลาแบบนี้ยังจะมีอารมณ์มาเล่นมุกอีกเหรอครับ คุณปรางค์?"

ภามเค้นเสียงทุ้มพร่าตอบข้างหูเธอ

"เงียบๆ แล้วอยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากเป็นเป้า"

"ปรางค์ไม่ได้เล่นสักหน่อย"

ปรางค์กระซิบตอบ ยื่นมือเรียวสวยขึ้นไปลูบไล้แผงคอกว้างของเขาอย่างถือสิทธิ์ นิ้วมือนุ่มสัมผัสเข้ากับลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะกลืนน้ำลายของภาม

"บอดี้การ์ดที่ไหนเขาปกป้องผู้ว่าจ้างด้วยการรวบมา กอดแน่นขนาดนี้... อ้อมกอดคุณหมีแน่นจนปรางค์แทบจะหายใจร่วมกับคุณอยู่แล้วนะ"

ภามเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและนุ่มนวลของร่างบางที่แนบชิด เขาออกแรงดันตัวเองขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง ทว่าปรางค์กลับเลื่อนแขนเรียวขึ้นมาโอบรอบคอหนาของเขาไว้หลวมๆ ไม่ยอมให้เขาถอยห่างไปไหนไกล

"อยู่แบบนี้ก่อนสิคะ... ปรางค์ยังกลัวอยู่นะ"

น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและแผ่วเบา แม้ดวงตาจะยังคงส่องประกายยวนยั่วอยู่ก็ตาม

ภามได้แต่นึกถอนหายใจในใจ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้กลัวจริงอย่างที่ปากพูด ทว่าสัมผัสจากอ้อมแขนและสายตาออดอ้อนของปรางค์นรินกลับมีอิทธิพลเหนือสติสัมปชัญญะของเขาอย่างน่าประหลาด อดีตนายตำรวจสายโหดยอมตกอยู่ในพันธนาการของนางแบบสาวต่อไปอีกหลายวินาที จนกระทั่งวิทยุสื่อสารที่ข้างเอวของเขาส่งเสียงซ่าดังขึ้น

"หัวหน้าครับ! บริเวณชั้นลอยฝั่งตรงข้ามเป็นแค่กล้องซูมระยะไกลแอบถ่ายครับ ไม่มีอาวุธร้ายแรง แต่ทีมงานควบคุมตัวไว้เรียบร้อยแล้วครับ!"

เสียงกานต์รายงานเข้ามาผ่านหูฟังไร้สาย

ภามสูดลมหายใจเข้าลึก คลายความตึงเครียดในอกลงได้ครึ่งหนึ่ง เขาลดมือลงแตะหูฟังแล้วตอบกลับเสียงเรียบ

"รับทราบ ทำการยึดเมมโมรี่การ์ดแล้วไล่ออกนอกพื้นที่ เพิ่มการคุ้มกันทางออกด้านหลัง ผมจะนำตัวคุณปรางค์เคลื่อนย้ายทันที"

เมื่อแน่ใจว่าสถานการณ์ปลอดภัย ภามจึงหันกลับมามองสตรีใต้ร่าง เขาดึงแขนเรียวของปรางค์ออกจากคออย่างรวดเร็ว แล้วยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือหนาลงไปหาเธอ

ปรางค์มองมือหนาที่มีรอยแผลเป็นประปรายคู่นั้นด้วยรอยยิ้ม เธอวางมือเล็กลงบนฝ่ามืออบอุ่นของเขา ภามออกแรงยกเพียงเล็กน้อย ร่างระหงในชุดราตรีเขียวมรกตก็ลอยตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างง่ายดาย ทว่าด้วยความสูงของส้นสูงสี่นิ้วบวกกับอาการมึนงงจากการถูกทุ่มลงพรม ทำให้ปรางค์แกล้งเซตัวเข้าหาแผงอกหนาของภามอีกรอบอย่างจงใจ

ภามรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้ทันท่วงที หน้าอกของปรางค์ชนเข้ากับแผงอกของเขาเต็มๆ กลิ่นหอมหวานฟิโรโมนลอยวนขึ้นอีกครั้ง

"อุ้ย! อุบัติเหตุค่ะ... ส้นสูงมันพลิก"

ปรางค์ช้อนตามอง ยิ้มหวานใสอย่างไม่เกรงกลัว

"คุณปรางค์..."

ภามดุเสียงต่ำ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือจากเอวเธอในทันที เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกสีเข้มของตนเองออก แล้วนำมาคลุมไหล่ให้เธอ เสื้อสูทตัวใหญ่คลุมปิดแผ่นหลังเปลือยเปล่าและรอยแหวกของชุดราตรีได้อย่างมิดชิด ความร้อนและกลิ่นกายประจำตัวของภามที่ติดอยู่บนเนื้อผ้าซึมซาบเข้าสู่ผิวเนื้อของปรางค์ สร้างความอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด

"ใส่ไว้ครับ แล้วเดินตามผมมาติดๆ ห้ามห่างเกินครึ่งก้าว"

ภามสั่งเสียงกระชับ กุมข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นแล้วออกเดินนำหน้าทันที

"เดี๋ยวค่ะ... เราจะไปไหนคะ?"

ปรางค์นลินเอ๋ยขัดขึ้นขณะที่บอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนำตัวเธอออกจากสตูโอตอนนี้

"งานวันนี้ต้องยกเลิกไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของคุณ รวมถึงงานรอบเย็นของวันนี้ด้วยครับ"

ภามประเมินแล้วว่างานกาล่าที่มีทั้งคนวุ่นวายและพื้นที่กว้างขวางเสี่ยงเกินไป จึงสั่งยกเลิกคิวงานค่ำนี้ทันที

"ไม่ค่ะ.. ปรางค์จะไป ปรางค์ไม่อยากเบี้ยวงาน และที่สำคัญ... ปรางค์มีบอดี้การ์ดที่เก่งที่สุดอยู่ตรงนี้แล้ว ปรางค์จะกลัวอะไรล่ะคะ?"

ทำไมดื้อเหลือเกินน่ะ ภามคิดในใจ

"ตามนั้นก็ได้ครับ แต่เสร็จงานนี้คุณต้องรีบกลับทันทีเลยนะครับ"

"โอเคค่ะ คุณหมี"

หลังเสร็จสิ้นงานฟิตติ้งชุด ภามนำทางปรางค์นลินเลี่ยงออกจากสตูดิโอผ่านทางประตูหนีไฟด้านหลังอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ รถตู้หรูติดกระจกนิรภัยสีดำสนิทจอดรออยู่แล้ว ภามเปิดประตูและพาปรางค์ก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง ก่อนที่เขาจะก้าวตามขึ้นไปปิดประตูลงล็อกอย่างแน่นหนา

ภายในห้องโดยสารของรถตู้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว แสงไฟสลัวจากคอนโซลหน้าส่องกระทบใบหน้าคมคายของภามที่ยังคงเคร่งเครียด เขายื่นมือไปปรับระบบเครื่องปรับอากาศ แล้วหยิบขวดน้ำดื่มมาเปิดฝายื่นส่งให้เธอ

ปรางค์รับขวดน้ำมาจิบเล็กน้อย สายตาคู่สวยจับจ้องมองบอดี้การ์ดหน้านิ่งที่ไม่ยอมนั่งลงข้างเธอ แต่นั่งลงบนเบาะฝั่งตรงข้ามเพื่อรักษาระยะห่างตามกฎเดิม

"ขอบคุณนะคะ... สำหรับเสื้อสูท"

ปรางค์เอ่ยขึ้น กระชับเสื้อสูทตัวใหญ่ของเขาเข้าหาตัว กลิ่นหอมสไตล์ผู้ชายอบอุ่นของภามทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

"แล้วก็ขอบคุณ... ที่เอาตัวมาบังปรางค์ไว้เมื่อกี้"

ภามหลุบสายตามองขวดน้ำในมือตนเอง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ

"มันเป็นหน้าที่ครับ ผมถูกจ้างมาเพื่อรับประกันความปลอดภัยของคุณ หากเกิดอะไรขึ้น ร่างกายของผมคือเกราะป้องกันแรกของคุณ"

"แค่หน้าที่เหรอคะ?"

ปรางค์เอียงคอถาม นัยน์ตาพราวระยับ

"จังหวะที่คุณรวบปรางค์ลงไป... ปรางค์รู้สึกได้ถึงหัวใจเต้นตึกตักของคุณนะ คุณไม่ได้ทำตามหน้าที่อย่างเดียวหรอก คุณตกใจและห่วงปรางค์จริงๆ ใช่ไหม?"

ภามชะงักไปครู่หนึ่ง คำถามของเธอแทงใจดำเขาอย่างจัง ความจริงคือในวินาทีที่เห็นแสงวาบปริศนา สมองของเขาไม่ได้คำนวณเรื่องสัญญาจ้างหรือเงินรางวัลเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่แล่นเข้ามาในความคิดคือ 'ต้องไม่ให้ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไปเด็ดขาด' ความรู้สึกปกป้องอันมหาศาลนั้นมันเหนือกว่าคำว่าหน้าที่ไปไกลโข

แต่ภามเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าเฉยชา เขาสบตาเธอแล้วตอบเรียบๆ

"ผมแค่มืออาชีพครับ คุณปรางค์ อย่าพยายามอ่านใจผมเลย"

"มืออาชีพหน้านิ่ง..."

ปรางค์ขยับตัวลุกขึ้นจากเบาะของเธอ แล้วย้ายข้ามมานั่งลงบนเบาะยาวฝั่งเดียวกับภามโดยไม่บอกกล่าว ระยะห่างหนึ่งเมตรถูกทำลายลงในเสี้ยววินาที!

ภามขมวดคิ้ว ขยับตัวจะถอยหนี แต่ปรางค์กลับใช้นิ้วเรียวสวยยื่นไปแตะที่หน้าผากเขาเบาๆ ผิวสัมผัสนุ่มนวลทำให้ภามต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่

"ขมวดคิ้วจนจะเป็นโบอยู่แล้วค่ะคุณหมี"

ปรางค์ยิ้มหวาน ส่วนนิ้วเรียวค่อยๆ นวดคลายรอยย่นบนหน้าผากของเขาอย่างเบามือ

"ผ่อนคลายบ้างสิคะ งานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีแล้วนะ ถึงจะเป็นแค่ตากล้องแอบถ่าย แต่มันก็พิสูจน์ให้ปรางค์เห็นแล้วว่า... เวลาอยู่ใกล้คุณภาม ปรางค์มั่นใจว่าปรางค์จะปลอดภัย"

คำชมเชยที่ออกมาจากหัวใจและสายตาซาบซึ้งของปรางค์นลิน ทำให้หัวใจอันแข็งกระด้างของภามกระตุกวูบ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งฉีดซ่านไปทั่วอก บาดแผลในอดีตที่เคยกัดกินใจเขาเริ่มรู้สึกเบาบางลงยามเมื่อได้เห็นรอยยิ้มอันจริงใจของเธอ

ภามจับข้อมือเล็กของเธอไว้เบามือ แม้จะตั้งใจจะดึงออก แต่เขากลับไม่ได้ออกแรงขับไล่แต่อย่างใด นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยคมของซูเปอร์โมเดลสาวในระยะประชิด ความใกล้ชิดในห้องโดยสารสลัวทลายกำแพงความตึงเครียดลงทีละน้อย

"คุณปรางค์... คุณเป็นผู้ว่าจ้างที่ดื้อที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา"

ภามเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มีร่องรอยความอ่อนโยนซ่อนอยู่ในน้ำเสียงเป็นครั้งแรก

"และคุณภาม..."

ปรางค์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนริมฝีปากแทบจะเฉียดแก้มของเขา

"...ก็เป็นบอดี้การ์ดที่ปากแข็งและน่ารักที่สุดเท่าที่ปรางค์เคยเจอเหมือนกันค่ะ"

รถตู้หรูเคลื่อนตัวผ่านสายฝนยามเย็นไปตามถนนใจกลางเมืองหลวง ท่ามกลางอันตรายที่ยังคงแฝงตัวอยู่ในเงามืด แต่ภายในรถคันนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างบอดี้การ์ดหน้านิ่งกับซูเปอร์โมเดลสาวสุดเซ็กซี่ ได้ขยับก้าวผ่านเส้นกั้นทางหน้าที่ เข้าสู่พื้นที่ของหัวใจอย่างที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนได้อีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่8

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกเพนต์เฮาส์ดูคล้ายจะเงียบหายไปในเสี้ยววินาทีเมื่อคำพูดของพีทสิ้นสุดลง บรรยากาศภายในห้องกว้างตกอยู่ในความเงียบอันน่าสะพรึงและตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ภาม นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ตัวเกร็งแข็งดั่งหินผา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเรียบเฉยบัดนี้สั่นระริกด้วยความเจ็บปวด ฝันร้ายในอดีตที่หวนกลับมาแทงฉีกหัวใจเขาอย่างรุนแรง ภาพหมวดมีนาที่สิ้นใจในอ้อมกอดของเขาพร้อมเลือดสีแดงฉานกลางงานเลี้ยงเมื่อห้าปีก่อน ซ้อนทับเข้ากับภาพของ ปรางค์นลิน ที่เพิ่งผ่านพ้นคมมีดของมือสังหารมาได้อย่างเฉียบพลัน อาการ PTSD ที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ กำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ลมหายใจของภามติดขัด ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ เหงื่อเย็นผุดซึมตามแผงอกและลำคอ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปอีกครั้งบดขยี้สติสัมปชัญญะของเขาจนแทบควบคุมไม่ได้ ปรางค์นลินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอันน่ากลัวนั้นในทันที เธอไม่สนเรื่องโทรศัพท์หรือชื่อของศัตรูในอดีต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังถูกความทรงจำอันเลวร้ายกัดกิน ปรางค์รีบขยับตัวขึ้นมานั่งทับบ

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่7

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำลงมาริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างพร่ามัวไปพร้อมกับเสียงหวอของรถรักษาความปลอดภัย กานต์และทีมบอดี้การ์ดเสริมบุกเข้าควบคุมพื้นที่หรูอย่างรวดเร็ว มือสังหารชุดดำที่สลบไสลบนพื้นถูกล็อกตัวและลากออกไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้แขกเหรื่อในงานตื่นตระหนก "มึงต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ภาม เลือดมึงออกเยอะมาก!" พีทเข้ามาประคองเพื่อนสนิท พลางมองบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของภามด้วยสีหน้าเครียดจัด "กูไม่ไปโรงพยาบาล" ภามตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบยังคงสแกนพื้นที่รอบตัวด้วยสัญชาตญาณเข้มงวด "ถ้าไปโรงพยาบาล นักข่าวจะรู้เรื่อง และศัตรูอาจจะตามไปเก็บงาน รถตู้พาคุณปรางค์กลับเพนต์เฮาส์เดี๋ยวนี้ ที่นั่นมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบถ้วน" "แต่คุณภามคะ... เลือดคุณไหลไม่หยุดเลยนะ!" ปรางค์นรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือเรียวสวยที่เคยแต่งเล็บสีสดใสบัดนี้เปื้อนคราบเลือดของภาม เธอจับแขนขวาของเขาไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปวดใจ ภามหันมามองใบหน้าสวยคมที่บัดนี้ซีดเผือด เขา

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่6

    - งานกาล่า -ห้องแต่งตัวระดับวีไอพีของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอบอวลไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วมาจากห้องแกรนด์บอลรูมด้านนอก ค่ำคืนนี้คืองานดินเนอร์การกุศลและประมูลอัญมณีระดับไฮเอนด์ที่รวมเอาเหล่ามหาเศรษฐี ไฮโซ และสื่อมวลชนชั้นนำอย่างแน่นหนาทว่า สิ่งที่ทำให้ทีมงานในห้องแต่งตัวถึงกับหยุดหมุน ไม่ใช่แค่สร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าหลายสิบล้านบนคอของ ปรางค์นลิน... แต่คือการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งในลุคใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดภาม ยืนถอนหายใจยาวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บอย่างประณีตแบรนด์ดังที่ปรางค์เป็นคนสั่งตัดด่วนพิเศษ เข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่และช่วงไหล่กว้างของเขาได้อย่างไร้ที่ติ ปกเสื้อผ้าไหมสีดำเงาจับแสงไฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในตัดกับไทหูกระต่ายสีดำทรงเนี้ยบ ปรับเปลี่ยนจากอดีตตำรวจสายโหดให้กลายเป็นบุรุษชั้นสูงทรงอิทธิพลที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายและเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจประตูห้องกั้นส่วนตัวเปิดออก ปรางค์นลินก้าวออกมาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ผ้าไหมเงาวับทิ้งตัวยาวลากพื้น แหวกข้างสูงเผยเรียวขาสวยท้าทายสายตา คอระหงสวมสร้อยเพชรเม็ดงามที่ส

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่5

    เสียงหัวใจของภามเต้นตึกตักเป็นจังหวะหนักรัวอยู่เบื้องบน แผงอกกว้างทอดทับแนบชิดกับเรือนร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีเขียวมรกต ลมหายใจอุ่นจัดของเขารดระบายอยู่ข้างขมับของปรางค์นลินอย่างสม่ำเสมอแต่ติดขัดด้วยความตึงเครียด ภายในห้องฟิตติ้งที่เคยสว่างไสว บัดนี้สลัวลงเล็กน้อยเมื่อสปอตไลต์บางดวงถูกภามใช้เท้าถีบปลั๊กออกเพื่อลดจุดสังเกตจากภายนอกเรือนร่างของทั้งสองแนบชิดทุกสัดส่วนใต้ร่มเงาของโต๊ะแต่งตัวและโซฟาหนา แผ่นหลังเปลือยเปล่าของปรางค์สัมผัสเข้ากับพรมหนานุ่มและท่อนแขนแกร่งของภามที่ช้อนรองหลังเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและดอกมะลิประจำตัวนางแบบสาวละมุนอบอวลอยู่เต็มปอดของชายหนุ่ม กระตุ้นสัญชาตญาณความรู้สึกให้ตื่นตัวจนร้อนผ่าวไปทั้งร่างแม้ภามจะพยายามตั้งสติและจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ช่องระบายอากาศและมุมกระจกด้านนอก ทว่าความใกล้ชิดชนิดที่ลมหายใจแลกเปลี่ยนกันในระยะไม่ถึงเซนติเมตร ก็ทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มยากจะละเลยความเย้ายวนตรงหน้าได้ปรางค์นลินช้อนตามองใบหน้าคมคายตรงหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่บานประตูด้วยความเคร่งขรึม ทว่าอัตราการเต้น

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่4

    สตูดิโอถ่ายแบบและฟิตติ้งเสื้อผ้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานครเนืองแน่นไปด้วยความวุ่นวายยามบ่าย ทั้งทีมงาน ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ และสไตลิสต์ต่างเดินขวักไขว่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างรีบร้อน เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากห้องสตูดิโอใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ภาม ยังคงยืนตระหง่านดุจประติมากรรมหินผาอยู่ตรงมุมห้อง นัยน์ตาคมกริบของอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ลดละ สายตาของเขาวิเคราะห์ทุกทิศทางอย่างถี่ถ้วน ทั้งทางเข้าออกฉุกเฉิน มุมอับของม่านกั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตึกฝั่งตรงข้าม รวมถึงพฤติกรรมของทีมงานทุกคนที่เข้าใกล้บริเวณห้องฟิตติ้ง สัญชาตญาณระวังภัยของเขากำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง เพราะจดหมายขู่ฉบับล่าสุดระบุชัดเจนว่าศัตรูอาจลงมือในสถานที่ทำงานของเป้าหมาย "คุณภามคะ... คุณปรางค์เรียกให้เข้าไปข้างในห้องฟิตติ้งค่ะ" เสียงของสไตลิสต์สาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มประหม่า ขณะชี้มือไปทางห้องแต่งตัวส่วนตัว VIP ที่ปิดม่านมิดชิด ภามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?" ภามถามเสียงเรียบ มือข้างห

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่3

    แสงแดดแรกของวันทอดผ่านบานกระจกนิรภัยกรองแสงของเพนต์เฮาส์หรู ภามตื่นขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันอรุณรุ่ง สัญชาตญาณอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษสั่งให้เขานอนหลับเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งตื่นตัวรับรู้ทุกเสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมถึงคอ พร้อมกางเกงสแล็กสีดำทรงเนี้ยบ กำลังเดินตรวจเช็กระบบเซนเซอร์ประตู สัญญาณเตือนภัยที่กระจก และมุมอับรอบห้องกว้างใหญ่อีกครั้งเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้ความเงียบสงบในห้องถูกทำลายลงเมื่อประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก ปรางค์นลินก้าวเท้าออกมาในชุดคลุมผ้าไหมสีครีมตัวยาว สายรัดเอวผูกไว้หลวมๆ เผยให้เห็นขอบชุดนอนลูกไม้สีไวน์แดงด้านใน แสงแดดยามเช้าตกกระทบเรือนร่างระหงจนดูราวกับภาพวาดชิ้นเอก กลิ่นหอมอบอุ่นยามเช้าของเธอคละคลุ้งในอากาศ ทลายความตึงเครียดของห้องลงในพริบตา"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณหมีหน้านิ่ง ตื่นเช้าจังเลยนะคะ"ปรางค์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความเย้าหยอกตั้งแต่แรกเห็น เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อชงกาแฟ จงใจรินกาแฟดำเข้มข้นใส่แก้วทรงสูงใบหนึ่ง แล้วถือเดินตรงมาหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบนิ่งอยู่ตรงมุมห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status