Share

ตอนที่4

last update publish date: 2026-09-13 03:53:44

สตูดิโอถ่ายแบบและฟิตติ้งเสื้อผ้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานครเนืองแน่นไปด้วยความวุ่นวายยามบ่าย ทั้งทีมงาน ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ และสไตลิสต์ต่างเดินขวักไขว่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างรีบร้อน

เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากห้องสตูดิโอใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ภาม ยังคงยืนตระหง่านดุจประติมากรรมหินผาอยู่ตรงมุมห้อง

นัยน์ตาคมกริบของอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ลดละ สายตาของเขาวิเคราะห์ทุกทิศทางอย่างถี่ถ้วน ทั้งทางเข้าออกฉุกเฉิน มุมอับของม่านกั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตึกฝั่งตรงข้าม รวมถึงพฤติกรรมของทีมงานทุกคนที่เข้าใกล้บริเวณห้องฟิตติ้ง สัญชาตญาณระวังภัยของเขากำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง เพราะจดหมายขู่ฉบับล่าสุดระบุชัดเจนว่าศัตรูอาจลงมือในสถานที่ทำงานของเป้าหมาย

"คุณภามคะ... คุณปรางค์เรียกให้เข้าไปข้างในห้องฟิตติ้งค่ะ"

เสียงของสไตลิสต์สาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มประหม่า ขณะชี้มือไปทางห้องแต่งตัวส่วนตัว VIP ที่ปิดม่านมิดชิด ภามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย

"มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?"

ภามถามเสียงเรียบ มือข้างหนึ่งแตะลงบนซองปืนสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทโดยอัตโนมัติ

"เปล่าค่ะ คุณปรางค์บอกว่าต้องการคนช่วย... เอ่อ ช่วยลองชุดนิดหน่อยค่ะ ช่างกุ้งติดงานแต่งหน้าดาราอีกคนอยู่อีกห้องค่ะ"

ภามสูดหายใจเข้าลึก ความตึงเครียดแล่นจับหัวใจ เขาไม่วางใจสถานการณ์ และการปล่อยให้ปรางค์นรินอยู่คนเดียวในห้องแต่งตัวเปิดทิ้งไว้ก็ไม่ใช่เรื่องดี ภามก้าวขาฉับๆ เดินตรงไปยังห้องฟิตติ้งส่วนตัว ผลักประตูเข้าไปพร้อมปิดลงอย่างมิดชิดทันทีตามมาตรการความปลอดภัย

ทว่า... ภาพเบื้องหลังประตูไม่ได้มีภัยอันตรายจากศัตรูภายนอก แต่เป็นอันตรายต่อหัวใจของเขาอย่างร้ายแรง

ภายในห้องฟิตติ้งประดับด้วยกระจกเงาบานใหญ่รอบทิศทาง แสงไฟสีวอร์มไลต์นุ่มนวลสว่างไปทั่วห้อง ปรางค์นลิน ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กลางห้อง ร่างระหงของเธอสวมใส่ชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีเขียวมรกตสุดหรู ตัวชุดด้านหน้าเป็นคอวีแหวก ลึก แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงคือด้านหลัง... ซึ่งเปิดโล่งทั้งหมดจนถึงบริเวณบั้นเอว เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียด ขาวผ่องราวกับสลักจากมุก และส่วนโค้งเว้าอันเพียบพร้อมของซูเปอร์โมเดลระดับโลก

เสื้อคลุมซาตินที่เธอเคยสวมทับบัดนี้หลุดร่วงลงไปกองอยู่บนพื้นปลายเท้า ปรางค์นรินเอี้ยวหน้ากลับมามองภามผ่านกระจกเงาบานใหญ่ มุมปากกระจับสวยแต้มรอยยิ้มซุกซน นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยไฟแห่งความท้าทาย

"มาไวทันใจจังเลยนะคะ... คุณหมีหน้านิ่ง"

เสียงหวานทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นผ่านกระจก ภามชะงักกึกทันทีที่ก้าวเข้าไป ร่างกายอันบึกบึนเกร็งตึงทุกสัดส่วน นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพแผ่นหลังเปลือยเปล่าอันงดงามและเรียวขาที่โผล่พ้นรอยแหวกของชุดราตรีทำให้อากาศในห้องฟิตติ้งหรูหราดูคล้ายจะร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

ภามรีบเบือนสายตาไปมองที่มุมห้อง พยายามรักษารายละเอียดทางยุทธวิธีและความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด

"คุณปรางค์... คุณให้ผมเข้ามาทำไมครับ? ถ้าไม่มีอะไร ผมขอออกไปรอข้างนอกนะครับ"

"มีสิคะ... ภัยคุกคามค่อนข้างรุนแรงเลยด้วย"

ปรางค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดราม่าแกมขบขัน เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา จงใจเดินส้นสูงก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่พยายามเตรียมถอยหลังหนี

"ชุดราตรีตัวนี้ ซิปด้านหลังมันติดค่ะ ปรางค์รูดขึ้นเองไม่ถึง แล้วช่างแต่งหน้าคนอื่นก็ไม่ว่าง... คุณภามจะไม่ช่วยปรางค์จริงๆ เหรอคะ?"

"ให้ผมไปเรียกสไตลิสต์ผู้หญิงเข้ามาดีกว่าครับ"

ภามตอบเสียงแข็ง พยายามมองข้ามหัวเธอไปที่ฝ้าเพดาน

"เรียกทำไมให้เสียเวลาคะ?"

ปรางค์ก้าวเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมฟิโรโมนเย้ายวนจากเรือนร่างของเธออบอวลลอยเข้าเตะจมูกภามอีกครั้ง

"อยู่กันสองคนตรงนี้ คุณภามก็ช่วยปรางค์ได้... หรือว่าคุณบอดี้การ์ดกลัวอดใจไม่ไหวเหรอคะ?"

คำท้าทายนั้นทำให้ภามจำต้องลดสายตากลับมามองสบตากับเธอผ่านกระจกเงา ปรางค์หมุนหลังกลับให้เขาอีกครั้ง เผยแผ่นหลังเนียนนุ่มและแนวรอยซิปซ่อนสีทองที่ค้างอยู่ตรงบริเวณเอวคอดกิ่ว

"ช่วยรูดขึ้นมาถึงตรงนี้หน่อยสิคะ... คุณหมี"

ปรางค์กระซิบผ่านเงาสะท้อนในกระจก นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองสบตาเขาอย่างไม่ลดละ

ภามสูดหายใจเข้าปอดลึกยาว พยายามดึงสติอันมั่นคงของอดีตตำรวจหน่วยพิเศษกลับคืนมา เขาก้าวเข้าไปซ้อนหลังเธอหนึ่งก้าว ระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากผิวกายของปรางค์นรินที่เรืองรองออกมา

มือหนาและมีร่องรอยคราบรอยแผลเป็นจากการฝึกหนัก เอื้อมออกไปอย่างช้าๆ นิ้วโป้งและนิ้วชี้ของภามจับเข้าที่ตัวหัวซิปโลหะสีทองเล็กๆ ตรงบั้นเอวของเธอ แม้เขาจะพยายามระมัดระวังอย่างที่สุดไม่ให้สัมผัสโดนผิวเนื้อเปลือยเปล่า ทว่าความใกล้ชิดขนาดนี้ ทำให้ปลายนิ้วหนาของเขาเผลอไปสะกิดโดนแผ่นหลังเนียนนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผิวกายของปรางค์นรินนุ่มลื่นและร้อนผ่าว สัมผัสเบาบางนั้นส่งกระแสไฟฟ้าประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่างของภาม อัตราการเต้นของหัวใจอดีตนายตำรวจหนุ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายเกร็งแข็งจนข้อมือหนาเริ่มมีอาการสั่นเบาๆ

"มือสั่นเหรอคะ... คุณภาม?"

ปรางค์กระซิบเย้าผ่านกระจกเงา มองเห็นอาการหลุดฟอร์มของบอดี้การ์ดหน้านิ่งได้อย่างชัดเจน

"หัวใจเต้นแรงขนาดนี้... เพราะเกร็งชุดราตรี หรือเพราะแผ่นหลังของปรางค์กันน้า?"

ภามเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง เขากัดฟันรูดซิปสีทองขึ้นตามแนวสันหลังของเธออย่างรวดเร็วและประณีต ซิปกำมะหยี่เคลื่อนตัวขึ้นไปตามความยาวของแผ่นหลัง รวบกระชับชุดราตรีหรูเข้ากับเรือนร่างนาฬิกาทรายของซูเปอร์โมเดลสาวอย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อซิปรูดขึ้นไปจนสุดถึงบริเวณลำคอเบื้องหลัง ปลายมือของภามยังคงค้างอยู่ตรงนั้น ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาแล่นรดระบายอยู่แถวต้นคอและไหล่ของปรางค์ นัยน์ตาคมกริบของภามในกระจกสบตาเข้ากับดวงตาพราวเสน่ห์ของปรางค์นรินอย่างลึกซึ้ง

ในวินาทีนั้น ความเงียบครอบคลุมทั่วทั้งห้องฟิตติ้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดและหัวใจที่เต้นระทึกของทั้งคู่ ภามรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงไปในสายตาคู่สวยคู่นี้... ดวงตาที่เคยมองเขาด้วยความหวังเมื่อห้าปีก่อน และดวงตาที่กำลังมองเขาด้วยความเสน่หาในวันนี้

"เสร็จแล้วครับ"

ภามเค้นเสียงทุ้มพร่าตอบ ออกแรงถอยก้าวหลังถอยห่างออกมาสองก้าวทันทีดั่งถูกของร้อน

ปรางค์นรินหมุนตัวกลับมามองเขา ชุดสีเขียวมรกตส่งให้ผิวของเธอโดดเด่นและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เธอเดินตรงเข้ามาหาภามอีกครั้ง หยุดยืนตรงหน้าเขาแล้วยื่นมือไปจับที่ปกเสื้อสูทของชายหนุ่ม แกล้งดึงกระชับเบาๆ

"ขอบคุณนะคะ... บอดี้การ์ดส่วนตัวของปรางค์"

ปรางค์ส่งยิ้มหวานจับใจ นัยน์ตามีร่องรอยของความซาบซึ้งซ่อนอยู่

"รูดซิปเก่งแบบนี้... วันหลังปรางค์จะเรียกใช้บริการบ่อยๆ นะคะ"

ก่อนที่ภามจะได้ตอบโต้คำหยอกล้อนั้น สายตาอันเฉียบแหลมของเขากลับเหลือบไปเห็นแสงสะท้อนบางอย่างจากช่องระบายอากาศและแผงกระจกบานสูงด้านนอกสตูดิโอ... แสงวาบเล็กๆ สีแดงคล้ายเลเซอร์สแกนและเลนส์ซูมระยะไกล!

สัญชาตญาณความปลอดภัยของภามทำงานในเสี้ยววินาที!

"ระวัง!"

ภามตะโกนเสียงดุ รวบเอวบางของปรางค์นลินเข้าสู่อ้อมกอดหนาแน่น ทุ่มน้ำหนักตัวดึงร่างระหงของเธอลงมาแอบชิดกับพื้นพรมหนานุ่มข้างโซฟา พร้อมใช้แผ่นหลังและเรือนร่างสูงใหญ่ของตนเองบดบังและปกป้องปรางค์นรินไว้ใต้ร่างของเขาอย่างมิดชิด!

เสียงหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจของปรางค์ถูกกลบด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและทอดทับทรงพลังของบอดี้การ์ดหนุ่ม ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันทุกสัดส่วน ลมหายใจและหัวใจเต้นตึกตักปะทุเข้าหากันในความมืดสลัวใต้เงาโซฟา

ปรางค์ช้อนตามองใบหน้าคมคายของภามที่อยู่ห่างไม่ถึงนิ้ว สัมผัสได้ถึงความจริงจัง ความหวาดวิตกกังวลมหาศาลที่ออกมาจากตัวเขา... บอดี้การ์ดหน้านิ่งคนนี้ อาจจะพยายามปากแข็งและเว้นระยะห่าง แต่ในวินาทีที่คิดว่าเธอมีอันตราย เขาพร้อมจะใช้ชีวิตและร่างกายของตัวเองเป็นเกราะคุ้มกันเธอโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

"คุณภาม..."

ปรางค์กระซิบเรียกชื่อเขาเบาๆ นัยน์ตาฉายแววรักใคร่ลึกซึ้ง

ภามยังคงกอดเธอไว้แน่น นัยน์ตาคมกริบจ้องมองไปที่ประตูห้องแต่งตัวด้วยความเคร่งขรึม

"เงียบก่อนครับคุณปรางค์... อยู่นิ่งๆ อย่าห่างตัวผมเด็ดขาด"

ความตึงเครียดจากภัยมืดภายนอกกำลังคืบคลานเข้ามา... แต่ทว่าภายในอ้อมกอดอันแน่นหนานี้ ความเสน่หาและสายใยที่ซ่อนอยู่ กลับค่อยๆ ทลายกำแพงในใจของทั้งคู่ลงทีละน้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่8

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกเพนต์เฮาส์ดูคล้ายจะเงียบหายไปในเสี้ยววินาทีเมื่อคำพูดของพีทสิ้นสุดลง บรรยากาศภายในห้องกว้างตกอยู่ในความเงียบอันน่าสะพรึงและตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ภาม นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ตัวเกร็งแข็งดั่งหินผา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเรียบเฉยบัดนี้สั่นระริกด้วยความเจ็บปวด ฝันร้ายในอดีตที่หวนกลับมาแทงฉีกหัวใจเขาอย่างรุนแรง ภาพหมวดมีนาที่สิ้นใจในอ้อมกอดของเขาพร้อมเลือดสีแดงฉานกลางงานเลี้ยงเมื่อห้าปีก่อน ซ้อนทับเข้ากับภาพของ ปรางค์นลิน ที่เพิ่งผ่านพ้นคมมีดของมือสังหารมาได้อย่างเฉียบพลัน อาการ PTSD ที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ กำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ลมหายใจของภามติดขัด ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ เหงื่อเย็นผุดซึมตามแผงอกและลำคอ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปอีกครั้งบดขยี้สติสัมปชัญญะของเขาจนแทบควบคุมไม่ได้ ปรางค์นลินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอันน่ากลัวนั้นในทันที เธอไม่สนเรื่องโทรศัพท์หรือชื่อของศัตรูในอดีต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังถูกความทรงจำอันเลวร้ายกัดกิน ปรางค์รีบขยับตัวขึ้นมานั่งทับบ

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่7

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำลงมาริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างพร่ามัวไปพร้อมกับเสียงหวอของรถรักษาความปลอดภัย กานต์และทีมบอดี้การ์ดเสริมบุกเข้าควบคุมพื้นที่หรูอย่างรวดเร็ว มือสังหารชุดดำที่สลบไสลบนพื้นถูกล็อกตัวและลากออกไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้แขกเหรื่อในงานตื่นตระหนก "มึงต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ภาม เลือดมึงออกเยอะมาก!" พีทเข้ามาประคองเพื่อนสนิท พลางมองบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของภามด้วยสีหน้าเครียดจัด "กูไม่ไปโรงพยาบาล" ภามตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบยังคงสแกนพื้นที่รอบตัวด้วยสัญชาตญาณเข้มงวด "ถ้าไปโรงพยาบาล นักข่าวจะรู้เรื่อง และศัตรูอาจจะตามไปเก็บงาน รถตู้พาคุณปรางค์กลับเพนต์เฮาส์เดี๋ยวนี้ ที่นั่นมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบถ้วน" "แต่คุณภามคะ... เลือดคุณไหลไม่หยุดเลยนะ!" ปรางค์นรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือเรียวสวยที่เคยแต่งเล็บสีสดใสบัดนี้เปื้อนคราบเลือดของภาม เธอจับแขนขวาของเขาไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปวดใจ ภามหันมามองใบหน้าสวยคมที่บัดนี้ซีดเผือด เขา

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่6

    - งานกาล่า -ห้องแต่งตัวระดับวีไอพีของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอบอวลไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วมาจากห้องแกรนด์บอลรูมด้านนอก ค่ำคืนนี้คืองานดินเนอร์การกุศลและประมูลอัญมณีระดับไฮเอนด์ที่รวมเอาเหล่ามหาเศรษฐี ไฮโซ และสื่อมวลชนชั้นนำอย่างแน่นหนาทว่า สิ่งที่ทำให้ทีมงานในห้องแต่งตัวถึงกับหยุดหมุน ไม่ใช่แค่สร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าหลายสิบล้านบนคอของ ปรางค์นลิน... แต่คือการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งในลุคใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดภาม ยืนถอนหายใจยาวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บอย่างประณีตแบรนด์ดังที่ปรางค์เป็นคนสั่งตัดด่วนพิเศษ เข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่และช่วงไหล่กว้างของเขาได้อย่างไร้ที่ติ ปกเสื้อผ้าไหมสีดำเงาจับแสงไฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในตัดกับไทหูกระต่ายสีดำทรงเนี้ยบ ปรับเปลี่ยนจากอดีตตำรวจสายโหดให้กลายเป็นบุรุษชั้นสูงทรงอิทธิพลที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายและเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจประตูห้องกั้นส่วนตัวเปิดออก ปรางค์นลินก้าวออกมาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ผ้าไหมเงาวับทิ้งตัวยาวลากพื้น แหวกข้างสูงเผยเรียวขาสวยท้าทายสายตา คอระหงสวมสร้อยเพชรเม็ดงามที่ส

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่5

    เสียงหัวใจของภามเต้นตึกตักเป็นจังหวะหนักรัวอยู่เบื้องบน แผงอกกว้างทอดทับแนบชิดกับเรือนร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีเขียวมรกต ลมหายใจอุ่นจัดของเขารดระบายอยู่ข้างขมับของปรางค์นลินอย่างสม่ำเสมอแต่ติดขัดด้วยความตึงเครียด ภายในห้องฟิตติ้งที่เคยสว่างไสว บัดนี้สลัวลงเล็กน้อยเมื่อสปอตไลต์บางดวงถูกภามใช้เท้าถีบปลั๊กออกเพื่อลดจุดสังเกตจากภายนอกเรือนร่างของทั้งสองแนบชิดทุกสัดส่วนใต้ร่มเงาของโต๊ะแต่งตัวและโซฟาหนา แผ่นหลังเปลือยเปล่าของปรางค์สัมผัสเข้ากับพรมหนานุ่มและท่อนแขนแกร่งของภามที่ช้อนรองหลังเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและดอกมะลิประจำตัวนางแบบสาวละมุนอบอวลอยู่เต็มปอดของชายหนุ่ม กระตุ้นสัญชาตญาณความรู้สึกให้ตื่นตัวจนร้อนผ่าวไปทั้งร่างแม้ภามจะพยายามตั้งสติและจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ช่องระบายอากาศและมุมกระจกด้านนอก ทว่าความใกล้ชิดชนิดที่ลมหายใจแลกเปลี่ยนกันในระยะไม่ถึงเซนติเมตร ก็ทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มยากจะละเลยความเย้ายวนตรงหน้าได้ปรางค์นลินช้อนตามองใบหน้าคมคายตรงหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่บานประตูด้วยความเคร่งขรึม ทว่าอัตราการเต้น

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่4

    สตูดิโอถ่ายแบบและฟิตติ้งเสื้อผ้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานครเนืองแน่นไปด้วยความวุ่นวายยามบ่าย ทั้งทีมงาน ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ และสไตลิสต์ต่างเดินขวักไขว่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างรีบร้อน เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากห้องสตูดิโอใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ภาม ยังคงยืนตระหง่านดุจประติมากรรมหินผาอยู่ตรงมุมห้อง นัยน์ตาคมกริบของอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ลดละ สายตาของเขาวิเคราะห์ทุกทิศทางอย่างถี่ถ้วน ทั้งทางเข้าออกฉุกเฉิน มุมอับของม่านกั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตึกฝั่งตรงข้าม รวมถึงพฤติกรรมของทีมงานทุกคนที่เข้าใกล้บริเวณห้องฟิตติ้ง สัญชาตญาณระวังภัยของเขากำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง เพราะจดหมายขู่ฉบับล่าสุดระบุชัดเจนว่าศัตรูอาจลงมือในสถานที่ทำงานของเป้าหมาย "คุณภามคะ... คุณปรางค์เรียกให้เข้าไปข้างในห้องฟิตติ้งค่ะ" เสียงของสไตลิสต์สาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มประหม่า ขณะชี้มือไปทางห้องแต่งตัวส่วนตัว VIP ที่ปิดม่านมิดชิด ภามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?" ภามถามเสียงเรียบ มือข้างห

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่3

    แสงแดดแรกของวันทอดผ่านบานกระจกนิรภัยกรองแสงของเพนต์เฮาส์หรู ภามตื่นขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันอรุณรุ่ง สัญชาตญาณอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษสั่งให้เขานอนหลับเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งตื่นตัวรับรู้ทุกเสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมถึงคอ พร้อมกางเกงสแล็กสีดำทรงเนี้ยบ กำลังเดินตรวจเช็กระบบเซนเซอร์ประตู สัญญาณเตือนภัยที่กระจก และมุมอับรอบห้องกว้างใหญ่อีกครั้งเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้ความเงียบสงบในห้องถูกทำลายลงเมื่อประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก ปรางค์นลินก้าวเท้าออกมาในชุดคลุมผ้าไหมสีครีมตัวยาว สายรัดเอวผูกไว้หลวมๆ เผยให้เห็นขอบชุดนอนลูกไม้สีไวน์แดงด้านใน แสงแดดยามเช้าตกกระทบเรือนร่างระหงจนดูราวกับภาพวาดชิ้นเอก กลิ่นหอมอบอุ่นยามเช้าของเธอคละคลุ้งในอากาศ ทลายความตึงเครียดของห้องลงในพริบตา"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณหมีหน้านิ่ง ตื่นเช้าจังเลยนะคะ"ปรางค์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความเย้าหยอกตั้งแต่แรกเห็น เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อชงกาแฟ จงใจรินกาแฟดำเข้มข้นใส่แก้วทรงสูงใบหนึ่ง แล้วถือเดินตรงมาหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบนิ่งอยู่ตรงมุมห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status