LOGINแสงแดดแรกของวันทอดผ่านบานกระจกนิรภัยกรองแสงของเพนต์เฮาส์หรู ภามตื่นขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันอรุณรุ่ง สัญชาตญาณอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษสั่งให้เขานอนหลับเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งตื่นตัวรับรู้ทุกเสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมถึงคอ พร้อมกางเกงสแล็กสีดำทรงเนี้ยบ กำลังเดินตรวจเช็กระบบเซนเซอร์ประตู สัญญาณเตือนภัยที่กระจก และมุมอับรอบห้องกว้างใหญ่อีกครั้งเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้
ความเงียบสงบในห้องถูกทำลายลงเมื่อประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก ปรางค์นลินก้าวเท้าออกมาในชุดคลุมผ้าไหมสีครีมตัวยาว สายรัดเอวผูกไว้หลวมๆ เผยให้เห็นขอบชุดนอนลูกไม้สีไวน์แดงด้านใน แสงแดดยามเช้าตกกระทบเรือนร่างระหงจนดูราวกับภาพวาดชิ้นเอก กลิ่นหอมอบอุ่นยามเช้าของเธอคละคลุ้งในอากาศ ทลายความตึงเครียดของห้องลงในพริบตา "อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณหมีหน้านิ่ง ตื่นเช้าจังเลยนะคะ" ปรางค์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความเย้าหยอกตั้งแต่แรกเห็น เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อชงกาแฟ จงใจรินกาแฟดำเข้มข้นใส่แก้วทรงสูงใบหนึ่ง แล้วถือเดินตรงมาหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง ภามก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวตามมาตรการระยะห่างหนึ่งเมตรที่เขาตั้งไว้ทันที ทว่าปรางค์กลับไม่ยอมให้เขาสร้างรอยต่อ เธอเดินเข้าหาเขาจนกระทั่งแผ่นหลังหนาของภามชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ "กฎข้อที่สามของคุณภาม... โดนละเมิดตั้งแต่เช้าเลยนะคะ" ปรางค์ยิ้มขำ ชูแก้วกาแฟดำขึ้นตรงหน้าเขา "กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล... ปรางค์สั่งคัดเมล็ดกาแฟให้คุณพิเศษโดยเฉพาะ ชิมหน่อยสิคะ" ภามหลุบสายตามองแก้วกาแฟในมือเรียวสวย ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าเนียนใสของซูเปอร์โมเดลสาว เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามกดความรู้สึกในอกลงไป "ขอบคุณครับ แต่เวลานี้เป็นเวลาปฏิบัติงาน ผมไม่ดื่มกาแฟระหว่างหน้าที่" "ข้อจำกัดเยอะจังเลย" ปรางค์วางแก้วกาแฟลงบนชั้นหนังสือข้างตัวอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ระยะประชิดยิ่งกว่าเดิม คราวนี้เธอสืบเท้าเข้ามาใกล้จนยอดอกใต้ผ้าไหมบางเบาแทบจะชนแผงอกกว้างของเขา ภามเกร็งตัวแน่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุออกมา "คุณปรางค์ ถอยออกไปหนึ่งเมตรครับ" "ถ้าปรางค์ไม่ถอยล่ะคะ? คุณภามจะใช้วิชาตำรวจล็อกตัวปรางค์ทุ่มลงพรม หรือจะอุ้มปรางค์ไปโยนไว้บนเตียง?" ปรางค์เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน สายตาพราวเสน่ห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายตรงหน้า ก่อนที่ภามจะได้เอ่ยคำเตือนใดๆ มือนุ่มของปรางค์ก็ยกขึ้นเอื้อมไปจับที่เนกไทสีเข้มของเขา นิ้วเรียวสวยค่อยๆ ลูบไล้ผ่านปมเนกไทตรงลูกกระเดือกของภามอย่างเบามือ แล้วออกแรงดึงเบาๆ บังคับให้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าหกฟุตต้องโน้มใบหน้าลงมาหาเธอโดยอัตโนมัติ ใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่ถึงสามนิ้ว ลมหายใจอุ่นๆ รสสเปียร์มินต์และกลิ่นกาแฟหอมหวานของปรางค์รดอยู่บนผิวแก้มและต้นคอของภาม ปรางค์แกล้งทำทีเป็นจัดปมเนกไทให้ขยับเข้าที่อย่างประณีต แต่นิ้วมือของเธอกลับจงใจลากผ่านผิวเนื้อตรงลำคอแกร่งของเขาอย่างแผ่วเบา "เนกไทเบี้ยวอยู่นะคะ... เป็นบอดี้การ์ดของซูเปอร์โมเดล แต่งตัวไม่เป๊ะได้ยังไง" ปรางค์กระซิบ เสียงหวานทุ่มต่ำลงจนคล้ายเสียงออดอ้อน ภามรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดทำงานไปชั่วขณะ อัตราการเต้นของชีพจรตรงลำคอพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงภายใต้การสัมผัสของนิ้วมือเธอ กลิ่นหอมเย้ายวนและสัมผัสนุ่มนวลทำให้กำแพงการระมัดระวังภัยอันเข้มงวดของเขาเริ่มสั่นคลอน ภามยกมือขึ้นจับข้อมือเล็กของปรางค์ไว้แน่น หมายจะถอดมือเธอออกจากเนกไทของตน ทว่าเขากลับไม่กล้าใช้ออกแรงมากเกินไปเพราะกลัวผิวเนียนนุ่มนั้นจะเกิดรอยบอบช้ำ "เล่นสนุกพอหรือยังครับ?" ภามถามด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่พยายามเค้นให้แข็งกระด้าง "ยังค่ะ... ปรางค์เพิ่งเริ่มต้นเอง" ปรางค์ไม่ยอมละสายตา เธอช้อนตามองเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าหยอกล้อธรรมดา "รู้ไหมคะว่าเวลาคุณภามขมวดคิ้วแล้วทำหน้านิ่งแบบนี้... มันยิ่งทำให้ปรางค์อยากรู้ว่าต้องทำยังไง คุณถึงจะหลุดฟอร์มแล้วยิ้มออกมาให้ปรางค์เห็นสักครั้ง" เธอขยับปลายจมูกรั้นเข้ามาใกล้สันจมูกโด่งของเขาจนสัมผัสถึงความร้อนของลมหายใจซึ่งกันและกัน ภาม จ้องมองริมฝีปากกระจับสีชมพูระเรื่อตรงหน้า ความนึกคิดฝ่ายมืดในใจกระตุ้นให้เขาอยากจะรวบเอวบางนี้เข้ามาแนบชิดแล้วกดจูบลงไปให้สมกับความยั่วยวนที่เธอเพียรพยายามสร้างขึ้น ทว่าสติและบาปทางจิตใจในอดีตก็ร้องเตือนเขาขึ้นมาทันควัน ไมตรีจิตและความใกล้ชิด... จะนำมาซึ่งความสูญเสีย ภามกัดฟันแน่น ใช้ความเข้มงวดดึงข้อมือของปรางค์ออกห่างจากลำคอของเขาอย่างเด็ดขาด ก่อนจะก้าวเลี่ยงออกทางด้านข้าง สร้างระยะห่างตามกฎหนึ่งเมตรทันที ปรางค์หัวเราะเบาๆ ในคอ ไม่ได้แสดงอาการขัดใจแม้แต่น้อย เธอหมุนตัวกลับมามองบอดี้การ์ดหนุ่มที่กำลังสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติเสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกเพนต์เฮาส์ดูคล้ายจะเงียบหายไปในเสี้ยววินาทีเมื่อคำพูดของพีทสิ้นสุดลง บรรยากาศภายในห้องกว้างตกอยู่ในความเงียบอันน่าสะพรึงและตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ภาม นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ตัวเกร็งแข็งดั่งหินผา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเรียบเฉยบัดนี้สั่นระริกด้วยความเจ็บปวด ฝันร้ายในอดีตที่หวนกลับมาแทงฉีกหัวใจเขาอย่างรุนแรง ภาพหมวดมีนาที่สิ้นใจในอ้อมกอดของเขาพร้อมเลือดสีแดงฉานกลางงานเลี้ยงเมื่อห้าปีก่อน ซ้อนทับเข้ากับภาพของ ปรางค์นลิน ที่เพิ่งผ่านพ้นคมมีดของมือสังหารมาได้อย่างเฉียบพลัน อาการ PTSD ที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ กำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ลมหายใจของภามติดขัด ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ เหงื่อเย็นผุดซึมตามแผงอกและลำคอ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปอีกครั้งบดขยี้สติสัมปชัญญะของเขาจนแทบควบคุมไม่ได้ ปรางค์นลินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอันน่ากลัวนั้นในทันที เธอไม่สนเรื่องโทรศัพท์หรือชื่อของศัตรูในอดีต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังถูกความทรงจำอันเลวร้ายกัดกิน ปรางค์รีบขยับตัวขึ้นมานั่งทับบ
เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำลงมาริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างพร่ามัวไปพร้อมกับเสียงหวอของรถรักษาความปลอดภัย กานต์และทีมบอดี้การ์ดเสริมบุกเข้าควบคุมพื้นที่หรูอย่างรวดเร็ว มือสังหารชุดดำที่สลบไสลบนพื้นถูกล็อกตัวและลากออกไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้แขกเหรื่อในงานตื่นตระหนก "มึงต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ภาม เลือดมึงออกเยอะมาก!" พีทเข้ามาประคองเพื่อนสนิท พลางมองบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของภามด้วยสีหน้าเครียดจัด "กูไม่ไปโรงพยาบาล" ภามตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบยังคงสแกนพื้นที่รอบตัวด้วยสัญชาตญาณเข้มงวด "ถ้าไปโรงพยาบาล นักข่าวจะรู้เรื่อง และศัตรูอาจจะตามไปเก็บงาน รถตู้พาคุณปรางค์กลับเพนต์เฮาส์เดี๋ยวนี้ ที่นั่นมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบถ้วน" "แต่คุณภามคะ... เลือดคุณไหลไม่หยุดเลยนะ!" ปรางค์นรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือเรียวสวยที่เคยแต่งเล็บสีสดใสบัดนี้เปื้อนคราบเลือดของภาม เธอจับแขนขวาของเขาไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปวดใจ ภามหันมามองใบหน้าสวยคมที่บัดนี้ซีดเผือด เขา
- งานกาล่า -ห้องแต่งตัวระดับวีไอพีของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอบอวลไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วมาจากห้องแกรนด์บอลรูมด้านนอก ค่ำคืนนี้คืองานดินเนอร์การกุศลและประมูลอัญมณีระดับไฮเอนด์ที่รวมเอาเหล่ามหาเศรษฐี ไฮโซ และสื่อมวลชนชั้นนำอย่างแน่นหนาทว่า สิ่งที่ทำให้ทีมงานในห้องแต่งตัวถึงกับหยุดหมุน ไม่ใช่แค่สร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าหลายสิบล้านบนคอของ ปรางค์นลิน... แต่คือการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งในลุคใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดภาม ยืนถอนหายใจยาวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บอย่างประณีตแบรนด์ดังที่ปรางค์เป็นคนสั่งตัดด่วนพิเศษ เข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่และช่วงไหล่กว้างของเขาได้อย่างไร้ที่ติ ปกเสื้อผ้าไหมสีดำเงาจับแสงไฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในตัดกับไทหูกระต่ายสีดำทรงเนี้ยบ ปรับเปลี่ยนจากอดีตตำรวจสายโหดให้กลายเป็นบุรุษชั้นสูงทรงอิทธิพลที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายและเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจประตูห้องกั้นส่วนตัวเปิดออก ปรางค์นลินก้าวออกมาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ผ้าไหมเงาวับทิ้งตัวยาวลากพื้น แหวกข้างสูงเผยเรียวขาสวยท้าทายสายตา คอระหงสวมสร้อยเพชรเม็ดงามที่ส
เสียงหัวใจของภามเต้นตึกตักเป็นจังหวะหนักรัวอยู่เบื้องบน แผงอกกว้างทอดทับแนบชิดกับเรือนร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีเขียวมรกต ลมหายใจอุ่นจัดของเขารดระบายอยู่ข้างขมับของปรางค์นลินอย่างสม่ำเสมอแต่ติดขัดด้วยความตึงเครียด ภายในห้องฟิตติ้งที่เคยสว่างไสว บัดนี้สลัวลงเล็กน้อยเมื่อสปอตไลต์บางดวงถูกภามใช้เท้าถีบปลั๊กออกเพื่อลดจุดสังเกตจากภายนอกเรือนร่างของทั้งสองแนบชิดทุกสัดส่วนใต้ร่มเงาของโต๊ะแต่งตัวและโซฟาหนา แผ่นหลังเปลือยเปล่าของปรางค์สัมผัสเข้ากับพรมหนานุ่มและท่อนแขนแกร่งของภามที่ช้อนรองหลังเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและดอกมะลิประจำตัวนางแบบสาวละมุนอบอวลอยู่เต็มปอดของชายหนุ่ม กระตุ้นสัญชาตญาณความรู้สึกให้ตื่นตัวจนร้อนผ่าวไปทั้งร่างแม้ภามจะพยายามตั้งสติและจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ช่องระบายอากาศและมุมกระจกด้านนอก ทว่าความใกล้ชิดชนิดที่ลมหายใจแลกเปลี่ยนกันในระยะไม่ถึงเซนติเมตร ก็ทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มยากจะละเลยความเย้ายวนตรงหน้าได้ปรางค์นลินช้อนตามองใบหน้าคมคายตรงหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่บานประตูด้วยความเคร่งขรึม ทว่าอัตราการเต้น
สตูดิโอถ่ายแบบและฟิตติ้งเสื้อผ้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานครเนืองแน่นไปด้วยความวุ่นวายยามบ่าย ทั้งทีมงาน ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ และสไตลิสต์ต่างเดินขวักไขว่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างรีบร้อน เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากห้องสตูดิโอใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ภาม ยังคงยืนตระหง่านดุจประติมากรรมหินผาอยู่ตรงมุมห้อง นัยน์ตาคมกริบของอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ลดละ สายตาของเขาวิเคราะห์ทุกทิศทางอย่างถี่ถ้วน ทั้งทางเข้าออกฉุกเฉิน มุมอับของม่านกั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตึกฝั่งตรงข้าม รวมถึงพฤติกรรมของทีมงานทุกคนที่เข้าใกล้บริเวณห้องฟิตติ้ง สัญชาตญาณระวังภัยของเขากำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง เพราะจดหมายขู่ฉบับล่าสุดระบุชัดเจนว่าศัตรูอาจลงมือในสถานที่ทำงานของเป้าหมาย "คุณภามคะ... คุณปรางค์เรียกให้เข้าไปข้างในห้องฟิตติ้งค่ะ" เสียงของสไตลิสต์สาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มประหม่า ขณะชี้มือไปทางห้องแต่งตัวส่วนตัว VIP ที่ปิดม่านมิดชิด ภามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?" ภามถามเสียงเรียบ มือข้างห
แสงแดดแรกของวันทอดผ่านบานกระจกนิรภัยกรองแสงของเพนต์เฮาส์หรู ภามตื่นขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันอรุณรุ่ง สัญชาตญาณอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษสั่งให้เขานอนหลับเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งตื่นตัวรับรู้ทุกเสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมถึงคอ พร้อมกางเกงสแล็กสีดำทรงเนี้ยบ กำลังเดินตรวจเช็กระบบเซนเซอร์ประตู สัญญาณเตือนภัยที่กระจก และมุมอับรอบห้องกว้างใหญ่อีกครั้งเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้ความเงียบสงบในห้องถูกทำลายลงเมื่อประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก ปรางค์นลินก้าวเท้าออกมาในชุดคลุมผ้าไหมสีครีมตัวยาว สายรัดเอวผูกไว้หลวมๆ เผยให้เห็นขอบชุดนอนลูกไม้สีไวน์แดงด้านใน แสงแดดยามเช้าตกกระทบเรือนร่างระหงจนดูราวกับภาพวาดชิ้นเอก กลิ่นหอมอบอุ่นยามเช้าของเธอคละคลุ้งในอากาศ ทลายความตึงเครียดของห้องลงในพริบตา"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณหมีหน้านิ่ง ตื่นเช้าจังเลยนะคะ"ปรางค์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความเย้าหยอกตั้งแต่แรกเห็น เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อชงกาแฟ จงใจรินกาแฟดำเข้มข้นใส่แก้วทรงสูงใบหนึ่ง แล้วถือเดินตรงมาหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบนิ่งอยู่ตรงมุมห







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)