LOGINตอนที่ 4: ความสนใจที่น่ารำคาญ
แสงแดดช่วงสายสาดส่องลงบนผืนทรายสีทองของลานฝึกซ้อมดาบและขี่ม้าประจำพระราชวังวาเลนเทียร์ ลมหนาวที่พัดกรูผ่านกำแพงหินช่วยบรรเทาความอบอ้าวได้เพียงเล็กน้อย ทว่าบรรยากาศรอบสนามกลับเต็มไปด้วยไอความร้อนจากแรงปะทะ เสียงเกือกม้าศึกกระทืบพื้นทรายเป็นจังหวะหนักแน่น ผสานกับเสียงกังวานของเหล็กกล้าที่ฟาดฟันเข้าหากันอย่างดุดัน ลูเซียนยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของศาลาพักข้างสนาม สองมือประคองถาดเงินบรรจุเหยือกน้ำผลไม้เย็นฉ่ำและผ้าลินินสีขาวสะอาดไว้ในระดับเอวอย่างสำรวม เครื่องแบบมหาดเล็กประจำการของเขายังคงเรียบกริบไร้ที่ติ แผ่นหลังเหยียดตรงอย่างสง่างาม ทว่าภายในใจกลับยังคงมีกระแสความร้อนผ่าวแล่นริ้วอยู่ตรงข้อมือข้างขวา รอยสัมผัสหนักแน่นจากฝ่ามือของอเล็กซานเดอร์ในห้องบรรทมเมื่อเช้าตรู่ยังคงทิ้งร่องรอยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะลบเลือน "มายืนตากแดดตรงนี้นี่เอง มหาดเล็กคนใหม่ขององค์รัชทายาท" เสียงทักทายร่าเริงดังขึ้นจากด้านข้าง ลูเซียนหันไปมองเล็กน้อย นายทหารราชองครักษ์หนุ่มสองนายในชุดเกราะเบาสีเงินเดินตรงเข้ามาหยุดยืนหน้าศาลาพัก ทั้งคู่เพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมยิงธนู ใบหน้าชุ่มเหงื่อฉายรอยยิ้มเปิดเผย "ข้าชื่อร้อยโทจูเลียน ส่วนนี่ร้อยโทมาร์คัส" นายทหารร่างสูงเอ่ยแนะนำตัวพลางปลดถุงมือหนังออก สายตาจับจ้องใบหน้าขาวเนียนของลูเซียนด้วยความสนใจ "พวกเราได้ยินเรื่องของเจ้าตั้งแต่เมื่อวาน คนในวังลือกันให้แซ่ดว่ามีมหาดเล็กหน้าใหม่ผ่านการทดสอบวันแรกโดยไม่โดนเจ้าชายสั่งลงโทษ" "สวัสดีครับท่านนายทหาร" ลูเซียนค้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาท รักษาน้ำเสียงให้นุ่มนวลและเว้นระยะห่างอย่างพอเหมาะ "กระหม่อมเพียงปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งเท่านั้นครับ" "พูดจาสุภาพเสียจริง" มาร์คัสก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว โน้มตัวลงมาสบตากับดวงตาสีฟ้าใสตรงๆ "ผิวพรรณเจ้าดูไม่เหมือนคนจากย่านตลาดเก่าเลยสักนิด ยืนตากแดดนานๆ แบบนี้ผิวจะเสียหมด มาหลบตรงร่มเงาฝั่งนี้ดีกว่าไหม เดี๋ยวพวกข้าช่วยถือถาดให้" "ขอบพระคุณในความหวังดีครับ แต่กระหม่อมยืนตรงนี้สะดวกกว่า" ลูเซียนปฏิเสธอย่างนุ่มนวล พลางขยับถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ริมฝีปากอิ่มขยับเป็นรอยยิ้มบางเบาตามมารยาทเพื่อไม่ให้เป็นการหักหน้าอีกฝ่าย ทว่ารอยยิ้มเพียงแผ่วเบานั้นกลับทำให้ดวงหน้างดงามดูสว่างไสวขึ้นจนนายทหารทั้งสองคนถึงกับชะงักสายตา กลางลานประลองทราย เสียงดาบกระทบกันพลันเปลี่ยนจังหวะ เคร้ง! เสียงปะทะของคมดาบเหล็กกล้าดังก้องกังวานและหนักหน่วงกว่าเดิมจนพื้นทรายสะเทือน อเล็กซานเดอร์ที่กำลังประดาบอยู่กับลอร์ดคาเลบ แอชฟอร์ด ชะงักสายตาคมกริบเหลือบมองไปยังศาลาพัก นัยน์ตาสีฮาเซลหรี่ลงทันทีที่เห็นนายทหารสองนายยืนล้อมรอบมหาดเล็กส่วนพระองค์ ยิ่งเห็นรอยยิ้มบางเบาที่ลูเซียนมอบให้คนอื่น รังสีอำนาจรอบกายขององค์รัชทายาทก็ยิ่งแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวเย็นยะเยือก "ฝ่าบาท... พระองค์รุกหนักเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" คาเลบร้องเตือนขณะยกดาบขึ้นรับแรงฟันที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างกะทันหัน อเล็กซานเดอร์ไม่ตอบ พระองค์ตวัดดาบยาวด้วยพละกำลังมหาศาล เพลงดาบที่เคยเน้นการซ้อมตามจังหวะแปรเปลี่ยนเป็นการจู่โจมที่ไร้ความปรานี ใบดาบตวัดเฉือนผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว รุกไล่หัวหน้าองครักษ์จนฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย เคร้ง! เคร้ง! อเล็กซานเดอร์ใช้สันดาบกระแทกเข้าที่โคนดาบของคาเลบอย่างรุนแรง พลิกข้อมือเพียงเสี้ยววินาทีก็ปลดอาวุธของอีกฝ่ายจนดาบยาวของคาเลบกระเด็นหลุดมือ ปักลงบนพื้นทรายห่างออกไปสามก้าว คาเลบยืนหอบหายใจ ยกมือขึ้นยอมแพ้พลางลอบมองตามสายตาของเจ้าชายหนุ่มไปยังศาลาพัก แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเข้าใจสาเหตุของพายุอารมณ์ในครั้งนี้ อเล็กซานเดอร์ไม่แม้แต่จะรอฟังคำตัดสิน พระองค์สะบัดดาบในมือแล้วโยนทิ้งลงบนแท่นวางอาวุธอย่างไร้ความไยดี สองขายาวก้าวตรงไปยังศาลาพักด้วยย่างก้าวที่หนักแน่นและคุกคาม ฝุ่นทรายใต้รองเท้าบู้ตหนังฟุ้งกระจายตามแรงเหยียบ จูเลียนและมาร์คัสที่กำลังชวนลูเซียนคุยอยู่สะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา ทั้งสองรีบดีดตัวตรง ทำความเคารพอย่างลนลาน "ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!" อเล็กซานเดอร์ไม่แม้แต่จะปรายตามองนายทหารทั้งสอง พระองค์ก้าวผ่านหน้าราวกับทั้งคู่เป็นเพียงเศษฝุ่น หยุดยืนประชิดเบื้องหน้าลูเซียนจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน "ออกไปให้พ้น" สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งสั้นๆ ราบเรียบแต่เฉียบขาดจนนายทหารทั้งสองหน้าซีด รีบค้อมตัวแล้วล่าถอยออกจากศาลาไปในทันที บรรยากาศในศาลาพักพลันเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงขององค์รัชทายาท อเล็กซานเดอร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าลูเซียน พระองค์สวมเพียงเสื้อเชิ้ตแขนกุดสีดำเนื้อบางที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบชิดไปกับมัดกล้ามเนื้อแผ่นอกและหน้าท้อง ไหล่กว้างสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย หยาดเหงื่อเม็ดเล็กไหลผ่านแนวสันกรามคมกริบลงสู่ลำคอแกร่ง กลิ่นอายความร้อนและกลิ่นเหงื่อเจือกลิ่นหนังดิบแผ่ซ่านออกมากดดันประสาทสัมผัสของลูเซียนอย่างรุนแรง "น้ำพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" ลูเซียนรีบยื่นแก้วน้ำผลไม้ถวายด้วยมือที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น อเล็กซานเดอร์ไม่รับแก้วน้ำ ทว่ามือหนาที่หยาบกร้านกลับเอื้อมคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของลูเซียน กระชากดึงร่างโปร่งบางให้เซถลาเข้ามาแนบชิดกับแผงอกเปียกเหงื่อของพระองค์ ถาดเงินในมือลูเซียนสั่นสะเทือนจนเหยือกน้ำกระทบกันดังกริ๊ก เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีฮาเซลที่กำลังวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะในระยะห่างเพียงปลายจมูกเฉียดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวของเจ้าชายเป่ารดลงบนพวงแก้มขาวเนียนจนขึ้นสีแดงระเรื่อ "ข้าสั่งให้เจ้ามาดูแลข้า ไม่ใช่มายืนส่งยิ้มให้ทหารหน้าไหน" อเล็กซานเดอร์เอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ไม่อาจซ่อนเร้น "กระหม่อมเพียงตอบรับตามมารยาทพ่ะย่ะค่ะ..." ลูเซียนพยายามอธิบาย สบตากับความดุดันตรงหน้าโดยไม่หลบเลี่ยง "มารยาทงั้นหรือ" อเล็กซานเดอร์บีบกระชับต้นแขนของเด็กหนุ่มแน่นขึ้น ดึงตัวเข้ามาจนหน้าอกของทั้งคู่แนบสนิท "การยืนคุยกระหนุงกระหนิงและส่งยิ้มให้ชายอื่นต่อหน้าข้า คือมารยาทที่เจ้าเรียนรู้มาจากตลาดเก่าหรืออย่างไร" ลูเซียนเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความไม่ยุติธรรมในคำปรักปรำ ทว่าเขายังคงสะกดอารมณ์ดื้อดึงไว้ใต้ท่าทีสงบนิ่ง "หากทำให้ทรงขุ่นเคือง กระหม่อมขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ" อเล็กซานเดอร์จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่น แววตาดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นกลับยิ่งกระตุ้นความต้องการเอาชนะในใจของเจ้าชายให้ลุกโชน พระองค์ลดมือข้างหนึ่งลงไปคว้าผ้าลินินสีขาวบนถาดเงินขึ้นมา ยัดใส่มือของลูเซียนอย่างเอาแต่ใจ "ซับเหงื่อให้ข้า" สุรเสียงทุ้มสั่งการเผด็จการ "เดี๋ยวนี้" ลูเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ยกสองมือที่ถือผ้าลินินขึ้นแตะลงบนผิวเนื้ออุ่นจัดตรงลำคอขององค์รัชทายาท ระยะห่างที่แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้ลูเซียนต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นตุบๆ ใต้ผิวเนื้อแกร่ง เขาค่อยๆ ซับเหงื่อจากลำคอ ไล่ขึ้นไปยังสันกรามคมและขมับ ทุกการเคลื่อนไหวแผ่วเบาและนุ่มนวล ทว่าสายตาคมกริบของอเล็กซานเดอร์กลับไม่ยอมละไปจากใบหน้าของเขาแม้แต่วินาทีเดียว อเล็กซานเดอร์ก้มลงมองวงหน้าเรียวเนียนที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจผ่าน กลิ่นกายสะอาดละมุนดั่งสบู่และดอกไม้ป่าของลูเซียนช่วยดับความหงุดหงิดในอกลงได้อย่างน่าประหลาด พระองค์เลื่อนมือหนาขึ้นมาโอบกระชับเอวคอดของมหาดเล็กหนุ่มไว้หลวมๆ เพื่อรั้งไม่ให้อีกฝ่ายถอยหนี ลูเซียนชะงักมือที่กำลังซับเหงื่อ หัวใจเต้นกระหน่ำกับสัมผัสรุกล้ำกลางลานแจ้ง แม้จะมีร่มเงาของศาลาบังสายตาคนนอกไว้ แต่การกระทำเช่นนี้มันเกินเลยขอบเขตของเจ้านายและคนรับใช้ไปไกลมากแล้ว "เสร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" ลูเซียนเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามดันตัวออกห่าง อเล็กซานเดอร์ไม่ยอมปล่อยมือ พระองค์โน้มใบหน้าคมคายลงมาจนริมฝีปากแทบจะแตะเข้ากับใบหูขาวสะอาดของลูเซียน สุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงความเด็ดขาดจนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "จำไว้ให้ดี ลูเซียน... ตราบใดที่เจ้ายังสวมเครื่องแบบของข้า สายตาของเจ้า รอยยิ้มของเจ้า และคำพูดของเจ้า มีไว้สำหรับข้าคนเดียวเท่านั้น ห้ามเจ้าส่งยิ้มหรือสนทนากับใครเกินความจำเป็นอีกเป็นอันขาด" เจ้าชายผละออกช้าๆ สบตากับดวงตาสีฟ้าที่กำลังไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะปล่อยมือจากเอวบาง แล้วคว้าแก้วน้ำผลไม้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด อเล็กซานเดอร์หันหลังก้าวเดินออกจากศาลาพัก ทิ้งให้ลูเซียนยืนนิ่งอยู่ตามลำพัง สองมือบีบผ้าลินินชุ่มเหงื่อไว้แน่น ขอบเขตหน้าที่ที่เขาพยายามรักษาไว้ เริ่มพังทลายลงทีละน้อยด้วยเงื้อมมือขององค์รัชทายาทผู้เอาแต่ใจตอนที่ 30: เกียรติยศแห่งรักนิรันดร์เสียงระฆังทองเหลืองโบราณแห่งมหาวิหารหลวงเซนต์ออเรเลียดังกังวานกึกก้องไปทั่วนครหลวงเอเวอเรนซ์ เสียงก้องกังวานประสานกับเสียงระฆังจากหอคอยทุกแห่งทั่วพระราชวังวาเลนเทียร์ สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดพาความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ความหนาวเหน็บ ดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ผลิบานสะพรั่งตลอดสองฝั่งถนนมงกุฎทองคำ ประชาชนชาววาเลนเซียนับแสนคนหลั่งไหลออกมารวมตัวกันเต็มท้องถนน โบกธงประจำราชวงศ์สีน้ำเงินสลับขาวเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในวันประวัติศาสตร์ภายในมหาวิหารหลวงเซนต์ออเรเลีย แสงแดดสีทองสาดส่องลอดกระจกสีทรงโค้งสูงสลับลวดลายทูตสวรรค์ ทอดลำแสงระยิบระยับลงมากระทบพรมกำมะหยี่สีขาวยาวเหยียดที่ปูลาดตั้งแต่ซุ้มประตูใหญ่จรดแท่นพิธีศักดิ์สิทธิ์ กลิ่นหอมหวานของดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอกผสมผสานกลิ่นกำยานหอมอบอวลไปทั่วทั้งวิหาร เสียงออร์แกนท่อโบราณบรรเลงบทเพลงสรรเสริญอันไพเราะและกึกก้องข้าราชสำนัก คณะทูตานุทูตจากทั่วโลก และแขกผู้มีเกียรตินั่งประจำตำแหน่งเต็มสองฟากฝั่งด้านหน้าแท่นพิธี กษัตริย์วิลเลียม อาร์เธอร์ วาเลนเทียร์ และ พระราชินีอิซาเบลลา ประทับเคียงคู่กันด้วยความสง่างาม พร
ตอนที่ 29:คืนเฉลิมฉลองบนห้องบัลลังก์ความเงียบสงัดยามเที่ยงคืนแผ่ปกคลุมทั่วโถงทางเดินหินอ่อนสีขาว บานประตูไม้สักทองขนาดยักษ์ของห้องบัลลังก์ทองคำแง้มเปิดออกเพียงพอให้สองร่างแทรกตัวผ่านเข้ามา ลอร์ดคาเลบ แอชฟอร์ด และ เฮนรี นิโคลัส เกรแฮม ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก คอยปิดผนึกทางเข้าออกทุกด้าน ตัดขาดโลกภายนอกไม่ให้มีผู้ใดก้าวก่ายพื้นที่หวงห้ามแสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องลอดแนวหน้าต่างกระจกทรงโค้งสูงตระหง่าน กระทบโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับที่ห้อยระย้าจากเพดานโดม แสงสว่างสลัวสะท้อนประกายทองคำเปลวบนเสาคอลัมน์หินอ่อน ก่อเกิดเงาทอดยาวพาดผ่านพรมกำมะหยี่สีแดงสดผืนยาว มุ่งตรงสู่แท่นบัลลังก์สิงโตทองคำเบื้องหน้าอเล็กซานเดอร์กุมมือซ้ายของลูเซียนไว้แน่น ปลายนิ้วสัมผัสแหวนเพชรทองคำขาวและแหวนตราอินทรีที่สวมประกบกันอยู่บนนิ้วนาง ทั้งสองคนสวมเพียงเสื้อคลุมผ้าไหมตัวยาวสีเข้มสำหรับการพักผ่อน เจ้าชายจูงเด็กหนุ่มก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนห้าขั้น สู่แท่นประทับสูงสุดของราชอาณาจักรวาเลนเซียลูเซียนหยุดยืนหน้าบัลลังก์ทองคำ ดวงตาสีฟ้าใสทอดมองลวดลายสิงโตคำรามและพญาอินทรีสยายปีกด้วยความรู้สึกยำเกรง "อเล็กซ์... พาข้ามาที่นี่ท
ตอนที่ 28: บัญญัติกฎมณเฑียรบาลใหม่แสงตะวันสีทองอร่ามสาดส่องกระทบยอดโดมกระจกของห้องบัลลังก์ทองคำ ส่องประกายระยิบระยับสะท้อนลวดลายทองคำเปลวบนเสาคอลัมน์หินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ข้าราชสำนักชั้นผู้ใหญ่ นายทหารระดับแม่ทัพ และคณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดแห่งราชอาณาจักรวาเลนเซีย ยืนเข้าแถวเรียงรายเต็มสองฟากฝั่งพรมแดง ทุกลมหายใจสงบนิ่งเปี่ยมด้วยความเคารพยำเกรงบนแท่นบัลลังก์สิงโตทองคำ กษัตริย์วิลเลียม อาร์เธอร์ วาเลนเทียร์ ประทับนั่งตระหง่านในฉลองพระองค์ชุดมหาจักรีบรมราชวงศ์ พระหัตถ์ขวาจับปากกาขนนกทองคำแท้จดจ้องม้วนเอกสารหนังสัตว์โบราณเบื้องหน้าเฮนรี นิโคลัส เกรแฮม ก้าวขึ้นมายืนหน้าแท่นบัลลังก์ ชายหนุ่มสวมแว่นกรอบเงิน คลี่ม้วนประกาศราชกิจจานุเบกษาออกอ่านด้วยน้ำเสียงกังวาน หนักแน่น และชัดเจนทุกถ้อยคำ"ตามมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ของสภาบริหารราชการแผ่นดิน และพระบรมราชวินิจฉัยส่วนพระองค์ ขอประกาศบังคับใช้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลแห่งราชอาณาจักรวาเลนเซีย ว่าด้วยการเลือกคู่ชีวิตและผู้เคียงข้างองค์รัชทายาท ยกเลิกข้อจำกัดด้านชาติกำเนิดและสายเลือดขุนนาง อนุญาตให้องค์รัชทายาทสามารถเลือกคู่ครอ
ตอนที่ 27: ก้าวข้ามคำครหาแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านแนวหน้าต่างกระจกทรงโค้งของห้องโถงฝึกอบรมปีกตะวันออก ละอองไออุ่นไล่ความหนาวเย็นออกจากแผ่นหินอ่อนสีขาว ลูเซียนยืนเหยียดแผ่นหลังตรงอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ สวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวเข้ารูปกับกางเกงสแล็กสีดำสนิท บนศีรษะวางซ้อนด้วยหนังสือประวัติศาสตร์ราชวงศ์สองเล่มหนา เด็กหนุ่มก้าวเท้าเดินช้าๆ ไปตามแนวเส้นตรงบนพื้นหินอ่อน ส้นรองเท้าหนังขัดเงาจรดลงบนพื้นอย่างมั่นคง ไร้เสียงสะดุดนับตั้งแต่วันแถลงข่าวสะเทือนราชสำนัก ลูเซียนเริ่มต้นเข้ารับการฝึกอบรมระเบียบพิธีการราชสำนักอย่างเข้มงวดมิสซิสมาร์กาเร็ต เบนเน็ตต์ แม่บ้านใหญ่ และอาจารย์พิเศษฝ่ายราชพิธียืนคุมเชิงอยู่ข้างห้อง สตรีสูงวัยพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ ลูเซียนเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างรวดเร็ว ความเฉลียวฉลาดที่สั่งสมมาจากการทำบัญชีในตลาดเก่า ผสานกับความสุภาพอ่อนน้อมตามธรรมชาติ ทำให้เด็กหนุ่มซึมซับธรรมเนียมชั้นสูงได้อย่างไร้ที่ติทว่าสิ่งที่ทำให้ลูเซียนเหนื่อยล้า ไม่ใช่บทเรียนอันหนักหน่วง หากแต่เป็นสายตาวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าขุนนางที่ยังคงลอบจับจ้องทุกย่างก้าวเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง บานประต
ตอนที่ 26: แถลงการณ์สะเทือนราชสำนักแสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับร้อยตัวสว่างวาบสะท้อนประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงคริสตัล โถงอาคารหินอ่อนสีขาวสูงตระหง่านเนืองแน่นไปด้วยคณะทูตานุทูต ผู้แทนรัฐบาลจากนานาประเทศ และสื่อมวลชนระดับโลกหลายร้อยชีวิต ไมโครโฟนจากสำนักข่าวชั้นนำติดตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้าโพเดียมไม้สักทองสลักตราประจำราชวงศ์วาเลนเซีย ธงทิวผืนใหญ่ของราชอาณาจักรวาเลนเซียและราชอาณาจักรมงต์แคลร์แขวนทอดตัวคู่กันอย่างสง่างามบนผนังหินอ่อนกองทหารเกียรติยศในเครื่องแบบเต็มยศยืนอารักขาตลอดแนวทางเดิน ลอร์ดคาเลบ แอชฟอร์ด และ เฮนรี นิโคลัส เกรแฮม ยืนคุมเชิงอยู่ข้างเวทีด้วยสีหน้านิ่งสงบและมั่นคงด้านบนแท่นเกียรติยศ กษัตริย์วิลเลียม อาร์เธอร์ วาเลนเทียร์ และ พระราชินีอิซาเบลลา ประทับนั่งเคียงข้างกัน พระราชินีทรงแย้มพระสรวลบางเบาเปี่ยมด้วยความเมตตา กษัตริย์วิลเลียมทอดพระเนตรมองความพร้อมเพรียงของห้องโถงด้วยสายพระเนตรลุ่มลึก เจ้าชายรอง เซบาสเตียน ยืนกอดอกอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง มุมปากประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดั่งคนที่รู้บทสรุปของเกมครั้งนี้เป็นอย่างดีเวลาเก้าโมงตรง โฆษกสำนักพระราชวังส่งสัญญาณ
ตอนที่ 25: คืนก่อนพายุสงบเสียงลูกกุญแจทองเหลืองโบราณหมุนปลดกลอนหน้าห้องพักปีกตะวันออกดังกึกก้อง บานประตูไม้โอ๊กหนาเปิดอ้าออกอย่างรวดเร็ว นายทหารกองราชองครักษ์หลวงสี่นายที่ยืนเฝ้าเวรยามต่างพากันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง น้อมศีรษะลงแนบพื้นหินอ่อนถวายความเคารพต่อผู้มาเยือนอย่างพร้อมเพรียงร่างสูงใหญ่หนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรขององค์รัชทายาทก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาด้านในอเล็กซานเดอร์ยังคงสวมเครื่องแบบจอมทัพสีดำสนิทขลิบทองคำ แผงอกกว้างประดับเหรียญตราเกียรติยศและสายสะพายสีแดงเพลิง กลิ่นอายความดุดันจากสมรภูมิการเมืองในห้องประชุมสภายังคงแผ่ซ่านรอบกาย ทันทีที่สายตาสีฮาเซลคมกริบสบเข้ากับร่างเพรียวบางที่ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงนอน แววตาแข็งกร้าวคู่นั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและโล่งใจอย่างที่สุดลูเซียนยืนมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยดวงตาสีฟ้าใสที่เบิกกว้าง เด็กหนุ่มกำชายเสื้อกั๊กแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื้นตันอเล็กซานเดอร์สาวเท้าเข้าประชิดตัวในสามก้าว สองแขนแกร่งรวบเอวคอดดึงร่างของลูเซียนเข้าสู่อ้อมกอดแนบแน่น ฝ่ามือหนากดศีรษะของเด็กหนุ่มให้ซบลงกับแผงอกกว้าง สูดดมกลิ่นกายหอมสะอาดเข้าปอดลึก ร่างกายสูงใ







