Se connecter'หนูเดินทางมาถึงแล้วนะคะ ปลอดภัยดี'โทรศัพท์เครื่องหรูถูกเก็บลงใส่ในกระเป๋าสะพายคู่ใจ ก่อนราตรีจะเดินตามร่างของแม่บ้านสาวมายังห้องรับแขกที่มินตรานั่งรออยู่
"มาแล้วเหรอ ดื่มน้ำก่อนสิ"มินตราเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นร่างสวยของเพื่อนสนิทเดินเข้ามาในห้องรับแขก ก่อนเหล่าแม่บ้านจะพากันเดินออกไปปล่อยให้สองเพื่อนสนิทได้มีเวลาพูดคุยกัน "ขอบใจนะ ว่าแต่มังกรน้อยล่ะหลับไปแล้วเหรอ" "ยังหรอก แต่ฉันบอกให้แม่บ้านพาขึ้นไปอาบน้ำกินนมที่ด้านบนแล้วล่ะ "ราตรียกแก้วขึ้นมาดื่มน้ำที่อยู่ในแก้วแทบหมดฟังในสิ่งที่เพื่อนพูดออกมา "เลี้ยงเด็กเหนื่อยไหม" "ยอมรับตามตรงนะว่าเหนื่อย แต่ก็ยังดีที่มีแม่บ้านช่วยเลี้ยงดูช่วยลดความเหนื่อยของฉันไปได้มากเลยทีเดียวล่ะ" "แล้วทำไมไม่จ้างพี่เลี้ยงล่ะ" "ไม่ล่ะ ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยไปหน่อยแต่ฉันก็อยากเลี้ยงลูกด้วยตัวของฉันเองมากกว่า"ราตรีพยักหน้า ก่อนจะกวาดสายตามองความหรูหราของเครื่องประดับภายในห้องรับแขกแห่งนี้ "รอแป๊บนะ คุณสิงหาใกล้จะเดินทางมาถึงแล้วล่ะ" "ไม่เป็นอะไร ที่จริงแล้วก่อนจะมาถึงบ้านเธอฉันแวะซื้อขนมกินมาบ้างแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยจะหิวสักเท่าไหร่" "เพราะเอาแต่กินขนมอยู่แบบนี้ไง ร่างกายถึงได้ซูบผอมแบบนี้ ถามจริงเถอะอยู่บ้านกินข้าววันละกี่ทัพพี"มินตรายื่นมือไปจับเอวบางของราตรีเพื่อวัดขนาด แต่ก็ต้องพบกับความตกใจ "ทำไมถึงได้ผอมแบบนี้ล่ะ กินข้าวบ้างหรือเปล่าเนี่ยหรือว่าทำแต่งานจนไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเลย" "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก อยู่บ้านฉันกินเยอะจะตาย แต่คงเพราะสี่ห้าเดือนก่อนฉันตระเวนทำงานตัดทุเรียนเยอะไปหน่อย สภาพร่างกายมันก็เลยเป็นอย่างที่เธอเห็น" "ถ้าเป็นลูกเป็นหลานฉันจะฟาดให้หลังหักเลยจริง ๆ ดูสิผอมกับอย่างอะไรดี " "เถอะน่า ยังไม่ชินอีกหรือไงถึงจะทำงานหนักแต่ก็ได้เงินดีนะ" "แต่ว่า" บรืน เสียงเครื่องยนต์ของรถหรูที่เลี้ยวเข้ามาจอดยังบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่ทำให้บทสนทนาของทั้งสองสาวหยุดชะงัก มินตราหันมองไปยังหน้าประตูห้องรับแขกเมื่อเห็นสาวใช้เดินมาหยุด "คุณสิงหากลับมาแล้วค่ะ"ผู้เป็นนายหญิงของบ้านพยักหน้า ก่อนทั้งสองสาวจะลุกขึ้นเดินก้าวขาออกมาจากห้องรับแขก "คุณสิงหาคะ"เสียงหวานของผู้เป็นภรรยาสาวเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ช่วยชโลมขับไล่ความเหนื่อยออกไปจากร่างกายของสิงหาได้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเข้มอ้าแขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างอรชรของผู้เป็นภรรยาที่เดินตรงมาหา ปลายจมูกโด่งของเขากดลงบนแก้มข้าวทั้งสองฝ่ายสูดดมกลิ่นหอมด้วยความชื่นใจท่ามกลางสายตาของเหล่าบอดี้การ์ดและแม่บ้านที่กำลังมองมาด้วยความชินตา ทั้งสองผละกอดออกจากกัน สายตาของสิงหามองร่างผอมเพรียวของราตรีที่ไม่ได้เห็นมานานพลางยิ้มทักทายออกมา "สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"ราตรียิ้มบาง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสุภาพหลังจากที่ไม่ได้หน้ากันมาหลายปี ซึ่งสิงหาเองก็ยกมือขึ้นมาไหว้รับอีกฝ่าย "สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะคุณสิงหาไม่ได้เจอกันนานเลย" "ครับ ผมสบายดี ว่าแต่ราตรีล่ะเป็นยังไงบ้างไม่ได้ติดต่อเจอหน้ากันตั้งหลายปี" "ตรีก็เรื่อย ๆ ค่ะ นี่ก็พึ่งจะมีเวลาว่างจากการทำงานเลยหาเวลามาเยี่ยมยัยมินกับหลาน"บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง เป็นเพียงการทักทายของคนคุ้นเคยที่ห่างหายกันไปนาน ทว่าความสนิทสนมในอดีตก็ยังคงทำให้บรรยากาศไม่น่าอึดอัดจนเกินไป "ราตรีเดินทางมาถึงได้สักพักใหญ่ ๆ แล้วค่ะ นี่ก็รอคุณสิงหากลับมาจะได้ทานข้าวพร้อมกัน"มินตราหันไปบอกผู้เป็นสามีซึ่งสิงหาก็พยักหน้ารับ "ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปทานข้าวกันดีกว่า แล้วนี่เจอหลานแล้วเหรอยัง" "เจอแล้วค่ะ แต่ยังไม่กล้าอุ้ม" "อ้าว ทำไมล่ะ" "ตรีขับรถเดินทางมาไกลค่ะ ยังไม่ได้อาบน้ำล้างตัวอะไรเลย กลัวนำเชื้อโรคมาให้หลาน"สิงหาพยักหน้าอย่างเข้าใจในความหวังดีของราตรีซึ่งตอนแรกเขาก็ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิทใจ "แต่ไม่ต้องกลัวนะคะไว้พรุ่งนี้ตรีจะมาอุ้ม ฟัดแก้มของมังกรน้อยให้หนำใจแน่นอนค่ะ"สองสามีภรรยาต่างพากันยิ้มออกมาก่อนทั้งสามจะพากันเดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหารที่ถูกจัดวางทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "เป็นยังไงบ้าง รสชาติของอาหารที่นี่พอจะทานได้ไหม"มินตราเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากมองเพื่อนสาวตักอาหารคำแรกเข้าปากไป "ได้สิ อร่อยมากเลยนะ" "ไม่ได้ติดหวานมากเกินไปใช่ไหม" "อืม ใช่ ไม่หวานจนเกินไป"มินตราถอนหายใจ เพราะเพื่อนของเธอเป็นคนภาคใต้ซึ่งส่วนมากแล้วจะทานอาหารที่มีรสจัดและไม่ค่อยจะเน้นเรื่องความหวานสักเท่าไหร่ "ไม่ต้องกังวล ฉันกินได้" "จะไม่ให้กังวลได้ยังไง ก็ดูเธอสิ ผอมจนแทบจะเห็นแต่กระดูกแล้ว ถ้าอร่อยก็กินเข้าไปให้เยอะ ๆ เข้าใจไหม" "เข้าใจค่า รับทราบแล้วค่ะคุณแม่"เสียงพูดคุยหยอกล้อของเพื่อนสนิททั้งสองดังขึ้น สิงหาเงยหน้ามองใบหน้าของราตรีก่อนจะตั้งคำถามบางอย่างขึ้นมา "แล้วนี่จะมาอยู่ที่กรุงเทพกี่วันล่ะ มีที่พักแล้วหรือยัง" "ตอนแรกตรีคิดไว้ว่าจะอยู่เที่ยวสักสองอาทิตย์ค่ะ ส่วนเรื่องที่พักตรีเช่าโรงแรมเอาไว้แล้ว"ก่อนจะมาที่นี่เธอได้แวะเข้าไปเช็คอินทร์เอากระเป๋าไปเก็บเป็นที่เรียบร้อย "นึกว่าจะอยู่พักที่นี่เสียอีก ไปเช่าโรงแรมให้มันเปลืองเงินทำไมที่นี่ก็มีตั้งหลายห้อง" "ตรีไม่อยากรบกวนค่ะ เกรงใจ" "ความขี้เกรงใจนี่ยังมีเหมือนเดิมเลยนะ"ราตรียิ้มแห้ง ก้มหน้าตักอาหารเข้าปากพลางหลบสายตาของสิงหาที่กำลังมองมาราวกับมีเรื่องบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการอยากจะพูดกับเธอแต่ก็ไม่กล้า "แต่จะว่าไปก็ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปีเหมือนกันนะพวกเรา" "เกือบ ๆ จะหกปีได้ล่ะมั้งคะที่ใครบางคนแถวหนีหายไป" "หนีหายไปไหน ฉันแค่กลับไปทำงานอยู่ที่บ้านต่างหากล่ะ" "ไม่หนีหายไปไหนเลยเนอะ แต่ก็ไม่มาเยี่ยมหากันเลย ขอไปหาที่บ้านก็ไม่ให้ไปทำอย่างกับแอบว่าแอบใครเอาไว้อย่างนั้นแหละ" "แฟนเหรอ"สิงหาโพล่งขึ้นมาตามหลังของคำพูดภรรยา ทำเอาราตรีถึงกับรีบส่ายหน้าไปมา "แฟนบ้าแฟนบอที่ไหนล่ะ ทำงานตลอดเวลาเอาเวลาว่างที่ไหนไปหาแฟน" "งั้นก็แสดงว่าตอนนี้ตรีก็ไม่มีแฟนน่ะสิ" "ค่ะไม่มี" "อืม ไอ้ภูผามันก็ไม่มีเหมือนกัน"ภูผากับราตรีถึงกับต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนทั้งสองจะหันมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของบิดาชายหนุ่มทำให้ทั้งสองต้องขมวดคิ้วเข้าหา"ไม่ต้องมามองหน้าพ่อแบบนั้น นั่งกันก่อนสิ พ่อก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับลูกทั้งสองคนเหมือนกัน"เดิมทีภูผาคิดว่าจะพาราตรีมาบอกเรื่องที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสให้พ่อกับแม่ของเขาได้รับรู้แล้วก็กลับไป ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของราตรีอย่างชั่งใจ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้เขาก็จำยอมพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ว่างฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา"พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเราสองคนอย่างนั้นเหรอ"ศิลาหันไปมองหน้าผู้เป็นภรรยาพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นพ่อเองก็รู้สึกอัดอั้นกับความรู้สึกที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดเวลาหลายปีไม่ต่างกัน"พ่ออยากขอโทษแกกับหนูราตรีเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อทำไว้เมื่อหลายปีก่อน"คุณศิลาเงยหน้ามองราตรีด้วยแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิด"พ่อขอโทษนะหนูราตรีที่ตอนนั้นพ่อไปพูดกดดันหนูทำให้หนูต้องจำใจทิ้งลูกชายของพ่อไป""...""ตอนนั้นพ่อคิดน้อย คิดว่าการที่แกเป็นลูกของพ่อก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่ดี ๆ อนาคตที่ดี มีคู่ชีวิตที่ดี"ศิ
ดวงตากลมโตของราตรีก้มมองใบทะเบียนสมรสที่เธอถืออยู่ในมือทั้งของตัวเธอและของสามีหมาด ๆ ที่กำลังนั่งอยู่ประจำตำแหน่งคนขับ ริมฝีปากของภูผายิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจส่งผ่านแววตา ราตรีซ้อนทับใบทะเบียนก่อนจะวางลงบนหน้าขา เธอหันหน้าไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งขับรถอย่างอารมณ์ดี"ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไงคะ ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ราตรีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวสามีหมาด ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อวานนั้น ภูผาก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นเขายังขอเบอร์โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอไปอีก ทีแรกเธอคิดว่าจะรอให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาก่อน แต่ภูผาก็ไม่ยอม หลังจากที่เขาได้เบอร์โทรพ่อแม่ของเธอไปเขาก็ไม่รอช้ารีบต่อสายหาพ่อแม่ของเธอทันทีเพื่อบอกเรื่องที่น่ายินดีนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ทีแรกเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่ของเธอจะดุเรื่องที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา แต่ทว่าเมื่อท่านทั้งสองรู้ว่าเธอกับภูผาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งที่พ่อของราตรีเอ่ยขึ้นมาประโยคแรกนั่นก็คือ'เรื่องสินสอด ผาไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกเขยของพ่อต้องน้อยหน้าแน่ จะจัดงานแต่งวันไหนเดี๋ยวพ่อก
ราตรียิ้มออกมาเมื่อเรือของสิงหาซึ่งมีลูกน้องของชายหนุ่มเป็นคนขับเข้ามาจอดเทียบท่า เธอหันหน้าไปมองภูผาซึ่งกำลังสิ่งยิ้มมองมาที่เธอ เขารีบลุกขึ้นยืนเมื่อเรือจอดทรงตัวอยู่กับที่ ท่อนแขนแข็งแกร่งไม่ว่าจะผ่านการอุ้มร่างของเธอมากี่ทีราตรีก็รับประกันได้ว่าชายหนุ่มจะไม่มีทางปล่อยให้เธอตกลงไปชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอเดินขึ้นบันได โดยมีบอดี้การ์ดของสิงหาเดินหิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินตามขึ้นมาก่อนจะมีเสียงเรียกชื่อของราตรีขึ้นมาพร้อมกับร่างสวยของใครบางคนที่เปิดประตูรถเดินลงมาหาเธอ"ราตรี""มิน"ภูผารีบวางร่างของราตรีก่อนเธอจะรีบเดินปรี่เข้าหาไปมินตราที่กำลังเดินส่งยิ้มมาด้วยความดีใจสายตาของสิงหาและภูผามองร่างของหญิงสาวยืนกอดกันด้วยความคิดถึง ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่พูดอะไร แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองที่ได้ไปปรับความเข้าใจกันบนเกาะส่วนตัว เพียงเท่านี้สิงหาและมินตราก็รู้ได้ทันทีถึงความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง"เป็นยังไงบ้าง เดินทางเหนื่อยไหม""ไม่ต้องมาพูดเลย เพราะใครกันล่ะ ตอนนั้นฉันตกใจแทบแย่""แฮ่ ก็คนมันอยากให้เธอได้ปรับความเข้าใจกันนี่ ขอโทษนะที่ทำอะไรแบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ภูผาและราตรีได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะส่วนตัวของสิงหา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทั้งสองได้กลับมาเริ่มความสัมพันธ์รักครั้งใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ตลอดเวลาห้าปีที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะลบเลือนความรักออกจากหัวใจของทั้งสองคนได้คลื่น ซ่าร่างสวยในชุดว่ายน้ำสีดำดูเซ็กซี่เดินเลียบชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า สายลมเย็นหอบพัดผ่านเอากลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลพัดเข้าหาปะทะผิวกาย สายตาของราตรีจ้องมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีนวลทองที่อยู่ตรงหน้าตัดกับผิวน้ำทะเลสีครามมันช่างดูสวยงามทำให้เธอหลุดเผยรอยยิ้มออกมา ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่พึ่งตื่นจากนอน ตอนนี้บนร่างกายของเขาสวมแค่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวแผ่นอกเปลือยเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองวิวทะเลตรงหน้า พร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างที่กอดรัดร่างสวยในชุดว่ายน้ำมาจากทางด้านหลัง คำถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นนั้นมันกลับทำให้หัวใจของราตรีกระเพื่อมไหวขึ้นมาพรึ่บ"ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกผาล่ะ""ตรีเห็นว่าผากำลังนอนหลับส
ริมฝีปากสั่นระริกของภูผาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เปลือกตาทั้งสองข้างหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของราตรีอ้าออกกว้างครอบครองลำกายของเขาเข้าไปเกือบถึงครึ่งลำ มือเล็กของเธอขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับริมฝีปาก ปลายลิ้นเล็กสัมผัสผิวหนังห่อหุ้มลำกายทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดแผล็บ แผล็บ แผล็บ"อืม"ราตรีเหลือบสายตาเงยมองพลางยกยิ้มตรงมุมปาก ปลายลิ้นของเธอวนเลียส่วนหัววนไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปถึงลำโคน ริมฝีปากที่มีคราบน้ำลายติดอยู่ดูดเลยพวกไข่ทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันกดเกร็งลำกายที่ขายใหญ่อยู่ในอุ้มมืออุ่นร้อนกระตุกหงึกเป็นจังหวะ"ไอติมแท่งนี้ อร่อยจัง"ลำกายที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลายถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของราตรีอีกครั้ง พลางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะดูดเลียจนโพรงแก้มทั้งสองข้างตอบเข้าหา จนชายหนุ่มต้องยื่นฝ่ามือมาจับศีรษะออกแรงใช้มือขยุมเส้นผมของราตรีที่กำลังดูเลียแก่นกายของชายหนุ่มอย่างเมามันอ๊อก อ๊อก อ๊อก"ฮ๊าส์ เมียจ๋า โอ้ว"ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางออกมา ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ภูผาเผลอขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าใส่ในโพรงปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทำให้ส่วนหัวบานหยักกระแทกเข้าไปจนเกือบจะถึงลิ้นไก่ แต่ก
ลมหายใจหอบถี่ถูกปล่อยออกมาผ่านทางริมฝีปากของราตรี ทันทีเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มกดแทรกเข้ามาในช่องทางรักของเธอนั้นจนสุดโคนความยาวใหญ่ มือเรียวทั้งสองข้างจับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ เธอพยายามผ่อนคลายร่างกายของตัวเองแม้ว่าตรงจุดเชื่อมต่อมันจะยังคับแน่นมากอยู่ก็ตาม"ตอดดีเป็นบ้า กว่าผาจะเข้าไปได้หมด"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาสายตามองแก่นกายของตัวเองที่แทรกเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวจนสุดความยาว เขาเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำให้หยุดไหล สายตาคมมองเรือนกายเย้ายวนของหญิงสาวที่มีหยดน้ำเกาะอยู่พลางกลืนน้ำลายหอบหายใจถี่ "ไหวไหม เจ็บหรือเปล่า""อือ ไหว ไม่เจ็บแต่มันแน่นไปหมด"ราตรีตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่ว สายตาซุกซนกวาดมองร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่าย บริเวณหน้าท้องมีลอนงามหกลูกเรียงรายเป็นลอนสวย ร่างกายบึกบึนของคนที่ชอบออกกำลังกายทำให้ใบหน้าของราตรีแดงซ่านขึ้นมาภูผาไล่สายตามองตามสายตาของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตรงมุมปากออกมา เขาปล่อยท่อนขาวางเท้าของเธอที่เกี่ยวไว้ลงยืนกับพื้น ราตรีที่รู้ดีรีบเอนแผ่นหลังส่วนด้านบนพิงกับกำแพง แอ่นท่อนล่างด้านหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่เริ่มจะขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเป็นจังหวะ ฝ่า







