Masukแสงแดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามา พั้นซ์ค่อยๆ ขยับตัว มองไปรอบห้อง ไม่พบร่างของแฟนหนุ่มข้างกาย แต่เสียงจากห้องน้ำบอกให้รู้ว่าเขาตื่นนานแล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมา ภีมเดินกลับเข้ามาในห้องนอน เขาอยู่ในชุดเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนที่ติดกระดุมเรียบร้อย
"ตื่นแล้วเหรอ"
"เจ็บไปทั้งตัวเลย" พั้นซ์บ่นเบาๆ แม้น้ำเสียงจะดูงอแง แต่สายตาที่มองเขากลับเต็มไปด้วยความพอใจ
"เมื่อคืนใส่ไม่ยั้งเลยนะ"
"ก็ใครใช้ให้ปากดี" เขาเปิดตลับยาที่หยิบติดมือออก นิ้วปาดเนื้อครีมเย็นๆ ขึ้นมาเบาๆ
"นั่งนิ่งๆ จะทายาให้"
ภีมจับข้อมือบางของเธอขึ้นมา นิ้วโป้งของเขาทาเนื้อครีมลงบนรอยรัดสีแดง เขาคลึงเนื้อครีมสัมผัสเบามือผิดกับแรงบีบเค้นเมื่อคืนลิบลับ
"เบามือจังนะ ทีเมื่อคืนรัดซะเจ็บ"
"ถ้ารู้ว่าเจ็บ วันหลังก็อย่าท้าทายอำนาจมืดหมอ" ภีมเลื่อนมือลงไปทายาที่ระหว่างขาเรียวของ นิ้วโป้งกดเน้นตรงเนื้อสาว
"แลกกับการที่ไม่ให้เราออกไปซ่าข้างนอก"
"อืมส์... ซ่าอะไร พั้นซ์แค่ออกไปดื่มกับเพื่อน"
"ดื่มกับเพื่อน แต่บอกว่ามีหนุ่มๆ มาขอชนแก้ว" ภีมหยุดมือนิ่ง ช้อนสายตาขึ้นมองสบตาเธอตรงๆ
"คิดว่าพี่ชอบฟังเรื่องแบบนี้เหรอ"
"ก็พี่ชอบทำหน้านิ่งเอง พั้นซ์ก็แค่อยากรู้ว่าจะหึงหรือเปล่า"
"หึงสิ" ภีมตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด เขาใช้นิ้ววนตรงกลางความสาว
"หึงจนอยากจะจับขังไว้ในห้อง ไม่ให้เห็นแสงตะวันเลยด้วยซ้ำ"
"อ๊ะ... ขังเลยสิ กล้าหรือเปล่าล่ะ" พั้นซ์ท้ากลับ เสียงเบากระเส่า
"อย่าท้าทายในสิ่งที่พี่ทำได้จริง พั้นซ์" เขาถอดนิ้วออกไล้ผ่านหน้าท้องขึ้นมาที่อกอิ่ม "พี่อนุญาตให้เราเที่ยว ให้ไปเจอเพื่อนได้ แต่มีข้อตกลง"
"ข้อตกลงอะไร"
"ห้ามให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เกินหนึ่งเมตร ห้ามชนแก้วกับคนแปลกหน้า และถ้าพี่บอกให้กลับ ต้องกลับทันที"
ภีมเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงกดต่ำ
"ถ้าทำไม่ได้... ครั้งหน้าพี่จะไม่ใช้ยาทานุ่มนวลให้แบบนี้แน่ แต่จะเป็นโซ่รัดไว้ทำจนกว่าพี่จะพอใจ"
พั้นซ์มองหน้าเขานิ่ง ความรู้สึกเสียวซ่านและตื่นเต้นวิ่งเกลียวขึ้นมาในอก คำสั่งนี้ สำหรับคนอื่นอาจดูเหมือนการคุกคาม แต่สำหรับเธอ มันเปรียบเสมือนคำสารภาพรัก
"โอเค ยอมรับข้อตกลงก็ได้" พั้นซ์ยกมือขึ้นเกี่ยวคอเขาลงมาใกล้ ยิ้มหวานอย่างมีเลศนัย
"เด็กดี" ภีมกดจูบลงบนริมฝีปากอิ่มเบาๆ เป็นเชิงรับรู้
ทว่ายังไม่ทันที่บรรยากาศหวานหวามจะดำเนินต่อ พั้นซ์ก็แค่นหัวเราะในลำคอ เธอใช้นิ้วเรียวเขี่ยกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาเล่น สายตาปรับเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องบางเรื่อง
"แล้วเรื่องหมออัญล่ะ จะเอายังไง"
ภีมเลิกคิ้วเล็กน้อย
"หมออัญทำไม"
"อย่ามาทำเป็นไม่รู้หน่อยเลยพี่ภีม" พั้นซ์จ้องหน้าเขานิ่ง น้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมาทันที
"ย้ายมาทำงานคลินิกเดียวกัน นึกว่าพั้นซ์ดูไม่ออกเหรอ ว่ามันจะมาเคลมพี่คืน"
"คิดมาก" ภีมตอบเรียบๆ
"หมออัญย้ายมาในฐานะแพทย์ผิวหนัง คลินิกต้องการหมอเพิ่ม พอดีเขาติดต่อมา พี่ก็เลยให้มาสัมภาษณ์ตามระบบ"
"ระบบหรือถ่านไฟเก่าคุกันแน่"
"หรือว่าพั้นซ์จะกลัวเหรอ" ภีมยิ้มมุมปาก นึกสนุกที่เห็นเธอเริ่มหึงผู้หญิงคนอื่นบ้าง
"ใครกลัว!" พั้นซ์ตวาดเบาๆ บีบไหล่เขาแน่น
"พั้นซ์ไม่เคยกลัวผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้นแหละ! แค่หงุดหงิด พั้นซ์อยากเข้าไปตบหน้านางนั้นด้วยซ้ำ"
"อย่าทำเรื่องยุ่งยากในคลินิก" ภีมเตือน เสียงเรียบ
"พี่จัดการเองได้"
"จัดการยังไง"
"พี่รู้วิธีรับมือคนของพี่" ภีมก้มลงมากระซิบชิดใบหูเธอ
"และพี่ก็รู้ด้วยว่า ใครคือคนที่พี่อยากนอนด้วยทุกคืน... ไม่ต้องหาเรื่องหึงไม่เข้าเรื่อง"
"ไม่ได้หึง!" พั้นซ์สวนทันควัน
"พั้นซ์แค่ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร โดยคนเก่าพี่"
"พี่เป็นของพั้นซ์คนเดียว" ภีมเอ่ยประโยคนี้ออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ร่องรอยบนตัวเราเมื่อคืนก็น่าจะบอกได้ดีที่สุดแล้วว่าพี่คลั่งใคร"
พั้นซ์มองสบตากับเขา ความหงุดหงิดก่อนหน้านี้ละลายหายไปเกือบหมดเมื่อได้ยินคำพูดตรงไปตรงมา เธอรู้ดีว่าภีมไม่ใช่คนพูดคำหวานเลี่ยน และเขาก็ไม่เคยโกหก หากเขาบอกว่าเป็นของเธอ ก็แปลว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนแทรกเข้ามาได้จริงๆ
"พูดแล้วนะ"
"ถ้าพั้นซ์จับได้ว่าพี่แอบไปมั่วข้างนอก... พั้นซ์จะไม่ใช่แค่ตบ"
"โหดจังเลยนะ" ภีมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาจับมือเธอขึ้นมากดจูบลงบนรอยแผลที่ข้อมืออย่างรักไคล้
"งั้นก็คอยเฝ้าไว้ให้ดีๆ อย่าให้หลุดมือไปได้แล้วกัน"
"ไม่ต้องห่วง" พั้นซ์ดึงมือกลับ แล้วขยับตัวขึ้นไปนั่งทับบนตักเขา
"พั้นซ์ไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแย่งหมอของพั้นซ์ไปหรอก"
ภีมใช้เวลาเก็บเอกสารบนโต๊ะอย่างไม่รีบร้อน สายตาคมปรายมองแฟนสาวที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาเป็นระยะ ท่าทางของพั้นซ์ดูผ่อนคลายเกินกว่าจะมีความผิดปกติใดๆ ภีมถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งใจทุกอย่างยังคงอยู่ในการควบคุม"เสร็จแล้วครับ กลับกันเลยไหม" ภีมคว้าเสื้อคลุมตัวนอกมาถือไว้ เดินตรงไปหยุดยืนตรงหน้าเธอพั้นซ์ช้อนสายตาขึ้นมองเขาพร้อมรอยยิ้มบางๆ เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วยันตัวลุกขึ้นยืน ระยะห่างระหว่างเขากับเธอชิดกันเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมประจำตัวเธอลอยขึ้นมาแตะจมูกเขา ภีมยื่นมือออกไปหวังจะกุมมือเล็กของแฟนสาวตามความเคยชิน แต่พั้นซ์กลับก้าวถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งเพื่อจัดสายสะพายกระเป๋า ทำให้มือของเขาสัมผัสได้เพียงอากาศ"ไปกันเถอะค่ะ พั้นซ์เริ่มหิวแล้ว""อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวพี่พาแวะ" ภีมชะงักมือที่ค้างกลางอากาศเล็กน้อย ก่อนจะเก็บอารมณ์ไว้ใต้ท่าทีสุขุมแล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม"กินข้าวที่ห้องดีกว่าค่ะ พั้นซ์ซื้อของสดเข้าไปแช่ไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ภีมพยักหน้ารับ เดินนำเธอออกจากห้องทำงานและก้าวลงไปยังลานจอดรถด้านข้างคลินิก แล้วเปิดประตูฝั่งคนนั่งให้เธอเหมือนทุกครั้งพั้นซ์ก้าวขึ้นไปน
จราจรบนถนนสายหลักเริ่มติดขัดอย่างหนัก พั้นซ์หมุนพวงมาลัยรถยนต์ส่วนตัวด้วยสีหน้าขรึม วันนี้เธอมีนัดสำคัญกับซัพพลายเออร์เพื่อพูดคุยเรื่องการจัดส่งตัวยาล็อตใหม่สำหรับร้านขายยาของเธอ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย แต่จังหวะที่กำลังเร่งเครื่องเปลี่ยนเลน เครื่องยนต์กลับส่งเสียงกระตุกติดๆ กันสองสามครั้ง"เป็นอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย..." พั้นซ์บ่นพึมพำกับตัวเอง คิ้วสวยขมวดเข้าหากันยังไม่ทันขาดคำ สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดขึ้นเตือนขึ้นพร้อมกันหลายจุด รถยนต์ชะลอความเร็วลงอย่างกะทันหันและดับแน่นิ่งอยู่บริเวณเลนซ้ายสุดพั้นซ์ถอนหายใจยาว พยายามกดปุ่มสตาร์ตซ้ำอยู่สองสามหน แต่ไม่มีท่าทีว่าจะติดเลย เธอจำใจเปิดไฟฉุกเฉินแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากศูนย์ซ่อมรถยนต์ทันที"อีกประมาณสี่สิบนาทีช่างถึงจะเดินทางไปถึงครับ" ปลายสายแจ้งกลับมาพั้นซ์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาด้วยความหงุดหงิด อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดหมาย ถ้าต้องรถที่จะซ่อมเสร็จเมื่อไรก็ไม่รู้ เธอไม่มีทางไปทันนัดแน่ๆ สายตาหวานเหลือบมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อสำรวจพื้นที่รอบข้าง ก่อนจะพบว่าจุดที่รถเธอมาเสียอยู่ตอนนี้ ห่างจ
หลังมื้ออาหารเย็นเสร็จสิ้นลงในเวลาเกือบสามทุ่ม ภากรและเรวตีเดินออกมาส่งที่หน้าประตูบ้าน ภากรหยุดยืนมองภีม ก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและไร้ช่องว่างให้ปฏิเสธ"ภีม ไปส่งหนูปริมด้วย"ภีมทำเพียงพยักหน้ารับคำเบาๆ อย่างไม่มีทางเลือก เขาก้าวเดินไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้ปริมตามมารยาท ปริมยิ้มบางๆ แล้วหันไปยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน "หนูกลับก่อนคะคุณลุง คุณป้า ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นค่ะ""อืม ฝากสวัสดีคุณพ่อด้วย แล้วก็ฝากบอกอีกว่าเรื่องสัญญาร่วมทุนโครงการใหม่ ฉันให้คนเตรียมเอกสารไว้เรียบร้อยแล้ว สัปดาห์หน้าคงได้เข้าไปคุยรายละเอียดกัน" ภากรทิ้งท้ายด้วยเรื่องงานที่แฝงความหมายบางอย่าง"ได้ค่ะคุณลุง หนูจะบอกคุณพ่อให้นะคะ"ปริมหันมามองภีมที่ยืนรออยู่ ปริมเดินไปที่รถหันมาไปยิ้มให้ภีม แล้วก้าวขึ้นไปนั่งตลอดระยะทาง แทบไม่ได้มีบทสนทนาอะไรเป็นพิเศษระหว่างทั้งสองคน ตลอดเวลาสิบเจ็ดปีที่รู้จักกันมาปริมรู้ดีว่าภีมไม่ชอบให้ใครมาถามจี้หรือยุ่งเรื่องส่วนตัว เธอระมัดระวังการวางตัวมาตลอดหลายปี เพราะมั่นใจว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเขาจะไปมีใครข้างนอก ตำแหน่งภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องเป็นของเธออยู่ดี
วันศุกร์ภีมเดินทางมาถึงตามนัดหมายภีมบอกกับพั้นซ์ ว่าต้องกลับมาทำธุระส่วนตัวของครอบครัว ซึ่งพั้นซ์ก็ไม่ได้ถามซักไซ้ การไม่ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวคือหนึ่งในข้อของพั้นซ์ดีที่ภีมชอบ มันทำให้ชีวิตของเขาราบรื่น ไม่น่ารำคาญ และจัดการอะไรได้ง่ายดายรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ชายในชุดสูทเรียบร้อยสองคนก็ก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อมภีมก้าวลงจากรถ ปรับปกเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยถามน้ำเสียงราบเรียบ"คุณภากรอยู่ไหน""คุณภากรรออยู่ที่ห้องรับลองใหญ่ครับคุณภีม" ชายคนนั้นโค้งหัวตอบด้วยความสุภาพภีมพยักหน้ารับเบาๆ แล้วก้าวขาเดินเข้าไปตามทางเดินกว้างจนถึงห้องรับลองใหญ่ที่เปิดประตูทิ้งไว้เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ชายวัยกลางคนรูปร่างภูมิฐานอย่าง ภากร ผู้เป็นพ่อของเขา นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ข้างกายมี เรวตี ผู้เป็นแม่ ภีมเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้า สายตาหันไปเห็น ปริยา หรือ ปริม ที่นั่งฝั่งตรงข้ามภากรและเรวตี ภีมนั่งลงข้างๆ ปริมบนโซฟา"คุณภากรเรียกผมมา มีอะไรหรือเปล่าครับ" ภีมเอ่ยถามผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานภากรจ้องมองลูกชายเพียงคนเ
หลายวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์น่าคลื่นไส้เรื่องคลิปวิดีโอนั้น พั้นซ์ก็พึ่งมาสังเกตว่าเพลิงไม่ได้มาปรากฏตัวให้เธอเห็นไม่มีการส่งข้อความมากวนประสาทเธออีกเลยแม้ในใจจะยังรู้สึกงงๆ อยู่บ้าง นึกจะมาก็มา นึกจะหายไปก็หายไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรอ แต่พั้นซ์ก็ไม่ได้เก็บมาใส่หัวให้เปลืองพื้นที่ในสมอง คิดเสียว่ามันเป็นเรื่องดีที่สุดแล้วที่คนแบบนั้นยอมถอยและหายไปจากชีวิตเธอสักทีวันนี้พั้นซ์นัดกลุ่มเพื่อนสาวมาเดินช็อปปิ้งผ่อนคลายความเครียดที่ห้างกลางเมือง"ยัยนารานี่นะ พอมีแฟนแล้วก็ลืมเพื่อนไปเลย" เชอร์รี่บ่นอุบอิบขณะเดินถือถุงเสื้อผ้าแบรนด์เนมหลายใบในมือ"เอาน่าเชอร์รี่ เดี๋ยวเบื่อแฟนเมื่อไหร่ก็นึกถึงพวกเราเองแหละ" ไอริสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมามองพั้นซ์ที่กำลังเลือกดูลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ "แล้วแก ล่ะพั้นซ์ ช่วงนี้เป็นไงบ้าง คุณหมอภีมยังดูแลดีเหมือนเดิมไหม"พั้นซ์คลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อนึกถึงศัลยแพทย์หนุ่ม "ก็ดี พี่ภีมเขาก็ดูแลดีตลอดนั่นแหละ""แหม ทำเป็นยิ้มหวาน อิจฉาคนมีแฟนเป็นหมอจริงๆ ทั้งหล่อ ทั้งเพียบพร้อม แถมยังดูรักแกมากด้วย" เชอร์รี่แซวขึ้นมา"เขาไม่ได้แค่ดูรักนะ ยัยหมอนั่นหลงพั้นซ์จะตายไป เท่า
ภีมค่อยๆ ถอนแกนกายออกอย่างช้าๆ หยาดน้ำรักหลั่งไหลซึมออกมา เขาไม่ยอมปล่อยให้คนในอ้อมแขนได้พักผ่อนเขาถอดแว่นออกวางไว้บนอ่างล้างหน้า สอดแขนประคองเอวสอบ แล้วดันร่างเปลือยเปล่าของพั้นซ์ให้เข้าไปภายในตู้อาบน้ำกระจกใสแผ่นหลังเนียนแนบชิดติดกับผนังกระจก ภีมเอื้อมมือไปเปิดฝักบัว สายน้ำรดลงมาชำระล้างคราบรักตามเรือนร่างของคนทั้งคู่ "พี่ภีม... พอแล้วมั้งคะ" พั้นซ์พึมพำ น้ำเสียงหอบโรยริน สองมือยันแผงอกกว้าง "พั้นซ์ขาอ่อนไปหมดแล้ว""ขาอ่อนก็เกาะผมไว้แน่นๆ สิครับ"ภีมตอบเสียงนิ่ง ก่อนจะซุกหน้าลงไปบดจูบปากอิ่มอย่างหนักหน่วง ลิ้นหนาแทรกซึมเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากอย่างหิวโหย บีบกระชับบั้นท้ายผายแล้วยกตัวเธอขึ้นสูง พั้นซ์รู้หน้าที่ สองขาเรียวรีบยกขึ้นเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้ทันที ตัวตนที่ตึงแน่นขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง กดเบียดถูไถตรงปากทางรักที่ยังคงชุ่มฉ่ำภีมดันสะโพกส่งความแข็งขืนสอดใส่เข้าไปในกายสาวรวดเดียวจนสุดโคน"อื้อออ! พี่ภีม!" พั้นซ์แหงนคอ ร้องครางออกมา สองมือจิกเกร็งลงบนไหล่หนา"อาส์... พั้นซ์"เขาขบฟันแน่น นัยน์ตาจับจ้องใบหน้าสวย ก่อนจะเริ่มขยับเอวสอบตอกกระแทกเข้าออกในท่าอุ้มแตงแผ่นหลังข







![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)