Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-07-22 11:34:31

“หรือว่าเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งนั้น”

“แต่เมื่อสองวันก่อนข้าได้ยินมาที่ชายแดนมีสตรีนางหนึ่งเป็นผู้ครอบครองหยกอันอวี่ นางสวมชุดเฉกเช่นบุรุษ สวมแหวนหยกเอาไว้ที่นิ้วชี้อย่างเปิดเผย ลือกันว่านั่นก็คือหยกอันอวี่”

จบประโยคนั้นมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยมที่มีบุรุษหนุ่มนั่งหันหลังอยู่ก็เกิดความเคลื่อนไหว เขาสวมชุดสีเขียวเข้มไร้กระบี่คู่กาย เส้นผมยาวดำขลับถูกรวบมัดสูงไร้เกี้ยวครอบ เมื่อหันหน้ากลับไปมองผู้ที่กำลังสนทนาเรื่องผู้ครอบครองหยกอันอวี่ คิ้วเรียวราวอิสตรีก็มุ่นลงอย่างใช้ความคิด

มองอย่างไร ‘เขา’ ก็ดูไม่เหมือนบุรุษ แต่เป็นอิสตรีที่สวมชุดของบุรุษเท่านั้น

นิ้วเรียวเคาะบนโต๊ะแผ่วเบา นิ้วชี้ไร้ซึ่งแหวนเช่นกันกับบนเรือนกายที่ไร้เครื่องประดับ ถึงอย่างนั้นเสื้อผ้าที่สวมกลับเป็นแพรพรรณเนื้อดีราคาแพง แม้แต่รองเท้าก็ยังเป็นรองเท้าหุ้มข้อตัดเย็บจากหนังกวางอย่างดี

“ทางเหนือหนาวเหน็บแร้นแค้นทั้งยังมีสงคราม เจ้าว่านางโง่งมหรือเลอะเลือนถึงได้มาปรากฏตัวยังชายแดน” คนกล่าวส่ายหน้าเห็นเป็นเรื่องน่าขัน

“เจ้าพูดก็ถูก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีข่าวลือเกี่ยวกับผู้ครอบครองหยกอันอวี่เลยนะ”

“นั่นสิ นับตั้งแต่นางถูกคู่หมายหักหลังก็ได้ยินมาว่านางละทิ้งแดนเซียน แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่านางมายังแดนมนุษย์หรือหลบเร้นขึ้นแดนสวรรค์ อยู่ๆ มีข่าวลือเกี่ยวกับนางไม่แน่ว่าอาจมีคนพบเห็นจริงๆ ก็ได้”

“แล้ว...เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นนางจริงๆ จะบอกว่าเพราะแหวนหยก? หยกอันอวี่ที่กล่าวขานกันหน้าตาเป็นอย่างไรไม่มีใครยืนยันได้ อาจไม่ใช่แหวนแต่เป็นป้ายหยก เป็นกำไล เป็นหยกแกะสลัก? ใครจะไปรู้”

ทุกคนเงียบเสียงลงทันทีเพราะไม่เคยมีบันทึกใดกล่าวถึงจริงๆ ว่าหยกอันอวี่มีหน้าตาอย่างไร... กล่าวถึงกระบี่หวงหลงก็ชัดเจนว่าย่อมเป็นกระบี่ กล่าวถึงพัดวารียิ่งไม่ต้องเดาว่าเป็นอะไร ทว่าหยกอันอวี่กลับไม่มีผู้ใดบันทึกว่าเป็นหยกแบบใด

เงาร่างปราดเปรียวในชุดสีเขียวลุกขึ้น นางเดินผ่านโต๊ะที่ยังคงสนทนาเกี่ยวกับหยกอันอวี่ เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองเพื่อกลับเข้าห้องพัก ตอนนั้นเองบทสนทนาก็ทำให้นางชะงักอีกรอบ

“ข้าแอบได้ยินมา เป็นแหวนจริงๆ นะ ในเมืองหลวงลือกันว่าองค์ชายเก้าทรงให้คนออกตามหาสตรีผู้ครอบครองแหวนหยกสีชมพูลับๆ ผู้ใดมีเบาะแส จะได้รับรางวัลถึงหนึ่งพันตำลึง!”

“จริงหรือ!?”

“จริงสิ! ญาติของข้าเป็นคนเมืองหลวงเขาเคยเล่าให้ฟัง เมื่อก่อนข้ายังคิดว่าเหลวไหล แต่มันจะบังเอิญเกินไปหรือไม่ที่มีข่าวลือเรื่องสตรีที่มีแหวนหยกในเวลานี้พอดี ข้าว่าองค์ชายเก้าต้องทรงกำลังตามหาผู้ครอบครองหยกอันอวี่อยู่ก็เป็นได้”

จบประโยคนั้นรถม้าก็วิ่งมาจอดหน้าโรงเตี๊ยม กลุ่มคนราวๆ สิบคนเดินเข้ามาถามหาห้องพักเพื่อค้างแรม หญิงสาวชุดเขียวมองลงมาจากชั้นสอง จ้องมองไปยังบุรุษผิวขาวเนียนราวอิสตรีที่ถูกกลุ่มคนชุดดำยืนรายล้อม

ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายทว่าดูซีดขาวราวคนป่วย คิ้วเข้มรับสันจมูกโด่งดูน่ามองขึ้นแม้ในยามที่เขามุ่นคิ้วลง กระทั่งริมฝีปากที่เม้มแน่นทว่ามุมปากกลับยกขึ้นราวไม่ตั้งใจ ทำให้ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนลงหลายส่วน

ชุดคลุมสีดำปกคลุมตั้งแต่คอจนถึงปลายเท้า ที่เผยให้เห็นเล็กน้อยคือคอเสื้อตัวในปักลายดิ้นทอง มองปราดเดียวก็รู้ว่าฐานะไม่ธรรมดา แม้เรือนผมถูกรวบมัดง่ายๆ ไร้กวานครอบ แต่นางมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ชาวยุทธ์ธรรมดาที่บังเอิญผ่านทางมาอย่างแน่นอน

ขณะที่กำลังแอบพิจารณาเขาเงียบๆ อยู่ๆ ชายหนุ่มผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาคมกริบจดจ้องนางทั้งยังยิ้มบางส่งมาให้

นางสะดุ้งคล้ายถูกจับได้ว่าลอบมองผู้อื่น ดังนั้นจึงเพียงค้อมศีรษะให้เขาจากนั้นหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องพัก

ในห้องพักเรียบง่ายทว่าเพียงพอต่อความต้องการในการค้างแรม นางนั่งลงบนเตียงเงียบๆ อยู่ๆ ก็นึกถึงความหลังและการเดินทางอันยาวนานของตน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสวียนเหยา   บทที่ 41 จบ

    ฉีหย่งชางพาเด็กทั้งสองเข้าไปในจวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หัวใจของเขาบีบรัดเพียงได้รู้ข่าวว่าฉีเฟิงเยี่ยนได้สิ้นใจไปแล้ว ทว่าเขานึกไม่ถึงว่าแม้แต่เสวียนเหยาเองก็...หลายปีไม่ได้ข่าวพอได้ข่าวกำลังยินดีกลับต้องมาเศร้าใจ ทว่าฉีเฟิงเยี่ยนเคยบอกเขา ...อย่าเศร้าใจกับการจากไป เพราะการเศร้าใจคือยังมีเรื่องติดค้าง“ข้าจะไม่เศร้าใจ ข้าต้องไม่เศร้าใจ...” เขาพึมพำกับตัวเองทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าวจดหมายลาจากฉีเฟิงเยี่ยนฝากฝังเด็กสองคนเอาไว้ที่จวนตระกูลฉีชั่วระยะเวลาหนึ่ง เด็กฝาแฝดไม่เป็นที่ยอมรับของแคว้นต่างๆ ด้วยเชื่อกันว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายอัปมงคล หากคนหนึ่งอยู่คนหนึ่งต้องตายเสียหาไม่ก็จะไม่มีใครรอด เสวียนเหยาช่วยสองพี่น้องเอาไว้ อุปการะเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม นางกับฉีเฟิงเยี่ยนรักเด็กทั้งสองมากและมองว่าเด็กทั้งสองเป็นดังบุตรแท้ๆคนน้องเสวียนหนิง คนพี่เสวียนอวี้ หลังอาบน้ำก็กินข้าวด้วยท่าทางสุภาพแม้หิวโซ แม้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่กระบี่พันผ้าซีดๆ กลับยังคงผูกติดบนหลัง“นั่นอะไรหรือ”“กระบี่หงส์และกระบี่มังกรขอรับ แม่บุญธรรมกล่าวว่าไม่อาจวางเอาไว้ไกลตัว ยามมีอันตรายจะได้ปกป้องกันและกัน ในยุทธภพเต็มไปด้วยคนดี

  • เสวียนเหยา   บทที่ 40

    ท่ามกลางไอร้อนของน้ำพุ สองกายเปลือยเปล่ากอดก่ายเร่าร้อน เสียงอวยพรของอดีตผู้ครอบครองของวิเศษทำให้ฉีเฟิงเยี่ยนรู้สึกเป็นสุข ไม่ว่าสิ่งใดที่เขาคาดหวัง วันนี้เขาสมปรารถนาแล้วเขาเองก็ไม่ขออะไรไปมากกว่าได้อยู่กับนาง...เสวียนเหยา สตรีที่แม้เขายังไม่พานพบตัวจริง ทว่าหัวใจของเขากลับพันผูกและเป็นของนางเสมอมารถม้าวิ่งออกมาจากหุบเขาสูงสวนทางกับชาวบ้านที่มาหาของป่า ชาวบ้านถามหญิงสาวและชายหนุ่มได้ความว่าหลงทางกำลังจะกลับลงเขา...ก็สมควรเพราะนี่คือเทียนซานหุบเขาที่เป็นทางตัน ไม่มีทางเข้า มีเพียงเส้นทางรกร้างเต็มไปด้วยเถาวัลย์รกทึบเสวียนเหยาบังคับม้าให้วิ่งเหยาะๆ ลงเขา ข้างกายมีฉีเฟิงเยี่ยนนั่งซบศีรษะกับหัวไหล่ นางยกมือขึ้นลูบแก้มเขา ใบหน้าชายหนุ่มยังขาวซีดทว่าถึงตอนนี้อาการก็นับว่าดีขึ้นกว่าขามา“เรามีเวลาเพียงสิบปีเท่านั้น ไปที่ใดกันดี” นางถาม“สิบปีก็เพียงพอแล้ว ลงใต้เป็นอย่างไร ข้าอยากไปดูทะเล”“ได้ ลงใต้”“เหยาเอ๋อร์”“หืม”“เสียใจหรือไม่ที่แบ่งปันอายุขัยคืนกลับให้ข้า”“แล้วเจ้าเล่า เสียใจหรือไม่ที่เคยแลกอายุขัยให้ข้า”“จะเสียใจได้อย่างไร ตอนนี้ข้ามิใช่กำลังมีความสุขมากหรอกหรือ ข้าวางแผนมาดี

  • เสวียนเหยา   บทที่ 39

    ฉีเฟิงเยี่ยนไม่รู้สึกตัวอีกเลยแม้ตอนที่ถูกพาตัวขึ้นรถม้า หลงเส้าเทียนกับชายาเป็นเพียงสองคนที่เสวียนเหยาให้ออกมาส่งหน้าตำหนักหนิงหวง“ข้าฝากองค์หญิงเยว่ฉีด้วย นางไม่ได้ทำอะไรผิด”“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล หากนางต้องการอยู่ที่ซย่าเทียน ข้าก็จะให้อยู่นานเท่าที่นางอยากอยู่ ข้ารับปากว่าจะไม่มีผู้ใดทำร้ายนางได้”หญิงสาวยิ้มให้หลี่หมิงเยวี่ย “เจ้าเป็นหนึ่งในสหายของข้าที่มีไม่มาก หยกของเจ้าข้าเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี แล้วพบกันใหม่”“แล้วพบกันใหม่”รถม้าออกเดินทางตั้งแต่ฟ้าสาง ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เมื่อฟ้ามืดก็หยุดพักก่อไฟต้มยาหุงหาอาหาร ตลอดระยะการเดินทางฉีเฟิงเยี่ยนมักจะหลับใหลไม่ได้สติ อาการของเขาแม้ไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทรุดตัวลงสิบสองวันต่อมาในที่สุดเสวียนเหยาก็พาชายหนุ่มมาจนถึงเนินเขาทางขึ้นเทียนซานหุบเขาสลับซับซ้อน เทือกเขาไร้ทางขึ้นตั้งเรียงรายสูงชันมองไม่เห็นปลายยอด เมฆคล้อยบดบังการมองเห็น สรรพสิ่งที่มองเห็นมีทั้งจริงและเท็จยากจะแยกแยะ ด้วยทวยเทพปิดประตูภพภูมิ ซ่อนทางเข้าหุบเขาที่ถือได้ว่าใกล้กับประตูแดนสวรรค์มากที่สุดเนินเขารกทึบร้างไร้การสัญจร ผู้คนมองว่าเทือกเขาแห่งนี้ไม่มีทางเ

  • เสวียนเหยา   บทที่ 38

    เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาพร้อมประตูเปิด “ข้าพาหมอมา...” รัชทายาทชะงักเมื่อเห็นฉีเฟิงเยี่ยนกอดหญิงสาวบนเตียง ท่านหมอเองก็ไม่กล้าก้าวเข้ามา“ออกไป” เสวียนเหยากล่าวเสียงเรียบ “ไม่ต้องให้ใครเข้ามาทั้งสิ้น เขาไม่เป็นไรแล้ว”ทุกคนที่อยู่ด้านนอกงุนงงเมื่อได้ยิน“ไม่ได้ยินหรือ ออกไปให้หมด” เสวียนเหยาลงน้ำเสียงหนักๆ ในประโยคนั้น แม้รัชทายาทนางเองก็ไม่มีทางทีเกรงใจหลงเส้าเทียนแม้งุนงงแต่ก็โบกมือไล่ท่านหมอ ฉีเหยียนกับฉีหย่งชางพยายามชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง ทว่าหลงเส้าเทียนปิดประตูเสียก่อนภายในห้องมีเพียงความเงียบ ฉีเฟิงเยี่ยนปล่อยมือเงียบๆ เสวียนเหยาดันเขาให้นอนหงายลงบนหมอน นางก้มลงจูบหนักๆ ที่หว่างคิ้วชายหนุ่ม ถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นเขาจ้องมองนางนิ่ง มือใหญ่กุมมือนางแน่นขึ้นหญิงสาวยิ้ม “มิใช่ต้องสละตัวเองปล่อยข้าไปหรอกหรือ ตลอดมาเจ้าเป็นคนเช่นนั้น เป็นคนดีที่เสแสร้งเย็นชากับผู้อื่น ล้มป่วยเช่นนี้สมควรหาเรื่องทำให้ข้าโกรธ จากนั้นข้าก็จะจากไปเงียบๆ ปล่อยเจ้าเอาไว้ที่นี่เพียงลำพัง”เขาหัวเราะ “ข้าอยากเห็นแก่ตัวสักครั้ง อยากรั้งท่านเอาไว้ข้างกายให้ถึงที่สุด แม้ข้าจะต้องตายก็จะตายอยู่เคียงข้างท่า

  • เสวียนเหยา   บทที่ 37

    ฉีเฟิงเยี่ยนยื่นมือออกมาเมื่อนางเดินเข้าไปใกล้ “ข้ามารับ”“อืม” นางเงยหน้าขึ้นมองเขา มือหนึ่งยกขึ้นลูบแก้มชายหนุ่ม “ผอมลงอีกแล้วหรือ ลักยิ้มของเจ้ายิ่งมาก็ยิ่งชัดเจน เหตุใดตัวอุ่นๆ ดื่มมากไปหรือ”เขากดปลายนิ้วชี้ลงหว่างคิ้วของหญิงสาว “มุ่นคิ้วอีกแล้ว ข้าไม่เป็นไร วันนี้อากาศหนาวไม่ค่อยเจริญอาหาร ข้าไม่ชอบอากาศหนาว ข้าว่าเราสมควรออกจากเมืองหลวงก่อนหิมะตก”หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วยหมุนตัวกุมมือเขาเดินไปยังประตูวังหลวง “นำรถม้าไปเพียงคันเดียว สัมภาระไม่ต้องหอบอะไรไปมาก เอาไปแค่เท่าที่จำเป็น การเดินทางไกลหากข้าวของพะรุงพะรังจะถ่วงเวลาเสียเปล่าๆ หากมิใช่เจ้าหน้าซีดถึงเพียงนี้ ข้ายังอยากขี่ม้าไปสะดวกกว่า”“กลางวันแดดร้อน นั่งรถม้าไปดีแล้ว” เขากล่าว“ได้ เราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนแค่เดินทางไปเรื่อยๆ” เพราะตอนนี้นางไม่ได้เดินทางเพียงลำพังแล้ว ความเห็นของเขาให้อย่างไรนางก็ต้องรับฟัง ยิ่งคิดถึงว่าทางเดินข้างหน้านางไม่ต้องเดินเพียงลำพัง หัวใจของเสวียนเหยาก็อบอุ่นอ่อนโยนฉีเฟิงเยี่ยนช่วยพยุงหญิงสาวลงจากรถม้า ชุดเก้าชั้นดูอึดอัดจนเขาช่วยไม่ได้ที่ต้องลงมาช่วยจับชายชุดของนาง ตอนหญิงสาวลงมายืนบนพื้นได้อย่

  • เสวียนเหยา   บทที่ 36

    พิธีแต่งตั้งรัชทายาทในท้องพระโรงเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ แคว้นต่างๆ ส่งขุนนางมาร่วมแสดงความยินดี ทว่าเสียงซุบซิบเกี่ยวกับองค์หญิงเยว่ฉีแห่งต้าเหลียงก็ยังคงมีให้ได้ยินเสวียนเหยานั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามส่งยิ้มให้องค์หญิงเยว่ฉี ก่อนหน้านี้เคยเตือนแล้วว่าอย่าได้ใส่ใจกับสิ่งอื่น เพราะอย่างไรเสียท่าทีของฮ่องเต้และรัชทายาทพระองค์ใหม่ก็ชัดเจน นั่นก็คือทั้งสองพระองค์เชื่อว่าองค์หญิงเยว่ฉีไม่ได้มีเจตนาสังหารฉีเฟิงเยี่ยนความขัดแย้งของต้าเหลียงมีผู้ใดบ้างไม่รู้ เหล่าองค์หญิงองค์ชายต่างชิงดีชิงเด่นเพื่อให้มีความดีความชอบ ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงลำเอียงรักเพียงโอรสและองค์หญิงที่เกิดจากฮองเฮา องค์หญิงเยว่ฉีเสด็จซย่าเทียน หากสร้างความวุ่นวายและก่อชนวนสงคราม นั่นย่อมทำให้ฮ่องเต้ต้าเหลียงทรงกริ้ว ถึงเวลานั้นหากตัดขาดและปล่อยองค์หญิงถูกซย่าเทียนลงโทษ นั่นย่อมเป็นผลดีกับฝ่ายตรงข้ามหลี่หมิงเยวี่ยเดินกอดแขนเสวียนเหยาเงียบๆ ในอุทยานมีสตรีชั้นสูงเข้ามาพักผ่อนหลายคน หลังพิธีแต่งตั้งคืนนี้จะมีงานเลี้ยง หลี่หมิงเยวี่ยที่นับจากนี้จะใกล้ชิดผู้ใดก็ต้องระมัดระวังได้แต่หนักใจ“อีกเดี๋ยวท่านก็จะไม่อยู่แล้ว ข้าต้องเหงามากแน่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status