Compartilhar

บทที่ 3

last update Data de publicação: 2026-07-22 11:34:36

มันนานมากแล้วที่นางเดินทางไปโดยไร้จุดหมาย จากเหนือลงใต้ จากตะวันออกสู่ตะวันตก ฐานะซึ่งไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้นั่นก็คือ ‘ผู้ครอบครองหยกอันอวี่’ สิ่งที่ผู้คนบนโลกมนุษย์ใช้เรียกขานนาง ทว่าแท้ที่จริงแล้วนางก็เคยเป็นเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดา มีชื่อแซ่ มีตัวตน

นาง...เสวียนเหยา[1] นามที่มีอักษรซึ่งหมายความว่าหยกทั้งสองตัว

“มันผ่านไปนานเท่าไรกันแล้วนะ” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ด้วยไม่ได้นับว่านางหลบเร้นจากแดนเซียนมายังโลกมนุษย์กี่ปีมาแล้ว มันอาจเป็นสิบปี เป็นร้อย หรืออาจเป็นพันปี

มันคล้ายกับนานมากแล้ว แต่ก็เหมือนเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวที่นางหลับฝัน

นางไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไม่เคยบอกความจริงว่านางคือผู้ครอบครองหยกอันอวี่ ไม่มีมนุษย์ตนใดล่วงรู้ว่าหยกอันอวี่เป็นเพียงแหวนหยกวงหนึ่ง ทว่า...วันนี้กลับมีคนพลิกแผ่นดินเพื่อตามหานาง?

“องค์ชายเก้า?...เมืองหลวงแคว้นซย่าเทียน?”

หญิงสาววางมือเคาะนิ้วบนเข่าเช่นกันกับทุกครั้งที่นางกำลังใช้ความคิด นานมากกว่าที่นางจะยืดแขนขึ้น บิดตัวพร้อมเตรียมตัวเข้านอน

หน้าห้องเริ่มเงียบเสียงลงหลังจากเสี่ยวเอ้อจัดการห้องพักให้ผู้มาใหม่ หญิงสาวเอนตัวลงนอนทั้งที่ไม่ง่วง ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของมือสังหารมากกว่ายี่สิบคนบนหลังคา

เสวียนเหยาลืมตามองเพดานห้อง ไม่ขยับ ไม่มองไปรอบด้าน เพียงเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวอย่างไม่ประมาท ดูเหมือนเป้าหมายของมือสังหารก็คือชายหนุ่มสูงศักดิ์ที่เพิ่งเข้ามาพักในโรงเตี๊ยม ทั้งยังพักอยู่ถัดจากห้องของนางนี่เอง!

เสียงการจู่โจมเริ่มจากบนหลังคากระทั่งทะลุเข้ามาในห้องของนาง หญิงสาวลุกขึ้นนั่งบนเตียงมององครักษ์หลายคนกำลังทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ปกป้องผู้เป็นนายที่สวมชุดสีดำปักลายเมฆสีทอง ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งประกายความตื่นกลัว ตรงกันข้ามมันกลับเยือกเย็นแม้ตัวเองกำลังถูกหมายเอาชีวิต

ดูจากแสงไฟที่ยังคงไม่ดับมืดจากห้องของเขา เห็นชัดว่าล่วงรู้อยู่แล้วว่าจะมีการลอบโจมตี สายตาคมกริบกวาดมองมายังนางที่นั่งนิ่งบนเตียงผ่านผนังห้องที่พังลง ด้านข้างอาวุธลับถูกซัดออกมาจากมุมมืด ไม่มีองครักษ์คนใดสังเกตเห็น ทว่าเสวียนเหยาเห็น!

หญิงสาวคว้าจอกชาบนโต๊ะข้างหัวเตียงเหวี่ยงออกไป จอกชากระทบอาวุธลับกระเด็นไปอีกด้าน นางสบตากับชายหนุ่มผู้นั้น...เขายังคงไร้ซึ่งประกายใดๆ ไม่เพียงเท่านั้นนางยังคล้ายกับเห็นรอยยิ้มของเขา...อีกแล้ว!

กลิ่นเลือดคละคลุ้ง ศพคนตายนอนเกลื่อนพื้น การต่อสู้ดุเดือดรุนแรงขึ้น เสวียนเหยาถูกดึงเข้าไปในวงการต่อสู้นั้นอย่างช่วยไม่ได้ นางจำต้องรับมือกับมือสังหารบางส่วน กระทั่งในที่สุดไม่รู้ทำไมนางจึงเป็นฝ่ายปกป้องบุรุษแปลกหน้าที่เพิ่งได้พบ

จากเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อหญิงสาวยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ในที่สุดมือสังหารเหล่านั้นก็ล่าถอยไป ทั้งยังลากคนที่ถูกสังหารออกไปด้วยทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

“ขอบคุณจอมยุทธ์หญิงที่ยื่นมือเข้าช่วย”

ใบหน้าว่าหล่อเหลาน่ามองแล้ว น้ำเสียงนุ่มทุ้มของเขาก็ยิ่งน่าฟัง เสวียนเหยาปรับสีหน้าให้เรียบเฉย มองเขาจากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าไม่รับคำขอบคุณ ข้าช่วยเพราะรู้ว่าพวกท่านมีปัญญาจ่าย” นางแบมือออกไปหวังจะได้เห็นท่าทีชะงักและคาดไม่ถึงของเขา

ตรงกันข้ามไม่เพียงเขาจะไม่แสดงท่าทีใดๆ แล้ว รอยยิ้มของเขากลับกว้างขึ้นกว่าเดิม เขาล้วงมือเข้าไปหยิบถุงเงินจากนั้นส่งให้นาง

หญิงสาวรับมาพร้อมกับมองเขานิ่ง ในถุงมีเงินสิบตำลึงที่แลกมาพร้อมใช้ นับว่าเป็นบุรุษผู้มั่งคั่งทั้งยังไม่ตระหนี่ เขาหันไปสั่งคนของตนให้ออกสำรวจความเสียหายพร้อมจ่ายเงินให้หลงจู๊โรงเตี๊ยมตามสมควร

“หากไม่รังเกียจเพราะอย่างไรห้องก็พังไปแล้ว ท่านอยากดื่มชาหรือไม่เราจะได้สนทนากัน”

“สนทนา? ยังมีสิ่งใดต้องสนทนา ข้าช่วยท่าน ท่านจ่ายเงิน เราไม่ติดค้าง”

เขายิ้ม “ข้าต้องเดินทางไปยังเมืองหลวง อย่างที่จอมยุทธ์หญิงเห็นแล้วว่ามีคนหมายเอาชีวิตข้า หากจอมยุทธ์หญิงจะช่วยคุ้มกันข้ากลับไปยังเมืองหลวง ท่านเรียกร้องเงินเท่าไรข้าล้วนยินดีจ่าย”

[1] เสวียน 璇 แปลว่าหยก, เหยา 瑶 แปลว่าหยก

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • เสวียนเหยา   บทที่ 12

    มันนานมากแล้วจริงๆ นานจนนางจดจำความรู้สึกโกรธขึ้งตอนที่เลือกจากมาแทบไม่ได้แล้ว มันเลือนรางจนวันหนึ่งนางกลับเพิ่งตระหนักว่าหัวใจของนาง...ไม่หลงเหลือความรู้สึกลึกซึ้งในวันนั้นอีกกลางดึกคืนนั้นเสวียนเหยาเดินออกมาเพราะชอบความเงียบ หน้าเรือนหลักของบ้านแบบซานเหอย่วน[1]มีโต๊ะเก้าอี้เอาไว้นั่งชมจันทร์ หญิงสาวเดินไปนั่งตรงนั้น เงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ซึ่งกำลังส่องสว่าง แม้รอบกายเงียบงันแต่นางกลับรับรู้ถึงองครักษ์ที่กำลังคุ้มกันโดยรอบ“พรุ่งนี้ข้าต้องไปแล้ว” ฉีเฟิงเยี่ยนกล่าว“นอกด่าน?” นางถาม“ผู้อื่นคิดว่าเป็นเช่นนั้น”นางเงียบไม่ได้ถามต่อ“เป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านจะอยู่ที่นี่...สักพัก อย่างน้อยก็จนกว่าร่างกายของท่านจะหายดี หรือหากเป็นไปได้จนกว่าข้าจะกลับมา”“เจ้าทำเพียงเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจของบิดามารดาเจ้าหรือ” อยู่ๆ นางก็ถามเขาเช่นนั้น นึกอย่างไรก็มองเห็นเพียงสาเหตุนี้หลังจากนางหลบเร้นออกมามารดาของเขา...หนิงเหอ อีกฝ่ายก็หลบเร้นออกมาจากแดนเซียน ข่าวว่าบิดาของชายหนุ่มออกตามหาจนท้อใจ กระทั่งในที่สุดก็ตัดสินใจละทิ้งแดนเซียนเช่นกัน“ท่านจะคิดเช่นนั้นก็ย่อมได้”เสวียนเหยาถอนหายใจออกมาเสียงเ

  • เสวียนเหยา   บทที่ 11

    เสวียนเหยาเดินไปถึงกลางห้องฉีฮูหยินก็ส่งเสียงขึ้น “เจ้า...เจ้ากล้า?! เด็กๆ ขวางพวกเขาไว้!” ฉีฮูหยินรู้สึกเสียหน้าจนโกรธกรุ่น นางตะโกนเรียกคนของจวนแม่ทัพ เสียงรับคำดังขึ้นคนของฉีเฟิงเยี่ยนเองก็เร่งรุดมาขวางเสวียนเหยาเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะกลางห้อง นางหันไปมองฉีฮูหยินจากนั้นฟาดฝ่ามือลงไปบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด นึกไม่ถึงพลังขุมหนึ่งแล่นปราด ฝ่ามือที่นางฟาดลงกลับทำให้โต๊ะไม้หนาหนักแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ!!!ทุกคนสะดุ้งตกใจด้วยความหวาดหวั่น ฉีเฟิงเยี่ยนเป็นคนเดียวที่สงบนิ่งที่สุด เขาถอนหายใจเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว ชายหนุ่มกำลังจะคว้ามือของนางมาดูว่าไม้นั่นทิ่มมือนางหรือไม่...เสวียนเหยาเลิกคิ้วมองเขา มือข้างที่เพิ่งฟาดโต๊ะคว้าสาบเสื้อของเขาดึงเข้าหาตัว “หมายความว่าอย่างไร? เหตุใดข้าจึงยัง...”เขาถอนหายใจออกมาเสียงเบา “เหตุใดต้องโมโหขนาดนี้ ไม่มีใครขวางท่านเอาไว้ได้อยู่แล้ว คนในจวนนี้ไม่มีใครมีฝีมือขนาดนั้น”ไม่สิ...นางไม่สมควรใช้วรยุทธ์ได้ ปราณเซียนของนางถูกทำลายไปแล้ว นางสมควรเป็นเช่นคนพิการเหมือนเขา เจ็บออดๆ แอดๆ ร่างกายอ่อนแอ ทว่าเมื่อครู่ที่นางหงุดหงิดกลับเผลอเดินพลังในกาย ฝ่ามือนั้นทรงพลังพอ

  • เสวียนเหยา   บทที่ 10

    เสวียนเหยาหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่เกรงใจผู้ใด “ข้านับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” หญิงสาวหันไปมองฉีซวงซวงจากนั้นหันไปสบตากับฉีฮูหยิน “ที่แท้สตรีสูงศักดิ์ก็ไม่แตกต่างกับสตรีทั่วไปในตลาด ทำผิดไม่ยอมรับผิดก็ว่าหนักหนาแล้ว แต่การดูถูกดูแคลนผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลังเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับสตรีที่ไร้ซึ่งการอบรม เป็นคนอื่นก็ว่าแล้วไปแต่นี่เป็นผู้ที่เติบใหญ่ภายใต้จวนเดียวกันแท้ๆ แม่ทัพฉีเป็นผู้กล้าที่ได้รับการยกย่องไปทั่วหล้า แต่เบื้องหลังกลับ...” นางถอนหายใจพร้อมส่ายหน้า “นึกไม่ถึงจริงๆ ท่ามกลางเลือดเนื้อที่บิดาสูญเสีย บุตรสาวของเขากลับเติบโตมาเป็นสตรีเช่นนี้” นางแค่นหัวเราะ “ฉีเฟิงเยี่ยนบิดามารดาผู้ให้กำเนิดของเจ้า ปล่อยให้เจ้าลำบากถึงขั้นต้องมาทนอยู่กับคนเหล่านี้เลยหรือ เจ้าไม่มีที่อื่นให้ไปแล้วหรือไร”ชายหนุ่มเพียงยืนนิ่งในขณะที่สตรีตระกูลฉีหน้าแดงด้วยความโกรธและอับอาย “แม่นางเสวียนวาจาของเจ้าไม่คิดว่าเกินไปหรอกหรือ...”เสวียนเหยามองฉีฮูหยินด้วยสายตาเย็นชา “ข้อแรก...ใช่ข้าเป็นผู้ที่มาอาศัย แต่ก็เคยได้ยินผู้คนกล่าวขานถึงธรรมเนียมปฏิบัติของชนชั้นสูงในเมืองหลวง โดยเฉพาะจวนขุนนางว่าผู้มาย่อมเป็นแขก

  • เสวียนเหยา   บทที่ 9

    ด้านนอกมีสาวใช้สองคนคุกเข่าก้มหน้า ถัดไปมีเสี่ยวซุนยืนอยู่ข้างๆ ไป๋เสวี่ย อา...นางไม่ต้องเดาแล้วว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เกรงว่าเสี่ยวซุนคงกลัวจนเป็นคนไปบอกเรื่องนี้ให้ฉีเฟิงเยี่ยนรับรู้กระมัง“ฮูหยินหาต้องใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ ข้าเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่นับจากวันนี้หากข้าต้องการแยกเรือนครัวท่านคงไม่ตำหนิข้า”อยู่ในจวนเดียวกันแต่กลับขอแยกเรือนครัว! เขาเสียสติไปแล้วหรือ มิใช่ว่าเขาเป็นผู้อาศัยหรือไร เป็นเพียงบุตรบุญธรรมแต่กลับขอแยกครัว รู้ไปถึงที่ใดฉีฮูหยินไม่ถูกตำหนิติฉินก็แปลกแล้ว!!“มากไปแล้วนะ เจ้าเป็นเพียงผู้อาศัยมีสิทธิ์อะไรขอแยกเรือนครัว หากเจ้ากล้าดีก็แยกจวนไปเลยสิ!!”เพี๊ยะ! นั่นเป็นเสียงซีกแก้มของคนพูดถูกมารดาตบเข้าให้ คนพูดประโยคโง่งมผู้นั้นก็คือคุณหนูเก้าฉีซวงซวง“ท่านแม่ ท่านตีข้าเพราะเขา?” ฉีซวงซวงเม้มปากน้ำตาคลอ มือกุมแก้มที่คงมีรอยแดงขึ้นชัดเจนเพราะน้ำหนักมือของฉีฮูหยินนั้นไม่เบาเลย “ก็แค่ปาโต้ว[1]ไม่ถึงตายเสียหน่อย”“คุณหนูเก้า” ฉีเฟิงเยี่ยนกล่าวเสียงเรียบ “แม่นางเสวียนช่วยชีวิตข้าเอาไว้หลายครั้ง นางบาดเจ็บจนแทบเดินไม่ได้ก่อนมาถึงที่นี่ ข้ารอดกลับมาส่งข่าว

  • เสวียนเหยา   บทที่ 8

    ท่านหมอตรวจอาการของนางพร้อมกับเขียนเทียบยาและกำชับสองสามประโยค เสวียนเหยาเองก็ฟังเงียบๆ กระทั่งไป๋เสวี่ยเดินออกไปพร้อมท่านหมอ นางก็ยังไม่เอ่ยปากสักประโยคสาวใช้นำสำรับเข้ามาเป็นอาหารรสไม่จัดดังที่ท่านหมอกำชับ เสียงโต้เถียงดังขึ้นหน้าเรือนอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเสียงของอิสตรี ผู้ที่หยุดการโต้เถียงก็คือไป๋เสวี่ย จากนั้นทุกอย่างก็กลับมาสู่ความสงบเสี่ยวซุนยกยาเข้ามาอีกรอบหลังนางกินมื้อเที่ยง “แม่นางเสวียนเชิญดื่มยาเจ้าค่ะ”เสวียนเหยายกยาขึ้นมาทว่ายังไม่ได้ดื่ม นางสูดกลิ่นผ่านๆ จากนั้นวางยาลงบนโต๊ะ “เจ้าเป็นคนของฉีเฟิงเยี่ยนหรือ”“จะ...เจ้าค่ะ”“ชื่ออะไร”“เสี่ยวซุนเจ้าค่ะ”“ยานี้ผู้ใดเป็นคนเคี่ยว”“เป็นองครักษ์ไป๋เจ้าค่ะ”“เขาเป็นคนของฉีเฟิงเยี่ยนหรือ”“เจ้าค่ะ เป็นคนที่คุณชายสิบสองไว้ใจที่สุด”“เสียงทะเลาะกันเมื่อครู่เป็นผู้ใดเล่ามาให้ละเอียด”“แต่...”“แต่อะไร”“คุณชายสิบสองกำชับเอาไว้ เรื่องบางเรื่อง...”“เล่ามา ข้าจะแยกแยะเองว่าเรื่องบางเรื่องดังว่าเขาสมควรรู้หรือไม่”เสี่ยวซุนมีท่าทางลำบากใจ เสวียนเหยายืดตัวนั่งหลังตรงมองไปยังชามยา “ในยามีอย่างอื่นปะปนมาด้วย”เสี่ยวซุนสะดุ้ง “เป็นไปไม

  • เสวียนเหยา   บทที่ 7

    ผ่านไปครึ่งชั่วยามรถม้าจอดอีกครั้ง ครั้งนี้มีสตรีวัยกลางคนและบุตรสาวขึ้นรถม้ามา ฉีเฟิงเยี่ยนลงไปขี่ม้าแทน เขารอบคอบมากที่หาสาวใช้มาเพื่อปรนนิบัตินาง ด้วยบางเรื่องเขาก็ไม่อาจช่วยนางได้ เช่น...การปลดทุกข์ท่านป้าหลี่กับหลี่จูผู้เป็นบุตรสาวถูกว่าจ้างให้ช่วยดูแลเสวียนเหยาจนกว่าจะถึงเมืองหลวง ทั้งสองดูแลหญิงสาวดีมากจนแทบจะเรียกได้ว่ายุงไม่กล้าไต่ไรไม่กล้าตอม ถึงอย่างนั้นช่วงเวลาดื่มยาชายหนุ่มก็ยังเข้ามาดูแลด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้ผู้ใดเป็นผู้ป้อนยาเสวียนเหยาเด็ดขาดสามวันถัดมาในช่วงสายในที่สุดขบวนรถม้าก็ผ่านเข้าสู่ประตูเมืองหลวง ระหว่างกำลังจะกลับไปยังจวนแม่ทัพฉีองครักษ์ผู้หนึ่งกลับมาถ่ายทอดรับสั่งให้ฉีเฟิงเยี่ยนไปเข้าเฝ้าทว่า... “ข้าต้องไปส่งคนกลับเรือนก่อน ทูลองค์ชายเก้าว่าข้าจะไปเข้าเฝ้าทันทีที่ส่งนางถึงเรือน”เขา...ถึงกับขัดรับสั่งองค์ชายเพื่อส่งนางเข้าจวน?! องค์ชายเก้า? อา...นางตกลงไปในกับดักของฉีเฟิงเยี่ยนตั้งแต่แรกสินะจวนแม่ทัพฉียิ่งใหญ่โอ่อ่าผู้คนก้มศีรษะค้อมกายเมื่อชายหนุ่มเดินผ่าน เสวียนเหยาถูกห่อด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำ ใบหน้าถูกปิดเอาไว้กว่าครึ่งขณะลอบมองบ่าวไพร่ในจวน เสียงกระซ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status