LOGINมหานครปักกิ่งในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรุ่งโรจน์และความภาคภูมิใจที่แผ
ห้วงเวลาแห่งการเดินทางข้ามทวีปอันยาวนานประดุจการข้ามผ่านมิติแห่งกาลเวลาได้ดำเนินมาถึงช่วงท้ายที่สุด ภายในห้องโดยสารชั้นหนึ่งของเครื่องบินโดยสารลำยักษ์ที่กำลังทะยานแหวกว่ายผ่านหมู่เมฆหนาทึบ เสียงครางกระหึ่มของเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างหนักหน่วงสอดประสานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงบและถูกปรับแสงไฟให้สลัวลงเพื่อการพักผ่อน ทว่าสำหรับหมิงหลินเชี่ยน อดีตราชินีคอร์ตหญ้าผู้เดินทางรอนแรมมาจากแผ่นดินมังกร หล่อนกลับไม่ได้หลับใหล นัยน์ตาคู่คมกริบสีดำขลับประดุจพญาหงส์เพลิงทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานเล็ก จ้องมองปุยเมฆสีขาวที่เกาะกลุ่มกันหนาแน่นซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นเมื่อเข้าสู่น่านฟ้าของทวีปยุโรป หลังจากใช้เวลาเดินทางข้ามทวีปยาวนานหลายชั่วโมง เครื่องบินโดยสารก็ค่อยๆ ลดระดับความสูงลงสู่แผ่นดินยุโรป ร่างกายที่บอบบางทว่าอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลังของหล่อนสัมผัสได้ถึงแรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนแปรไปตามการลดระดับความสูงของตัวเครื่อง ความรู้สึกวูบไหวในช่องท้องไม่ได้สร้างความตื่นตระหนก ทว่ามันกลับเป็นดั่งสัญญาณระฆังที่ตีเตือนให้จิตวิญญาณแห่งนักรบตื่นตัวเต็มที่หล่
แสงแดดยามบ่ายคล้อยของมหานครปักกิ่งในยุคทศวรรษที่เก้าสิบสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของอาคารพาณิชย์ใจกลางย่านหวังฝูจิ่ง ทอดตัวลงมากระทบกับพื้นไม้ขัดเงาภายในห้องทำงานอันกว้างขวางของประธานกรรมการสถาบันเรือนหงส์ ท่ามกลางยุคสมัยที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังก้าวกระโดดและเปิดรับความทันสมัยจากโลกภายนอก เสียงเครื่องแฟกซ์ที่มุมห้องส่งเสียงสัญญาณทำงานเป็นระยะ บ่งบอกถึงความลื่นไหลของธุรกิจที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง หมิงหลินเชี่ยนนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่ แผ่นหลังที่บอบบางทว่าอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของนักกีฬาเหยียดตรงตระหง่าน นัยน์ตาคู่คมกริบสีดำขลับประดุจพญาหงส์เพลิงกวาดมองเอกสารรายงานผลประกอบการและแฟ้มบัญชีที่วางซ้อนกันเป็นตั้งสูงอยู่เบื้องหน้า หล่อนกำลังใช้สมาธิขั้นสูงสุดเพื่อจัดการสะสางงานที่คั่งค้างในศูนย์ดูแลสุขภาพและธุรกิจอาหารเสริมของเธอจนเสร็จสมบูรณ์ ปลายปากกาหมึกซึมด้ามหรูในมือเรียวยาวตวัดเซ็นอนุมัติเอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่าด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาดทุกหยาดเหงื่อและมันสมองที่หล่อนทุ่มเทลงไปในการสร้างอาณาจักรแห่งนี้ บัดนี้ได้ผลิดอกออกผลเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่หล่อเลี้
ความมืดมิดอันแสนอับทึบปกคลุมคฤหาสน์ตระกูลฟางประดุจม่านหมอกแห่งความตาย ลมหนาวที่พัดกระโชกอยู่เบื้องนอกไม่อาจเทียบเคียงได้กับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากจิตใจของผู้เป็นนายหญิงแห่งห้องนอนใหญ่ ข่าวการตรวจค้นที่คว้าน้ำเหลว ถูกรายงานกลับไปให้ฟางซินจวี๋รับทราบในทันที สาวใช้คนสนิทที่ถูกส่งไปเป็นสายลับลอบสังเกตการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามสถาบันเรือนหงส์ วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาตรอกประตูห้องนอนของคุณหนูใหญ่ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างของสาวใช้สั่นเทาประดุจลูกนกตกน้ำเมื่อต้องคุกเข่าลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อหนาเพื่อถ่ายทอดความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปให้แก่นายจ้างฟัง ทุกถ้อยคำที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของสาวใช้ เปรียบเสมือนหอกแหลมคมที่พุ่งทะลวงเข้ากลางอกของฟางซินจวี๋อย่างทารุณ การบุกรุกของข้าราชการกังฉินที่หล่อนยอมควักเงินเก็บก้อนโตจ่ายเป็นสินบนเพื่อแลกกับการทำลายล้างศัตรูหัวใจ กลับจบลงด้วยการที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องเดินคอตกถอยทัพกลับออกมาประดุจสุนัขขี้แพ้ หมิงหลินเชี่ยนไม่เพียงแต่ไม่ถูกจับกุมหรือถูกสั่งระงับกิจการ ทว่าอดีตสตรีหม้ายผู้นั้นกลับงัดเอาหลักฐานการเสียภาษีและใบอนุญาตที่ถูกต้องทุกประการมาตบห
ความเงียบสงัดที่โรยตัวลงมาปกคลุมโถงต้อนรับของสถาบันเรือนหงส์ในวินาทีนี้ ช่างเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นประสาทสัมผัสเสียยิ่งกว่าพายุฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ อากาศภายในห้องที่เคยเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศราคาแพง บัดนี้กลับดูอับทึบและร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลันสำหรับกลุ่มผู้บุกรุกในเครื่องแบบ ข้าราชการกังฉินรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงที่ถูกสตรีผู้หนึ่งต้อนให้จนมุมท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย ใบหน้าของหัวหน้ากองจ้าวและผู้อำนวยการหลิวที่เคยวางอำนาจบาตรใหญ่และเชิดหยิ่งขึ้นด้วยความโอหัง บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำสลับกับซีดขาวประดุจกระดาษเก่าๆ ที่ไร้ราคา พวกเขายืนแข็งทื่อราวกับรูปสลักหินที่ถูกแช่แข็งด้วยสายตาอันเย็นเยียบของอดีตราชินีคอร์ตหญ้าปึกเอกสารใบเสร็จรับเงินการชำระภาษีที่มีตราประทับสีแดงสดจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งวางหลาอยู่บนโต๊ะกระจกใสเบื้องหน้า เปรียบเสมือนหินก้อนยักษ์ที่ทุ่มลงมากระแทกแสกหน้าพวกเขาอย่างจัง รอยประทับสีแดงนั้นตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปและน่าสมเพชที่สุดในชีวิตการเป็นข้าราชการของพวกเขา หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมที่เริ่มบางของผู้อำนวยการหลิว มัน
ความเงียบงันที่หนักอึ้งและเย็นเยียบประดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณโถงต้อนรับอันหรูหราของสถาบันเรือนหงส์ ภายหลังจากที่แฟ้มเอกสารปกหนังสีแดงเลือดหมูถูกเปิดกางออก เผยให้เห็นใบเสร็จรับเงินการชำระภาษีที่มีตราประทับสีแดงสดจากกรมสรรพากรแห่งมหานครปักกิ่งอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุด บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของกลุ่มข้าราชการกังฉิน บัดนี้ถูกพลิกกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่รัฐต่างหน้าเสียและพูดไม่ออกเมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานที่รัดกุมจนดิ้นไม่หลุด ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งยโสและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของหัวหน้ากองจ้าวและผู้อำนวยการหลิว บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือดประดุจกระดาษฟางที่ถูกทิ้งตากแดดจนซีดจาง ริมฝีปากที่เคยพ่นคำกล่าวหาอันร้ายกาจสั่นระริกและขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห้อเลือด พวกเขายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ นัยน์ตาเบิกกว้างจ้องมองตัวเลขการเสียภาษีจำนวนมหาศาลและรอยประทับตราของรัฐบาลที่ยืนยันถึงความโปร่งใสอย่างเป็นทางการหยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมและหน้าผากที่มันเยิ้มของผู้อำนวยการหลิว มันไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าและหยดลงบน
บรรยากาศภายในโถงต้อนรับอันหรูหราของสถาบันเรือนหงส์กลับมาตึงเครียดและหนักอึ้งอีกครั้ง ภายหลังจากที่การบุกเข้าตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารเสริมและธัญพืชอัดแท่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ แสงสว่างจากโคมระย้าคริสตัลที่สาดส่องลงมากระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวสลับดำ ดูเหมือนจะยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงใบหน้าที่ซีดเผือดและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของหัวหน้ากองจ้าวและผู้อำนวยการหลิว ข้าราชการกังฉินทั้งสองเพิ่งจะถูกความจริงอันขาวสะอาดกระแทกหน้าจนหงายหลัง พวกเขาไม่อาจหาข้ออ้างเรื่องความสกปรกหรือการปนเปื้อนของสินค้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการปิดสถาบันแห่งนี้ได้ตามที่ได้รับสินบนก้อนโตมาจากคุณหนูใหญ่ตระกูลฟาง ทว่าสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดและความโลภที่บังตา ทำให้หัวหน้าชุดปฏิบัติการอย่างหัวหน้ากองจ้าวไม่ยอมลดละความพยายาม เขาไม่อาจกลับไปมือเปล่าและยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าสตรีหม้ายผู้นี้ได้เมื่อเอาผิดเรื่องความสะอาดไม่ได้ หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนแผน หันมาเล่นงานเรื่องการเงินแทน นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และตื่นตระหนกของหัวหน้ากองจ้าวกลอกกลิ้งไปมาอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามอ
แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ซึ่งเปิดกว้าง เริ่มทอดตัวยาวและเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอมแดง อาบไล้ไปทั่วบริเวณห้องพักที่บัดนี้สะอาดสะอ้านและปราศจากกลิ่นอับชื้น หมิงหลินเชี่ยนยืนนิ่งอยู่กลางห้องพักซอมซ่อ แผ่แผ่นหลังตั้งตรงอย่างสง่างาม แม้ร่างกายที่อวบอ้วนและเต็มไปด้วยชั้นไขมันจะเต็มไปด้วยห
เสียงโลหะกระทบกันจากการสับกลอนประตูดังลั่นและหนักแน่น มันเป็นเสมือนประกาศิตสุดท้ายที่ตัดขาดโลกภายนอกอันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความน่ารำคาญใจออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกปิดตายและลงล็อกอย่างแน่นหนา ความเงียบสงัดก็หวนกลับมาครอบครองพื้นที่ภายในห้องพักซอมซ่อแห่งนี้อีกครั้ง หมิงหล
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน"เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากซึ่งแห้งผากและแตกระแหงของหมิงหลินเชี่ยนนั้น ไม่ได้ดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ทว่ามันกลับอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาลและเย็นเยียบจนสามารถแช่แข็งทุกสิ่งรอบกาย ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ ดังกังวานก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทของกู้ฟ่านจง ราวกับมีค้อน
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่กระท่อมผุพัง บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นละอองสีเทาหม่นที่เกาะกุมอยู่ตามขอบวงกบและขื่อเพดานร่วงหล่นลงมาสู่พื้นกระดานเบื้องล่างอย่างเงียบงัน เสียงตะโกนเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและอำนาจบา







